15 ธันวาคม พ.ศ.2575
วันเวลาผ่านไปเร็วไม่ทันตั้งตัวพวกเขาปรับตัวเข้ากันได้แต่ก็ยังมีตะโกนด่ากันบ้างโดยเฉพาะเซนที่มีคนไม่ชอบหน้าเป็นพิเศษ
"เจ้ามนุษย์ไฟวันนี้แหละจะเป็นชัยชนะของข้า !"
"โถ่ ๆ คุณบองเอาแต่ชวนตีทุกวันแต่ก็ไม่เคยชนะเลย น่าสงสารจริง ๆ" เซนขยิบตายิ้มอย่างมีเลศนัยแค่เห็นก็รู้สึกได้ถึงความปั่นประสาท
"เหอะกลัวก็บอกมาเถอะเจ้ามนุษย์ไฟ แล้วก็ทำไมข้าต้องชื่อบองด้วยวะ !" กำปั้นอันใหญ่โตกำลังผสานดันกับเซนไม่มีใครยอมใครท่ามกลางสายตาอันน่าสังเวชของพวกซึฮากิ
หญิงสาวผมยาวถึงหัวไหล่ชำเลืองมองไกลออกข้างนอก แววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความมุมานะแฝงไปด้วยเจตนาบางอย่างอีกทั้งยังลับคมไม้ที่หักมาจากเตียงเพื่อใช้เป็นอาวุธอีกด้วย
"เจ้าพวกโง่นั่นเอาแต่เล่นกันไปวัน ๆ แต่ทำไมถึงเลเวลสูงขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่ฉันพยายามฝึกตามที่สำนักบอกมาตั้งกี่ปีแต่ก็ยังก้าวข้ามเลเวลสามไม่ได้" เสียงเดาะลิ้นแสดงความหงุดหงิดไม่พอใจพลางนึกถึงความยากลำบากในการฝึกของตนที่ผ่านมา
"ว่าใครเจ้าโง่นะ"
"กรี๊ด !" เสียงของซึฮากิที่เอ่ยขึ้นดังจากข้างบนทำเอามีดที่ทำจากไม้หลุดมือ
"ก-แก"
"โห...เดี๋ยวนี้หาอาวุธใหม่ได้อีกแล้วสินะ ก้อนหน้านี้ก็ใช้ก้อนหินแต่ก็ซ่อนได้ไม่มิด มาคราวนี้ถึงกับแงะไม้ที่เตียงเอามาเหลาเลยสินะ" ซึฮากิกระโดดลงมาจากฝ่าสอดสายตายิ้มเยาะมองสาวน้อยผู้นี้
"อ-เอ่อ ฉันแค่จะหาอาวุธไว้ป้องกันตัวน่ะ...เผื่อเจอสัตว์ป่าหรืออะไรพวกนั้น" เธอตีหน้าซื่อฝืนยิ้มออกมาขณะที่เอื้อมมือไปเก็บมีดนั่น
"อ้อเหรอ? เข้าใจละงั้นเอาเจ้านี่ไป" ซึฮากิโยนมีดสั้นที่เขาใช้ให้กับหญิงสาวผู้นั้น
เธอรับมันไปท่าทางมึนงงมองตาของซึฮากิเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
"ให้จริง ๆ เหรอ?"
"เอาสิมันก็แค่มีดธรรมดาไม่ใช่อาวุธเวท...ใช้มันได้ตามสบายเลย"
ซึฮากิหันหลังเดินกลับออกไปไม่ได้ระวังตัวแต่อย่างใด
ตอนนี้แม้แต่คิโนริก็ไม่เป็นปัญหากับนักฆ่าแบบนั้นแล้ว ถ้าหากไม่ถูกพิษหรืออาวุธเวทก็สามารถต่อกรได้สบาย ๆ
"พี่กิ !" เสียงใสเล็ก ๆ ของคิโนริตะโกนเรียกด้านนอกบ้านพร้อมกับเพื่อน ๆ ของเธอ
เขาส่งยิ้มและโบกมือตอบกลับไปเร่งฝีเท้าตามออกไปข้างนอกไปยังลานฝึกที่พวกเขาสร้างขึ้น ที่นั่นยังมีโค มังกี้ คานะและเซนนั่งรอดูอะไรบางอย่างใจจดใจจ่อ
"ทุกคนคงใช้มานาก่อรูปได้แล้วสินะ งั้นมาขั้นต่อไปกันเลยดีกว่า" ซึฮากิวาดมานาเป็นรูปทรงกลมที่มีช่องว่างตรงกลางคล้ายกับห่วงยางและทำให้มันเห็นภาพชัดขึ้นด้วยการแปลเปลี่ยนส่วนขอบเป็นมานาแบบเสริมกำลังทำให้เห็นชั้นการแบ่งชัดเจน
"โห..." พวกเด็ก ๆ ต่างก็ตาโตเปล่งประกายจ้องมองไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว
ระหว่างที่พวกเขากำลังร่ำเรียนการควบคุมมานาหญิงสาวคนนั้นก็แอบตามมาด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ไม่ไกล
"ดูเหมือนจะมีคนอยากเรียนด้วยแฮะ" ซึฮากิชายตามองไปหาเธอทำให้คนอื่น ๆ มองตามไปเช่นกัน
"พี่วีด้าจะเรียนด้วยเหรอคะ !" คิโนริวิ่งหน้าตั้งไปจูงมือวีด้าออกมา แม้เธอจะตกใจเพราะถูกจับได้แต่ก็ต้องตามน้ำมาด้วยโดยไม่เต็มใจนัก
"สวัสดีจ้าเด็ก ๆ" เธอปั้นหน้ายิ้มได้อย่างเป็นธรรมชาติเข้าร่วมการฝึกเวทมนตร์กับพวกเขา
พวกเขามีอะไรแปลก ๆ ทั้งการก่อสร้างและการทำงานหลาย ๆ อย่าง ตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนที่เราได้มาอยู่ที่นี่ก็เห็นพัฒนาการของบ้านอย่างรวดเร็ว วีด้าเหม่อมองหน้าซึฮากิพลางทำมือขยับตามแต่ก็ไม่ได้ก่อรูปมานาขึ้นมา
"อ้าว ๆ ลืมไปเลยว่าวีด้ายังคุมมานาขั้นพื้นฐานไม่ได้ งั้นให้คิโนริไปสอนแล้วกัน"
"รับทราบค่ะ" คิโนริลุกยืนตัวตรงพาวีด้าไปนั่งฝึกควบคุมมานากันสองคน
ทำไมเราต้องมาทำอะไรแบบนี้ เธอนึกไตร่ตรองถึงเหตุผลที่ตนนั้นมาที่แห่งนี้ เป้าหมายที่ต้องสังหารองค์ชายยูกิค่อย ๆ เริ่มจางหายไปพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยใจจริงของพวกเด็ก ๆ ตัวน้อย
"พี่วีด้าต้องมีสมาธินะไม่งั้นมันจะกระจายออก" คิโนริส่งต่อสิ่งที่ซึฮากิได้สอนให้กับพี่สาวคนนี้ไม่มีจุดขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่คำเดียว
"ขอบใจจ้าพี่จะพยายาม" ให้ตายสิเราต้องมาเรียนอะไรพวกนี้อีกนานแค่ไหน
หลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงในที่สุดกลุ่มก้อนมานาที่เธอได้ร่ายออกมาเป็นครั้งแรกร่องลอยอยู่กลางอากาศทำให้เธอยิ้มปริ่มออกมาทันทีโดยไม่รู้ตัว
มานามันสวยงามขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะทำไมเราถึงไม่เคยรู้สึกถึงมันได้เลย
"เก่งมากค่ะพี่วีด้า" คิโนริฉีกยิ้มแย้มปรบมือให้กับความสำเร็จครั้งแรกของวีด้าเล่นเอาเธอเขินอายจนแก้มแดงไปเลย
ทำไมเราต้องมาดีใจอะไรกับเรื่องแค่นี้ด้วยล่ะ ยังไงก็เถอะคิดผิดแล้วที่สอนเวทมนตร์ให้เดี๋ยวมันจะสนองกลับไปหาแกเองเจ้าซึฮากิ วีด้าจ้องมองไปยังซึฮากิยิ้มอย่างมีเลศนัยออกมาไม่รู้ตัว
"ค่อย ๆ สร้างมานาก้อนกลมขึ้นมาจากนั้นก็สอดแทรกมานาอีกหนึ่งที่มีรูปทรงเป็นทรงกระบอก เราจะสร้างมิติให้กับมานามากขึ้นไม่ใช่เพียงแค่เรียกมันออกมาหรือควบคุมการเคลื่อนไหวแต่เราจะปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของมัน"
กลุ่มก้อนมานาที่ค่อย ๆ ขยับเขยื้อนอย่างกับมันมีชีวิตกลายเป็นรูปทรงต่าง ๆ เด็ก ๆ ต่างก็นั่งมองกันตาไม่กะพริบส่วนเซนก็นั่งหลับน้ำลายไหลไปแล้ว
นี่มัน...เวทระดับสูงแบบที่พวกผู้บริหารใช้กันนี่นา พวกเขาสามารถสอนอะไรแบบนี้กับเด็กตัวเล็ก ๆ ได้ด้วยเหรอ? เจ้าหมอนี่จะแปลกเกินไปแล้ว
"ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ฉันขอตัวไปฝึกส่วนของตัวเองก่อนแล้วกัน...จะมานั่งเฉยก็คงไม่ได้อะไร"
ซึฮากิเดินเท้าไปยังแม่น้ำที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรเขาทิ้งร่างโคลนไว้คอยสังเกตการณ์พรรคพวกของเขา เสียงน้ำไหลผ่านในบางครั้งก็มีเสียงปลากระโดดขึ้นมาเหนือน้ำก่อนจะแหวกว่ายต่อไปรวมทั้งกิล่นอากาศบริสุทธิ์แค่ได้มานั่งเล่นอยู่แถวนี้ก็มีความสุขแล้ว
หลังจากที่ค้างอยู่เลเวลหกเราก็แทบจะไม่ได้ฝึกอะไรเพิ่มเลย ทั้งการควบคุมมานา พลังเวท พลังกายหรือแม้แต่ความรู้ทั่ว ๆ ไปทุกอย่างเรากำลังหยุดอยู่กับที่
ซึฮากิหลับตาลงเอาผ้าปิดตาไว้ ภายในเป้ที่แบกมามีอุปกรณ์หลาย ๆ อย่างช่วยในการผูกมัดจับและเขาก็เอาก้อนหินที่ใหญ่พอเหมาะกับแขนขามัดติดไว้ถ่วงน้ำหนักให้มากที่สุด
เราคงต้องฟื้นฟูประสาทสัมผัสสักหน่อย ซึฮากินั่งลงริมลำธารเงี่ยหูฟังทุกสิ่งรวบตัวเขานั่งอยู่เช่นนั้นจนฟ้ามืดแต่เพราะปิดตาไว้จึงไม่รู้ว่าพระอาทิตย์ตกแล้ว
น้ำไหลช้าลงสินะ ลมเปลี่ยนทิศไปทางเหนือมีกลิ่นของดินแบบนี้ฝนคงตกในไม่ช้า...เราคงต้องกลับแล้วสิ
หลังจากนั้นไม่นานลมฟ้าอากาศก็เริ่มโหมกระหน่ำตกหนักในรอบหลายสัปดาห์รวมทั้งยังมีเมฆฟ้าผ่าฟ้าร้องสร้างความกลัวให้กับพวกคิโนริไม่น้อย
ปกติอากาศก็เริ่มจะหนาวมากแล้วแถมยังมีฝนตกอีก ตกลงว่าเดือนนี้มันฤดูอะไรกันแน่เนี่ย ซึฮากิยังคงนั่งตากฝนอยู่เช่นนั้นไม่กระดิกไปไหนวิสัยทัศน์ก็แทบจะเป็นศูนย์แต่มันไม่ได้มีผลอะไรกับซึฮากิที่ปิดตาอยู่ เขายังอาศัยการฟังเสียงเพื่อรับรู้สิ่งรอบข้างและทันใดนั้นก็มีเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวอย่างกับมันผ่าลงตรงหน้าเขา
ฟ้าผ่าถือเป็นสิ่งที่รุนแรงที่สุดเท่าที่มนุษย์พบเจอมา พลังงานมากมายมหาศาลของมันสามารถสร้างกระแสไฟได้จำนวนมากแต่การนำมาใช้ก็ยากเช่นกัน แต่สำหรับโลกนี้การนำฟ้าผ่ามาใช้งานก็อาจจะเป็นไปได้โดยฝช้เวทมนตร์ช่วยเหลือ
ซึฮากิยังคงสงบนิ่งแม้จะมีสะดุ้งเล็กน้อยแต่เขาก็ยังควบคุมสติได้เป็นอย่างดี ปล่อยให้ฝนได้พัดผ่านร่างกายจนเปียกชุ่ม น้ำที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นและทะลักออกมาหาซึฮากิท่ามกลางความมืดที่ไม่รู้ว่ามีมอนสเตอร์หรือสัตว์อสูรอยู่หรือไม่
"เจ้าบ้านั่นจะนั่งไปถึงไหน..." เสียงจิกกัดของวีด้าที่เอ่ยมาด้วยมาด้วยความหงุดหงิดพร้อมกับเดาะลิ้นส่งเสียง เธอแอบตามซึฮากิมาตั้งแต่ตอนกลางวันและเฝ้ารอคอยช่วงเวลาเพื่อจัดการกับเขาแต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรได้จนเวลาล่วงเลยมาเรื่อย ๆ
เขาไม่ทำอะไรมาเกือบเจ็ดชั่วโมงแล้วนะเฮ้ย จะบ้าก็ให้มันมีขอบเขตหน่อยดีแค่ไหนแล้วที่ฟ้าไม่ผ่าลงหัว เธอหวนนึกถึงเมื่อตอนที่ฟ้าผ่าลงมาตรงหน้าแทบจะช็อกตายน้ำตาซึมออกมาไม่รู้ตัวแต่ก็ต้องกัดฟันเงียบไว้ไม่ให้ซึฮากิรู้ตัว
ดูเหมือนเธอจะเริ่มหมดความอดทนแล้วสินะ
"เลิกแอบมองได้แล้ว ฉันรู้อยู่นะว่าอยู่ตรงนั้น" ซึฮากิเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเฉยชาและถอดผ้าปิดตาออก
เสียงฝีเท้าก้าวออกมาจากด้านหลังต้นไม้ใหญ่พร้อมด้วยรอยยิ้มเจื่อนเบือนหน้าหนี
"รู้อยู่แล้วเหรอ?" ตัวที่กำลังสั่นเทาไม่รู้ว่าเพราะความหนาวจากฝนหรือความกลัวที่มีต่อซึฮากิกันแน่แต่เธอก็ยังเดินเข้าหาโดยที่ยังไม่ลดการป้องกันสักวินาทีเดียว
"ใช่...ฉันรู้ตั้งแต่ตอนแรกแล้ว" ซึฮากิตอบกลับขณะที่กำลังเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเป้
แววตาของวีด้าจ้องเขม็งราวกับกำลังโกรธแค้นจนอยากจะฆ่าให้ตายเสียตรงนี้
"เฮ้อ...ก็ได้ ๆ ทำไมถึงจงใจปล่อยฉันไว้"
"ก็แค่...แรงงานน่ะ ขอแค่เธอทำงานเธอก็จะได้โอกาสมีชีวิตรอด หรือว่าเธอไม่อยากจะมีชีวิตฉันก็สามารถสงเคราะห์ให้ได้นะ"
"ไม่ ๆ แต่ยังไงก็เถอะฉันไม่เชื่อสิ่งที่นายพูดทั้งหมดหรอก ไม่มีคนปกติที่ไหนที่รับนักฆ่าที่จะมาฆ่าตัวเองมาทำงานหรอก"
ซึฮากิหยุดชะงักก่อนจะเดินข้ามผ่านตัววีด้าไปไม่กลัวมีดที่เธอกำลังจะชักออกมาเลยแม้แต่น้อยอีกทั้งยังยื่นมือขึ้นมาวางบนไหล่
"ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอ? พวกเราแค่ต้องการสถานที่ที่สามารถอยู่ได้อย่างสงบสุขแต่มันก็คงเป็นได้แค่ฝัน อย่างน้อยก็ขอแค่ที่ที่พร้อมพักพิงให้กับเด็ก ๆ ให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตของตัวเองได้ ฉันจำเป็นต้องหาคนงานเพิ่มเพื่อสร้างมันยังไงล่ะ"
เหอะ ทำเป็นพูดดีไปเดี๋ยวสำนักมนตร์ดำก็น่าจะส่งหน่วยใหม่มา ถึงตอนนั้นเมื่อไหร่ก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย เธอฉีกยิ้มเยาะออกมาไม่สนใจภาพลักษณ์ที่ปกปิดไว้เหมือนอย่างเคยแต่ซึฮากิกลับถอนหายใจสั้น ๆ ยิ้มอ่อนเป็นการตอบรับ
คงจำใจรอพรรคพวกสินะ แต่ถ้าสำนักมนตร์ดำเป็นสถานที่ที่สร้างนักฆ่าขึ้นมา พวกเขาคงเห็นระดับปลายแถวเป็นเพียงหมากที่ใช้แล้วทิ้งเท่านั้นแหละ
"เธอจะหนีออกไปก็ได้แท้ ๆ แต่ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่ล่ะ?"
"ฉันก็แค่-"
"แค่อยากจะทำภารกิจสังหารองค์ชายยูกิให้ลุล่วง...สินะ" ซึฮากิพูดขัดเสียก่อนที่วีด้าจะแก้ตัว
กลุ่มก้อนมานาที่ซึฮากิร่ายออกมาค่อย ๆ บิดตัวเปลี่ยนรูปร่างของมันเป็นดั่งร่มคันยักษ์ปกป้องพวกเขาสองคนจากสายฝน
"ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอจะทำอะไรเพราะฉะนั้น...ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งหรือเล่นละครต่อหน้าฉันก็ได้"
เมื่อวีด้าได้ยินเช่นนั้นเธอก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างกับคนบ้า ปลดปล่อยอารมณ์ที่เก็บกดไว้ไม่เหลือความอ่อนน้อมที่เคยมีอีก
"เหอะ รู้อยู่แล้วก็ไม่บอกปล่อยให้ฉันแกล้งเล่นเป็นคนดีตั้งนาน" คมมีดสั้นที่เธอได้รับจากซึฮากิกำลังจ่อคอของเขาอยู่
"เธอไม่ทำหรอก ทำไมน่ะเหรอ...เธอก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้" เขาใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางหนีบคมมีดของวีด้าดันออกไปช้า ๆ
"เวรเอ๊ย ! ท-ทำไมถึง..." น้ำเสียงของเธอกระตุกเล็กน้อยแต่เมื่อตั้งสติได้อีกทีร่างกายก็ไม่สามารถขยับได้ตามใจราวกับกำลังสั่นกลัวแววตาอันเฉยชาของซึฮากิ
"เข้าใจความต่างของเลเวลและทักษะหรือยังล่ะ? ฉันสามารถยกระดับฝีมือของเธอให้สูงขึ้นได้แต่ต้องแลกมากับแรงงานขยันขันแข็ง ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะ...เธอจะยอมตกลงร่วมมือหรือไม่?"
"แล้วคิดว่าฉันมีทางเลือกอื่นด้วยเหรอ ดูจากที่นายจงใจให้ฉันแอบตามมาแสดงว่าอยากจะเจรจาแบบตัวต่อตัวสินะหรือว่าจะฆ่าปิดปากไปเลยล่ะ เหอะ...จะอะไรสุดท้ายฉันก็แค่ลูกไก่ในกำมืออยู่แล้วนี่นา" ท่าทางประชดประชันกอดอกกระแทกเสียง
"คิดมากน่า เธอเห็นฉันเป็นคนยังไงดูจะเป็นผู้นำที่ดีออก แจกจ่ายทรัพยากรอย่างเหมาะสมบุคลากรภายใต้การดูแลก็ได้ทำงานที่ถนัดความปลอดภัยก็หายห่วงได้แถมยัง"
ซึฮากิเหลือบไปเห็นบางสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวไปมาท่ามกลางสายฝนทะมึนดำมืด
"ดูเหมือนเราต้องกลับกันแล้วล่ะ ถ้ายังอยู่ต่อคงไม่สะดวกสักเท่าไหร่"
"เออ..."
พวกเขาเดินผ่านป่าอันมืดมิดท่ามกลางสายฝนแม้จะมีร่มมานาของซึฮากิแต่ก็โดนเม็ดฝนกระทบกับพื้นกระเด็นใส่อยู่ดี
"พี่กิไปไหนมาคะ? เปียกขนาดนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก" คิโนริรีบหยิบเอาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ให้กับซึฮากิทันทีทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เปียกโชกอะไรขนาดนั้น
"ขอบใจมาก แล้วก็เอามาให้วีด้าด้วย" ซึฮากิขอบคุณด้วยการลูบหัวของเธอจนหางอันฟูฟ่องขาวบริสุทธิ์กระดิกตาม
"นี่ค่ะพี่วีด้า" คิโนริวิ่งแจ้นออกไปเอาผ้าเพิ่มทันที
"ขอบใจจ้ะ" วีด้าปั้นหน้ายิ้มออกมาได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนจะแยกตัวกลับห้องของตัวเองไป
"พี่เขาจะไม่สบายไหมนะ?" เธอส่งสายตาอันเศร้าสร้อยมองตามแผ่นหลังของวีด้า
"พี่เขาไม่เป็นอะไรหรอกน่า เธอกลับไปนอนได้แล้ว"
"ค่ะ..."
หลังจากคิโนริกลับห้องไปพวกเซนที่แอบมองอยู่ก็โผล่หัวออกมาเหมือนรอให้คิโนริได้ทักทายซึฮากิเรียบร้อยเสียก่อน
"แหม่ ๆ ทีกับพวกเด็ก ๆ พูดดีเชียวแต่กับพวกเราดันเย็นชาใส่อีกหรือจะบอกว่าเป็นพวกซึน- อ๊าก !" ฝ่ามือของซึฮากิสับลงหัวเซนก่อนจะพล่ามอะไรไปเรื่อย
"ฮึ ๆ จะว่าไปทำไมถึงกลับมาช้าจังเลยล่ะ ปกติพอฟ้ามืดก็เข้าบ้านแล้วแท้ ๆ หรือว่านายกับวีด้ามีซัมติงกั- อ๊าก !" คานะเองก็โดนฝ่ามือสับหัวเช่นกันลงไปนั่งคู่กับเซนทันทีทันใด
"เรื่องที่เธอเป็นนักฆ่ายังไม่ได้บอกพวกเด็ก ๆ สินะ แล้วนายคุยอะไรกับเธอล่ะ?" สเตล่าถึงกับส่ายหัวให้กับการท่าทางที่หงอยเป็นหมานั่งนิ่งของพวกเขาทั้งคู่
"ฉันคุยกับเธอเรื่องการทำงานเนี่ยแหละ ถ้าเธอยอมเข้าพวกกับเราก็จะได้มีชีวิตรอดแต่ต้องทำงานไปด้วย ส่วนเรื่องเด็ก ๆ ปล่อยไว้ดีกว่าเพราะเธอคนนั้นไม่ได้มีเจตนาฆ่ากับพวกเขาเลยสักนิด"
"งั้นเหรอ...ถึงจะถามช้าไปก็เถอะแต่เธอมาจากองค์กรไหนล่ะ? ฉันก็ค่อนข้างรู้จักเรื่องนักฆ่าเยอะน่าจะพอช่วยได้"
"เธอมาจากสำนักมนตร์ดำน่ะ เท่าที่ดูเธอก็เหมือนกับนักฆ่าหรือว่าจะเป็นคนในองค์กรเหมือนกัน?" ซึฮากิชายตามองหน้าสเตล่าเอ่ยออกมาเหมือนกำลังสงสัยในตัวเธอ
สเตล่าสะดุ้งจนตัวไปชนกับกำแพงกำมือไว้แน่นราวกับกำลังระบายความรู้สึกลงไปที่มันจนเล็บจิกเลือดออก
"สำนักมนตร์ดำสินะ...ถ้าพวกสารเลวนั่นฉันก็ไม่ค่อยรู้นักหรอก" สเตล่าหันหลังเดินกลับห้องไปทิ้งความสงสัยให้กับพวกเซนเสียอย่างงั้น
"ประจำเดือนมาหรือเปล่านะ?" เซนกระซิบคุยกับคานะสองคน
"ช่างเถอะอย่าพึ่งกวนประสาทเธอละกันเดี๋ยวจะโดนเล่นเอา" คานะตอบรับท่าทางสงสัยไม่ต่างอะไรกับซึฮากิ
ทักษะการลอบสังหารของเธอก็สูงกว่าวีด้ามากโข เธออาจจะอยู่ในองค์กรที่เป็นศัตรูกันก็ได้ที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คงเป็นเช่นนั้นแหละ
"กลับไปนอนกันเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะเริ่มงานใหม่ละ"
"เออ ! งานอะไรก็จัดมาเลยครับ"
และแล้วค่ำคืนที่หนาวเย็นจากพายุฝนที่พัดผ่านทำให้พวกเขานอนกลับแทบจะไม่อยากตื่นอีกเลย
16 ธันวาคม พ.ศ.2575
รุ่งเช้าวันต่อพื้นดินเต็มไปด้วยน้ำที่กองรวมกันเป็นแอ่ง ๆ ทั่วเมือง อีกทั้งยังกลายเป็นดินเหนียวติดเท้าสร้างความน่ารำคาญและความสกปรกไม่มีหยุด
"หนาวก็หนาวแถมอากาศยังเย็นชื้นอีก ฉันไม่อยากจะออกมาจากห้องเลยสักนิด" เซนใช้แขนทั้งสองข้างกอดตัวเองให้กับอบอุ่นด้วยร่างกายที่กำลังสั่นระริกเพราะความหนาว
"วันนี้ฉันจะไปที่เมืองซื้อวัสดุอุปกรณ์เพิ่ม มีใครจะไปด้วยไหม?"
"ไปด้วย ๆ" เซนตะโกนออกนอกหน้าแทบจะทันที
"ว่าแต่นายยังมีเงินอีกเหรอ? ตอนแรกก็ซื้อของมาเยอะมากเลยนะทั้งเสื้อผ้าถ้วยชามกระทะทุกอย่างเลย นายรวยขนาดนั้นเลยหรือยังไง?" คานะเอ่ยทักถามพลางกวาดสายตามองสิ่งรอบข้าง
"เงินน่ะหมดแล้วแต่ฉันกำลังจะไปหาเพิ่มเนี่ยแหละ ของหลาย ๆ อย่างที่ฉันเก็บมามันสามารถเอาไปขายได้โดยเฉพาะพิษอัมพาตกับแอปเปิลเลือด อากาศตอนนี้เหมาะกับการเอาไปขายมาก ๆ เพราะมันชอบอากาศเย็นชื้นไม่งั้นมันจะเหี่ยวเฉาไว"
"ฟังดูก็มีเหตุผลแต่พวกชาวเมืองจะรับซื้อของจากคนแปลกหน้าอย่างเราเหรอ? แล้วเรื่องราคาตลาดแหล่งรับซื้อแถมเรายังดูเหมือนคนนอกรีตไม่มีที่มาที่ไปอีก"
"ไม่ต้องห่วง...ฉันใช้ร่างโคลนไปสำรวจมาหมดแล้วรวมถึงช่องทางการซื้อขายด้วย" ซึฮากิยกกล่องไม้ใบใหญ่ทั้งสองผูกติดกันและแบกขึ้นหลังไปทั้งอย่างงั้น
"ตกลงใครอยากจะไปบ้าง?"
"ฉันไปด้วยละกันต้องคอยคุมเซนไว้เดี๋ยวไปเถลไถลที่ไหนอีก" คานะยกมือพร้อมกับตอบรับ
"มีแค่นี้สินะ งั้นคนที่เหลือก็ไปตรวจสอบสถานที่ทำงานของตัวเองว่ามีอะไรเสียหายไหมแล้วก็ทำงานต่อได้เลย"
"ตามนั้น" โทลพยักหน้าตอบรับเช่นเดียวกับพรรคพวกคนอื่น ๆ
"พวกเราก็รีบไปกันเถอะ เมืองนั้นใช่ว่าจะใกล้ ๆ"
"โอ้ ! ได้ออกไปที่อื่นบ้างก็ดี"
"ฉันอยากหาเสื้อผ้าใหม่ ๆ บ้างทุกวันนี้ใส่อยู่แค่ไม่กี่ชุดเอง" น้ำเสียงที่ดูเศร้าสร้อยคอตกก้มมองดูเสื้อผ้าที่ทั้งเก่าและเต็มไปด้วยรอยฉีกขาด
"อืม...งั้นก็ซื้อมาให้ทุกคนเลยแล้วกันรวมทั้งผ้าห่มจานชามด้วย ไหน ๆ ก็เข้าเมืองทั้งทีก็ต้องซื้อของจำเป็นให้ครบเพราะที่นี่มันหาอะไรพวกนั้นยาก"
พวกเขาเร่งฝีเท้าเดินผ่านป่าลึกออกไปยังเมืองที่ที่พวกเขาได้พบกับโฟลผู้เป็นหัวหน้าสำนักงานกิลด์ที่เมืองแห่งนั้นแต่เมื่อได้รับใช้องค์ชายยูกิเขาก็ล้มเลิกกิจการไปทันที
"เมืองซาฮามีประชากรหลากหลายทำให้วัฒนธรรมการกินการอยู่อาศัยมีมากมาย จะมีพวกที่คุมถิ่นนี้ถิ่นโน้นเพราะฉะนั้นห้ามแยกตัวออกไปเด็กขาด ยิ่งกับพวกจมูกหูตาดียิ่งแล้วใหญ่"
"เข้าใจที่กิพูดนะเซน ห้ามแยกตัวออกไปเด็ดขา-" พูดไม่ทันขาดคำเซนก็หายหัวไปเสียแล้วแถมบริเวณนั้นดันมีผู้คนพลุกพล่านยากที่จะตามตัวเจอ
"เฮ้อ...ฉันฝากเธอไปหาเซนละกันเดี๋ยวฉันจะไปขายของ"
"โอเค...แล้วจะเจอกันที่ไหนล่ะ?"
"ปากทางที่เราเข้ามาก็ได้ที่นั่นเรารู้จักกันหมด"
หลังจากที่แยกย้ายกันไปซึฮากิก็ตรงดิ่งไปยังร้านขายของของสำนักงานกิลด์
ดูเหมือนภายในเวลาไม่กี่เดือนก็มีกิลด์ใหม่มารับช่วงต่อแสดงว่าข่าวเลยกิลด์จะกระจายไปไวมากเลยสินะ
"สวัสดีค่ะคุณลูกค้า มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?" พนักงานต้อนรับที่ทักทายด้วยรอยยิ้มฝืน ๆ เพียงแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้นไม่ได้รู้สึกอะไร
"ผมเอาของมาขาย" ซึฮากิวางกล่องที่ใส่ชิ้นส่วนมอนสเตอร์และแอปเปิลเลือดแยกกล่องไว้เมื่อพนักงานได้เห็นเธอก็รีบไปเรียกผู้จัดการมาตรวจสอบเอง
"ไหน ๆ ขอดูหน่อยสิ...โห ของดีนะเนี่ย" ชายสูงวัยคนนั้นหยิบแอปเปิลเลือดขึ้นมาดูความสวยงามน่ารับประทานของรับของมัน
หลังจากที่คานะได้แยกตัวออกมาเดินหาเซนวุ่นวายไปหมดแต่ก็ยังไม่พบเสียที
เจ้าบ้าเซนมันไปอยู่ไหนวะ คานะหายใจฟืดฟาดเดินลงเท้าเสียงดังไปทั่วเมืองจนสุดท้ายเธอก็ได้เห็นเซนหลังไว ๆ ก่อนจะวิ่งตามไป
"เซน !" เธอตะโกนเรียกแต่ไกลแต่เซนก็ยังเมินเฉยเหมือนกับไม่ได้ยิน
แผ่นหลังที่คุ้นเคยค่อย ๆ หันกลับมาพร้อมกับมือของคานะเอื้อมจับเผยให้เห็นใบหน้าที่โชกไปด้วยเลือดสีแดงสด
"เซน !" เธอตกใจร้องลั่นออกมาอย่างกับฟ้าจะผ่าลงหัวก่อนจะเงียบหายไป
กลับกันทางด้านของซึฮากิก็ได้ซื้อขายเสร็จเรียบร้อยแม้จะใช้เวลานานไปบ้าง
เจ้าแก่นั้นต่อราคายากซะจริง ว่าแต่มานาที่พลุ่งพล่านออกมาเมื่อกี้มันคุ้น ๆ ยังไงชอบกล...อย่าบอกนะว่า
ซึฮากิใช้เวทตรวจจับแผ่ขยายวงกว้างเพื่อตามหาออร่ามานาของพวกคานะรู้สึกได้เพียงเล็กน้อยเพราะอยู่ไกลเกินไปแต่แค่นั้นก็มากพอที่จะให้ซึฮากิตามไปได้
พวกเขาคงไม่เป็นอะไร...ใช่ไหม
[เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย - มีหลักการที่ใช้สังเกตฟ้าผ่าก็คือหลัก 30/30 เมื่อมองเห็นฟ้าแลบจากนั้นไม่เกิน 30 วินาทีก็ได้ยินฟ้าร้องแสดงว่าจะมีฝนฟ้าคะนองเข้ามาใกล้และอยู่ในระยะที่ทำอันตรายได้ หลังจากฝนหยุดแล้วควรรออีก 30 นาทีเพื่อความปลอดภัย]