เช้าวันถัดมา
แม้คางูยะจะเคยสั่งห้ามไว้แต่เรย์ก็ยังตัดสินใจเลือกออกมาเดินอยู่ในเมืองที่เคยเห็นจนชินตา เมืองที่ตนเกิดและเติบโต
ตึกหน้าใหม่อันไม่คุ้นเคยจำนวนมากสูงตระหง่านราวกับจะเอื้อมขึ้นไปสัมผัสสวรรค์ทำให้ดูแล้วรู้สึกอย่างกับมันจะกลืนตนเองที่เดินอยู่บนพื้นไปพร้อม ๆกับท้องฟ้าสีคราม เขาอยากเห็นมันด้วยตาตัวเองโลกใบใหม่ที่พรากทุกอยากไปจากตน
ในขณะที่หลับใหลมายาวนานถึงแปดปีมีช่วงเวลาประวัติศาสตร์เกิดขึ้นและถูกจารึกไว้มากมาย จุดเริ่มต้นหายนะเหตุการณ์เมื่อแปดปีก่อนที่ดันเจี้ยนปรากฏขึ้นครั้งแรกและทั่วโลกได้ร่วมเผชิญพร้อมกัน ปัจจุบันผู้คนต่างขนานนามเหตุการณ์นั้นว่า ‘คริสต์มาสสีชาด’
มันได้ส่งแรงกระเพื่อมออกมา และดูดผู้คนที่อยู่รอบๆ เข้าไป ทำให้ประชากรมนุษย์สูญสิ้นไปกว่าหนึ่งในสามระบบเศรษกิจล่ม การผลิตทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม หยุดชักชะงัก จนเกิดจลาจลขึ้นทั่วทุกมุมโลกสลัมผุดเป็นดอกเห็ดความเป็นอยู่ของประชาชนส่วนใหญ่แย่ลงมากอัตราการเกิดอาชญากรรมพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในประวัติศาสตร์หลังการถือกำเนิดของมนุษย์ที่ถูกเรียกว่า‘ผู้ตื่นรู้’ซึ่งคือผู้ที่ได้รับการปลุกพลังจนอัตลักษณ์เฉพาะตัวปรากฏออกมา และมอบพรสวรรค์ต่างๆ อันเหนือจินตนาการให้
ดันเจี้ยนได้มอบเรื่องราวทั้งแง่บวกและแง่ลบให้กับโลกใบนี้ยาที่สามารถรักษาโรคได้ทุกชนิดเพียงแค่กินเข้าไปหรือเหล่าอาวุธวิเศษที่มีอานุภาพร้ายแรงไว้ใช้เข่นฆ่าผู้คนมวลมนุษย์ได้ใช้เวลาหลายปีในการปรับตัวและรวบรวมของวิเศษเหล่านั้นสร้างวิถีชีวิตใหม่ขึ้น
เพราะหากไม่สามารถพิชิตดันเจี้ยนลงได้เมื่อถึงกำหนดเวลาก็จะเกิดกระบวนการที่เรียกว่า ‘ดันเจี้ยนลิมิตเบลค’ หรือก็คือพื้นที่ทั้งหมดในดันเจี้ยนจะถูกหลอมรวมเข้ากับโลกเปรียบดั่งโลกถูกทาทับด้วยสีขาวและถูกวาดเทกเจอร์ขึ้นใหม่แทนพื้นที่เก่า ซึ่งปรากฏการณ์นี้มันได้สร้างพื้นที่รกร้างและรังมอนสเตอร์กระจายขึ้นอยู่ทั่วทุกมุมโลก
สำหรับมอนสเตอร์ที่หลุดออกมาจากดันเจี้ยนนั้นจะโจมตีเมืองของมนุษย์เป็นครั้งคราวและเมื่อมันเกิดขึ้นคนที่ทุกข์ทรมานมากที่สุดจะเป็นคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รกร้าง
ด้วยสภาพบ้านหรืออาคารที่ทรุดโทรมผุพังรอบพื้นที่อาศัยรกรุงรัง จนสามารถกลายเป็นที่อยู่อาศัยของมอนสเตอร์ได้อีกด้วย
โลกนี้จึงจำเป็นต้องมีอาชีพที่เรียกว่า‘ฮันเตอร์’
พวกเขาเป็นอาชีพนักล่ามีจุดเริ่มต้นที่องค์กร ‘มิธริล’ สร้างระบบสมาคมฮันเตอร์นี้ขึ้นพวกเขาเข้าไปช่วยเหลือวางรากฐานให้กับประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมลงนามโดยการนำเหล่าผู้ตื่นรู้มาลงทะเบียนเพื่อควบคุมความประพฤติให้อยู่ในกรอบของกฎหมายและใช้พลังที่ได้รับมาไปในทางที่ถูกต้องมันได้รับเสียงสนับสนุนอย่างมากจากทุกภาคส่วน ประเทศต่าง ๆ จึงเริ่มนำระบบสมาคมฮันเตอร์ไปประยุกต์ใช้ในแบบของตัวเอง
ฮันเตอร์เป็นผู้แสวงหาขุมทรัพย์และชื่อเสียง เพราะดันเจี้ยนเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความร่ำรวยมั่งคั่งและอำนาจหากมีความสามารถพอที่จะพิชิต
มันได้นำพาประโยชน์และโทษมาให้กับผู้คนบนโลกจนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการใช้ชีวิต
ทว่ามันก็ได้พรากชีวิตของพวกเขาและนำพาความโกลาหลมาเช่นเดียวกัน
ไม่มีใครรู้ว่ามันปรากฏขึ้นมาได้อย่างไรจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครสามารถไขปริศนานี้ได้
แต่ทั้งหมดนั่นเป็นเหตุการณ์ยกระดับวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในทุก ๆ ด้าน
ความกลัวทำให้เราขวนขวายความกระหายทำให้เราก้าวหน้า ก่อให้เกิดกระแสRMA (Revolution in Military Affairs) หรือก็คือช่วงเวลาที่มีแรงผลักดันให้เกิดการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีอาวุธสงคราม เช่น WWI เราได้ปืนกลมาWWII เราได้นิวเคลียร์มา สงครามเย็นเราได้ดาวเทียมมา
จะเห็นได้ว่าภูมิปัญญาของมนุษย์นั้นวิวัฒนาการขึ้นอย่างก้าวกระโดดโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพระเจ้าแต่ถึงกระนั้นไม่ว่าพวกเขาจะไปไกลแค่ไหน พวกเขาก็ยังเลือกฆ่าฟันกันเองอยู่ดี
ภายในเมืองมีคนถืออาวุธและยังแต่งตัวประหลาดเดินพลุกพล่านไปมาเต็มฟุตบาท กลายเป็นว่าตอนให้เรย์ถือดาบคาตานะเล่มยาวเดินผ่านผู้คนก็ยังไม่มีใครสนใจ
เมื่อวิถีของโลกนั้นเปลี่ยนไปการพกพาอาวุธกลายเป็นเรื่องปกติสามัญที่คนพบเห็นในชีวิตประจำวัน
จากที่เรย์ได้อัปเดตข้อมูลใส่ตัวมาบ้างจนพอจะรู้ว่าสำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้น ยังนับว่าโชคดีกว่าที่อื่น ๆแม้ว่าทั่วประเทศยังคงมีเมืองซึ่งกลายเป็นพื้นที่รกร้างแต่ก็ยังโชคดีกว่าบางประเทศมากนัก ที่ถึงขั้นล่มสลายหายไปจากสารบบโลก
ส่วนบางประเทศที่กำลังดุ้ม ๆ ดอน ๆสังคมกลายเป็นอนาธิไตย และกฎหมายไม่มีผลบังคับใช้ ก็ถูกแทรกแซงโดยสหภาพโซเวียตใหม่หรือไม่ก็จักรวรรดิจีนซึ่งตอนนี้ต่างกำลังแข่งขันกันขยายอิทธิพลชิงดินแดนตอนนี้สามารถกล่าวได้เต็มปากเลยว่าประเทศญี่ปุ่นภายนอกดูสงบสุขกว่าประเทศอื่นเป็นไหนๆ
เรย์ก้าวเท้าไปตามฟุตบาทมองดูรถราที่แล่นไปมา
ลุงที่เปิดร้านขายราเมงริมทางกำลังจัดจานเตรียมเสิร์ฟลูกค้า
ชายกลางคนคนหนึ่งคุยโทรศัพท์เดินเฉียดไหล่เขาปากพูดว่าคืนนี้จะกลับไปให้ทันเวลากินข้าว
รถประจำทางหยุดลงหน้าป้ายอย่างช้าๆ คนขับรอให้ผู้โดยสารลงจากรถอย่างเบื่อหน่ายเหล่าผู้โดยสารที่นั่งบนรถมองไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย
แต่เหล่านี้ล้วนไม่เกี่ยวอะไรกับเขา
เรย์สัมผัสได้ว่าโลกทั้งใบล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกแยกอันไม่คุ้นเคยชนิดหนึ่ง สำหรับเรย์ผู้ใช้ชีวิตอย่างไม่รู้วันเวลามายาวนานในโลกแห่งนั้นที่มีแต่การต่อสู้เขาตายเป็นหมื่นเป็นแสนครั้งในโลกแห่งนั้นเพื่อหลอมรวมความทรงจำของราชาเข้ามา
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสั่นขึ้นมาเขาหยิบออกมาดูก็เห็นว่าเป็นสายโทรเข้าจากคางูยะ เขาเลือกที่จะปฏิเสธมัน และส่งเป็นข้อความกลับไปแทนเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเป็นกังวล
ตอนนี้เขาต้องการเวลาเพื่อสำรวจและทำความเข้าใจโลกใบใหม่นี้ด้วยตัวเองเรย์ก้าวเดินต่อไปอย่างไร้จุดหมาย เขาต้องการซึมซับบรรยากาศของโลกใบนี้ สำรวจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ถูกพรากไป
ระหว่างที่กำลังเดินเตร็ดเตร่อย่างไม่รู้จุดหมายเขาสังเกตเห็นคนหลายกลุ่มที่สวมใส่ด้วยชุดเกราะประหลาดราวกับหลุดมาจากยุคกลางซึ่งกำลังมุ่งหน้าเดินไปในทิศทางเดียวกันเรย์ตัดสินใจเดินตามหลังกลุ่มคนดังกล่าวจนมาถึงลานกว้างแห่งหนึ่งที่ดูเหมือนสวนสาธารณะ คลาคล่ำไปด้วยผู้คนไม่ใช่แค่พ่อค้าในพื้นที่เท่านั้นแม้แต่พ่อค้านอกพื้นที่เองต่างพากันมาตั้งแผงลอยขายของอยู่รอบ ๆ
“เกทใกล้จะเปิดอยู่รอมร่อ นายนี่ช้าชะมัด เดียวก็โดนหัวหน้าด่าจนได้”
“เชี่ย! จะให้ฉันทำไงได้ล่ะวะก็หัวหน้าเล่นสั่งให้ฉันปรุงยาจำนวนมากขนาดนั้นภายในวันเดียว ใครมันจะไปทำทั้งหมดนั่นได้ทันกัน...ฉันเป็นแค่อัลเคมิสท์ระดับมือสมัครเล่นเองนะเว้ย”
“เออ ๆ เข้าใจแล้ว รีบไปเถอะทุกคนรออยู่”
เรย์ได้ยินเสียงสนทนาของชายคนหนึ่งที่สวมด้วยชุดเกราะเหล็กโบราณกับชายอีกคนที่สวมเสื้อคลุมและหมวกรูปทรงประหลาดเดินตัดผ่านเขาเข้าไปยังกลางลานกว้าง
‘คนพวกนี้คงจะเป็นฮันเตอร์สินะ’
ลานกว้างแห่งนี้มีต้นไม้ใหญ่กระจายตัวอยู่ทั่วไปทำให้ร่มเงาจากใบไม้หนาทึบช่วยบรรเทาความร้อนในตอนกลางวันทางเดินที่ปูด้วยหินเรียบตัดกับแผงลอยที่ตั้งเรียงรายสองข้างทางทำให้ที่นี่ดูเหมือนงานเทศกาลขนาดย่อม ๆ เต็มไปด้วยสีสันและกลิ่นอายของสินค้าประเภทต่างๆ ที่ถูกวางเรียงให้เห็นอย่างโดดเด่นมีทั้งขวดยาที่ข้างในบรรจุน้ำใสหลากสี พร้อมติดฉลากบรรยายสรรพคุณแตกต่างกัน
บางร้านก็มีชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดขนาดแตกต่างกันถูกบรรจุในห่อใสที่ข้างกันนั้นมีอัญมณีรูปทรงประหลาดต่าง ๆ สลักด้วยอักษรรูนพร้อมติดป้ายราคา
อัญมณีพวกนั้น...เขาจำได้ว่าเคยเห็นพวกมันมาก่อน
“เร่เข้ามาเร่เข้ามา ร้านเรามีเขี้ยวไดร์วูลฟ์ราคาเพียงอันละสี่เหรียญทองแดงสินค้ามีจำนวนจำกัด ใครช้าหมดอดนะพี่น้อง”
เสียงพ่อค้าร้องเชิญชวนลูกค้าดังขึ้นดึงความสนใจของเรย์เขามองไปที่แผงลอยเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดเกราะผ้าเก่า ๆ กำลังขอต่อรองราคา
“อันละสามทองแดงได้ไหมลุงถ้าตกลงผมเหมาหมดนี่เลย”
“โธ่ไอ้น้องลุงรับมาแพงนะ... เองก็เห็นอยู่ว่านี่ลดราคาลงมาจากตลาดกลางตั้งหนึ่งเหรียญลดมากกว่านี้ลุงก็ไม่ได้กำไรแล้ว”
เมื่อเห็นลูกค้าทำท่าคิดหนักอีกฝ่ายจึงยื่นข้อเสนอเพิ่ม
“เอาแบบนี้เป็นไงถ้านายยอมซื้อในราคานี้ ฉันจะขายเปลือกไม้ของเอนท์ให้ในราคากิโลกรัมละเจ็ดเหรียญทองแดงเป็นกรณีพิเศษ...เพราะดูท่าแล้วนายคงจะเอาเขี้ยวไปทำยาต้านสถานะสินะ ยังไงก็ขาดส่วนผสมอย่างเปลือกไม้นี่ไม่ได้อยู่แล้วจริงไหม”
ฝ่ายลูกค้าทำตาโต ก่อนจะกอดอกทำหน้าครุ่นคิดอย่างชั่งใจ
“เปลือกไม้กิโลละเจ็ดทองแดงแน่นะลุง”
ฝั่งพ่อค้าพยักหน้างึกหงักยืนยัน
“โอเคงั้นดีล”
“ฮะฮ้า ตัดสินใจได้เยี่ยมมากเจ้าหนุ่ม”
เสียงจอแจผู้คุยต่อรองราคามีมาให้ได้ยินตลอดทางหลายอย่างนั้นเป็นบทสนทนาที่เขาฟังแล้วไม่เข้าใจ แม้จะรู้สึกแปลกแยกเพียงใดแต่เรย์ก็รู้ดีว่าต้องปรับตัวและเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ไว้
เขารู้แค่เพียงมูลค่า 1 เหรียญเธอเลี่ยมทองแดง เท่ากับประมาณ 30-35 ดอลลาร์ และ 100 เหรียญทองแดงมีค่าเท่ากับ 1 เหรียญเธอเลี่ยมเงิน และ 100 เหรียญธอเลี่ยมเงินเท่ากับ 1 เหรียญเธอเลี่ยมทอง ซึ่งเหรียญธอเลี่ยมทั้งหมดนี้มีโอกาสหาได้จากกล่องสมบัติในดันเจี้ยน เป็นอัตราแลกเปลี่ยนของระบบการเงินที่มีเสถียรภาพมากที่สุดในตอนนี้
จากที่ศึกษาข้อมูลมาบ้างเขานั้นตระหนักได้ดีเกี่ยวกับมูลค่าสิ่งของที่หาได้จากในนั้น อย่างเช่นเมื่อเจ็ดปีก่อนมีข่าวออกมาว่าผู้ตื่นรู้คนหนึ่งเอายาเฉพาะทางที่สามารถต้านมะเร็งชนิดหนึ่งกลับมาซึ่งได้รับการพิสูจน์ประสิทธิภาพของตัวยาแล้วและยาเฉพาะทางที่เอากลับมาขวดนี้ก็ประมูลออกไปด้วยราคาสูงเสียดฟ้า
ผู้ซื้อไม่ใช่คนรวยที่กำลังต่อสู้กับมะเร็งทว่าเป็นบริษัทยาซื้อไปเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาต่อยอด อันที่จริงแล้ว ยาเฉพาะทางนี้ไม่ได้เป็นของที่มีเพียงหนึ่งเดียวถึงแม้เป็นของหายาก แต่ผู้ตื่นรู้คนอื่นก็สามารถเอากลับมาได้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นยาขวดนี้ที่ขายออกต่อให้มีกำลังในฐานะบริษัท ก็ยากที่จะประมูลไหว
ในวันที่บริษัทยาดังกล่าวประมูลยาเฉพาะทางไปได้อย่างครึกโครมราคาหุ้นพุ่งขึ้นสามสิบสี่เปอร์เซ็นต์
ระหว่างโลกภายนอกและดันเจี้ยนมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลคนรวยซื้อชีวิต บริษัทเทคโนโลยีซื้อเทคโนโลยี ยังมีบริษัทเล็ก ๆ ซื้อกิมมิคไปต่อยอดทุกฝ่ายล้วนมีความต้องการต่าง ๆ นานา
มันก็เปรียบเหมือนชาวป่ายากมากกว่าจะได้รับของใช้ประจำวันที่ล้ำหน้าดังนั้นพวกเขาต้องการของอย่างหนึ่งเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยน
ส่วนคนรวยก็ต้องการหนังและของหายากจากป่าดังนั้นพวกเขาก็ต้องการให้มีคนส่งขึ้นมาให้ตนเอง ก่อเกิดเป็นวงจรประเสริฐ
การเอาชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิตในตำนานจากดันเจี้ยนมาแปรเปลี่ยนเป็นเงินนั้นหมายความว่ามันก็จะกลายเป็นสินค้าส่งออกเฉกเช่นของที่มีจำนวนมากมายในโลกนี้ไปโดยปริยาย
มูลค่าเป็นตัวเงินที่มองเห็นได้นี้ก่อให้เกิดความสนใจเป็นลูกโซ่อย่างมหาศาล
ย่อมมีคนเต็มใจเสี่ยงอันตรายที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนจากความสิ้นหวังเสมอ
นี่ก็คือยุคสมัยที่อภิปรัชญาและวิทยาศาสตร์ต่างมีบทบาทแต่ละฝ่ายมีความแตกต่าง แต่กลับผสมผสานรวมกันอย่างลึกลับ