เจียอินหลุดพ้นจากความทุกข์ยากของการอพยพหนีภัยแล้ว จึงมีอารมณ์ดีเป็อย่างมาก
นางพยายามกะพริบตาโตทำท่าทางน่ารัก เพื่อดึงดูดความเมตตาให้แก่ครอบครัว
เถาหงอิงชะโงกหน้าออกมาจากห้องครัว เห็นแม่สามีและลูกสาวดูผ่อนคลายเช่นนั้นก็ยิ้มออกมา
จากนั้นนางก็ไปคุยกับผู้ดูแลหวังไม่กี่ประโยค เมื่อกลับมาที่ห้องครัวก็นัดแนะให้เจียฮวานช่วยเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อค่ำ
จ้าวอวี้หรูได้ยินไม่ชัดว่าเถาหงอิงคุยอะไรกับผู้ดูแลหวัง จึงอาศัยจังหวะล้างผักขยับเข้าไปใกล้แล้วถามว่า “หงอิง เ้าคุยอะไรกับผู้ดูแลหวังหรือ?”
เถาหงอิงกำลังทำน้ำปรุงอยู่ เมื่อได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบา ๆ “ข้าแค่ถามผู้ดูแลหวังว่า ฮูหยินซุนเป็คนที่ไหน”
“เ้าถามเื่นั้นทำไม? หรือว่าฮูหยินซุนเป็คนบ้านเดียวกับเ้า?” จ้าวอวี้หรูมีสีหน้าสงสัย
“ไม่ใช่หรอก ข้าแค่คิดจะทำของอร่อย ๆ ให้ฮูหยินทาน”
เถาหงอิงพูดไปพลางคนน้ำปรุงไปพลาง พร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย จ้าวอวี้หรูจึงไม่ถามต่อ
อย่างไรเสียฝีมือการทำอาหารของสะใภ้สี่ก็เป็ที่ยอมรับว่าอร่อย นางไม่มีอะไรต้องกังวล
“เมียจ๋า! ดูสิว่าพวกเราจับอะไรได้!”
ขณะที่สะใภ้ทั้งสองกำลังยุ่ง หลี่เหลาซื่อก็วิ่งหัวเราะร่าเข้ามา
เถาหงอิงหันไปมอง เห็นหลี่เหลาซื่อถือปลาหลีฮื้อตัวอ้วนท้วนยาวประมาณหนึ่ง่แขนเอาไว้
ปลาตัวนั้นยังไม่ตาย มันสะบัดหางในมือของหลี่เหลาซื่ออย่างแรง พยายามจะดิ้นให้หลุด
“ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้เลยหรือ! จับมาได้อย่างไรกัน?”
เถาหงอิงรีบหาอ่างใส่น้ำแล้วปล่อยปลาลงไป
“จะว่าไปก็แปลก เมื่อครู่ท่านแม่อุ้มฝูหนิ่วไปรับลมบนดาดฟ้า ยืนได้เพียงครู่เดียว ปลาตัวใหญ่ตัวนี้ก็ฟึ่บ! ะโขึ้นมาบนดาดฟ้า ดาดฟ้ามันลื่น มันดิ้นอยู่พักใหญ่กว่าพวกเราจะจับได้”
หลี่เหลาซื่อพูดพลางทำท่าประกอบไปด้วยอย่างตื่นเต้น สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะพูดซ้ำอีกรอบ
“มันะโขึ้นมาฟึ่บเดียวจริง ๆ ทำเอาท่านแม่ใหมดเลย แต่ฝูหนิ่วกลับใจกล้า หัวเราะคิกคักไม่หยุด!”
“คราวนี้ดีเลย มื้อค่ำมีกับข้าวเพิ่มอีกอย่างแล้ว” เถาหงอิงเองก็ดีใจ อยากจะบอกว่าลูกสาวมีวาสนา แต่ก็กลัวคนบ้านซุนจะได้ยิน
“เอาล่ะ พวกเ้ายุ่งกันไปเถอะ ข้าไปทำงานต่อแล้ว” หลี่เหลาซื่อรู้ความ จึงหมุนตัวเดินออกไป
จากนั้นเถาหงอิงก็เรียกหลี่เจียฮวานมาขูดเกล็ดปลาและทำความสะอาด แล้วใช้มีดเล่มเล็กแล่เนื้อปลากับเลาะก้างออก
“พี่สะใภ้สาม ท่านช่วยตอกไข่สองฟองนั่นแล้วตีให้เข้ากันที เดี๋ยวข้าจะทำไข่ตุ๋นให้คุณหนู”
เถาหงอิงหันไปกำชับจ้าวอวี้หรู โดยที่มือยังคงทำงานไม่หยุด
จ้าวอวี้หรูขานรับแล้วรีบไปหยิบไข่มา
ภายในห้องพัก แม่เฒ่าหลี่โอบเจียอินไว้ในอ้อมกอด พลางนั่งคุยเป็เพื่อนฮูหยินซุนเพื่อคลายเหงา
คุณหนูซุนถูกแม่นมโอบไว้ นั่งอยู่ข้าง ๆ แม่เฒ่าหลี่ ดวงตากลมโตสีดำขลับจ้องมองเจียอินที่อวบอ้วน พลางส่งเสียง อา อา ยา ยา เป็ระยะ ราวกับกำลังคุยกับเจียอิน
เจียอินเองก็ชอบเด็กหญิงตัวน้อยที่ผิวพรรณอมชมพูน่ารัก จึงส่งเสียง อี อี ยา ยา ตอบโต้กลับไป
“ดูสิ สองสาวน้อยคุยกันสนุกเชียว”
ความสนใจของฮูหยินซุนอยู่ที่ลูกตลอดเวลา เมื่อเห็นภาพนี้ก็มีความสุขยิ่งนัก
แม่เฒ่าหลี่เองก็ยิ้มตาม ในใจแอบชื่นชมว่าหลานสาวของตนช่างรู้ความ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็เป็ที่รักของคนรอบข้าง
“ฮูหยิน อาหารค่ำเตรียมเสร็จแล้วเ้าค่ะ” สาวใช้ยกถาดอาหารเข้ามา
เมื่อแม่เฒ่าหลี่เห็นดังนั้นจึงรู้กาลเทศะ รีบอุ้มเจียอินขอตัวลาออกไป
“คืนนี้ทำอะไรบ้าง?” ฮูหยินซุนใช้มือหยอกล้อลูกสาวโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นถามสาวใช้
“เรียนฮูหยิน มีหมูแดงน้ำผึ้ง แกงลูกชิ้นปลา ผักกาดก้านขาวผัดกระเทียม และไข่ตุ๋นสำหรับคุณหนูเ้าค่ะ”
สาวใช้ตอบอย่างร่าเริง เพราะพวกนางได้ทานอาหารตามเ้านาย สิ่งที่เ้านายทานเหลือก็จะเป็ของพวกนาง
วันนี้รายการอาหารดีเช่นนี้ พวกนางย่อมมีลาภปากแน่นอน
ฮูหยินซุนได้ยินดังนั้นจึงรีบเงยหน้าขึ้นมอง สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจและยินดี เพราะอาหารทั้งสามอย่างนี้ล้วนเป็อาหารบ้านเกิดของนาง
นางรีบถามว่า “อาหารวันนี้ใครเป็คนทำ?”
สาวใช้คิดว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น จึงไม่กล้าปิดบัง
“เรียนฮูหยิน เป็สะใภ้สี่ของบ้านหลี่เป็คนเข้าครัวทำ ผู้ดูแลเห็นว่ารสชาติดี จึงส่งมาให้ฮูหยินเปลี่ยนรสชาติ...”
ฮูหยินซุนไม่ได้พูดอะไรต่อ นางใช้ตะเกียบคีบหมูแดงน้ำผึ้งชิ้นหนึ่งส่งเข้าปากอย่างกระหาย
น้ำปรุงรสหวานเค็มเคลือบชิ้นเนื้อที่มีความหนึบ ทำให้ฮูหยินซุนถึงกับหลับตาพริ้มด้วยความอร่อย
“นะ! นะ!” คุณหนูบ้านซุนได้กลิ่นหอม จึงใช้มือน้อย ๆ ตบโต๊ะรัว ๆ
ฮูหยินซุนจึงนึกขึ้นได้ว่าเถาหงอิงยังทำไข่ตุ๋นให้ลูกสาวด้วยถ้วยหนึ่ง จึงรีบส่งสัญญาณให้สาวใช้ยกถ้วยมา
ไข่ตุ๋นสีเหลืองทองบรรจุในถ้วยกระเบื้องเคลือบขาวลายคราม บนผิวหน้าหยดซีอิ๊วไว้เล็กน้อย พอขยับเบา ๆ ไข่ตุ๋นก็สั่นไหวไปมา ดูแล้วชวนให้น้ำลายสอ...
มื้อนี้สองแม่ลูกทานกันอย่างพึงพอใจที่สุด
สาวใช้มองถาดอาหารที่ว่างเปล่าไปกว่าครึ่ง แล้วยิ้มล้อเลียน
“ฮูหยินและคุณหนูช่างมีวาสนาจริง ๆ สุ่มหยิบคนจากท่าเรือไม่กี่คน กลับได้สมบัติล้ำค่ามาเสียอย่างนั้น ต่อไปเื่อาหารของฮูหยินและคุณหนูคงไม่ต้องกังวลอีกแล้ว”
“อืม โชคดีจริง ๆ แต่คนบ้านหลี่เองก็ตั้งใจทำด้วย”
ฮูหยินซุนจิบชาล้างปากแล้วสั่งการว่า “นำเงินสองตำลึงไปให้สะใภ้สี่ ต่อไปเื่อาหารของข้าและคุณหนู ฝากนางช่วยใส่ใจให้มาก”
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะ ฮูหยิน” สาวใช้รับคำอย่างดีใจแล้วถอยออกไป
ทางด้านคนบ้านหลี่ ขณะนี้ก็กำลังทานอาหารเช่นกัน เป็โจ๊กข้าวฟ่างง่าย ๆ กับแป้งทอดสองชิ้น และปลาครึ่งตัวที่เหลือเอามาตุ๋นกับเต้าหู้ ทั้งครอบครัวล้อมวงทานกันอย่างเอร็ดอร่อย
เจียอินนอนอยู่ในอ้อมกอดของมารดาพลางดื่มนมแพะ เมื่อเห็นมารดามองไปทางประตูห้องพักเป็ระยะ ในใจจึงเกิดความสงสัย
โชคดีที่เพียงครู่เดียว ก็มีสาวใช้นำเงินรางวัลมามอบให้
ทุกคนจึงได้รู้ว่าเถาหงอิงใช้ฝีมือการทำอาหารจนได้รับหน้าที่นี้
“สะใภ้สี่เก่งที่สุดเลย!”
“ฝีมือของหงอิงดีเลิศ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ไม่มีทางลำบาก”
ทุกคนต่างยินดีไปตาม ๆ กัน มีเพียงอู๋ชุ่ยฮวาที่เบะปาก และฉวยโอกาสนี้ทานเนื้อปลาในชามจนเกลี้ยง
เจียอินภูมิใจในความสามารถของมารดามาก จึงขยับแขนขาด้วยความดีใจ
แต่เมื่อเห็นอู๋ชุ่ยฮวาเป็เช่นนั้น ก็ถลึงตาใส่หนึ่งที ทว่าน่าเสียดายที่เปลือกตาไม่รักดี เกือบจะพลิกขึ้นไปจนปิดไม่ลง...
ผ่านไปไม่นาน เมื่อคนบ้านหลี่เป็ที่โปรดปรานของฮูหยิน และเถาหงอิงได้เลื่อนขั้นเป็แม่ครัวของฮูหยินและคุณหนู เื่นี้ก็แพร่กระจายไปจนรู้กันทั้งเรือ
ั้แ่ผู้ดูแลไปจนถึงลูกจ้างและสาวใช้ ต่างปฏิบัติต่อคนบ้านหลี่ด้วยความสุภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ผู้ดูแลหวังยังสั่งการเป็พิเศษ ให้เปลี่ยนที่พักแก่คนบ้านหลี่ด้วย
ไม่ใช่ห้องใต้ท้องเรือที่มืดและชื้นอีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็ห้องชั้นสองที่มีหน้าต่าง และมีถึงสี่ห้อง กว้างขวางขึ้นมาก
แม่เฒ่าหลี่ตบก้นหลานสาวตัวน้อยให้หลับ พลางนึกถึงตอนที่อยู่บนดาดฟ้า ปลาหลีฮื้อตัวใหญ่ที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น ดูเหมือนมันพยายามจะะโเข้าสู่อ้อมกอดของหลานสาว นางจึงตื่นเต้นจนมือสั่น
“ฝูหนิ่วเอ๋ย ย่าพูดไม่ได้ แต่ย่ารู้ทุกอย่าง การที่ครอบครัวเรามีชีวิตรอดมาได้ ล้วนเป็เพราะความดีความชอบของเ้า ตราบใดที่ย่ายังมีชีวิตอยู่ จะไม่มีใครในตระกูลหลี่ได้รับอนุญาตให้ทำไม่ดีต่อเ้า และห้ามพวกเขากลายเป็คนเนรคุณเด็ดขาด!”
เจียอินง่วงงุนจนลืมตาไม่ขึ้น ทำได้เพียงฉีกยิ้มกว้าง เพื่อเป็การตอบรับคำสัญญาของท่านย่า
ในจังหวะนั้นเอง เจียสี่และเจียอันวิ่งพรวดพราดเข้ามา พร้ะโกนเสียงดัง
“ท่านย่า ให้พวกข้าลูบตัวน้องสาวหน่อย พวกข้าจะตามคนงานเรือไปหว่านแหจับปลาที่ท้ายเรือ!”
แม่เฒ่าหลี่เงื้อมือเขกหัวทั้งสองคนดังปึก!
“ไสหัวไปเลย เ้าพวกเด็กดื้อไม่รู้จักกาลเทศะ น้องสาวพวกเ้าเพิ่งจะหลับ”
เจียสี่และเจียอันรีบวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน หายวับไปในพริบตา โดยที่ไม่ได้เห็นเลยว่าแม่เฒ่าหลี่กำลังแอบยิ้มอยู่
ทุกคนมีชีวิตรอด ดีจริง ๆ !