ทั้ง 3 คน แม่ลูกเดินทางมาเยี่ยมท่านประธานนาวิน ที่ยังคงรักษาตัวอยู่ห้อง ไอ.ซี.ยู. คุณหญิงประภานั่งลงข้างประธานนาวินที่กำลังหลับเพราะฤทธิ์ยา ภายในใจได้แต่สงสารสามีของตนเป็อย่างมาก เพราะต้องมาเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นมากมาย
“คุณแม่ เดี๋ยวนภาขอตัวเข้าบริษัท เพื่อดูแลงานกับปัญหาที่ต้องจัดการก่อนนะคะ ให้พิมพ์ขวัญอยู่เป็เพื่อนคุณแม่ก่อนนะคะ”
“ได้จ๊ะลูก”
พิมพ์ขวัญนั่งมองทั้งคุณหญิงประภา และประธานนาวินที่นอนหลับอยู่ตรงนั้น ซึ่งตนได้แต่คิดในใจว่า ตัวเองต้องจัดการปัญหานี้ เพื่อช่วยเหลือวิกฤตปัญหาในครั้งนี้ เพราะภาคินได้ปักใจ เชื่อว่าตนเป็คนที่ทำให้คนรักของเขาต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
“คุณแม่คะ พิมพ์ขอออกไปโทรศัพท์ข้างนอกสักครู่นะคะ”
“ได้จ๊ะ เดี๋ยวแม่อยู่เฝ้าคุณพ่อเอง”
พิมพ์ขวัญได้ขอหมายเลขติดต่อเลขาท่านประธานภาคินจากเลขาท่านประธานนาวิน โดยภายในใจเธอเองก็กลัวในการเจรจาครั้งนี้มาก เพราะไม่รู้แน่แท้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะยอมเจรจาโดยดีหรือเล่นแง่อะไรบ้าง
“สวัสดีค่ะ คุณสมเจตน์ นี่พิมพ์ขวัญนะคะ”
“สวัสดีครับ คุณพิมพ์”
“ไม่ทราบว่าคุณสมเจตน์ สามารถต่อสายท่านประธานภาคินให้พิมพ์ได้หรือไม่คะ พิมพ์อยากสอบถามเื่ข้อสัญญาเื่หุ้นส่วนการเป็พาร์ทเนอร์ของคุณพ่อ และอีกเื่ เอ่อ...คือเื่ที่ให้พิมพ์ไปทำงานด้วยค่ะ”
“ต้องขอโทษคุณพิมพ์ด้วยนะครับ ตอนนี้ท่านประธานภาคินติดประชุมกับบริษัทต่างชาติ คาดว่าจะใช้เวลานานครับ”
“งั้นไม่เป็ไร คุณสมเจตน์ เดี๋ยวพิมพ์ติดต่อกลับมาใหม่อีกครั้งค่ะ”
หลังจากติดต่อเพื่อขอเจรจากับท่านประธานภาคินไม่สำเร็จ พิมพ์ขวัญได้เดินกลับเข้าในห้อง ซึ่งพบเห็นผู้เป็แม่กำลังแอบร้องไห้อยู่
“คุณแม่อย่าร้องไห้เลยนะคะ ใจเย็นๆ ก่อน”
“แม่พยายามสู้กับความรู้สึกตอนนี้อยู่นะลูก แม่รู้ว่าตอนนี้เราไม่ควรท้อแท้เสียกำลังใจ แต่แม่ไม่สามารถฝืนตัวเองได้จริงๆ”
พิมพ์ขวัญสวมกอดเพื่อปลอบโยนคุณหญิงประภาไม่ให้เสียใจ แต่ตนเองก็เข้าใจความรู้สึกทุกคนในครอบครัวตอนนี้ดี ว่าทุกคนกำลังรู้สึกย่ำแย่กับปัญหาต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นมา
“นี่ก็เที่ยงแล้ว เดี๋ยวหนูพาคุณแม่ไปทานอาหารดีกว่านะคะ”
“แม่ยังไม่รู้หิวเลยจ๊ะ”
“ไม่ได้ค่ะ คุณแม่ต้องทานข้าวนะคะ เมื่อเช้าก็ทานข้าวไปนิดเดียว เดี๋ยวจะไม่สบายไปอีกคนนะคะ”
พิมพ์ขวัญได้พาคุณหญิงประภาไปรับประทานอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารในโรงพยาบาล และหลังจากรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จ พิมพ์ขวัญก็ได้พยายามที่จะติดต่อกลับหาคุณสมเจตน์อีกครั้ง เพราะขอพูดคุยกับท่านประธานภาคินหลายครั้ง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเพราะทางคุณสมเจตน์ได้แต่แจ้งว่าท่านประธานภาคินติดประชุมต่อเนื่องกับลูกค้าต่างชาติ ทำให้พิมพ์ขวัญคิดว่านี้ คือ “เกมส์” ของภาคินนั้นเอง
“วันนี้สถานการณ์บริษัทเป็อย่างบ้างคะ พี่นภา”
“ไม่ดีขึ้นเลยจ๊ะพิมพ์ วันพนักงานบริษัทเริ่มประท้วงที่เราเริ่มจ่ายเงินเดือนช้า”
นภาพูดอย่างเหน็ดเหนื่อยและท้อใจมาก ที่ยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ และมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้น
ทั้งคืนพิมพ์ขวัญได้แต่นอนคิดปัญหาต่างที่เกิดขึ้น และคอยโทษแต่ตัวเองที่เป็ตัวปัญหา และพยายามคิดว่าจะช่วยเหลือครอบครัวและบริษัทอย่างไรได้บ้าง
“สวัสดีค่ะ คุณสมเจตน์ พิมพ์ต้องขอโทษที่ต้องมาโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า พิมพ์้าขอพบคุณภาคินค่ะ”
“คุณพิมพ์รอสักครู่นะครับ ผมขอเรียนแจ้งคุณภาคินสักครู่นะครับ”
“ได้ค่ะ”
พิมพ์ขวัญได้เดินทางมายังบริษัทของประธานภาคิน และไม่ได้มีการทำนัดหมาย เพราะคิดว่าถ้าขอทำการนัดหมายจะไม่ได้พบอีกครั้ง และจะโดนปฏิเสธตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนตอนนี้บริษัทของประธานนาวินเข้าสู่การฟ้องล้มละลาย
“คุณพิมพ์ครับ คุณภาคินเชิญเข้าพบได้ครับ”