ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 67 สำรวจโลกใหม่

              เช้าวันถัดมา


              แม้คางูยะจะเคยสั่งห้ามไว้แต่เรย์ก็ยังตัดสินใจเลือกออกมาเดินอยู่ในเมืองที่เคยเห็นจนชินตา เมืองที่ตนเกิดและเติบโต


              ตึกหน้าใหม่อันไม่คุ้นเคยจำนวนมากสูงตระหง่านราวกับจะเอื้อมขึ้นไปสัมผัสสวรรค์ทำให้ดูแล้วรู้สึกอย่างกับมันจะกลืนตนเองที่เดินอยู่บนพื้นไปพร้อม ๆกับท้องฟ้าสีคราม เขาอยากเห็นมันด้วยตาตัวเองโลกใบใหม่ที่พรากทุกอยากไปจากตน


              ในขณะที่หลับใหลมายาวนานถึงแปดปีมีช่วงเวลาประวัติศาสตร์เกิดขึ้นและถูกจารึกไว้มากมาย จุดเริ่มต้นหายนะเหตุการณ์เมื่อแปดปีก่อนที่ดันเจี้ยนปรากฏขึ้นครั้งแรกและทั่วโลกได้ร่วมเผชิญพร้อมกัน ปัจจุบันผู้คนต่างขนานนามเหตุการณ์นั้นว่า ‘คริสต์มาสสีชาด’


              มันได้ส่งแรงกระเพื่อมออกมา และดูดผู้คนที่อยู่รอบๆ  เข้าไป ทำให้ประชากรมนุษย์สูญสิ้นไปกว่าหนึ่งในสามระบบเศรษกิจล่ม การผลิตทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม หยุดชักชะงัก จนเกิดจลาจลขึ้นทั่วทุกมุมโลกสลัมผุดเป็นดอกเห็ดความเป็นอยู่ของประชาชนส่วนใหญ่แย่ลงมากอัตราการเกิดอาชญากรรมพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในประวัติศาสตร์หลังการถือกำเนิดของมนุษย์ที่ถูกเรียกว่า‘ผู้ตื่นรู้’ซึ่งคือผู้ที่ได้รับการปลุกพลังจนอัตลักษณ์เฉพาะตัวปรากฏออกมา และมอบพรสวรรค์ต่างๆ อันเหนือจินตนาการให้


              ดันเจี้ยนได้มอบเรื่องราวทั้งแง่บวกและแง่ลบให้กับโลกใบนี้ยาที่สามารถรักษาโรคได้ทุกชนิดเพียงแค่กินเข้าไปหรือเหล่าอาวุธวิเศษที่มีอานุภาพร้ายแรงไว้ใช้เข่นฆ่าผู้คนมวลมนุษย์ได้ใช้เวลาหลายปีในการปรับตัวและรวบรวมของวิเศษเหล่านั้นสร้างวิถีชีวิตใหม่ขึ้น


              เพราะหากไม่สามารถพิชิตดันเจี้ยนลงได้เมื่อถึงกำหนดเวลาก็จะเกิดกระบวนการที่เรียกว่า ‘ดันเจี้ยนลิมิตเบลค’ หรือก็คือพื้นที่ทั้งหมดในดันเจี้ยนจะถูกหลอมรวมเข้ากับโลกเปรียบดั่งโลกถูกทาทับด้วยสีขาวและถูกวาดเทกเจอร์ขึ้นใหม่แทนพื้นที่เก่า ซึ่งปรากฏการณ์นี้มันได้สร้างพื้นที่รกร้างและรังมอนสเตอร์กระจายขึ้นอยู่ทั่วทุกมุมโลก


              สำหรับมอนสเตอร์ที่หลุดออกมาจากดันเจี้ยนนั้นจะโจมตีเมืองของมนุษย์เป็นครั้งคราวและเมื่อมันเกิดขึ้นคนที่ทุกข์ทรมานมากที่สุดจะเป็นคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รกร้าง


              ด้วยสภาพบ้านหรืออาคารที่ทรุดโทรมผุพังรอบพื้นที่อาศัยรกรุงรัง จนสามารถกลายเป็นที่อยู่อาศัยของมอนสเตอร์ได้อีกด้วย


              โลกนี้จึงจำเป็นต้องมีอาชีพที่เรียกว่า‘ฮันเตอร์’


              พวกเขาเป็นอาชีพนักล่ามีจุดเริ่มต้นที่องค์กร ‘มิธริล’ สร้างระบบสมาคมฮันเตอร์นี้ขึ้นพวกเขาเข้าไปช่วยเหลือวางรากฐานให้กับประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมลงนามโดยการนำเหล่าผู้ตื่นรู้มาลงทะเบียนเพื่อควบคุมความประพฤติให้อยู่ในกรอบของกฎหมายและใช้พลังที่ได้รับมาไปในทางที่ถูกต้องมันได้รับเสียงสนับสนุนอย่างมากจากทุกภาคส่วน ประเทศต่าง ๆ จึงเริ่มนำระบบสมาคมฮันเตอร์ไปประยุกต์ใช้ในแบบของตัวเอง


              ฮันเตอร์เป็นผู้แสวงหาขุมทรัพย์และชื่อเสียง เพราะดันเจี้ยนเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความร่ำรวยมั่งคั่งและอำนาจหากมีความสามารถพอที่จะพิชิต


              มันได้นำพาประโยชน์และโทษมาให้กับผู้คนบนโลกจนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการใช้ชีวิต


              ทว่ามันก็ได้พรากชีวิตของพวกเขาและนำพาความโกลาหลมาเช่นเดียวกัน


              ไม่มีใครรู้ว่ามันปรากฏขึ้นมาได้อย่างไรจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครสามารถไขปริศนานี้ได้


              แต่ทั้งหมดนั่นเป็นเหตุการณ์ยกระดับวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในทุก ๆ ด้าน


              ความกลัวทำให้เราขวนขวายความกระหายทำให้เราก้าวหน้า ก่อให้เกิดกระแสRMA (Revolution in Military Affairs) หรือก็คือช่วงเวลาที่มีแรงผลักดันให้เกิดการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีอาวุธสงคราม เช่น WWI เราได้ปืนกลมาWWII เราได้นิวเคลียร์มา สงครามเย็นเราได้ดาวเทียมมา


              จะเห็นได้ว่าภูมิปัญญาของมนุษย์นั้นวิวัฒนาการขึ้นอย่างก้าวกระโดดโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพระเจ้าแต่ถึงกระนั้นไม่ว่าพวกเขาจะไปไกลแค่ไหน พวกเขาก็ยังเลือกฆ่าฟันกันเองอยู่ดี

     


              ภายในเมืองมีคนถืออาวุธและยังแต่งตัวประหลาดเดินพลุกพล่านไปมาเต็มฟุตบาท กลายเป็นว่าตอนให้เรย์ถือดาบคาตานะเล่มยาวเดินผ่านผู้คนก็ยังไม่มีใครสนใจ


              เมื่อวิถีของโลกนั้นเปลี่ยนไปการพกพาอาวุธกลายเป็นเรื่องปกติสามัญที่คนพบเห็นในชีวิตประจำวัน


              จากที่เรย์ได้อัปเดตข้อมูลใส่ตัวมาบ้างจนพอจะรู้ว่าสำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้น ยังนับว่าโชคดีกว่าที่อื่น ๆแม้ว่าทั่วประเทศยังคงมีเมืองซึ่งกลายเป็นพื้นที่รกร้างแต่ก็ยังโชคดีกว่าบางประเทศมากนัก ที่ถึงขั้นล่มสลายหายไปจากสารบบโลก


              ส่วนบางประเทศที่กำลังดุ้ม ๆ ดอน ๆสังคมกลายเป็นอนาธิไตย และกฎหมายไม่มีผลบังคับใช้ ก็ถูกแทรกแซงโดยสหภาพโซเวียตใหม่หรือไม่ก็จักรวรรดิจีนซึ่งตอนนี้ต่างกำลังแข่งขันกันขยายอิทธิพลชิงดินแดนตอนนี้สามารถกล่าวได้เต็มปากเลยว่าประเทศญี่ปุ่นภายนอกดูสงบสุขกว่าประเทศอื่นเป็นไหนๆ


              เรย์ก้าวเท้าไปตามฟุตบาทมองดูรถราที่แล่นไปมา


              ลุงที่เปิดร้านขายราเมงริมทางกำลังจัดจานเตรียมเสิร์ฟลูกค้า


              ชายกลางคนคนหนึ่งคุยโทรศัพท์เดินเฉียดไหล่เขาปากพูดว่าคืนนี้จะกลับไปให้ทันเวลากินข้าว


              รถประจำทางหยุดลงหน้าป้ายอย่างช้าๆ คนขับรอให้ผู้โดยสารลงจากรถอย่างเบื่อหน่ายเหล่าผู้โดยสารที่นั่งบนรถมองไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย


              แต่เหล่านี้ล้วนไม่เกี่ยวอะไรกับเขา


              เรย์สัมผัสได้ว่าโลกทั้งใบล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกแยกอันไม่คุ้นเคยชนิดหนึ่ง สำหรับเรย์ผู้ใช้ชีวิตอย่างไม่รู้วันเวลามายาวนานในโลกแห่งนั้นที่มีแต่การต่อสู้เขาตายเป็นหมื่นเป็นแสนครั้งในโลกแห่งนั้นเพื่อหลอมรวมความทรงจำของราชาเข้ามา


              โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสั่นขึ้นมาเขาหยิบออกมาดูก็เห็นว่าเป็นสายโทรเข้าจากคางูยะ เขาเลือกที่จะปฏิเสธมัน และส่งเป็นข้อความกลับไปแทนเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเป็นกังวล


              ตอนนี้เขาต้องการเวลาเพื่อสำรวจและทำความเข้าใจโลกใบใหม่นี้ด้วยตัวเองเรย์ก้าวเดินต่อไปอย่างไร้จุดหมาย เขาต้องการซึมซับบรรยากาศของโลกใบนี้ สำรวจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ถูกพรากไป


     

              ระหว่างที่กำลังเดินเตร็ดเตร่อย่างไม่รู้จุดหมายเขาสังเกตเห็นคนหลายกลุ่มที่สวมใส่ด้วยชุดเกราะประหลาดราวกับหลุดมาจากยุคกลางซึ่งกำลังมุ่งหน้าเดินไปในทิศทางเดียวกันเรย์ตัดสินใจเดินตามหลังกลุ่มคนดังกล่าวจนมาถึงลานกว้างแห่งหนึ่งที่ดูเหมือนสวนสาธารณะ คลาคล่ำไปด้วยผู้คนไม่ใช่แค่พ่อค้าในพื้นที่เท่านั้นแม้แต่พ่อค้านอกพื้นที่เองต่างพากันมาตั้งแผงลอยขายของอยู่รอบ ๆ


              “เกทใกล้จะเปิดอยู่รอมร่อ นายนี่ช้าชะมัด เดียวก็โดนหัวหน้าด่าจนได้”


              “เชี่ย! จะให้ฉันทำไงได้ล่ะวะก็หัวหน้าเล่นสั่งให้ฉันปรุงยาจำนวนมากขนาดนั้นภายในวันเดียว ใครมันจะไปทำทั้งหมดนั่นได้ทันกัน...ฉันเป็นแค่อัลเคมิสท์ระดับมือสมัครเล่นเองนะเว้ย”


              “เออ ๆ เข้าใจแล้ว รีบไปเถอะทุกคนรออยู่”


              เรย์ได้ยินเสียงสนทนาของชายคนหนึ่งที่สวมด้วยชุดเกราะเหล็กโบราณกับชายอีกคนที่สวมเสื้อคลุมและหมวกรูปทรงประหลาดเดินตัดผ่านเขาเข้าไปยังกลางลานกว้าง


              ‘คนพวกนี้คงจะเป็นฮันเตอร์สินะ’


              ลานกว้างแห่งนี้มีต้นไม้ใหญ่กระจายตัวอยู่ทั่วไปทำให้ร่มเงาจากใบไม้หนาทึบช่วยบรรเทาความร้อนในตอนกลางวันทางเดินที่ปูด้วยหินเรียบตัดกับแผงลอยที่ตั้งเรียงรายสองข้างทางทำให้ที่นี่ดูเหมือนงานเทศกาลขนาดย่อม ๆ เต็มไปด้วยสีสันและกลิ่นอายของสินค้าประเภทต่างๆ ที่ถูกวางเรียงให้เห็นอย่างโดดเด่นมีทั้งขวดยาที่ข้างในบรรจุน้ำใสหลากสี พร้อมติดฉลากบรรยายสรรพคุณแตกต่างกัน


              บางร้านก็มีชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดขนาดแตกต่างกันถูกบรรจุในห่อใสที่ข้างกันนั้นมีอัญมณีรูปทรงประหลาดต่าง ๆ สลักด้วยอักษรรูนพร้อมติดป้ายราคา


              อัญมณีพวกนั้น...เขาจำได้ว่าเคยเห็นพวกมันมาก่อน


              “เร่เข้ามาเร่เข้ามา ร้านเรามีเขี้ยวไดร์วูลฟ์ราคาเพียงอันละสี่เหรียญทองแดงสินค้ามีจำนวนจำกัด ใครช้าหมดอดนะพี่น้อง”


              เสียงพ่อค้าร้องเชิญชวนลูกค้าดังขึ้นดึงความสนใจของเรย์เขามองไปที่แผงลอยเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดเกราะผ้าเก่า ๆ กำลังขอต่อรองราคา


              “อันละสามทองแดงได้ไหมลุงถ้าตกลงผมเหมาหมดนี่เลย”


              “โธ่ไอ้น้องลุงรับมาแพงนะ... เองก็เห็นอยู่ว่านี่ลดราคาลงมาจากตลาดกลางตั้งหนึ่งเหรียญลดมากกว่านี้ลุงก็ไม่ได้กำไรแล้ว”


              เมื่อเห็นลูกค้าทำท่าคิดหนักอีกฝ่ายจึงยื่นข้อเสนอเพิ่ม


              “เอาแบบนี้เป็นไงถ้านายยอมซื้อในราคานี้ ฉันจะขายเปลือกไม้ของเอนท์ให้ในราคากิโลกรัมละเจ็ดเหรียญทองแดงเป็นกรณีพิเศษ...เพราะดูท่าแล้วนายคงจะเอาเขี้ยวไปทำยาต้านสถานะสินะ ยังไงก็ขาดส่วนผสมอย่างเปลือกไม้นี่ไม่ได้อยู่แล้วจริงไหม”


              ฝ่ายลูกค้าทำตาโต ก่อนจะกอดอกทำหน้าครุ่นคิดอย่างชั่งใจ


              “เปลือกไม้กิโลละเจ็ดทองแดงแน่นะลุง”


              ฝั่งพ่อค้าพยักหน้างึกหงักยืนยัน


              “โอเคงั้นดีล”


              “ฮะฮ้า ตัดสินใจได้เยี่ยมมากเจ้าหนุ่ม”


              เสียงจอแจผู้คุยต่อรองราคามีมาให้ได้ยินตลอดทางหลายอย่างนั้นเป็นบทสนทนาที่เขาฟังแล้วไม่เข้าใจ แม้จะรู้สึกแปลกแยกเพียงใดแต่เรย์ก็รู้ดีว่าต้องปรับตัวและเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ไว้


              เขารู้แค่เพียงมูลค่า 1 เหรียญเธอเลี่ยมทองแดง เท่ากับประมาณ 30-35 ดอลลาร์ และ 100 เหรียญทองแดงมีค่าเท่ากับ 1 เหรียญเธอเลี่ยมเงิน และ 100 เหรียญธอเลี่ยมเงินเท่ากับ 1 เหรียญเธอเลี่ยมทอง ซึ่งเหรียญธอเลี่ยมทั้งหมดนี้มีโอกาสหาได้จากกล่องสมบัติในดันเจี้ยน เป็นอัตราแลกเปลี่ยนของระบบการเงินที่มีเสถียรภาพมากที่สุดในตอนนี้


              จากที่ศึกษาข้อมูลมาบ้างเขานั้นตระหนักได้ดีเกี่ยวกับมูลค่าสิ่งของที่หาได้จากในนั้น อย่างเช่นเมื่อเจ็ดปีก่อนมีข่าวออกมาว่าผู้ตื่นรู้คนหนึ่งเอายาเฉพาะทางที่สามารถต้านมะเร็งชนิดหนึ่งกลับมาซึ่งได้รับการพิสูจน์ประสิทธิภาพของตัวยาแล้วและยาเฉพาะทางที่เอากลับมาขวดนี้ก็ประมูลออกไปด้วยราคาสูงเสียดฟ้า


              ผู้ซื้อไม่ใช่คนรวยที่กำลังต่อสู้กับมะเร็งทว่าเป็นบริษัทยาซื้อไปเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาต่อยอด อันที่จริงแล้ว ยาเฉพาะทางนี้ไม่ได้เป็นของที่มีเพียงหนึ่งเดียวถึงแม้เป็นของหายาก แต่ผู้ตื่นรู้คนอื่นก็สามารถเอากลับมาได้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นยาขวดนี้ที่ขายออกต่อให้มีกำลังในฐานะบริษัท ก็ยากที่จะประมูลไหว


              ในวันที่บริษัทยาดังกล่าวประมูลยาเฉพาะทางไปได้อย่างครึกโครมราคาหุ้นพุ่งขึ้นสามสิบสี่เปอร์เซ็นต์


              ระหว่างโลกภายนอกและดันเจี้ยนมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลคนรวยซื้อชีวิต บริษัทเทคโนโลยีซื้อเทคโนโลยี ยังมีบริษัทเล็ก ๆ ซื้อกิมมิคไปต่อยอดทุกฝ่ายล้วนมีความต้องการต่าง ๆ นานา


              มันก็เปรียบเหมือนชาวป่ายากมากกว่าจะได้รับของใช้ประจำวันที่ล้ำหน้าดังนั้นพวกเขาต้องการของอย่างหนึ่งเป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยน


              ส่วนคนรวยก็ต้องการหนังและของหายากจากป่าดังนั้นพวกเขาก็ต้องการให้มีคนส่งขึ้นมาให้ตนเอง ก่อเกิดเป็นวงจรประเสริฐ


              การเอาชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิตในตำนานจากดันเจี้ยนมาแปรเปลี่ยนเป็นเงินนั้นหมายความว่ามันก็จะกลายเป็นสินค้าส่งออกเฉกเช่นของที่มีจำนวนมากมายในโลกนี้ไปโดยปริยาย


              มูลค่าเป็นตัวเงินที่มองเห็นได้นี้ก่อให้เกิดความสนใจเป็นลูกโซ่อย่างมหาศาล


              ย่อมมีคนเต็มใจเสี่ยงอันตรายที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนจากความสิ้นหวังเสมอ


              นี่ก็คือยุคสมัยที่อภิปรัชญาและวิทยาศาสตร์ต่างมีบทบาทแต่ละฝ่ายมีความแตกต่าง แต่กลับผสมผสานรวมกันอย่างลึกลับ

     

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732