ถึงแม้จะเป็ฤดูร้อน แต่เรือนเล็กกลางป่าไผ่นี้กลับไม่ได้ร้อนมาก มีลมเย็นๆ พัดมาเบาๆ เมื่อพัดมาโดนตัวก็ทำให้รู้สึกเย็นสบายเป็อย่างมาก หนานกงอี้เอ๋อร์เอนกายลงบนเก้าอี้ หลับไปด้วยความเย็นสบายของสายลมที่พัดมา พักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง พอเห็นสีท้องฟ้าเปลี่ยนเป็ยามอู่แล้ว ่นี้เป็่ที่การเดินตรวจตราตอนกลางวันหละหลวมมากที่สุด
คาดว่าเสี่ยวตงที่อยากเห็นใบหน้าที่แท้จริงของนางกำลังทำงานอย่างหนัก คงไม่กลับมาพักกลางวัน น่าจะกลับมาอีกทีคือ่มื้อเย็น ดังนั้น่นี้คือ่เวลาที่ดีที่สุดของหนานกงอี้เอ๋อร์ในการแอบไปสำรวจป่าไผ่
แอบออกจากรูใต้กำแพงอย่างเงียบเชียบ สิ่งที่เห็นคือป่าไผ่ที่กระจัดกระจาย ยังมีร่องรอยที่นางกับเสี่ยวตงมาตัดออกไปในวันนั้น ป่าไผ่พวกนี้อยู่ห่างจากรั้วกำแพงเพียงแค่สองวา เมื่อเท้าย่ำลงบนหญ้า หนานกงอี้เอ๋อร์ก็เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ไม่ไกลจากตรงหน้าจะเห็นว่ามีป่าไผ่ที่ดูหนาแน่นมาก ขณะที่หนานกงอี้เอ๋อร์กำลังเดินไปที่รอยต่อระหว่างป่าไผ่ที่กระจัดกระจายกับป่าไผ่ที่หนาแน่น ฉับพลัน นางก็หยุดเดิน
นางไม่คิดว่าจะเจอพืชที่คุ้นเคยและหายากมากที่นี่--ต้นลำโพงกาสลัก จากการแนะนำยาสมุนไพรในยุคปัจจุบัน พืชต้นนี้เป็ยาชาพื้นบ้านขนานหนึ่ง ทุกส่วนของต้นล้วนมีพิษ ส่วนของใบ ดอก และเมล็ด ล้วนนำมาทำเป็ยาได้
อีกทั้งยังมีอีกหลายต้น ทำให้นางสามารถใช้ศึกษาในการทำยาได้ ตอนนี้พืชนี่ทำให้นางมีความสุขมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อก่อนนางเคยเห็นต้นลำโพงกาสลักแค่ในหนังสือ แต่ตอนนี้มาอยู่จริงๆ ตรงหน้าแล้ว ช่างน่าตื่นเต้นเสียจริง ถ้าหากใช้มันในการรักษาคนไข้ เช่นนั้น เงินก็คงเข้ามาไม่ขาดแล้ว
เมื่อมองเข้าไปที่ป่าไผ่ เหมือนไม่มีสิ่งลึกลับใดอีกแล้ว มีเพียงป่าไผ่กระจัดกระจายกับป่าไผ่หนาแน่น นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรที่ทำเงินได้มากกว่านี้อีกนางเดินมาตั้งไกล เท้าก็เริ่มเจ็บแล้วด้วย ยังดีที่มีต้นลำโพงกาสลักที่น่ารัก รอประเดี๋ยวนางจะลงมือจัดการมัน
ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดหนานกงอี้เอ๋อร์ก็สามารถใช้เครือเถาวัลย์มัดต้นลำโพงกาสลักไว้ได้เรียบร้อย ถ้าถามว่านางใช้วิธีใดถึงสามารถเด็ดดอกลำโพงกาสลักที่มีพิษอยู่เต็มต้นได้ คำตอบก็คือการใช้ไม้ไผ่ที่แหลมบางนี้อย่างไรเล่า เนื่องจากโดยทั่วไป รากของต้นลำโพงกาสลักไม่ได้ลึกมากนัก เพียงขุดดินลงไปเล็กน้อยแล้วใช้ไม้ไผ่คีบขึ้นมาก็เป็อันเสร็จ ซึ่งอันที่จริงมันเป็วิธีที่ง่ายมาก
แต่เนื่องจากมันมีจำนวนมาก หนานกงอี้เอ๋อร์จึงรู้สึกเหนื่อยจนแทบไม่ไหว สุดท้ายทำได้เพียงลากต้นลำโพงกาสลักพวกนี้กลับไป
เมื่อกินมื้อเย็นกันเสร็จแล้ว เสี่ยวตงก็จัดการเก็บจานออกไปอย่างรวดเร็ว ครู่ต่อมายกอ่างล้างหน้าเข้ามา เผยยิ้มกรุ้มกริ่มพร้อมพูดว่า “คุณหนู รีบมาล้างหน้าเถิด เสี่ยวตงอยากเห็นจะแย่แล้ว”
หนานกงอี้เอ๋อร์ยิ้มอย่างมีแผนการ เอ่ยว่า “ได้สิ แต่เ้าต้องรับปากข้าก่อนหนึ่งอย่าง มิฉะนั้นข้าก็จะไม่ล้างหน้า”
เสี่ยวตงในตอนนี้ไม่สนอะไรแล้ว จึงเอ่ยอย่างรีบเร่ง “คุณหนู ท่านรีบล้างหน้าเถิด ความ้าของท่านเสี่ยวตงล้วนรับปาก ตกลงไหมเ้าคะ”
หนานกงอี้เอ๋อร์รีบลุกขึ้นยืนพร้อมกล่าวว่า “เสี่ยวตง เ้าเป็คนพูดเองนะ ถึงเวลาห้ามเปลี่ยนใจล่ะ” เสี่ยวตงพยักหน้าสัญญาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเร่งนางไปด้วย
เห็นคุณหนูของตนเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง วักน้ำขึ้นมาล้างหน้าอยู่หลายรอบ สุดท้ายจึงใช้ผ้าขนหนูเช็ด แต่ผ้าขนหนูวางอยู่บนหน้ามาตั้งนานแล้ว คุณหนูเจ็ดก็ยังไม่ยอมเอาออกสักที เสี่ยวตงตื่นเต้นจนทนไม่ไหวแล้ว หนานกงอี้เอ๋อร์ก็ได้แต่สูดลมหายใจลึกๆ อยู่ในใจ
ทันใดนั้นเอง เมื่อนำผ้าขนหนูออก ก็เห็นเพียงเสี่ยวตงที่มองมาที่ใบหน้าของนาง แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกจนกลายเป็หินไปแล้ว ถ้าหากสังเกตสีหน้าของเสี่ยวตง จะพบว่าสองแก้มของนางเปลี่ยนเป็สีแดงราวกับกำลังเขินอาย ดวงตาจ้องมองมาอย่างโง่งม
หนานกงอี้เอ๋อร์ถูกสีหน้าของเสี่ยวตงทำให้เขินจนจะะเิอยู่แล้ว หน้าตาของนางดูเกินจริงไปหรือ จึงก้าวไปส่องตรงกระจกดู ทันใดนั้นก็รู้สึกใอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ยอมรับได้อย่างรวดเร็ว ความรู้สึกเหมือนกับครั้งแรกที่นางได้เห็นใบหน้าอันเต็มไปด้วยตุ่มอันน่าเกลียดนั้น ความผันผวนทางอารมณ์เหมือนกันเลย เพียงแต่สิ่งหนึ่งมันแย่สุดๆ ส่วนอีกสิ่งมันก็ดีสุดๆ หากถามว่านางชอบใบหน้าแบบไหน ก็ช่างเป็คำถามที่ไร้สาระจริงๆ แน่นอนว่าต้องเลือกใบหน้าที่ดีที่สุดอยู่แล้ว
เพียงแต่ใบหน้าที่กระจกสะท้อนออกมานี้ ช่างงดงามจนน่าตะลึง สีผิวแท้จริงที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า ที่แท้แล้วนางมีผิวขาวละเอียด เหมือนกระเบื้องเครื่องเคลือบสีขาวชั้นดี ผิวบอบบางราวกับต้องลมแล้วจะสลายไป แลดูบอบบางน่าทะนุถนอม ดวงตาสดใส ฟันขาวสะอาด รูปโฉมราวกับเทพเซียนในจิตใต้สำนึก หนานกงอี้เอ๋อร์ไม่ได้รู้สึกตื่นตะลึงหรือใกับใบหน้านี้เท่าไรนัก ราวกับว่านี่ควรจะเป็ใบหน้าของนาง
ด้วยใบหน้าเช่นนี้ ไม่แปลกใจที่แม่นมจะกังวล อันที่จริงเมื่อเปรียบกับใบหน้าของนางในยุคปัจจุบัน ใบหน้านี้ถือว่ายังงามกว่าอีกขั้น
เมื่อเห็นเสี่ยวตงยังคงนิ่งอยู่ หนานกงอี้เอ๋อร์จึงพูดด้วยน้ำเสียงอันดังว่า “เสี่ยวตง น้ำลายจะไหลลงมาแล้ว!”
เมื่อได้ยิน สติของเสี่ยวตงก็กลับมา นางรีบเช็ดน้ำลายทันที แต่เช็ดอยู่นานกลับไม่มีน้ำลายที่คุณหนูบอก ในที่สุดก็ได้สติ กล่าวออกไปว่า “คุณหนูท่านร้ายมาก ไม่คิดว่าจะมาหลอกบ่าวได้”
หนานกงอี้เอ๋อร์หัวเราะขึ้นมาอย่างงดงาม เสี่ยวตงเมื่อเห็นก็รู้สึก ตาพร่าทันที เมื่อเห็นเสี่ยวตงไม่มีสติอีกแล้ว รีบกล่าวต่อว่า “เสี่ยวตง จำที่เ้ารับปากข้าเมื่อครู่นี้ได้หรือไม่ ตอนนี้เริ่มทำตามสัญญาที่ให้ไว้เถิด”
เสี่ยวตงดูเหมือนสติบางส่วนยังไม่ตอบสนอง แต่เมื่อลองคิดดู เหมือนจะจำได้ว่าเคยพูดไว้จริงๆ ต้องโทษที่นางใจร้อนเกินไป ดูจากท่าทางของคุณหนูแล้วเหมือนจะไม่ใช่เื่ที่ดี ความรู้สึกเหมือนกำลังขึ้นเรือโจร เอ่ยถามด้วยความขลาดกลัวว่า “คุณหนู เื่อะไรหรือเ้าคะ”
หนานกงอี้เอ๋อร์กล่าว “ไปเที่ยวนอกจวน”
เสี่ยวตงจึงรีบกล่าวว่า “คุณหนู ท่านเสียสติไปแล้วหรือเ้าคะ สถานการณ์ของพวกเราในตอนนี้ นายท่านไม่อนุญาตให้พวกเราออกนอกจวนแน่นอนเ้าค่ะ”
หนานกงมองไปที่เสี่ยวตงอย่างข่มอารมณ์ไว้พร้อมกล่าวว่า “ใครพูดว่าต้องไปบอกเขา พวกเราแอบออกจากรูที่เราขุดตรงกำแพงนั้นไป เส้นทางข้าไปสำรวจมาเรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร”
เสี่ยวตงรู้สึกวุ่นวายใจ ร้องขึ้นเสียงดัง “คุณหนู ทำอย่างนี้ไม่ได้นะเ้าคะ ถ้าหากถูกเจอขึ้นมา พวกเราต้องตายแน่”
หนานกงอี้เอ๋อร์เอ่ย “เสี่ยวตง หรือเ้าไม่อยากออกจากจวนไปเห็นบรรยากาศภายนอกยามค่ำคืน ทั้งวันอยู่แต่ในจวนไม่รู้สึกเบื่อบ้างหรือ ออกไปดูโลกภายนอกกับข้าก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร อีกทั้งกำแพงนั่นพวกเราก็ทุบไปแล้ว ยังไม่เห็นมีใครจับได้ เหตุใดยังกลัวที่จะออกจากจวนอีก”
เมื่อเสี่ยวตงได้ฟัง ใจที่ตื่นตระหนกก็สงบลง คิดว่าที่คุณหนูพูดมาก็มีเหตุผล รู้สึกลังเลใจอยู่บ้าง เพราะนางก็อยากออกไปเจอโลกภายนอกเช่นกัน อยู่แต่ในจวนนี้มาหลายปี รู้สึกเบื่อหน่ายนัก อีกทั้งคุณหนูยังไม่กลัว นางที่เป็แค่บ่าวยังจะกลัวสิ่งใด นางต้องเชื่อคุณหนูสิถึงจะถูก
เสี่ยวตงจึงกล่าวด้วยสายตาที่แน่วแน่ “คุณหนู บ่าวจะออกไปนอกจวน กับท่านด้วยเ้าค่ะ!”
หนานกงอี้เอ๋อร์ยิ้มเอ่ย “เสี่ยวตง ตอนนี้เ้ากลับไปแจ้งแม่นมว่าข้าจะเข้านอนเร็วหน่อย บอกนางว่าถ้ามีธุระค่อยมาหาข้าพรุ่งนี้ จากนั้นไปหาพ่อบ้านขอยืมชุดผู้ชายเก่าๆ สักสองตัว บอกว่าแม่นม้า แต่ความจริงคือเ้าต้องเอาชุดมาให้ข้าที่นี่ พวกเราจะต้องแต่งเป็ชายออกไปถึงจะไม่มีใครจำได้ เข้าใจหรือไม่”
เสี่ยวตงเห็นคุณหนูคิดอย่างรอบคอบเช่นนี้ เมื่อได้ยินคำสั่งจึงรีบไปจัดการในทันที
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/59dde8270fb69cad137491bc0e18e922