ปรมาจารย์ไร้เดียงสา
บทที่ 19 เ้าของบ้าน
หลังทั้งกลุ่มเดินทางไปถึงเมืองหลวง จิวอิงได้เชิญมี่มี่ไปเป็แขกที่จวนของนาง แต่มี่มี่ปฏิเสธอย่างเกรงใจ
"เ้าจะไม่ไปพักที่จวนข้าก่อนจริงๆหรือ"
"มี่มี่มีคนรู้จักอยู่ที่เมืองหลวง จึงจะไปพักที่นั่นเ้าค่ะ"
แม้จิวอิงจะสงสัยแต่ก็ไม่ได้คะยั้นคะยอให้มี่มี่ไปกับนาง ดังนั้นคนทั้งกลุ่มจึงแยกย้ายจากกัน องค์ชายห้าที่คิดจะไปส่งมี่มี่กลับถูกเรียกตัวกะทันหัน ทำให้เขาต้องรีบมุ่งหน้าเข้าวังหลวงทันที ขณะที่ทุกคนแยกย้ายไปกันหมดแล้ว มี่มี่จึงถามอี้เฉินขึ้นว่า
'มาวมาว บ้านของเ้าไปทางไหนล่ะ'
'ตามมาทางนี้'
เมื่อสิบสี่ปีก่อนอี้เฉินจะถูกสาป เขาเคยซื้อที่ดินและปลูกบ้านไว้ในเมืองหลวงแห่งนี้ ที่เขาต้องซื้อบ้านไว้เพราะปีนั้นเขาได้รับรักษาสตรีผู้หนึ่งที่มีอาการาเ็สาหัสอย่างหนัก จนต้องใช้เวลารักษายาวนานเป็ปี ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจซื้อบ้านที่เมืองหลวง ระหว่างทางที่เดินไปบ้านของเขา เขาก็คิดถึงเื่ในตอนนั้นขึ้นมา
ตอนนั้นเขามีอายุเพียงยี่สิบต้นๆ ออกเดินทางไปทั่วตามใจตัวเอง ระหว่างการเดินทางมาเมืองหลวง เขาได้พบสตรีผู้หนึ่งที่เข้ามาหาเขาด้วยสภาพาเ็สาหัส เขาได้ยินเพียงคำว่า 'ช่วยข้าด้วย' ก่อนที่นางจะหมดสติพร้อมลมหายใจที่รวยริน ตอนนั้นเขาที่เห็นนางมีความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่ จึงได้ช่วยเหลือนางไว้ เมื่อประเมินอาการแล้ว ร่างกายของนางบอบช้ำอย่างหนัก เงินสำหรับเขาไม่ใช่เื่ใหญ่ เงินเก็บที่มีก็มากพอที่จะซื้อบ้านสักหลังหนึ่งได้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจซื้อบ้านเพื่อเป็ที่พักฟื้นและดูแลสตรีผู้นั้น เวลาผ่านไปเกือบปีกว่าเขาจะพยุงอาการของนางไว้ได้ และใช้เวลาอีกถึงสามปีในการพักฟื้น ระหว่างที่นางพักฟื้น เขาก็ออกเดินทางร่อนเร่พเนจรไปทั่ว แต่ก็ยังกลับมาดูอาการของนางเป็ประจำ จนเมื่อเขาถูกสาป เขาก็ไม่ได้กลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกเลย
อี้เฉินพามี่มี่มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ประตูหน้าบ้านใหญ่โตจนมี่มี่อดอ้าปากค้างไม่ได้ นางไม่คิดว่าในอดีตอี้เฉินจะเป็คนมีเงินมากขนาดนี้มาก่อน
'ทำอะไรอยู่ล่ะ เปิดประตูเข้าไปสิ'
มี่มี่ที่ได้ยินอี้เฉินบอกก็หันไปถามอี้เฉินอีกครั้งว่า
'มาวมาว เ้าแน่ใจหรือว่านี่เป็บ้านเ้า'
'แน่ใจสิข้าเป็คนซื้อเองกับมือ'
'แต่มันดูเหมือนว่ามีคนอาศัยอยู่นะ'
จริงๆแล้วอี้เฉินเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน แต่นี่มันบ้านของเขานะ ใครกันกล้ามาสวมรอยอยู่ในบ้านของเขา ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดคุยกันต่อ มีบุรุษผู้หนึ่งเปิดประตูออกมา เมื่อบุรุษผู้นั้นสบตาเข้ากับมี่มี่ก็ตกตะลึง เขาจำนางได้ทันทีั้แ่แรกเห็น เขาจึงร้องะโอย่างดีใจว่า
"เม่ยเม่ย เป็เ้าใช่หรือไม่"
"เกอเกอ ข้าเอง ข้าคือมี่มี่เอง"
แล้วทั้งสองก็วิ่งเข้าไปหากันและกัน
"เ้ามากับใคร รู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่"
"ข้ามากับมาวมาวเ้าค่ะ เอ่อ บ้านนี้เป็บ้านของสหายข้าเอง"
"หืม เ้าเป็สหายกับนายหญิงหรือ"
อี้เฉินที่ได้ยินถึงกับขมวดคิ้ว เหตุใดบ้านของเขาถึงมีนายหญิงได้กัน ยังไม่ทันได้คิดต่อ เสียงสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมาทางด้านหลัง
"น้องจาง ใครมางั้นหรือ"
"น้องสาวข้าน้อยมาขอรับ"
ฟางเซียนที่ได้ฟังถึงกับงุนงง ไหนว่าแยกจากกันไปสิบกว่าปี เหตุใดถึงหากันพบได้ง่ายดายนัก นางได้แต่สงสัยแต่ยังไม่ได้ถามสิ่งใดต่อ จางจือที่เห็นทั้งสองมาอยู่พร้อมหน้ากันจึงเริ่มแนะนำทั้งสองฝ่ายให้ได้รู้จักกัน
"เม่ยเม่ย นี่คือนายหญิงของบ้านหลังนี่ ส่วนนี่คือมี่มี่ น้องสาวของข้าน้อยเองขอรับ"
"ยินดีที่ได้รู้จักนะ ว่าแต่เ้าหาพี่ชายเ้าพบได้อย่างไรหรือ"
"เอ่อ มี่มี่แค่เป็สหายกับเ้าของบ้านหลังนี้ เลยแวะมาทักทายเ้าค่ะ"
"เ้าอายุเท่าใดกัน"
"ปีนี้อายุ 15 ปีเ้าค่ะ"
ฟางเซียนที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย บุรุษผู้นั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตลอดสิบสี่ปีที่ผ่านมา แต่กลับมีเด็กสาวอายุ 15 ปีมาบอกว่าเป็สหายกับเขา นางแอบอ้างหรือนางจะมีเบาะแสของเขาจริงๆกันนะ อี้เฉินที่เห็นสตรีที่เพิ่งมาใหม่ก็ตกตะลึงจนเพิ่งได้สติ นางคือสตรีที่เขาเคยช่วยเหลือไว้จนเขาถึงกับซื้อบ้านหลังนี้เพื่อรักษานาง เขาไม่คิดว่านางจะยังคงอยู่บ้านหลังนี้ เขาหายไปสิบกว่าปี หรือนางคิดจะฮุบบ้านของเขากันนะ
"เ้าของบ้านที่เ้ารู้จักมีชื่อว่าอะไรหรือ"
"มาวมาว เอ่อ...
'มาวมาว เ้าชื่อจริงว่าอะไรนะ'
'อี้เฉินคือชื่อของข้า ไม่ใช่มาวมาว จำไว้ให้ดีๆหน่อยสิ'
"ชื่ออี้เฉินเ้าค่ะ"
ฟางเซียนที่ได้ยินถึงกับตาวาวขึ้นมาทันที นางบอกชื่อของบุรุษที่หายไปนับสิบปีผู้นั้นถูก แสดงว่านางมีโอกาสได้เจอเขาจริงๆสินะ
"เ้าเข้ามาข้างในก่อนเถอะ อย่ามัวมายืนอยู่ตรงนี้กันเลย เอ๊ะแล้วแมวตัวนี้"
"เป็แมวของมี่มี่เองเ้าค่ะ"
"อ่องั้นเข้ามาด้านในกัน"
เมื่อฟางเซียนมองไปทางแมวตัวนั้น นางก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก สงสัยนางจะคิดมากเกินไปกระมัง นางจึงไม่ได้สนใจแมวตัวนั้นอีก แล้วเดินเข้าไปด้านใน จางจือขอตัวแยกไปทำงานที่ค้างไว้ของตัวเองให้เสร็จก่อน เขาจะได้มีเวลามาดูแลน้องสาว
'เ้าระวังตัวไว้นะ เผื่อนางอยากจะฮุบบ้านข้า อาจฆ่าเ้าปิดปากก็เป็ได้'
'ดูหน้าตานางไม่น่าเป็คนแบบนั้นนะ'
'เรามองคนจากภายนอกไม่ได้หรอก'
เมื่อมี่มี่ได้ยินคำพูดของอี้เฉิน นางก็เลยถามฟางเซียนขึ้นว่า
"พี่สาวท่านเป็อะไรกับเ้าของบ้านหลังนี้หรือเ้าค่ะ"
"เขาเป็คนที่ข้ารักน่ะ"
เหมี๊ยว~~ เสียงร้องอย่างใของอี้เฉินดังขึ้น มี่มี่เองที่ได้ฟังก็ตาโตเช่นกัน ที่แท้พี่สาวคนนี้ก็เป็คนรักของมาวมาวนั่นเอง นางพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะคิดในใจว่า หากมีโอกาสนางจะบอกเื่มาวมาวให้นางได้รู้เสียหน่อยแล้ว อี้เฉินะโหนีออกไปจากตรงนั้น เขาไม่คิดเลยว่าแม่นางน้อยที่เขาเคยช่วยไว้จะคิดกับเขาเช่นนี้ แต่มาคิดอีกที เขาอยู่ในร่างแมวนี่นะ เหตุใดต้องวิ่งหนีออกมากันล่ะ เมื่อคิดได้เขาก็รีบวิ่งกลับไปหามี่มี่ทันที ระหว่างที่เขาเข้าไปกลับได้ยินเสียงสตรีสองนางพูดคุยกันเกี่ยวกับตัวเขาโดยที่เขาไม่ทันได้เข้าไปห้าม
"พี่สาว ท่านรู้ไหม คนที่ท่านรักจริงๆแล้วเขาคือแมวสีขาวตัวเมื่อครู่ที่ท่านเห็นนั่นแหละ"
"น้องสาว เ้าล้อเล่นแล้ว คนจะเป็แมวไปได้อย่างไร"
"จริงๆนะ มาวมาวสอนวิชาการแพทย์ให้ข้าั้แ่ข้ายังเด็ก อีกทั้งเคยเล่าให้ฟังว่าเขาถูกสาปอยู่ในร่างแมว ที่ข้ามาบ้านหลังนี้ถูกก็เพราะเขาพาข้าเองนั่นแหละ"
ฟางเซียนที่ได้ฟังตอนแรกก็หัวเราะในจินตนาการของมี่มี่ แต่เมื่อฟังประโยคหลังนางจึงเริ่มคิดตาม จังหวะนั้นเองอี้เฉินที่รีบวิ่งเข้ามาเอ่ยกับมี่มี่ขึ้นว่า
'เ้าจะบอกนางทำไม'
'หากพี่สาวช่วยข้าหาคนป่วยมาเยอะๆ ไม่ดีหรือไงล่ะ'
อี้เฉินคิดตามคำพูดของมี่มี่ก็เริ่มรู้สึกคล้อยตาม ฟางเซียนที่เห็นมี่มี่จ้องไปที่แมวสีขาวตัวนั้นก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า
"น้องมี่มี่ แมวตัวนี้หรือที่เ้าบอกว่าเป็ท่านหมออี้?"
"ใช่เ้าค่ะ แมวตัวนี้แหละ"
ฟางเซียนมองหน้าแมวตัวนั้นอย่างจริงจังอีกครั้ง อี้เฉินก็มองหน้านางกลับ ฟางเซียนที่ยังคงสงสัยจึงถามขึ้นว่า
"น้องสาว เ้าบอกว่าแมวตัวนี้คือท่านหมออี้ เ้ามีหลักฐานอะไรงั้นหรือ?"