"เปิดระบบฟื้นฟูร่างกายฉุกเฉิน" "เปิดระบบฟื้นฟูพลังปราณ"
"ภารกิจล้มเหลว"
"ระดับร้านค้าของท่านเหลือ 1 แต้มสีขาว แต้มสีดำ และ Point เหลือ 0 ภารกิจทั้งหมดจะถูกระงับ 1 เดือน"
"เนื่องจาก ท่านสามารถรอดชีวิตได้เกิน 5 นาที ระบบจึงมอบรางวัลพิเศษให้ ปลดล็อกแลกเปลี่ยนสินค้าเป็นแต้มสีดำ"
*หมายเหตุ* ท่านสามารถใช้ มุกสยบฟ้า เพื่อสร้างม่านอักขระพลังป้องกัน จนครบเวลาได้
ท่านใช้สิทธิ์การรอดชีวิตจากทางระบบ จะเหลือใช้งานอีกเพียง 2 ครั้ง
----------------------------------------------------------
หลิงเทียนที่ได้ยินเสียงในหัวดังขึ้นชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่พลังทั้งหมดจะพุ่งมาถึงเขา เขามองภาพเบื้องหน้าที่แทบจะเรียกได้ว่าสโลโมชั่นก็ว่าได้ แล้วจู่ๆ ก็ปรากฏ "มุกสยบฟ้า" ลอยอยู่ตรงหน้า เขาได้สบถอย่างหัวเสียสุดขีด
"ไอ้เวรบัดซบ เรื่องง่ายๆ ทำไมคิดไม่ออกว่ะ"
หลังจากนั้น หลิงเทียนก็คว้ามุกสยบฟ้าแล้วสร้างม่านอักขระป้องกัน ขึ้นรอบตัวเขา แล้วภาพที่สโลโมชั่นก็เปลี่ยนเป็นเร็วขึ้นมาทันที
"ปัง!! บึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!?"
หลานฮัว ที่ใช้พลังทั้งหมดโจมตีด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนจะมองสนามประลองเบื้องหน้า ที่แหว่งหายไปกว่าครึ่งสนาม พอฝุ่นควันเริ่มจางลง ก็ปรากฏร่างของหลิงเทียน ในสภาพที่ร่างกายปกติ ลอยอยู่เหนือสนามประลองที่แหว่งหายไป แม้ตามเสื้อผ้าจะปรากฏรอยขาดวิ่น แต่รอยแผลอื่นๆ นั้นหายไปหมด เมื่อได้ที หลิงเทียน ก็พูดยั่วโทสะทันที
"โอ้วววว!!! พลังรุนแรงจริงนะ แต่ว่าตอนนี้เจ้าเหลือเวลาอีก 1 นาทีหากไม่สามารถฆ่าข้าได้จงอย่าได้ลืมคำสัจที่เจ้ากล่าวไว้ล่ะ"
ในตอนนี้ ผู้คนในสนามประลองล้วนตกตะลึงเป็นอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่เฝ้าดูอยู่รอบนอก แต่เป็น หลานฮัว ที่ในตอนนี้สูญเสียความมั่นใจไปหมดแล้ว ได้แต่กล่าวอย่างคนเสียสติ "ป...เป็นไปไม่ได้" ก่อนจะได้สติอีกครั้ง นางรีบกำชับกระบี่ในมือ แล้วใช้พลังทั้งหมดที่มีจู่โจม หลิงเทียน อย่างบ้าคลั่ง
"ปัง!!!! ตู้มมมม!!!! ปัง!!!!"
จนกระทั่งเวลาเลย 10 นาทีไปแล้ว แต่ชางเยว่ก็ยังยืนตะลึงไม่หาย ก่อนจะได้สติจากเสียงเรียกของหลิงเทียน "นี่เจ้าน่ะ เมื่อไหร่จะประกาศผล" ชางเยว่จึงต้องรีบกระแอ่มแก้เขินทันที ก่อนจะประกาศยุติการประลองนี้ในทันที
"เป็นที่แน่ชัดแล้ว ว่าคุณชายหลิงเทียนสามารถรอดชีวิตได้นานเกิน 10 นาที เพราะฉะนั้นรอบนี้เป็น คุณชายหลิงเทียนที่เป็นฝ่ายชนะคร้าบบบ!!!!!"
ท่ามกลางเสียงฮือฮาและเสียงโห่ร้อง ในสนามประลอง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าพวกนี้คงต้องเสียเงินไปจำนวนมากกับการเดิมพันคราวนี้ และก็มีจำนวนไม่น้อยที่เสี่ยงดวงกับหลิงเทียนแล้วชนะเดิมพัน แต่ที่แน่ๆ สนามประลองคราวนี้แทบย่อยยับ เพราะเงินที่เดิมพันของหลิงเทียนนั้นสูง 6,000 หยกปราณ และยังต้องจ่ายในอัตรา 1 ต่อ 3 อีกด้วย
หลานฮัวที่ตอนนี้หน้าถอดสีไปแล้ว และเริ่มรับรู้ถึงชะตามกรรมของตน ได้แต่ปลงตกนางเดินเข้าไปหาหลิงเทียน ด้วยแววตาที่ยอมรับกับชะตากรรม
"เจ้าชนะ ต้องการชีวิตของข้าหรือไม่"
"ตอนนี้ไม่ จากนี้ไปเจ้าจงรักษาชีวิตของเจ้าเอาไว้ให้ดี และแข็งแกร่งให้มากขึ้นกว่านี้ จากนี้อีก 1 ปี ข้าจะท้าประลองกับเจ้าอีกครั้ง แล้วข้าจะต้องเป็นฝ่ายชนะเจ้าอย่างแท้จริง"
หลิงเทียนครุ่นคิดเพียงครู่นึงก่อนจะเอ่ยตอบ เพราะถ้านับการประลองจริงๆ แล้วตัวเขานั่นแหละที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปแล้ว เขาต้องการแก้มือจึงเอ่ยไปเช่นนั้น ผิดกับหลานฮัว เมื่อได้ยินสิ่งที่เด็กหนุ่มพูด ถึงกับหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง และค่อยๆ ถอดหน้ากากของนางออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่เรียวงาม [ก็เหมือนเดิมกับชีวิตที่แล้วนั่นแหละ] ก่อนจะเข้ากระซิบที่ข้างหูของหลิงเทียน
"แน่นอน ในครั้งหน้าข้าจะทุ่มสุดกำลังเพื่อคว้าชัยมาจากท่านให้ได้ คุณชายหลิง แต่สิ่งที่ข้าต้องการจากท่านคราวหน้ามันจะไม่ใช่แค่ชีวิตของท่านเท่านั้น แต่จะต้องเป็นทั้งชีวิตของท่านแทน และข้าจะรอ เมื่อเวลานั้นมาถึง" สิ้นเสียง นางก็ทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงภาพที่ตราตรึงใจเท่านั้น หลิงเทียน หาได้สนใจในคำพูดที่ดูกำกวมของ หลานฮัว ก่อนจะเดินไปรับเงินพนัน และเหลียวหันมองไปมา จนเจอกับเด็กสาวเข้า ก่อนจะรีบเร่งเดินเข้าไปหา "เอาล่ะ เจ้าจะตามข้ากลับตระกูลเลยหรือไม่"
คนในสนามที่ได้ยินแทบล้มทั้งยืน คงไม่มีใครคาดคิดว่า คุณชายตระกูลหลิง นั้นมีรสนิยมที่ผิดแผกแปลกไปจากคนอื่น ส่วนเด็กสาวที่ได้ยินนั้นถึงกับไร้เรี่ยวแรงไปในทันที เพราะนางเพียงแค่ตอบรับแบบส่งๆ ไปเท่านั้น แต่ยังไม่ทันที่จะได้ตอบอะไร หลิงเทียน ก็ทึกทักเอาเอง
"แสดงว่าเจ้าตกลงสินะ" สิ้นเสียงของ หลิงเทียน เขาก็ดีดนิ้วทีนึงก็ปรากฏหญิงสาวคนนึงที่กำลังจูงมือเด็กสาววัยประมาณ 10 ขวบ เธอเดินเข้าไปหาเด็กสาวตรงหน้า แล้วฟาดหลังมือไปอย่างรวดเร็ว หลังจากเด็กสาวสลบไปก็ถูกจับพาดบ่า แล้วมือที่จูงเด็กสาวก็อุ้มแนบข้างลำตัว ก่อนจะพุ่งร่างออกไปอย่างรวดเร็ว โดยมีร่างของเด็กหนุ่มก็พุ่งตามไปติดๆ
ท่ามกลางสายตาของผู้คนของมากมาย ถัดไปในมุมมืดที่อยู่ห่างออกไป หญิงสาวจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสับสน มึนงง เป็นอย่างมาก ผิดกับชายแปลกหน้าอีกคน ที่กุมท้องหัวเราะร่าอย่างมีความสุข
"อุ๊บ!! เด็กของเธอนี่มันน่าสนใจสุดๆ เรยนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!? "
----------------------------------------------------------
ณ บ้านใหม่
น็อกที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านก็ถูก พ่อกับแม่ของเขาเรียกเข้าไปคุยในห้องรับแขกทันที เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวต่างๆ ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ภายในม่านอักขระของ แจน เมดสาวเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงรั่วไหลออกไป เมื่อพ่อกับแม่ของเขาได้รู้ว่า น็อกไปทำอะไรมาบ้างก็ถึงกับถอนหายใจอย่างหมดเรี่ยวแรง
เรื่องการประลองกับแดนวีรชน แล้วน็อกสามารถเอาตัวรอดมาได้พวกเขาเองก็รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก เพราะรู้ว่าที่ น็อกทำไปก็เพื่อปกป้องครอบครัว ส่วนเรื่องทาสสาว พ่อกับแม่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร และยังเห็นดีด้วย เพราะอย่างน้อยลูกของเขาก็เป็นเด็กที่มีจิตใจที่ดีงาม และเรื่องเมดสาวคนใหม่ที่ชื่อ เจนนี่
แม้พวกเขาจะตกตะลึงกับตัวตนระดับแดนราชันย์ แต่ก็ดีใจที่ได้คนในระดับนี้มาเป็นพรรคพวก ถึงจะสงสัยถึงความเป็นมาก็เถอะแต่พวกเขาก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เพราะถึงถามไปก็ไม่รับคำตอบอยู่ดี แต่ทว่ากับเรื่องของเด็กสาวอีกคนนี่ถือว่าน่าปวดหัวที่สุด
"ลูกรู้ไหม ว่าลูกทำอะไรลงไป!!?" แม่ของน็อกถามด้วยความเหนื่อยใจ
"เรื่องอะไรหรอครับ!!?"
"ก็เด็กสาวที่สลบอยู่นั่นไง"
"ก็ผมสนใจ ทักษะการต่อสู้ของเธอ แถมนางเองยังเป็นนักวางแผนที่ดีผมก็เลยอยากให้นางเข้าร่วมกับตระกูลเราไงครับ"
"เฮ้อออออออ!!? นี่ลูกคงไม่เข้าใจในความหมายที่ลูกพูดไปเลยสินะ"
"ทำไมหรอครับ หรือผมพูดอะไรผิดไป"
"ถ้าเป็นอย่างที่ลูกพูดมา ก็คือลูกไปขอเธอมาเป็นภรรยาน่ะสิ แถมเธอก็ตอบตกลงไปแล้วด้วยเช่นกัน หรือก็คือหมายความว่าจากนี้ไปเธอจะกลายมาเป็นภรรยาของลูกไง"
น็อกที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับช็อคอ้าปากค้าง ในตอนแรกเขาเพียงแค่อยากได้กุนซือดีๆ มาช่วยวางแผนเท่านั้น นี่เท่ากับว่าเขากำลังทำให้ชีวิตที่แสนสงบของเขาวุ่นวายมากขึ้นไปเรื่อยๆ สินะ
"แม่ครับ เราไม่เห็นจะต้องรับเธอมาเป็นภรรยาของผมก็ได้นี่นา" น็อกพูดอย่างร้อนใจ
"ไม่ได้หรอก!!! ต่อหน้าผู้คนมากมายลูกไปพูดแบบนั้น แถมเธอยังตกปากรับคำไปแล้ว แม่จะไม่ยอมให้ลูกเป็นคนไร้ความรับผิดชอบไม่ได้" แม่ของน็อกพูดด้วยน้ำเสีนงที่เริ่มรุนแรงขึ้น
พ่อของน็อกที่เห็นภรรยาตนเริ่มโกรธ จึงรีบเอ่ยขึ้นในทันที "นี่คุณ เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจะคุยกับลูกเอง คุณออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะ" แม่ของน็อกที่ได้ยินสามีของเธอพูดขึ้นก็เดินออกจากม่านพลังไป เพื่อสงบสติอารมณ์ทันที ก่อนที่พ่อของน็อกจะหันมาเอ่ยอย่างจริงจัง
"ลูกพ่อ เจ้าฟังให้ดีนะ เจ้าอาจจะเกิดมาในฐานะคนธรรมดาก็จริง แต่สิ่งที่ลูกยังไม่รู้ในโลกเบื้องหลัง นั้นมีอีกมากมาย สำหรับพวกเราเหล่าผู้ฝึกตนนั้น คำมั่นสัจจะถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เมื่อลูกตัดสินใจเลือกเด็กคนนั้นมาเป็นภรรยาของลูก ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือความไม่รู้ แต่ลูกก็ทำลงไปแล้ว ในโลกเบื้องหลัง กำลังคนและทรัพยากร จะเป็นสิ่งที่ขาดหายไปไม่ได้ ผู้ชายล้วนมีภรรยาจำนวนไม่น้อยเพื่อให้มีทายาทที่แข็งแกร่ง สืบต่อรุ่นต่อรุ่นไป เมื่อลูกได้ประกาศว่าเด็กคนนั้นเป็นคนตระกูลหลิง เธอคนนั้นก็จะไม่สามารถ มีชายอื่นได้อีก นอกจากตระกูลเราล่มสลาย นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมแม่ของเจ้าถึงได้โกรธเคืองขนาดนั้น พ่อรู้ว่าลูกชอบคอกับหนูพรีม แต่ลูกก็ไม่สามารถปฏิเสธเด็กคนนั้นได้เช่นกัน พ่อเชื่อว่าลูกเข้าใจในความหมายที่พ่อพูด ส่วนลูกจะตัดสินใจยังไงก็แล้วแต่ลูก ถ้าหากไม่ยอมรับเด็กคนนั้นก็จงฆ่าเธอซะ เพราะชีวิตที่เหลืออยู่ของนางคงไม่อาจมีความสุขได้ หากตระกูลหลิงของเรายังไม่ถึงคราวล่มสลาย แต่หากลูกเลือกเด็กคนนั้น พ่อสามารถช่วยเจ้าได้เพียงแค่ประวิงเวลาให้นานที่สุด โดยให้เจ้าหมั้นกันไว้ก่อนเท่านั้น จงตัดสินใจซะ"
น็อกถึงกับอึ้งพูดไม่ออกเมื่อเข้าใจว่าตัวเองไปทำเรื่องที่ไม่สมควรทำ พูดในสิ่งที่ไม่สมควรพูด ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ย "ครับพ่อ ผมเข้าใจแล้ว"
จากนั้นน็อกก็เดินคอตกไปแม่ของเขาเพื่อขอโทษทันที แม่ของน็อกก็โอบกอดบุตรชายของเธอแล้วลูบหัวอย่างอ่อนโยน แต่ก็อดแขวะเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ "แม่ดีใจนะ ที่ลูกเข้าใจ ส่วนเรื่องของเด็กคนนั้น กับน้องสาวของลูก แม่กับพ่อจะช่วยจัดการให้เอง แต่ว่าเรื่องหนูพรีม ลูกต้องจัดการเองนะ อ่อ!! แล้วก็ช่วงนี้อย่าเพิ่งไปก่อเรื่องเพิ่มอีกล่ะ" น็อกได้ยิ้มรับหน้าแหยๆ ก่อนจะเดินไปห้องนอนของเขา
พ่อกับแม่ของเขาได้จัดการ ห้องพักของทุกคนในบ้านใหม่ของแต่ละคนเป็นอย่างดี ในตอนนี้ พ่อแม่เขาก็ห้องนึง ลิลลี่ห้องนึง เสิ่นเยว่และภรรยาก็พักหนึ่งห้อง ส่วนบุตรสาวก็พักอีกห้อง ส่วนเมดสาวทั้ง 7 เลือกที่จะพักห้องเดียวกัน ที่มีมาเพิ่มอีกสามคน ก็แยกพักคนละห้อง และห้องของน็อก รวมเป็น 9 ห้อง และยังเหลือว่างอีกสองห้อง