หลังจากที่เยี่ยเฟยิแบกอุ้มร่างอันไร้สติของหลินเสี่ยวชิงมาซ่อนไว้ในถ้ำลี้ลับลึกท้ายเขา ชายหนุ่มก็นั่งคุกเข่ากอดร่างของเด็กสาวร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตาเหลือไหล ดวงตาเรียวยาวบัดนี้เต็มไปด้วยเส้นเืฝอยสีแดงก่ำ ความโศกเศร้าและความแค้นมันจุกแน่นในอกจนแทบะเิ ในหัวของเขาพร่ำคิดถึงแต่ภาพใบหน้ายิ้มแย้มของลุงหลิน และพวกลุงป้าน้าอาในตลาดที่เคยยื่นหมั่นโถว ยื่นน้ำแกงให้เขา แต่บัดนี้กลับกลายเป็เพียงเศษซากเนื้อและคราบโลหิตที่มอดไหม้ปะปนไปกับกองขี้เถ่า
วูบ...
เปลวไฟสีม่วงดำปะทุออกมาจากแหวนหยกนิลที่นิ้วชี้ของเขา อัคคีนิลลอยคว้างอยู่กลางอากาศ แผ่ไอเย็นเยียบและทรงอำนาจจนอุณหภูมิในถ้ำลดฮวบลงทันตา ไอระเหยจากลมหายใจของเฟยิกลายเป็ควันสีขาวนวล
"เ้าจะร้องไห้ไปจนถึงเมื่อไหร่ เฟยิ" เสียงทุ้มต่ำของอัคคีนิลดังขึ้น "ถ้าเ้าอยากให้นางฟื้น และอยากล้างแค้นให้พวกปุถุชนที่ตายไป เ้าต้องรีบเอานางเข้าไปไว้ในมิติของแหวนหยกนิลกลืน์วงนี้ พลังอนธการจะช่วยแช่แข็งสภาพร่างกายและยื้อชีวิตของนางไว้ไม่ให้จิติญญาสลายไปมากกว่านี้"
เฟยิเงยหน้าขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างลนลาน "ต้องทำอย่างไร! ข้าต้องทำอย่างไรอัคคีนิล บอกข้าที!"
"ตั้งจิตให้มั่น เพ่งมองมาที่แหวนแล้วคิดถึงตัวนาง"
เฟยิทำตามทันที ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ ส่งกระแสความรู้สึกทั้งหมดไปยังหยกนิลสีดำ พลัน เกิดคลื่นพลังงานสีม่วงหม่นม้วนตัวเข้าโอบล้อมร่างของเสี่ยวชิงเอาไว้ ก่อนที่ร่างของเด็กสาวจะเลือนหายไปช้า ๆ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าในอ้อมแขนของเขา
"ตามนางเข้ามาสิ ข้าจะแสดงให้เ้าเห็นว่ามรดกที่แท้จริงของตระกูลเ้ามันมีกฎเกณฑ์ที่โหดร้ายเพียงใด" สิ้นเสียงของอัคคีนิล สติของเฟยิก็ถูกฉุดดิ่งเข้าสู่ห้วงมิติภายในแหวนทันที
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เฟยิก็ต้องตะลึงกับความยิ่งใหญ่ตรงหน้า ท้องฟ้าเบื้องบนมืดมิดไร้ขอบเขต พื้นล่างดุจผืนน้ำสีดำสนิทที่สะท้อนเงานับหมื่น ร่างของเสี่ยวชิงนอนสงบนิ่งอยู่บนแท่นหินอนธการที่แผ่ไอเย็นปกคลุม ราวกับเวลาของนางถูกหยุดนิ่งเอาไว้ แต่อัตราการไหลของเวลาในมิติต่างหากที่ทำให้เฟยิต้องใจหายวาบ
"ที่นี่... ลมปราณหนาแน่นมาก แต่ทำไมกระแสเวลาเดินแปลก ๆ?" เฟยิถามด้วยความตื่นตระหนกเมื่อััได้ถึงความผันผวนรอบตัว
อัคคีนิลแผ่ประกายไฟสีม่วงเข้ม น้ำเสียงแฝงความจริงจังและเคร่งขรึม "เ้าต้องฟังข้าให้ดี ๆ ไอ้หนู แหวนวงนี้มันทรงพลัง แต่มันก็แฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์ที่น่ากลัว 'หนึ่งวันในมิติแหวนนิลแห่งนี้ เท่ากับเวลาในโลกภายนอกผ่านไปนานถึงหนึ่งเดือน!' ร่างกายของแม่หนูนี่จะปลอดภัยดุจถูกแช่แข็งไว้ในตู้แช่ แต่ตัวเ้า... หากเ้าใช้เวลาฝึกตนอยู่ในนี้เพียงหนึ่งเดือน โลกภายนอกจะผ่านไปเกือบสามปีทันที! ยิ่งเ้าชักช้าและอ่อนแอ โลกข้างนอกก็จะยิ่งทิ้งห่างเ้าไปไกล สำนักศัตรูของเ้าจะยิ่งแข็งแกร่ง และร่องรอยของคนในหมู่บ้านที่หายไปก็อาจจะเลือนหายไปตามกาลเวลา!"
คำพูดของอัคคีนิลดุจสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเฟยิ ชายหนุ่มเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวด้วยความกดดันอันมหาศาล ความคิดที่ว่าเขาจะซุ่มฝึกอย่างสบายใจพังทลายลงสิ้น หนทางข้างหน้ามีแต่ต้องแข่งกับเวลาเท่านั้น!
เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ บัดนี้หอตำราโบราณขนาดมหึมานับหมื่นนับแสนเล่มที่ลอยล่องอยู่กลางอากาศราวกับดวงดาว ไม่ได้ดูน่าอัศจรรย์อีกต่อไป แต่มันคือขุมทรัพย์ความรู้ที่เขาต้องรีบ "่ชิง" มาให้เร็วที่สุด
เฟยิไม่รอช้า เขารีบชักนำตำราที่ลอยอยู่ลงมาเปิดอ่าน อักษรโบราณเ่าั้ถูกแปลความหมายเข้าสู่สมองของเขา ยิ่งอ่านเขาก็ยิ่งเข้าใจโครงสร้างอันกว้างใหญ่และโหดร้ายของโลกใบนี้ โลกที่แบ่งแยกผู้คนด้วยระดับพลัง 12 มหาระดับ เริ่มจากควบแน่นปราณ เปิดชีพจร สร้างฐานราก แกนทองคำ และิญญาก่อกำเนิด รวมถึงระดับอาวุธวิเศษที่แบ่งเป็ระดับปุถุชน ก่อเกิด ปราณฟ้า าา และจักรพรรดิ
"พวกเซียนสวะที่ทำลายหมู่บ้านเ้า มันอยู่แค่ระดับควบแน่นปราณขั้นต่ำเท่านั้น" อัคคีนิลแค่นเสียง "แต่สำหรับเ้า... กายาอนธการาของเ้ามันสูงส่งเกินกว่าจะใช้รากปราณธรรมดา ข้าจะใช้ไฟนิลของข้าแผดเผาเส้นชีพจรขยะของเ้าให้ไหม้เป็จุณ เพื่อสร้างเส้นลมปราณอนธการขึ้นมาใหม่! มันจะทรมานเจียนตาย เ้ายอมรับมันหรือไม่?"
เฟยิหันไปมองเสี่ยวชิงที่นอนอยู่บนแท่นหิน ความกดดันเื่เวลาแปรเปลี่ยนเป็พลังใจอันบ้าคลั่ง "เข้ามาเลย! แลกด้วยอะไรข้าก็ยอม ข้าไม่มีเวลามาเอ้อระเหยอีกแล้ว!"
ฟู่!!!
เปลวไฟสีม่วงดำจากอัคคีนิลพุ่งเข้าใส่ร่างของเฟยิทันที พลังงานความร้อนลึกลับชำแรกเข้าสู่ิั ทะลวงลึกเข้าไปในกระดูกและเส้นเื ชายหนุ่มเบิกตากว้าง เส้นสายสีม่วงน่ากลัวปูดโปนขึ้นตามใบหน้าและลำคอ เฟยิกรีดร้องลั่นมิติแหวน ร่างของเขาทรุดลงไปดิ้นพล่านบนพื้นน้ำสีดำ ความรู้สึกในตอนนี้มันทรมานราวกับมีลาวาเดือดพล่านกำลังไหลเวียนอยู่ใต้ิั แผ่เผาเส้นลมปราณเดิมที่มีอยู่จนแหลกสลาย ร่างกายขับเหงื่อสีดำเหนียวหนะและโลหิตเสียกลิ่นคาวรุนแรงออกมาตามรูขุมขนเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกของปุถุชน
"อย่าเพิ่งหมดสติ! ตั้งจิตไปที่จุดตันเถียน! ข่มความเ็ปแล้วควบคุมไฟของข้าให้หลอมรวมกับพลังสายเืของเ้าซะ!" เสียงของอัคคีนิลตะคอกสั่งดังลั่นในหัว
เฟยิขบกรามแน่นจนเืสด ๆ ไหลซึมออกจากมุมปาก สองมือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เขารู้ดีว่าทุกวินาทีที่เขาหมดสติไป เวลาโลกภายนอกกำลังเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มฝืนใจสู้ชักนำกระแสพลังงานสีม่วงดำที่พลุ่งพล่านให้โคจรไปตามร่างกายอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ทรัพยากรเดียวที่เขามีในกระเป๋าผ้าคือต้น 'หญ้าใบส้ม' สมุนไพรป่าระดับต่ำต้อยที่แวะเด็ดมาจากปากถ้ำ ชายหนุ่มฝืนเคี้ยวกลืนมันลงไปสด ๆ เพื่อใช้พลังธรรมชาติอันน้อยนิดเป็เชื้อไฟขับเคลื่อนกระแสพลัง
หลังจากผ่าน่สัปดาห์แรกในมิติแหวน (ซึ่งโลกภายนอกผ่านไปแล้วหลายเดือน) โครงสร้างชีพจรของเขาเริ่มคงที่ แต่อัคคีนิลไม่ยอมให้เขาพัก ผู้าุโไฟลอยมาหยุดตรงหน้าพร้อมกับแผ่ประกายไฟดุดัน
"จงไปเลือกวิชาการต่อสู้จากหอตำรามาฝึกฝนควบคู่กันไปซะ ยิ่งเ้าชักช้า เวลาโลกภายนอกยิ่งผ่านไป!"
เฟยิพยักหน้าอย่างเหนื่อยหอบ ร่างกายของเขาทั้งร่างยังคงชุ่มไปด้วยเหงื่อ ชายหนุ่มใช้กระแสสัญชาตญาณของสายเืดึงดูดตำราลงมาสองเล่ม เล่มแรกทำจากหนังอสูรสีดำปกสลักอักษรลายเส้นดุดันว่องไว: "ดรรชนีอนธการตัดดารา" และตำราพื้นฐานอีกเล่มคือ "ย่างก้าวเงาไร้ลักษณ์"
"วิชาดรรชนีจะช่วยให้เ้าควบแน่นปราณอนธการไปที่ปลายนิ้วเพื่อโจมตีจุดตาย ส่วนวิชาตัวเบาเงาไร้ลักษณ์จะช่วยให้เ้าเคลื่อนที่ได้ดั่งภูตผี เหมาะสำหรับทักษะการเอาตัวรอดข้ามขั้น!" อัคคีนิลอธิบาย
นับั้แ่วินาทีนั้น เฟยิฝึกฝนดุจคนบ้าที่กำลังหนีความตาย
่เช้าเขาจะนั่งขัดสมาธิซดน้ำแกงสมุนไพรป่าต่ำต้อยเพื่อประคองธาตุไฟและปรับลมปราณขยายจุดตันเถียน พอตกบ่าย ชายหนุ่มก็ต้องลุกขึ้นมาฝึกซ้อมวิชาดรรชนีและท่าเท้าอย่างบ้าคลั่ง ขาและแขนเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำจากการล้มกระแทกผิวน้ำสีดำซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เขารีบยันตัวลุกขึ้นยืนทุกครั้ง ดวงตาสีม่วงหม่นจับจ้องไปที่ร่างของเสี่ยวชิง ความกดดันว่าป่านนี้โลกภายนอกจะผ่านไปถึงไหนแล้ว มันบีบคั้นให้เขาต้องออกหมัด แทงนิ้ว และก้าวฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น!
"ดรรชนีอนธการ... ศรทมิฬ!" เฟยิคำรามพลางแทงนิ้วชี้ขวาออกไปเบื้องหน้า
ปัง!!!
ลำแสงสีม่วงดำขนาดเท่าลำแขนพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขา ทะลวงผ่านห้วงอากาศในมิติแหวนจนเกิดะเิคลื่นกระแทกสะท้อนผิวน้ำเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทรงพลังและเด็ดขาดกว่าวันแรกนับสิบเท่า
เมื่อเวลาในมิติแหวนผ่านไปจนครบหนึ่งเดือนเต็ม ๆ (ซึ่งหมายความว่าเวลาในโลกภายนอกได้ผ่านไปเกือบหนึ่งปีแล้ว!) กระแสลมปราณรอบตัวของเฟยิก็พลันหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ไอพลังงานอนธการหนาแน่นถูกสูบเข้าไปในร่างกายของเขารวดเร็วดุจน้ำหลาก ทลายพันธนาการก้าวแรกของปุถุชนดุจเขื่อนแตก
ครืนนนน!
เสียงะเิดังก้องลึกภายในจิติญญาของเฟยิ คลื่นพลังงานสีดำสนิทแผ่กระจายออกจากร่างะเิผิวน้ำสีดำรอบตัว าแฉกรรจ์ที่ไหล่ซ้ายสมานตัวจนเหลือเพียงรอยแผลเป็จาง ๆ ผิวพรรณดูเต่งตึงและมีสง่าราศีเรืองรองขึ้นอย่างน่าประหลาด ดวงตาเรียวยาวลืมขึ้นช้า ๆ ประกายแสงสีม่วงลึกล้ำดุจห้วงราตรีอันไร้ก้นบึ้งแฝงไปด้วยความเยือกเย็น ดุดัน และเด็ดเดี่ยว
"สำเร็จแล้ว..." อัคคีนิลลอยกลับมา น้ำเสียงแฝงความชื่นชมและโล่งอก "ทลายชีพจรเก่าสร้างชีพจร์ แถมยังสำเร็จวิชาพื้นฐานก้าวแรก บดขยี้ขีดจำกัดเข้าสู่ แดนควบแน่นปราณ ขั้นที่ 1 อย่างสมบูรณ์แล้ว! ด้วยปราณอนธการในร่างเ้าตอนนี้ เ้าสามารถสู้ข้ามขั้นกับพวกขั้น 3 ข้างนอกได้สบาย!"
เฟยิกำหมัดแน่น ััถึงพลังที่เพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เขามองไปที่ร่างของเสี่ยวชิงด้วยความตั้งมั่น
"หนึ่งเดือนในนี้... โลกข้างนอกผ่านไปเกือบสามปีแล้ว ข้าต้องรีบแล้ว!" เฟยิดึงจิติญญากลับคืนสู่โลกความจริงทันที
ร่างของชายหนุ่มลืมตาขึ้นในถ้ำลี้ลับท้ายเขา ฝุ่นผงและหยากไย่เกาะกุมตามโขดหินอย่างเห็นได้ชัด แสงแดดสาดส่องเข้ามาบอกให้รู้ว่าเวลาข้างนอกผ่านไปเนิ่นนานเป็ปีแล้วจริง ๆ ตัวเขาเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน ไม่ใช่คนตัดฟืนผู้อ่อนแออีกต่อไป
เยี่ยเฟยิก้าวเท้าออกจากปากถ้ำช้า ๆ สายตาจับจ้องไปยังเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของทวีปราณคราม หนทางแห่งคราบน้ำตา ความกดดันของเวลา และความแค้นได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!