ยอดเขาหยกมรกต – รุ่งอรุณแห่งการฝึกฝน
แสงแรกของอรุณรุ่งสาดส่องต้องยอดเขาหยกมรกตย้อมผืนฟ้าด้วยสีทองและสีชมพูอ่อนทะเลเมฆเบื้องล่างดูราวกับพรมวิเศษที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาอากาศยามเช้าเย็นสบายและบริสุทธิ์ ชวนให้จิตใจสงบ
ที่ลานฝึกกระบี่อันเงียบสงบกลางยอดเขาเมขลายืนรอพิธาอยู่แล้ว ร่างกายของเธอดูสง่างามในชุดฝึกสีขาวสะอาดตากระบี่วารีครามถูกเหน็บไว้ข้างเอวดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวังและความมุ่งมั่น
ไม่นานนัก พิธาก็เดินเข้ามาในลานฝึกเขาสวมชุดผ้าฝ้ายธรรมดาๆ ที่ดูคล้ายชุดชาวบ้านทั่วไป มือหนึ่งถือขวานตัดฟืนเก่าๆที่ดูเหมือนจะผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน อีกมือหนึ่งถือปิ่นโตไม้ไผ่สาน
เมขลาถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อยเธอคาดหวังว่าจะเห็นพิธาในชุดที่ดูเป็ทางการกว่านี้หรืออย่างน้อยก็ถือกระบี่คู่ใจแต่สิ่งที่เห็นกลับเป็ภาพของชายหนุ่มผู้กำลังจะไปตัดฟืน
"ศิษย์พี่... ท่าน...ท่านจะสอนข้าด้วยขวานตัดฟืนหรือเ้าคะ?" เมขลาถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจซ่อนความประหลาดใจไว้ได้
พิธายิ้มเล็กน้อย "แน่นอนสิ ขวานก็สามารถเป็กระบี่ได้จะกระบี่หรือขวาน ทุกสิ่งล้วนเป็อาวุธได้ หากเ้าเข้าใจแก่นแท้ของมัน"
เขาเดินไปวางปิ่นโตและขวานลงข้างต้นสนใหญ่ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเมขลา
"ก่อนที่เราจะเริ่มฝึกฝนกันข้ามีคำถามจะถามเ้า" พิธากล่าว "เ้าคิดว่าอะไรคือแก่นแท้ของกระบี่?"
เมขลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง"แก่นแท้ของกระบี่... คือความคม ความเร็ว ความแม่นยำ และพลังทำลายล้างเ้าคะ"
พิธาพยักหน้า "นั่นก็ถูกแต่ยังไม่ทั้งหมด"
เขาเดินไปหยิบกิ่งไม้เล็กๆที่ร่วงอยู่บนพื้นขึ้นมา "เ้าเห็นกิ่งไม้นี่หรือไม่?"
เมขลาพยักหน้า
"กิ่งไม้นี้เปรียบเสมือนกระบี่"พิธากล่าว "มันมีรูปร่าง มีน้ำหนัก มีความแข็งแรง แต่แก่นแท้ของมันจริงๆแล้วคืออะไร?"
เมขลาขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจคำถามของพิธา
"แก่นแท้ของมันคือ...ความว่างเปล่า" พิธากล่าว "มันเป็เพียงสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมามันไม่มีความรู้สึก ไม่มีชีวิต ไม่มีเจตนา แต่เมื่อใดที่มันอยู่ในมือของมนุษย์มันก็สามารถกลายเป็อาวุธที่มีเจตนาได้"
"เช่นเดียวกับกระบี่"พิธากล่าวต่อ "กระบี่เป็เพียงโลหะที่ถูกตีขึ้นรูป มันไม่มีชีวิต ไม่มีเจตนาแต่เมื่อใดที่มันอยู่ในมือของผู้ใช้ผู้ใช้ต่างหากที่เป็ผู้มอบเจตนาให้กับมัน"
"เจตนาของเ้าคืออะไร?" พิธาจ้องมองเมขลา"เ้า้าที่จะใช้กระบี่เพื่ออะไร? เพื่อทำลาย?เพื่อปกป้อง? หรือเพื่อค้นหาสัจธรรม?"
คำพูดของพิธาทำให้เมขลาตกอยู่ในห้วงความคิดเธอไม่เคยคิดถึงแก่นแท้ของกระบี่ในมุมมองนี้มาก่อนเธอเคยคิดเพียงแค่ว่ากระบี่คืออาวุธที่ใช้ในการต่อสู้และเอาชนะ
"ข้า...ข้า้าใช้กระบี่เพื่อปกป้องยอดเขาหยกมรกตและเพื่อค้นหาความแข็งแกร่งที่แท้จริงเ้าคะ" เมขลากล่าวในที่สุด
พิธายิ้ม "ดีมาก"
"แต่การปกป้องนั้นไม่ใช่แค่การต่อสู้"พิธากล่าว "บางครั้ง การปกป้องที่ดีที่สุดคือการไม่ต่อสู้เลยและความแข็งแกร่งที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่พลังปราณ แต่อยู่ที่จิตใจ"
"เ้าต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง"พิธากล่าว "ปล่อยวางจากความยึดติดในชัยชนะ ปล่อยวางจากความกลัวความพ่ายแพ้ปล่อยวางจากตัวตนของเ้าเอง"
"เมื่อเ้าสามารถปล่อยวางได้ทั้งหมดเมื่อนั้นเ้าก็จะเข้าสู่สภาวะ 'ไร้ตัวตน'" พิธากล่าว"ในสภาวะนั้น กระบี่จะเป็ส่วนหนึ่งของเ้า เ้าจะเป็ส่วนหนึ่งของกระบี่และเ้าจะสามารถใช้กระบี่ได้อย่างอิสระ ไร้ขีดจำกัด"
คำพูดของพิธาดังก้องอยู่ในหูของเมขลาเธอหลับตาลง พยายามทำความเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งของคำว่า "ไร้ตัวตน"
ในขณะนั้นเองอรุณรัศมีที่แอบซุ่มดูอยู่ไม่ไกล ก็ถึงกับขมวดคิ้วเธอไม่เข้าใจว่าพิธากำลังสอนอะไรเมขลาอยู่กันแน่
'นี่มันวิชาอะไรกัน? ทำไมถึงไม่มีพลังปราณแผ่ออกมาเลย?' อรุณรัศมีคิดในใจ'หรือว่าศิษย์พี่พิธาจะสอนวิชาประหลาด ๆ ให้เมขลา?'
สภาวะไร้ตัวตน – การตื่นรู้ของเมขลา
เมขลาหลับตาลงอย่างสงบลมปราณในร่างกายของเธอหมุนเวียนอย่างช้าๆ จิตใจของเธอค่อยๆ สงบนิ่งลงเธอปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง ปล่อยวางจากความกังวล ปล่อยวางจากความกลัวปล่อยวางจากตัวตนของเธอเอง
ในห้วงแห่งความว่างเปล่าเธอรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังล่องลอยอยู่ในอวกาศอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตร่างกายของเธอเบาหวิวราวกับขนนก จิตใจของเธอโปร่งโล่งราวกับท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอก
เธอรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอพลังงานที่บริสุทธิ์และไร้ขีดจำกัดพลังงานที่เชื่อมโยงเธอกับทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล
ในขณะนั้นเองดวงตาของเมขลาก็เบิกโพลงขึ้น!
ดวงตาของเธอเปล่งประกายเจิดจ้าราวกับดวงดาวนับพันที่ส่องแสงระยิบระยับร่างกายของเธอแผ่รัศมีพลังปราณสีฟ้าอ่อนที่บริสุทธิ์และทรงพลัง
"ข้าเข้าใจแล้วเ้าคะศิษย์พี่!"เมขลากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เธอชักกระบี่วารีครามออกจากฝัก!
กระบี่ในมือของเธอไม่ได้ดูเหมือนกระบี่อีกต่อไปแต่มันกลับกลายเป็ส่วนหนึ่งของเธอ เป็ส่วนหนึ่งของจิติญญาของเธอ
"ศิษย์พี่พิธา! ได้โปรดชี้แนะด้วยเ้าคะ!"เมขลากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
พิธายิ้ม "ดีมาก"
เขาเดินไปหยิบขวานตัดฟืนขึ้นมา"ถ้าเช่นนั้น ลองโจมตีข้าดูสิ"
เมขลาไม่รอช้า!
ร่างของเธอพุ่งเข้าหาพิธาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่าตัว!กระบี่วารีครามในมือของเธอแปรเปลี่ยนเป็สายฟ้าสีฟ้าที่ฟาดฟันเข้าใส่พิธาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ!
"วิชากระบี่เงาไร้ลักษณ์!"
แต่พิธากลับยืนนิ่ง!
เขาไม่ได้ใช้พลังปราณใดๆ เลยเพียงแค่ยกขวานตัดฟืนขึ้นมาปัดป้องการโจมตีของเมขลาอย่างง่ายดาย!
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
คมกระบี่วารีครามฟาดฟันเข้าใส่ขวานตัดฟืนของพิธาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่สามารถทำอันตรายเขาได้เลย!
อรุณรัศมีที่แอบซุ่มดูอยู่ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
'เป็ไปได้อย่างไร!เมขลาในสภาวะไร้ตัวตน! บวกกับอำนาจกระบี่สูงสุด!ยังไม่สามารถทำอันตรายศิษย์พี่พิธาได้เลย! แถมเขายังใช้แค่ขวานตัดฟืนธรรมดาๆ!และไม่มีพลังปราณแผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย!' อรุณรัศมีคิดในใจหัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองรบ
เธอจ้องมองพิธาอย่างไม่วางตาพยายามทำความเข้าใจว่าเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่
พิธาเคลื่อนไหวอย่างสง่างามทุกการเคลื่อนไหวของเขาดูเรียบง่าย แต่กลับแฝงไว้ด้วยความลึกซึ้งที่ไม่อาจหยั่งถึงเขาสามารถปัดป้องการโจมตีของเมขลาได้อย่างง่ายดายราวกับว่าเขาล่วงรู้ทุกการเคลื่อนไหวของเธอ
เมขลาโจมตีอย่างต่อเนื่องเธอใช้ทุกวิชาที่เธอมี ใช้ทุกพลังที่เธอสะสมมา แต่ก็ไม่สามารถทำอันตรายพิธาได้เลย
เธอรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังโจมตีใส่กำแพงที่ไร้รูปร่างกำแพงที่มองไม่เห็น แต่แข็งแกร่งจนไม่อาจทำลายได้
"ศิษย์พี่... ท่าน...ท่านเป็ใครกันแน่เ้าคะ!" เมขลาอุทานด้วยความใและทึ่ง
พิธายิ้มเล็กน้อย "ข้าก็คือพิธาศิษย์พี่ของเ้าไงเล่า"
เขาปัดป้องการโจมตีสุดท้ายของเมขลาก่อนจะตวัดขวานตัดฟืนไปข้างหน้าอย่างแ่เบา
ฟิ้ว!
แรงลมที่มองไม่เห็นพัดผ่านร่างของเมขลาทำให้เธอถึงกับถอยหลังไปหลายก้าว กระบี่วารีครามในมือของเธอสั่นสะท้าน
เมขลาทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหอบหายใจอย่างหนัก ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ดวงตาของเธอกลับเปล่งประกายแห่งความเข้าใจ
"ข้า... ข้าเข้าใจแล้วเ้าคะศิษย์พี่"เมขลากล่าว "ข้ายังห่างไกลจากคำว่าแข็งแกร่งที่แท้จริงนัก"
การตระหนักรู้ของอรุณรัศมี –ปรมาจารย์ที่ซ่อนเร้น
อรุณรัศมีที่แอบซุ่มดูอยู่ถึงกับยืนนิ่งราวกับถูกสาปเธอไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้เลย
ภาพที่เธอเห็นเมื่อครู่นี้ยังคงติดตาเธออยู่ไม่หาย
พิธา ชายหนุ่มที่ดูธรรมดาๆผู้ที่ไม่เคยแสดงพลังปราณใดๆ ออกมาเลยกลับสามารถปัดป้องการโจมตีของเมขลาในสภาวะไร้ตัวตนได้ด้วยขวานตัดฟืนธรรมดาๆ!
"ตกลงแล้วศิษย์พี่อยู่ขอบเขตไหนกันแน่!?" อรุณรัศมีอุทานในใจเสียงของเธอสั่นเครือ
เธอเริ่มย้อนนึกถึงเหตุการณ์ประหลาดต่างๆที่เกิดขึ้นบนยอดเขาหยกมรกต
การที่ยอดเขาหยกมรกตกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากพิธาเข้ามา
การที่เมขลาสามารถบรรลุอำนาจกระบี่สูงสุดได้อย่างรวดเร็ว
การที่พิธาดูเหมือนจะรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่กลับทำตัวเหมือนคนธรรมดา
ทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมด!
อรุณรัศมีรู้สึกราวกับว่ามีฟ้าผ่าลงกลางศีรษะเธอตระหนักได้ในทันทีว่าพิธาไม่ใช่คนธรรมดา!
เขาคือปรมาจารย์ที่ซ่อนเร้น!ผู้ที่ซ่อนเร้นพลังของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
'เต๋ามนุษย์์ (ขั้นที่แปด)'!นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาสามารถซ่อนเร้นพลังปราณได้อย่างไร้ร่องรอย!
อรุณรัศมีรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวเธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนที่มีพลังถึงเพียงนี้อยู่ในสำนักจันทร์กระจ่าง!
เธอจ้องมองพิธาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพและความหวาดกลัว
'ศิษย์พี่พิธา...ท่านช่างเป็คนที่ลึกลับและน่าทึ่งจริงๆ!' อรุณรัศมีคิดในใจ
ทะเลสาบที่ลึกจนหยั่งไม่ถึง –คำบรรยายของเมขลา
หลังจากนั้นไม่นานพิธาก็เดินเข้าไปหาเมขลา เขายื่นมือไปช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้น
"เ้าทำได้ดีมาก" พิธากล่าว"เ้าได้ัักับสภาวะไร้ตัวตนแล้ว และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ"
เมขลาพยักหน้า "ขอบคุณเ้าคะศิษย์พี่ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวิชาที่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้"
"แล้วเ้าคิดอย่างไรกับการประลองเมื่อครู่นี้?" พิธาถาม
เมขลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า "ข้ารู้สึกว่าศิษย์พี่เป็เหมือนทะเลสาบ... สงบนิ่งดั่งผิวน้ำแต่ลึกจนหยั่งไม่ถึง"
คำบรรยายของเมขลาทำให้พิธายิ้มเล็กน้อย
"ดีมาก" พิธากล่าว"นั่นคือสิ่งที่เ้าต้องเรียนรู้ต่อไป"
"การฝึกฝนในวันนี้ถือว่าเพียงพอแล้ว"พิธากล่าว "เ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เราจะมาฝึกฝนกันใหม่"
เมขลาพยักหน้า เธอโค้งคำนับให้พิธาก่อนจะเดินกลับไปที่เรือนพักของเธอด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความทึ่งและความหวัง
พิธาหันไปมองอรุณรัศมีที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล
"อรุณรัศมีเ้าจะยังแอบซุ่มดูอีกนานแค่ไหนกัน?" พิธาถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
อรุณรัศมีถึงกับสะดุ้งเธอไม่คิดว่าพิธาจะรู้ว่าเธอกำลังแอบดูอยู่
เธอเดินออกมาจากที่ซ่อนใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอับอาย
"ศิษย์พี่... ข้า... ข้าขออภัยเ้าคะ"อรุณรัศมีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
พิธายิ้มเล็กน้อย"ไม่เป็ไรหรอก"
"ข้า...ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าศิษย์พี่จะ... จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้" อรุณรัศมีกล่าว"ท่าน... ท่านเป็ใครกันแน่เ้าคะ?"
พิธาหัวเราะเบาๆ "ข้าก็คือพิธาศิษย์พี่ของเ้าไงเล่า"
เขาเดินไปหยิบปิ่นโตขึ้นมา"เ้าหิวแล้วใช่หรือไม่? ข้าเตรียมอาหารเช้ามาให้เ้าด้วย"
อรุณรัศมีถึงกับงงเธอไม่คิดว่าพิธาจะใจดีกับเธอถึงเพียงนี้
เธอรับปิ่นโตมาจากพิธา ก่อนจะเปิดออกดูภายในปิ่นโตมีข้าวต้มร้อนๆ และกับข้าวอีกสองสามอย่างที่ดูน่าอร่อย
"ขอบคุณเ้าคะศิษย์พี่"อรุณรัศมีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
พิธายิ้ม "กินเถอะแล้วเ้าจะแข็งแรง"
อรุณรัศมีมองพิธาที่กำลังเดินจากไปอย่างช้าๆดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและความประหลาดใจ
'ศิษย์พี่พิธา...ท่านช่างเป็คนที่ลึกลับจริงๆ!' อรุณรัศมีคิดในใจ 'แต่ข้าก็รู้สึกว่า...ข้ากำลังจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่จากท่าน'
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสามคนบนยอดเขาหยกมรกตได้เปลี่ยนไปแล้วอรุณรัศมีได้ตระหนักถึงความจริงเกี่ยวกับพิธาและเมขลาก็ได้ค้นพบเส้นทางสู่ความแข็งแกร่งที่แท้จริง
แต่เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลนักและความลับของพิธาก็ยังคงเป็ปริศนาที่รอการเปิดเผย
******
บทสรุปของบทที่ 27
พิธาเริ่มต้นการฝึกฝนเมขลาด้วยการท้าประลองและมอบบทเรียนเชิงปรัชญาเกี่ยวกับแก่นแท้ของกระบี่และความสำคัญของ"ไร้ตัวตน" ซึ่งทำให้เมขลาเข้าสู่สภาวะแห่งการตระหนักรู้เมื่อนางตื่นขึ้น นางได้เข้าสู่สภาวะ "ไร้ตัวตน"อันลึกซึ้งและโจมตีพิธาด้วยทักษะอันน่าทึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับอรุณรัศมีที่แอบซุ่มดูอยู่แต่พิธาสามารถปัดป้องการโจมตีทั้งหมดของนางได้อย่างง่ายดายด้วยขวานตัดฟืนธรรมดาๆโดยไม่มีการปลดปล่อยคลื่นพลังิญญาใดๆ เลยสิ่งนี้ทำให้อรุณรัศมีเกิดการตระหนักรู้ครั้งใหญ่ โดยเข้าใจว่าพิธาคือผู้เชี่ยวชาญลึกลับที่อยู่เื้ัเหตุการณ์ประหลาดก่อนหน้านี้ทั้งหมดและเขามีพลังในระดับ "เต๋ามนุษย์์ (ขั้นที่แปด)" หลังจากการประลองเมขลาได้บรรยายถึงการต่อสู้กับเขาว่าเหมือนกับการเผชิญหน้ากับ"ทะเลสาบที่ลึกจนหยั่งไม่ถึง" ซึ่งเป็บทสรุปของพลังอันลึกลับของพิธาความเข้าใจผิดเกี่ยวกับพิธาได้พังทลายลงสำหรับอรุณรัศมีและความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสามคนบนยอดเขาหยกมรกตก็แน่นแฟ้นขึ้นในบริบทใหม่ของความเข้าใจที่แท้จริง.