ตอนที่ 9 ราชโองการ!
ความทรงจำของฉินอี่ถูกหลินเยี่ยดึงออกมาอย่างต่อเนื่อง...
ศิษย์สำนักเบญจอสนี!
นับแต่เด็กพร์ดาษดื่น หลังเข้าร่วมสำนักถูกศิษย์อื่นรังแก ในใจมีเพียงความคับแค้น
ค่ายอาคมพิทักษ์สำนักปิดผนึกยาวนานนับสิบปี เหมือนดังสำนักของเฉินเยว่เหยา และไม่มีข้อมูลใดเกี่ยวข้องกับเฉินเยว่เหยาปรากฏ
พริบตานี้เองที่ปรากฏเสียงเย็นเยือกในความทรงจำ “ทำสิ่งที่ข้าบอก เ้าจะได้ทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเกียรติยศหรือโชคลาภ”
“หาของสิ่งหนึ่งมาให้ได้... ราชโองการที่ตระกูลหลินแห่งมณฑลเปี้ยนถือครอง”
“เมื่อมีมัน เคล็ดวิชาทั้งหมดจะสิ้นฤทธิ์ สำนักเร้นโลกาทั้งหมดจะเลือนหายไป”
มีเพียงเสียง ไม่มีรูปลักษณ์ปรากฏ
ความทรงจำถัดจากนั้นว่างเปล่า ราวกับถูกลบเลือนไปจนสิ้น
อีกฝ่ายเดินทางถึงมณฑลเปี้ยน เข้าหาหลินชี่ หลังทำข้อตกลงเรียบร้อยจึงเดินทางมา เป้าหมายคือสังหารเขาและหลินฉางเทียนผู้เป็บิดา
สืบค้นความทรงจำครบถ้วน หลินเยี่ยค่อยลุกขึ้นพลางหรี่ตามอง
ชาติภพก่อนหลินชี่ทำลายครอบครัวเขาจนแตกแยก เดิมชาตินี้เขาไม่คิดยุ่งเกี่ยว แม้กิจการของตระกูลหลิน หลินเยี่ยก็ยังคิดปล่อยวาง
แต่แล้วน้องชายต่างแม่คนนี้กลับคิดเพียงแต่สังหารผู้อื่นเพื่อไต่เต้า ถือว่ารนหาที่ตาย
เื่ราวดำเนินถึงตรงนี้ ก็คงมีแต่ต้องสะสางหนี้แค้นทั้งเก่าและใหม่ให้ครบถ้วน!
......
โรงแรมหยุนเฉิงชิงเหว่ยอินเตอร์เนชั่นแนล
ห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทสุดหรู
หลินชี่นั่งอยู่บนโซฟา กอดนางแบบสาวสวยสองคนที่รูปร่างเย้ายวนทั้งซ้ายและขวา
"นายน้อยหลิน ทําไมคนใหญ่คนโตอย่างคุณถึงมาที่โรงแรมเล็ก ๆ อย่างหยุนเฉิงล่ะคะ?" สาวสวยคนหนึ่งซบหน้าอกของหลินชี่พร้อมถามด้วยเสียงออดอ้อน
"แม่ตัวดี มีหลายคำถามเหลือเกินนะ”
หลินชี่ตบก้นหญิงสาวอย่างดุดัน ริมฝีปากยิ้มออกพร้อมกล่าว “ได้เห็นคนที่เกลียดชังตกตาย เป็เื่น่ารื่นรมย์เสียจริง!”
“เอ๋? คุณชายจะฆ่าใครกันคะ? ไม่กลัวผิดกฎหมายเหรอ?” หญิงสาวอีกคนเผยสีหน้าหวาดกลัวออกมา
"ผิดกฎหมาย? มีเพียงคนระดับพวกเธอเท่านั้นที่ต้องใส่ใจเื่นั้น" แววตาของหลินชี่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย เขายิ้มแล้วพูดว่า "อยู่ที่นี่ ฉันคือกฎหมาย ถ้าฉัน้าให้ใครตาย มันก็ต้องตาย”
“แน่นอนว่าตัวแสบอย่างพวกเธอก็ต้องสุขจนตายกันไปข้างเช่นกัน”
พูดจบเขาก็ดึงสาวสวยทั้งสองคนเข้าหา พร้อมกดสะโพกพวกเธอเอาไว้
ทันใดนี้เองที่มีเสียงหอบหายใจดังออกจากห้อง
ปัง!
ในขณะที่หลินชี่หลับตาลงเพื่อเพลิดเพลินกับ่เวลาอันยอดเยี่ยม
ทันใดนั้นประตูโรงแรมพลันแตกพัง สาวสวยที่กําลังให้บริการหลินชี่ใจนตัวสั่น พวกเธอเผลอใช้ฟันกัดอย่างแรง หลินชี่เ็ปจนใบหน้าบิดเบี้ยว มือต้องกระชากผมของหญิงสาวพร้อมถีบรุนแรงจนพวกเธอล้มกองกับพื้น
ขณะกำลังคิดกล่าวคำด่าทอ
เขากลับได้เห็นหลินเยี่ยเดินผ่านประตูที่พังเข้ามาในห้อง กายถึงกับแข็งทื่อ รูม่านตาหดเกร็ง ลิ้นถึงขั้นพันกันจนแทบพูดไม่ออก “แกะ แกมาทำอะไรที่นี่? ฉินอี่หายไปไหน!”
เขาอยากพบหลินเยี่ยก็จริง แต่ต้องในสภาพเป็ศพ
พบเห็นคนเป็อยู่ตรงหน้า เขาถึงกับสับสน
"ตายแล้ว"
สิ้นคำหลินเยี่ย เขาโบกมือสองสาวที่ยืนนิ่งแข็งค้างเป็รูปปั้นกายท่อนบนเปลือยเปล่า
ทั้งสองที่ดึงสติกลับคืนได้ ตอนนี้เร่งร้อนใช้มือปิดหน้าอกวิ่งหนีออกจากห้องไป
"พี่ใหญ่ ผม... ฉินอี่เป็คนอยากฆ่าพี่ ไม่เกี่ยวอะไรกับผม ผมถูกเขาบังคับ” หลินชี่รีบซ่อนอาวุธไว้ใต้ชุด สีหน้าแสดงออกซึ่งความชวนเวทนา
หากหลินเยี่ยบุกมาถึงที่นี่ได้ คนโง่ยังทราบว่าไม่ใช่มาเพื่อรื้อฟื้นเื่ราวอันดีแน่...
ห้าปีผ่านพ้น ไม่ทราบว่าพี่ชายไร้ประโยชน์ผ่านพ้นอะไรมาบ้าง แม้แต่ยอดฝีมือเช่นฉินอี่ยังตกตายด้วยมืออีกฝ่าย!
หลินชี่ไม่อาจทราบเื่ราว แต่ที่ทราบตอนนี้ ความหวังหนึ่งเดียวคือร้องขออ้อนวอน
ต้องกล่าวว่าหลินชี่มีฝีมือการแสดงยอดเยี่ยม การไม่ได้เข้าสู่วงการบันเทิงถือเป็เื่น่าเสียดาย
ท่าทางที่แสดงออกนั้น หากไม่ใช่เพราะหลินเยี่ยสืบค้นความทรงจำของฉินอี่จนทราบ ก็คงหลงเชื่อไปแล้ว
“ฆ่าฉัน ฆ่าพ่อ จากนั้นแกขึ้นเป็ผู้นำตระกูลหลิน วางแผนได้ดีนี่”
หลินเยี่ยเดินเข้าหาน้องชายต่างแม่ นั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้าและกล่าวออก “แต่แกเคยคิดบ้างไหม ทำไมฉินอี่ถึง้าราชโองการของตระกูลหลิน?”
ได้ยินคำถาม สีหน้าหลินชี่กลายเป็ซีดเผือด
"ที่แท้แกรู้อยู่แล้ว"
ทราบว่าโกหกไม่อาจได้ผล หลินชี่ยอมเผยธาตุแท้ เสียงหัวเราะเ็าดังขึ้น “ใช่ ฉันจะฆ่าแกก่อน ส่วนพ่อ... ไว้ทีหลังยังได้”
“ก็ไม่ได้คิดจะฆ่าจริงหรอก ขอแค่แกตาย ฉันก็กลายเป็ผู้สืบทอดหนึ่งเดียวของตระกูลหลินแล้ว”
“ก็แค่ราชโองการไร้สาระแผ่นเดียว พ่อไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องซ่อนมันเอาไว้เลยสักนิด”
หลินเยี่ยถอนหายใจดังตอบ “หน้าโง่เสียจริง สองชีวิตแลกราชโองการไร้สาระที่แกกล่าวถึง? คิดว่าฉินอี่มันโง่หรือยังไง?”
"เดิมทีฉันไม่มีเคยสนใจกิจการของตระกูลหลิน และไม่เคยคิดจะพยายามทำอะไรทั้งนั้น"
"แต่แกกลับคิดจะฆ่าฉันครั้งแล้วครั้งเล่า ลงมือได้แม้กระทั่งกับภรรยาและลูกของฉัน"
“ถ้าเมื่อไหร่แกเข้าดูแลกิจการตระกูลหลิน ฉันคงต้องรู้สึกผิดต่อบรรพชนตระกูลแน่”"
กล่าวคำจบ หลินชี่พลันลุกขึ้นเผยสีหน้าโกรธแค้น เสียงรอดไรฟันปรากฏออกมา “แล้วยังไง?”
"หลินเยี่ย ฉันต้องอยู่เป็เงามืดของแกั้แ่เด็กจนโต พ่อลำเอียงรักแก อบรมเลี้ยงดูให้แกเป็ทายาทผู้สืบทอด"
“ขณะที่ฉันเป็แค่ลูกเกิดจากแม่เลี้ยง ได้รับก็แค่คำดูถูกเหยียดหยาม”
“ห้าปีก่อนฉันถึงยอมทำทุกหนทาง เพื่อให้แกต้องผิดใจกับพ่อ สุดท้ายแกโดนขับไล่ออกจากตระกูลหลิน”
"ตอนแรกฉันเห็นแก่ความเป็พี่น้อง เลยยอมปล่อยแกไป แต่น่าเสียดายที่พ่อแก่จนเลอะเลือน เพิ่งจะมารู้สึกเสียใจ และอยากรับแกกลับมา"
"ถ้าแกไม่ตาย ฉันก็ไม่มีวันได้เป็ตัวจริง!"
"ฉันจะบอกอะไรแกให้ หลายปีมานี้แม่ฉันจัดการควบคุมตระกูลหลินไว้หมดแล้ว ตอนนี้พ่อเป็แค่หุ่นเชิด แกฆ่าฉันก็ไม่ได้อะไร"
"ถ้าฉันตาย แกกับหลานสาวที่น่ารักของฉัน อย่าได้คิดว่าจะมีชีวิตอยู่เลย!"
หลินเยี่ยรับฟังหลินชี่พูดจนครบถ้วน สายตาตลอดเวลานิ่งเรียบ ทว่าเย็นะเื สุดท้ายเขาเอ่ยถาม “พูดพอหรือยัง?”
หัวใจของหลินชี่เต้นแรง และรู้สึกมีลางสังหรณ์ไม่ดี เขาถอยหลังไปหลายก้าว แล้วถามอย่างประหม่าว่า "แกคิดจะทําอะไร? ฉันขอเตือนแกไว้ว่าอย่าทำอะไรวู่วาม”
หลินชี่หัวใจเต้นแรง รับร็ถึงสังหรณ์ลางร้าย เท้าถอยกลับไปหลายก้าว น้ำเสียงร้อนรนเอ่ยถาม “แกคิดทำอะไร? ขอเตือนไว้ว่าฆ่าฉันไปแกก็ไม่ได้อะไร คิดให้ดี!”
“ฉันไม่ได้จะฆ่า แค่ไม่ให้ไปทำร้ายคนอื่นอีกก็พอ” ร่างหลินเยี่ยเคลื่อนพุ่งเข้าหา
ฝ่ามือวางกดลงที่หน้าผากหลินชี่
หลังจากนั้น...
สองดวงตาของหลินชี่เบิกกว้าง ราวกับสูญเสียจิตสำนึก ไม่ต่างอะไรกับร่างที่ไร้ชีวิต
สามจิตเจ็ดิญญาถูกหลินเยี่ยดึงออกมาทั้งหมด ความทรงจําก็เช่นกัน
ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับราชโองการ น้องชายของเขาคนนี้เป็เพียงเครื่องมือที่คนอื่นใช้ประโยชน์เท่านั้น...
หากเป็เช่นนี้ เสียงที่ได้ยินในความทรงจำของฉินอี่คือใครกันแน่?
เหตุใด้าราชโองการของตระกูลหลิน?
หลินชี่ที่สิ้นสภาพประหนึ่งสิ้นชีวิต ร่างนั้นล้มลงกับพื้น หลินเยี่ยเพียงมองด้วยสายตานิ่งเฉย
การที่สามารถลบล้างความทรงจำของฉินอี่ได้ อีกฝ่ายไม่ทราบระดับการบำเพ็ญสูญล้ำเพียงใด
หากอีกหนึ่งเดือนผ่านพ้น ฉินอี่ยังไม่อาจได้รับราชโองการ อีกฝ่ายจะลงมือเอง...
ตอนนี้เขามีแต่ต้องเร่งฝึกฝนบำเพ็ญเพียรต่อเนื่อง และหาทางกลับไปสะสางเื่ราวที่มณฑลเปี้ยนก่อนเ้าของเสียงลึกลับนั้นลงมือ
ตัดสินใจได้ดังนั้น หลินเยี่ยค่อยเดินกลับออกจากห้องชุดสุดหรูและโรงแรม
หลินชี่ทำเขาเสียเวลาไปไม่น้อย ตอนนี้สมควรแก่เวลาไปพบเหอจวินแล้ว
เงินตรา อดีตที่เคยมองว่าไร้ค่า ตอนนี้กลับกลายเป็จุดอ่อนของเขาเสียเอง...
เหอจวินคือหนทางเดียวที่เขานึกออก