ตอนที่ 17 พ่อมด?
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เมอร์ลินรู้สึกมึนงงเป็อย่างมากกับสถานการณ์ทั้งหมดที่เขาพึ่งได้เจอ
ไม่ใช่ว่าเขากำลังจะตายอย่างนั้นหรือ? แล้วเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
“ที่นี่คือที่ไหน?”
เด็กน้อยค่อยๆ เหยียดกายของตนเองลุกขึ้นนั่ง แล้วภาพที่เขาเห็นก็คือห้องโถงที่โล่งกว้าง ห้องนี้มีขนาดใหญ่พอๆ กับบ้านของเขา
ภายในห้องแห่งนี้มีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องอำนวยความสะดวกที่ดูแปลกตามากมาย
ที่สำคัญยิ่งกว่าคือที่ห้องแห่งนี้มีชายชราท่าทางใจดีคนหนึ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่
เมอร์ลินกำลังปรับตัวอยู่กับความมึนงงของตนเอง
ชายชราเมื่อเห็นท่าทางของเด็กน้อยก็ไม่ได้คาดคั้นหรือกดดัน เขาปล่อยให้เด็กน้อยปรับตัวอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยตอบออกไป
เขาจ้องมองไปที่ดวงตาสีเงินของเด็กน้อยอย่างสนใจ
ใช่แล้ว ดวงตาสีดำของเมอร์ลินบัดนี้มันได้กลายเป็สีเงิน
สีเงินนี้มันแทบจะกลืนไปกับตาขาวของเขา ทำให้ตอนนี้หากไม่สังเกตมองให้ดีเมอร์ลินก็จะเหมือนกับคนตาบอด ซึ่งนี่เป็สิ่งที่ทำให้ชายชราสนใจ
เพราะในตอนแรกเขาก็ใและคิดว่าเด็กคนนี้จะตาบอดไปเสียแล้ว แต่ท้ายที่สุดเขากลับสามารถมองเห็นได้
เมื่อจ้องมองให้ดีเขาก็พบว่าตาดำของเด็กน้อยเป็สีเงิน นั่นจึงทำให้เขารู้สึกสนใจเด็กคนนี้ขึ้นมา
“นี่คือบ้านของฉัน” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น
“บ้านของคุณ?” เมอร์ลินกล่าวทวนคำพูด ในระหว่างที่เขากำลังเรียบเรียงความคิดอยู่นั้นเขาก็พบว่าเส้นผมของเขานั้นยาวขึ้นกว่าเดิม มิหนำซ้ำผมสีดำของเขานั้นกลายเป็สีเงิน
เขาจับเส้นผมของตนเองขึ้นมามองอย่างสงสัย แล้วเขาก็พบว่าไม่เพียงแค่เส้นผมของเขาเท่านั้นที่เป็สีเงิน แต่เส้นขนในส่วนอื่นๆ ของเขาทั้งหมดนั้นกลายเป็สีเงินไปด้วย
“ผะ ผมขอยืมกระจกของคุณได้ไหม?” เมอร์ลินหันไปกล่าวกับชายชรา
ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของเขาไปอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของเขามากกว่า
“ได้สิ ที่ห้องน้ำนั่นมีกระจกบานใหญ่อยู่” ชายชราชี้ออกไปอย่างใจดี ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจในพฤติกรรมของเด็กน้อย
‘ดูจากท่าทางของเขาแล้ว เหมือนว่าเด็กคนนี้จะพบกับเื่ที่ไม่คาดคิดมา ไม่แปลกใจเลยที่ฉันเข้าไปพบเขาที่นั่น บางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนั้นก็เป็ได้’ ชายชราคิดในใจ
เขาจ้องมองท่าทางที่ดูแตกตื่นของเด็กน้อยที่กำลังเดินไปยังห้องน้ำ
เมอร์ลินแม้จะประหลาดใจกับข้าวของที่อยู่ในห้องนี้อยู่บ้าง เขาพบว่าบ้านของชายชราคนนี้ดูจะร่ำรวยไม่น้อย มันเป็บ้านสองชั้นที่มีห้องโถงใหญ่ ซึ่งห้องโถงแห่งนี้มีเพดานจรดชั้นสอง
แม้เมอร์ลินจะพูดว่าที่นี่ใหญ่โต แต่มันก็ไม่ได้ใหญ่เหมือนคฤหาสน์ แต่มันเป็บ้านที่มีพื้นที่กว้างระดับหนึ่งเท่านั้น
แถมฟอร์นิเจอร์หลายอย่างแม้ไม่ได้ดูหรูหรา แต่ก็มีรูปทรงแปลกตาที่เมอร์ลินไม่เคยเห็นมันมาก่อน
เมอรลินเข้าไปที่ห้องน้ำตามที่ชายชราบอก แล้วเขาก็ใเป็อย่างมากกับสภาพของตนเอง
“นี่มันเป็ไปได้ยังไงกัน?”
เขามองภาพของตนเองในตอนนี้ผ่านกระจกบานใหญ่ซึ่งสามารถมองเห็นได้ทั้งตัว
ภาพที่เขาเห็นก็คือเด็กชายผมยาวที่ดูแปลกตา เส้นผมสีเงินตรงยาวถึงกลางหลังสะท้อนกับแสงไฟทำให้เกิดประกายที่น่าอัศจรรย์ ดวงตาสีเงินสะท้อนแววตาที่ยากจะหยั่งถึง แต่นอกจากเส้นผมและตาดำที่เปลี่ยนสีไปแล้ว ใบหน้าและรูปร่างของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมแต่อย่างใด
เขาอึ้งตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวออกมาว่า “โชคดีที่ใบหน้าที่หล่อเหลาของฉันไม่เปลี่ยน ... แถมสีผมสีนี้ยังขับให้ฉันหล่อเหลายิ่งกว่าเดิม”
ท่าทางของเขาดูภูมิใจเป็อย่างมากกับรูปลักษณ์ของตนเอง
เดิมทีเขาก็มักจะมีท่าทางแบบนี้อยู่บ่อยๆ ในทุกครั้งที่เขาได้ส่องกระจก
แต่แล้วเขาก็ส่ายศีรษะและจับที่ใบหน้าของตนเองแรงๆ ทีหนึ่ง
เขารู้สึกเจ็บ
“นี่ไม่ใช่ความฝัน แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน?”
แต่แล้วเสียงของชายชราก็ดังขึ้น
“ฉันเป็คนพาเธอมาที่นี่เองแหละ เอาล่ะ ดูเหมือนว่าเราจะสามารถมานั่งคุยกันดีๆ ได้แล้ว” ชายชรากล่าวด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม
“ครับ” เมอร์ลินพยักหน้า
แล้วทั้งสองก็พากันไปนั่งที่โต๊ะ
ชายชรานำนมอุ่นๆ มาวางไว้ตรงหน้าของเมอร์ลิน
“ดื่มซะสิ”
“นม? นี่มันนมจริงๆ ใช่ไหม?” เด็กน้อยกล่าวด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม
ชายชราเลิกคิ้วขึ้นแล้วพยักหน้า
“ใช่สิ มันคือนมที่ฉันพึ่งต้มมาเมื่อกี้ ทำไมหรือเธอไม่อยากดื่มมัน”
“ดื่ม ดื่มสิ ... ผมจะดื่มมัน”
นมไม่ใช่สิ่งที่บ้านของเขาจะหาซื้อได้ง่ายๆ เนื่องจากสถานที่เมอร์ลินเป็พื้นที่ที่มีอากาศหนาว การทำปศุสัตว์นั้นค่อนข้างยาก เพราะไม่ค่อยมีทุ่งหญ้าให้สัตว์หากิน มีบ้างที่บางคนเลี้ยงแพะ ดังนั้นนมจึงเป็สิ่งที่หายากและมีราคาสูง ชาวบ้านทั่วไปอย่างเมอร์ลินจึงไม่ค่อยจะได้ดื่มมันมากนัก
เมอร์ลินถึงกับดื่มนมจนหมดในคราเดียว
เออ ...
เด็กน้อยเร่อออกมาอย่างไม่เกรงใจ
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ชายชราหัวเราะกับท่าทางนี้
“ถ้าเธอยังไม่อิ่ม ฉันเอามาเพิ่มได้นะ”
“ไม่ครับ ไม่เป็ไร แค่นี้ผมก็ขอบคุณคุณมากแล้ว”
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็บอกฉันมาสิว่าเธอไปอยู่ที่โบราณสถานกลางป่าได้อย่างไร?” ชายชราเอ่ยถาม
“โบราณสถาน? คุณกำลังพูดถึงที่ไหน?” เมอร์ลินเอ่ยอย่างสงสัย
“ฉันไปพบเธอนอนสลบอยู่ที่นั่น ก่อนที่ฉันจะพาเธอมาที่นี่ อย่าบอกนะว่าเธอจำอะไรไม่ได้เลย”
“ถ้าคุณพูดถึงเื่โบราณสถาน บอกตามตรงว่าผมไม่รู้จักมัน แต่ผมสามารถเล่าเื่ที่ผมเคยเจอมาก่อนหน้านี้ได้”
ชายชราที่ได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้า
ท่าทางของเขาเหมือนนักปราญช์ผู้ทรงภูมิ แววตาดูฉลาดและมีเหตุผล ดังนั้นเขาจึงสามารถรับมือกับเด็กน้อยตรงหน้านี้ได้อย่างใจเย็น
“เล่ามาสิฉันจะฟัง”
เมอร์ลินมีท่าทางลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่มั่นใจ
แม้เขาจะรู้สึกขอบคุณและให้ความเชื่อใจกับชายชราไปไม่น้อย แต่เขาก็ไม่มั่นใจที่จะพูดเื่ทั้งหมดออกไปอยู่ดี
“คุณหวาดกลัวในเวทมนตร์ไหม?”
สถานที่ที่เขาเคยอยู่นั้นไม่สามารถรับในเื่ของเวทมนตร์ได้ เมอร์ลินจึงไม่มั่นใจว่าจะสามารถเล่าเื่ทุกอย่างตามจริงออกไปได้
แต่แล้วชายชราก็ะเิเสียงหัวเราะออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ... เด็กน้อยทำไมฉันต้องหวาดกลัวในเวทมนตร์ด้วย”
แล้วตอนนั้นเองเมอร์ลินก็เห็นในสิ่งที่ทำให้เขาต้องตกตะลึง เมื่อข้าวของต่างๆ ได้ลอยขึ้นกลางอากาศและเคลื่อนไหวตามเสียงหัวเราะของชายชรา
“คุณคือพ่อมด?” เมอร์ลินกล่าวด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง