บทที่5 าใต้สมุทรและวิวัฒนาการที่บิดเบี้ยว
ภายในห้องมืดที่เต็มไปด้วยกลิ่นสารเคมีและเสียงพัดลมคอมพิวเตอร์ครางเบาๆ ชายคนหนึ่งนั่งหันหลังให้หลินเฟิง ท่ามกลางหน้าจอหลายสิบจอดที่แสดงผลลัพธ์ของโครงสร้างพันธุกรรมที่ซับซ้อน
“มาแล้วเหรอ หลินเฟิง...” ชายคนนั้นเอ่ยโดยไม่หันมามอง
“นายหายไปนานนะ สำหรับคนที่หมอบอกว่ามีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่เดือน ฉันนึกว่านายตายไปแล้วเสียอีก”
หลินเฟิงไม่ตอบ แต่เดินไปหยุดข้างหลังเขา สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์
“ฉันไม่ได้มาเพื่อพูดเื่ความตายของฉัน... ถังเยี่ยน ฉันมาเพื่อพูดเื่การ 'สร้าง' ชีวิตใหม่”
ถังเยี่ยนหัวเราะในลำคอ “สร้างชีวิต? นายจะมาขอให้ฉันทำโคลนนิ่งหลินเฟิงเวอร์ชั่นที่สองอยู่หรือไง? “
”นายก็รู้ว่าฉันถูกไล่ออกจากสถาบันเพราะวิจัยเื่ 'พันธุกรรมต้องห้าม' นั่นมันเป็เื่เพ้อฝันของคนบ้า”
หลินเฟิงหยิบขวดโหลแก้วใบเล็กที่เขาเตรียมมาวางลงบนโต๊ะ ข้างในนั้นมี “ดินจากสวนเอเดน” ที่เรืองแสงจางๆ อย่างประหลาด
“นี่ไม่ใช่เื่เพ้อฝัน...” หลินเฟิงกดเสียงต่ำ
“ฉัน้าบันทึกการวิจัยของนาย... ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ 'การกระตุ้นเซลล์ในสภาวะสุดขั้ว' และฉัน้าตัวอย่าง DNA ของสิ่งมีชีวิตที่นายบอกว่า 'ล้มเหลว' พวกนั้นมาให้ฉัน”
ถังเยี่ยนชะงักมือที่กำลังพิมพ์ หันมามองดินในโหลแก้วด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
“นั่นมัน... สารประกอบอะไรน่ะ? พลังงานมหาศาลขนาดนี้นายไปเอามันมาจากไหน!”
หลินเฟิงจ้องเข้าไปในตาของเพื่อนสนิทด้วยแววตาของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
“ส่งมันมาให้ฉัน... แล้วฉันจะทำให้งานวิจัยที่นายถูกตราหน้าว่า 'บ้า' ให้กลายเป็ความจริงในโลกอนาคตที่ฉันกำลังจะสร้าง “
"ถ้าโปรเจกต์นี้สำเร็จ... กฎฟิสิกส์และตำราวิทยาศาสตร์ที่โลกเคยใช้มานับพันปีจะกลายเป็แค่ขยะ! “
”ฉันจะเขียนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยความจริงชุดใหม่ และเปลี่ยนนิยามของคำว่า 'เป็ไปไม่ได้' ให้หายไปจากโลกนี้ตลอดกาล"
“เพราะสิ่งที่ฉันสร้าง มันคือการก้าวะโของวิวัฒนาการที่ประวัติศาสตร์ไม่เคยจารึกไว้!“
” ฉันจะเปลี่ยนรากฐานความจริงของโลกใบนี้ใหม่ทั้งหมด และทิ้งกฎเกณฑ์เดิมๆ ไว้ข้างหลัง"
ถังเยี่ยนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ ได้!…..นายไว้ใจฉันได้เลย ”
“ในเมื่อนายกล้าเดิมพันด้วยกฎของจักรวาล ฉันก็จะไม่ทำให้นายผิดหวัง “
”ฉันก็จะขอดูให้เห็นกับตาว่าหน้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่นั่นมันจะหน้าตาเป็ยังไง!
” หลินเฟิง... นายอย่าพึ่งตายก่อนจะได้เห็นโลกใบใหม่ที่นายสร้างล่ะ! “
หลินเฟิงพยักหน้าตอบรับเพียงแ่เบา ก่อนจะเดินออกจากห้องมืดนั้นพร้อมเอกสารลับในมือ เขาตรงดิ่งไปยังหอสมุดทันทีเพื่อค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมอย่างบ้าคลั่ง
วันที่สองของเขาหมดไปกับการสลับร่างระหว่าง "พี่ชายที่แสนดีในโรงพยาบาล" และ "ผู้แสวงหาความลับในหอสมุด" จนกระทั่งดึกดื่น
วันที่สาม... การรอคอยสิ้นสุดลง
เมื่อเขาส่องกล้องมองไปยังมหาสมุทรจำลอง แววตาของหลินเฟิงก็สั่นไหวด้วยความตื่นเต้น น้ำที่เคยใสสะอาดเริ่มขุ่นมัวด้วยการปรากฏตัวของ "เพลตอล" สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวกลุ่มแรกที่กำลังแบ่งตัวอย่างบ้าคลั่ง
“มาแล้วสินะ... รากฐานของทุกสรรพสิ่ง”
หลินเฟิงไม่รอช้า เขาป้อนรหัสพันธุกรรมที่เตรียมมาลงไปในระบบทันทีเพื่อจำกัดขนาดตัวของพวกมัน เพราะเขารู้ดีว่าพื้นที่ในสวนเอเดนนั้นมีจำกัด หากปล่อยให้พวกมันตัวใหญ่เกินไป โลกจำลองของเขาอาจพังทลายก่อนที่อารยธรรมจะเกิด
ทว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับรุนแรงเกินกว่าที่เขาจินตนาการ
ภายใต้ความเร็วระดับหมื่นปีต่อนาที มหาสมุทรจำลองกลายเป็ลานประลองที่โเี้ พวกมันแย่งชิงพลังงาน กลายพันธุ์ และเข่นฆ่ากันเองจนกลายเป็าใต้พิภพที่ดุเดือด
หลินเฟิงจ้องมองภาพนั้นราวกับกำลังดูสารคดีระบบนิเวศที่ถูกเร่งความเร็วรุ่นแล้วรุ่นเล่าถือกำเนิดและดับสูญไปเพียงในเสี้ยววินาที
ใน่บ่าย หลินเฟิงออกไปเดินเล่นเพื่อระบายความเครียดที่สะสม ทว่าเมื่อเขากลับเข้ามาในห้องและส่องกล้องอีกครั้ง วิวัฒนาการของพวกมันก็ไปไกลจนน่าขนลุก!
ท่ามกลางความมืดมิดก้นบึ้งของมหาสมุทร "พืชน้ำต้นแรก" ได้ถือกำเนิดขึ้น มีลักษณะคล้ายดอกบัวสามกลีบที่ดูสง่างาม แต่เพียงไม่กี่วินาที พวกมันก็พัฒนาไปเป็พืชสีน้ำเงินเรืองแสงที่มีจุดแต้มคล้ายเห็ดพิษ
แต่สิ่งที่ตามมากลับเป็ “เพลตอล” เซลล์เดียวที่เกิดการสุญพันธุ์ครั้งใหญ่ เนื่องจากฮอกซิเจนเป็พิษ [ออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น]
ซึ่งต่อมาหลินเฟิงได้จดบันทึกและตั้งชื่อให้กับมันว่า “ ยุคปฐมบทแห่งการตื่น “ ซึ่งตรงกับยุค “โพรเทอโรโซอิก” ในโลกแห่งความจริง เมื่อ 2.5 พันล้านปีก่อน
และเรียกพืชต้นนั้นว่า “ บัวดาราต้องสาป “ เนื่องจากพวกมันเรืองแสงภายในความมืดมิดในมหาสมุทร
“แปลกมาก... พวกมันไม่้าแสงอาทิตย์เลยงั้นเหรอ?”
หลินเฟิงพึมพำด้วยความทึ่ง เขาจ้องลึกลงไปอีกก่อนจะเข้าใจในเวลาต่อมา…
“ใช้ดวงจันทร์…แทนแหล่งพลังงาน…”
เมื่อเห็นว่าพืชเหล่านี้สามารถสังเคราะห์แสงผ่านดวงจันทร์จำลองได้อย่างน่าอัศจรรย์ และปรับตัวให้เข้ากับใต้มหาสมุทรอันมืดมิด เ้าก็ดีใจอย่างบอกไม่ถูก
บางสายพันธุ์เริ่มวิวัฒนาการมาลอยเด่นอยู่บนผิวน้ำเพื่อรับพลังงานโดยตรง มีลักษะเหมือนใบบัวและมี กรีบดอกบัวเพิ่มขึ้นมาเป็เจ็ดกรีบ
แต่แล้ว... ความสง่างามนั้นอยู่ได้เพียงชั่วครู่ ภาพที่งดงาม เพียงไม่กี่วินาทีถัดมาภายในโลกแห่งความจริง
พืชและสิ่งมีชีวิตเ่าั้เริ่มแตกแขนงออกเป็สองสายพันธุ์อย่างชัดเจน ส่วนนึงยังคงวิวัฒนาการเพื่อดูดทรัพแสงจันทร์ต่อไป อีกส่วนกลายพันธุ์และกัดกินพวกเดียวกันเองอย่างหิวกระหาย ราวกับฝูงซอมบี้ใต้สมุทรที่ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ
ทุกอย่างเข้าสู่ความโกลาหลอีกครั้ง ราวกับไม่มีคำว่า “สมดุล” อยู่ในโลกใบนี้
ภาพเบื้องหน้ากลายเป็ฝูงสิ่งมีชีวิตที่เข่นฆ่ากันเองอย่างไร้สติ เหมือนฝันร้ายที่ถูกเร่งเวลา
หลินเฟิงลดกล้องส่องทางไกลลงช้าๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดหวั่น
เหมือนได้ตระหนักถึงกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ที่มี เกิด แก่ เจ็บ และตาย เป็เื่ธรรมดาของโลกใบนี้
“เื่พวกนี้... มันไม่มีอยู่ในตำราเรียนด้วยซ้ำ!” เขาอุทานเบาๆ
“นี่ฉันกำลังสร้าง์... หรือกำลังเนรมิตนรกใต้บาดาลกันแน่?”
———
จบบทที่5แล้วนะครับ เป็อย่างไรกันบ้างครับ รู้สึกอย่างไรช่วยคอมเมนต์บอกกันหน่อยนะครับทุกคน!!!