ที่หน้าห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
“หมอขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ หากมีอะไรที่หมอช่วยได้ หมอยินดีจะช่วยทุกอย่าง ขอให้บอกนะคะ”
แพทย์หญิงคนหนึ่งที่พึ่งจะเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน กล่าวกับครอบครัวผู้สูญเสีย จากนั้นเธอก็หันไปมองหน้าผู้เป็พ่อและแม่สลับกัน แล้วก้มลงมองเด็กหนุ่มที่นั่งปิดหน้าร้องไห้อยู่ข้าง ๆ ผู้เป็แม่
“เอ่อ ไม่ทราบว่าคุณพ่อคุณแม่ได้เห็นน้องรึยังคะ หมอต้องขอโทษที่ถาม”
“เห็นตอนที่เขาเอาขึ้นจากน้ำค่ะ แต่เขากันเอาไว้ไม่ให้เข้าไปใกล้มาก ยังไม่ทันได้เห็นหน้าชัด ๆ เลย”
มธุรสกล่าวแล้วหันไปมองดูหน้าสามีที่นั่งเหม่อลอยเหมือนไม่สนใจ
“แปลว่าคุณแม่ยังไม่ได้ยืนยันตัวลูกสาวใช่มั้ยคะ”
แพทย์หญิงถามอีก จากนั้นหันไปมองผู้เป็พ่อที่นั่งมองเหม่อไปที่จอโทรทัศน์ซึ่งติดอยู่บนผนังหน้าห้องฉุกเฉิน
“ยังค่ะ แต่... ฮือออ! เราเห็นแล้วว่าเป็เน่ ถึงจะเห็นหน้าไม่ชัด แต่รูปร่างเสื้อกางเกงหน้าตาเป็ลูกของฉันแน่ ๆ ฮึ ฮึ ฮือออ”
มธุรสพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น จากนั้นปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ พิษณุลูกชายที่นั่งอยู่ติดกัน เมื่อเห็นแม่ปล่อยโฮเสียงดัง ตัวเองก็เบะปากแล้วปล่อยเสียงร้องไห้ตามออกมาอีก
แพทย์หญิงมองหน้าสุรชัยอีกครั้ง เธอกำลังสังเกตอาการของผู้เป็พ่อที่นิ่งและเหม่อลอย เธอเข้าใจดีว่านี่คืออาการเก็บกดของคนที่กำลังช็อก ดังนั้นเธอจึงเดินไปหยุดยืนตรงหน้าของสุรชัย เพื่อให้เขาหันมาสนใจ แต่แววตาของสุรชัยกลับไม่ยอมมองหน้า ดวงตาของผู้เป็พ่อนั้นเหม่อลอยเหมือนไม่รู้สึกกับอะไรทั้งนั้น
แพทย์หญิงจ้องตาสุรชัยเกือบ 2 นาที เมื่อทนไม่ไหวเธอจึงเดินมานั่งลงข้าง ๆ เขา
“คุณพ่อ ตอนนี้รู้สึกเป็ยังไงบ้างคะ บอกหมอได้นะคะหมอช่วยคุณได้ ้าอะไรหรืออยากได้อะไรมั้ย หมอเป็ห่วงนะคะ หมอพร้อมรับฟังทุกอย่างจากคุณ บอกหมอมาได้เลย”
สุรชัยยังนั่งนิ่งเหมือนไม่ได้ยิน แพทย์หญิงคิ้วขมวดทันทีด้วยความกังวล เธอจึงตัดสินใจเอื้อมมือไปจับแขนของสุรชัยแล้วบีบแรง ๆ
“คุณพ่อ! อย่าเก็บไว้คนเดียวค่ะ ความเสียใจถ้าเก็บกดไว้ในใจ มันไม่ดี เพราะมันจะกลายเป็ะเิเวลา ปล่อยมันออกมาเถอะค่ะ ถ้าน้องเน่เห็นพ่อเป็แบบนี้ เธอจะไม่สบายใจนะคะ อยากพูดอะไรก็พูดออกมาเลยค่ะ หมอและทุกคนพร้อมจะรับฟังคุณพ่อค่ะ”
สุรชัยพึ่งรู้สึกตัวตื่นขึ้นจากภวังค์ในวินาทีแรกที่ถูกบีบแขน และได้ฟังสิ่งที่แพทย์หญิงพูด เขาหันไปมองหน้าเธอแบบตาลอย ๆ แล้วพยักหน้ากับให้แพทย์หญิงคนนั้น
“ผมไม่ได้เป็อะไรหรอกครับคุณหมอ ผมแค่... เอ่อ ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร มันคิดไม่ออก”
สุรชัยกล่าวเสียงเบา เหมือนเขาไม่มีแรงแม้แต่จะพูด
“คุณพ่อมีอะไรให้หมอช่วยมั้ย บอกหมอได้เลยนะคะ เ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมจะช่วยเหลือและดูแลครอบครัวน้องเน่นะคะ” แพทย์หญิงกล่าว
“ขอบคุณครับ ไม่เป็ไร ผมแค่กำลังทำใจ มันช็อก ไม่รู้จะทำอย่างไร”
สุรชัยกล่าวพร้อมกับเอนตัวไปพิงพนักเก้าอี้ จากนั้นยกมือขึ้นลูบหน้าเพื่อพยายามจะเรียกสติของตัวเองให้กลับคืนมา
“อืม... ถ้าอย่างนั้นหมอว่าพวกคุณพักผ่อนกันก่อนดีกว่า ตอนแรกหมอจะขอให้ทางครอบครัวน้องไปตรวจสอบเพื่อยืนยันว่าร่างที่เ้าหน้าที่เจอคือน้องเน่จริง ๆ” แพทย์หญิงกล่าวแล้วลุกขึ้นยืน จากนั้นหันมากล่าวอีกว่า
“พอดีเมื่อ 10 วันก่อน มีคนร้ายอ้างว่าเอาศพของเด็กผู้หญิงมาทิ้งในอ่างเก็บน้ำ เราเลยอยากให้ครอบครัวยืนยันให้ถูกต้อง ถ้าคุณพ่อคุณแม่เห็นร่างของน้องแล้วไม่แน่ใจ เราก็จะได้ทำเื่ตรวจดีเอ็นเอให้มีความชัดเจนค่ะ”
สุรชัยหันไปมองผู้เป็ภรรยาเหมือนจะขอความเห็น
“คนเอาศพมาทิ้งเหรอค่ะ” มธุรสถาม
“ใช่ค่ะ คนร้ายลักพาตัวเด็กผู้หญิงไปขังไว้ที่บ้านตัวเอง เพื่อกดดันพ่อเด็กให้ทำอะไรบางอย่าง แต่เด็กพยายามหนีเลยเกิดการต่อสู้กันจนทำให้เด็กเสียชีวิต คนร้ายเอาศพเด็กไปทิ้งทางทิศเหนือของอ่างเก็บน้ำเพื่ออำพราง ตอนนี้เ้าหน้าที่ยังหาร่างของเด็กคนนั้นไม่เจอเลยค่ะ”
แพทย์หญิงกล่าว
“ไม่เห็นได้ยินข่าวเลย”
มธุรสกล่าวแล้วหันไปมองหน้าสามีด้วยความประหลาดใจ
“หมอคิดว่ามีคนพยายามปิดข่าวนี้ หมอรู้ว่าเป็ใคร มันเกี่ยวข้องกับพ่อของเด็กที่เสียชีวิตค่ะ อืม... หมอก็พูดอะไรมากไม่ได้ เพราะมันไม่มีหลักฐาน”
สุรชัยยื่นมือไปจับขาภรรยาเบา ๆ
“คุณไหวมั้ยล่ะ ไปยืนยันให้ครบขั้นตอนของเขา เราจะได้พาลูกกลับบ้านละ... เลย”
ประโยคท้ายสุรชัยกล่าวเสียงสั่น จากนั้นน้ำตาก็ไหลเอ่อมาอาบแก้ม
“ไหว ไหว แม่ไหว อืม จะได้พาลูกกลับบ้าน”
ผู้เป็แม่สะกดกลั้นเสียงสะอื้นไว้ แล้วแข็งใจพูดออกมา
“เราพร้อมไปยืนยันตัวลูกสาวครับ เอ่อ... ถ้ายืนยันแล้ว เราจะเอาลูกกลับบ้านได้เลยมั้ย”
“ตามขั้นตอนปกติ หากครอบครัวไม่ติดใจสงสัยสาเหตุการเสียชีวิต และแน่ใจแล้วว่าร่างที่พบในอ่างเก็บน้ำหุบพระยาเป็น้องจริง ๆ วันพรุ่งนี้ก็รับร่างน้องกลับบ้านได้เลยค่ะ” แพทย์หญิงกล่าว
สุรชัยหันไปมองหน้าภรรยาอีกครั้ง มธุรสมองสามีด้วยแววตาที่ตัดสินใจไม่ถูก
“หมายถึง ถ้าเราติดใจสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิต จะต้องมีการผ่าร่างพิสูจน์อย่างละเอียดใช่มั้ยครับ” สุรชัยถาม
“ใช่ค่ะ คือ คุณพ่อคุณแม่ของน้องจะรู้ดีถึงสาเหตุที่ทำให้สงสัยว่าทำไมน้องถึงเสียชีวิต เอ่อ... ตอนนี้เรารู้แน่ ๆ แล้วว่าน้องเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ ไม่มีาแบนร่างกาย นอกจากใบหน้าของน้องที่ผิดรูป ซึ่งในเื่ของใบหน้าที่ผิดรูปนี้ ผลการชันสูตรเบื้องต้นลงความเห็นว่าเป็เพราะน้องแช่อยู่ในน้ำนาน และใบหน้าของน้องเหมือนมีของแข็ง ๆ กระแทกและกดทับ ซึ่งไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดว่าสิ่งนั้นคืออะไร ส่วนแผลที่ปากซึ่งเป็รอยฉีกขาด าแนี้เกิดจากวัตถุที่ไม่มีความคม สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากวัตถุชิ้นเดียวกันกับที่กระแทกและทับที่ใบหน้า จากนั้นอาจจะมีสัตว์น้ำไปแทะกินจนเกิดเป็แผลขาดแหว่ง”
แพทย์หญิงหยุดพูด แล้วมองหน้าผู้เป็พ่อและแม่สลับกัน เพื่อตรวจสอบสภาพจิตใจว่าจะฟังต่อได้หรือไม่ จากนั้นเธอจึงกล่าวต่อไปว่า
“นอกจากใบหน้าแล้วตามร่างกายไม่มีาแค่ะ และบริเวณศีรษะไม่มีร่องรอยหรือาแ ไม่มีรอยฟกช้ำที่เกิดจากการกระแทกหรือถูกทุบ เอ่อ... ถ้าคุณพ่อพร้อมที่จะไปดูร่างของน้อง เดี๋ยวหมอจะชี้จุดให้ดูค่ะ หลังจากที่ดูน้องแล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้งก็ได้” แพทย์หญิงกล่าว
สุรชัยหันไปมองหน้าภรรยาอีกเป็ครั้งที่สาม มธุรสสูดลมหายใจลึกสุดแล้วพยักหน้าให้สามี เธอพร้อมแล้ว!