อิ้งเย่วมองขึ้นไปบนฟ้าแล้วผุดยิ้มบางๆ นางไม่ผิดใช่หรือไม่ ? ที่นางทำอยู่ก็เพื่อชีวิตและความอยู่รอดของนางใช่หรือไม่ ?
ที่ตำหนักต้วน
“ ทางฝั่งนั้นเป็อย่างไรบ้าง ? พวกเขามีการเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ ? ” ิเจ๋อในชุดคลุมสีดำเอ่ยถาม นิ้วเรียวสวยกำลังเล่นอยู่กับหมากรุกที่อยู่ตรงหน้า
“ องค์รัชทายาท คนของกระหม่อมส่งข่าวมาว่าไม่นานมานี้ไห่เทาได้รับซื้อสินค้าเป็จำนวนมากพ่ะย่ะค่ะ ”
“ เ้ารู้หรือไม่ว่าสินค้าข้างในคืออะไร ? ” ห่าวอี้ส่ายหน้าไปมา
“ ไม่พ่ะย่ะค่ะ” ิเจ๋อครุ่นคิดอยู่ครู่นึง ไห่เทาช่างมีไหวพริบนัก เ้าเล่ห์ หากจะต้องหาหลักฐานว่าไห่เทาสมรู้ร่วมคิดกับแม่ทัพเหรินเกรงว่าจะไม่ง่ายเสียแล้ว
“ ส่งคนตามติดต่อไป ” คิดอยู่ครู่นานิเจ๋อจึงออกคำสั่งให้ห่าวอี้ส่งคนไปตามติดไห่เทาเพิ่ม หมากรุกในมือถูกิเจ๋อขย้ำเป็ปุ๋ยผง
“ น้อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ ”
“ เตรียมรถม้า ข้าจะเข้าเฝ้าฝ่าา ”
ที่เรือนเล็กจวนสกุลลู่
“ คุณหนูเ้าคะ เหนื่อยจังเลยเ้าค่ะ บ่าวไม่ไหวแล้ว ” ลี่มี่นั่งหายใจหอบอยู่ที่พื้นหญ้า ใบหน้าขาวซีดมองไปที่อิ้งเย่วที่กำลังนั่งจิบชาอย่างสบายใจเฉิบอยู่
“ ฝึกต่อ ” อิ้งเย่วให้ลี่มี่ฝึกวิดพื้นจะได้เพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกายและฝึกความอดทนของลี่มี่ด้วย นี่คือวิธีฝึกร่างกายยุคใหม่ที่อิ้งเย่วจากมา เป็การฝึกร่างกายที่ดีที่สุด ลี่มี่วิดพื้นห้าสิบครั้งอิ้งเย่วจึงสั่งให้พักได้
“ คุณหนูเ้าคะ ไยถึงให้บ่าวฝึกท่าประหลาดๆเช่นนั้นด้วยล่ะเ้าคะ ? ”
“ ฝึกเพื่อตัวเ้าเองนั่นแหละ เ้าฝึกท่าที่ข้าสอนไปก่อน หลังจากนั้นข้าจะสอนทักษะพื้นฐานของคาราเต้ให้ ”
ลี่มี่ถึงกับเบิกตากว้าง ทำไมคุณหนูผู้อ่อนแอของตนถึงได้รู้เื่นี้ได้
“ คุณหนูเ้าคะ ไยคุณหนูถึงรู้เื่พวกนี้ล่ะเ้าคะ แล้วคาราเต้อะไรนั่นคืออะไรหรือเ้าคะ ? ”
ลี่มี่จำได้ว่าท่านเลี่ยงหวงไม่ได้ให้คนมาสอนคุณหนูวิชาต่อสู้ไม่ใช่หรือ ? อิ้งเย่วได้แต่ยิ้มแห้งแล้วบอกปัดๆออกไป
“ เ้าไม่ต้องอยากรู้หรอก ฟังคำสั่งข้า ตั้งใจฝึกสิ่งที่ข้าสอนก็พอ ”
ลี่มี่เห็นคุณหนูของตนนับวันยิ่งมากความสามารถ ลี่มี่ก็อดที่จะชื่นชมคุณหนูของตนไม่ได้ ใบหน้ารูปไข่พยักหน้าเบาๆอย่างเข้าใจ
“ บ่าวจะตั้งใจฝึกเ้าค่ะ ” พอตกเย็นอิ้งเย่วก็ออกมาเดินเล่นที่จวนกับลี่มี่ ทว่าครู่นั้น อิ้งเย่วบังเอิญเห็นร่างของใครบางคนที่คุ้นเคย
ริมฝีปากบางผุดยิ้มที่มุมปากอย่างเยือกเย็น สาวใช้สองนางผู้นั้นมิใช่คนของฮูหยินฟางหรงหรอกเหรอ ? อิ้งเย่วยังจำวันนั้นได้ดี จินเย่วเป็คนลงมือตบหน้าลี่มี่จนใบหน้าของลี่มี่บวมซ้ำไปหลายวัน อิ้งเย่วเห็นพวกเขากำลังเดินผ่านไปที่สระบัว นางจึงแอบหลบมุมแล้วหยิบเอาก้อนหินเล็กๆขึ้นมาปาไปโดนท้าวของจินเย่วเข้า
“ อร้ายยยยย ” เข่อชิงสาวใช้อีกคนสูญเสียการทรงตัว จินเย่วกลับเหยียบไปที่เท้าของเข่อชิง วินาทีนั้นทำให้เข่อชิงสูญเสียการทรงตัวกะทันหัน จินเย่วจึงรีบผละเท้าออกจากเท้าเข่อชิงไม่ทันได้ระวังจินเย่วกลับเผลอผลักเข่อชิงตกลงไปในบ่อน้ำ
ตู้ม !!! จินเย่วถึงกับใกลัว จินเย่วไม่เข้าใจว่าทำไมเข่อชิงถึงตกลงไปในนั้นได้ แต่ความจริงแล้วจินเย่วเป็คนผิดไม่ใช่หรือที่ผลักเข่อชิงตกลงไปในนั้น
“ ช่วยด้วย .... ช่วยด้วย ” จินเย่วมองช้ายแลขวาเห็นไม่มีใครจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
จินเย่วเองก็ว่ายน้ำไม่เป็นางมิอาจเสี่ยงชีวิตลงไปช่วยเข่อชิงได้ หากวิ่งไปบอกฮูหยินฟางหรงจินเย่วอาจถูกลงโทษที่เผลอผลักเข่อชิงตกลงไปในนั้นได้ จินเย่วกำลังจะหันหลังเดินหนีไป ทว่าครู่นั้นก็ได้ยินเสียงเท้าของใครบางคนเดินมา
“ ตายแล้ว มีคนตกน้ำ !!! ” สีหน้าของจินเย่วถึงกับถอดสี คนที่มาเห็นเข้ากับเป็คุณหนูรอง อิ้งเย่วทำทีว่าใกลัวเลิ่กลั่กมองช้ายมองขวา
“ จินเย่ว เ้าคิดจะไปไหนหรือ ? เ้ายังไม่ะโลงไปช่วยเข่อชิงอีก พวกเ้าทั้งสองเป็สหายที่ดีต่อกันมิใช่หรอกหรือ ? ”
“ บ่าวว่ายน้ำไม่เป็เ้าค่ะ ” จินเย่วกัดฟันบอกความจริงออกไปให้อิ้งเย่วรู้
“ ทำไมเมื่อครู่เ้าถึงไม่ร้องดังๆให้คนช่วยเล่า เมื่อครู่ข้าเห็นเ้ามองช้ายแลขวาเหมือนกำลังจะหนี หรือว่าเ้าเป็คนผลักเข่อชิงตกลงไปในนั้นแล้วคิดจะหนีหรือ ? ”
“ บ่าวไม่ได้ทำเ้าค่ะ ” จินเย่วกลัวจนตัวสั่นไปหมด คุณหนูรองเห็นอะไรอย่างงั้นหรือ
“ พูด !!! ” จินเย่วจับแขนเรียวอิ้งเย่วแน่นแล้วส่ายหน้าไปมา เพราะว่าใกลัวอิ้งเย่วจึงผลักมือจินเย่วออกอย่างแรง ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะปล่อยตัวเองตกลงไปในน้ำ
“ คุณหนู .... ” ลี่มี่เดินตามหาอิ้งเย่วให้ทั่ว ทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของอิ้งเย่วลี่มี่ก็รีบวิ่งตามเสียงร้องนางมา ลี่มี่ไม่อยากจะเชื่อว่าจินเย่วจะผลักคุณหนูของตนตกลงไปในน้ำ จิตใจช่างโเี้เสียจริง
“ ไม่นะ คุณหนู !!! ” ลี่มี่กำลังจะะโลงไปในน้ำช่วยอิ้งเย่ว แต่เห็นดวงตาคู่สวยของอิ้งเย่วจ้องเขม็งมาที่ตน ลี่มี่จึงเข้าใจได้ว่านางหมายถึงอะไร ลี่มี่รีบวิ่งไปตามคนมาช่วยทันที
จินเย่วยืนอยู่บนฝั่งร่างกายสั่นระริกไม่หยุด ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงผลักเข่อชิงและคุณหนูรองตกลงไปในน้ำได้ น้ำเย็นราวกับน้ำแข็งทำให้อิ้งเย่วแทบจะทนไม่ไหว นางกัดฟันสู้ก่อนจะปล่อยให้ร่างกายค่อยๆจมดิ่งลงไปในน้ำ ส่วนเข่อชิงต้องเผชิญกับความตายย่อมต้องกลัวอยู่แล้ว
อิ้งเย่วว่ายน้ำเป็แต่นางจะแสร้งทำเป็ว่าว่ายน้ำไม่เป็ อิ้งเย่วอยากจะให้ฮูหยินฟางหรงได้รู้ ว่านางไม่ใช่อิ้งเย่วคนเดิมอีกต่อไปแล้ว ไม่นานบ่าวคนอื่นๆในจวนก็รีบมาช่วยอิ้งเย่วกับเข่อชิงขึ้นมาจากสระบัว ลี่มี่เห็นสภาพของอิ้งเย่วแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปกอดนางทันที
“ ฮึก คุณหนูเ้าคะ ฟื้นสิเ้าคะ อย่าทำแบบนี้สิเ้าคะ ฮือๆๆๆ ” อิ้งเย่วค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วเอ่ยเบาๆว่า
“ ข้าไม่เป็ไร ”
“ เื่ที่เกิดขึ้นหมายความว่าอย่างไร ?! ” เลี่ยงหวงเอ่ยถามเสียงเข้ม สีหน้าโกรธอย่างเห็นได้ชัด ฮูหยินฟางหรงรู้สึกกลัวเล็กน้อย นางอีกแล้วอย่างงั้นหรือ ? นางคิดที่จะทำอะไรของนาง ไยถึงต้องมามีเื่กับสาวใช้ของตนเช่นนี้
“ ฮึก ท่านเลี่ยงหวง เมื่อครู่บ่าวเดินตามหาคุณหนูให้กลับไปที่เรือนเ้าค่ะ ไม่คิดเลยว่า ไม่คิดว่า .... พอบ่าวเดินผ่านมาทางนี้กลับเห็นจินเย่วผลักคุณหนูรองตกลงไปในนั้นเ้าค่ะ ”
“ ข้าเปล่าทำนะ !!! ” จินเย่วรีบปฎิเสธคำให้ร้ายของลี่มี่ทันที
“ เ้าเห็นกับตาอย่างนั้นหรือ ? ” เลี่ยงหวงเอ่ยถามลี่มี่ สายตาแอบเหลือบไปมองอิ้งเย่วเป็ระยะ อิ้งเย่วพยายามหยันร่างกายอันอ่อนแอของตนซบไปที่อกของลี่มี่ ท่านพ่อสงสัยนางสินะ
“ บ่าวเห็นจริงๆนะเ้าคะ ” ลี่มี่ยังคงยืนกรานว่าตนเห็นจินเย่วผลักคุณหนูรองจริงๆ ฮูหยินฟางหรงกำผ้าในมือแน่นก่อนจะหันไปพูดกับเลี่ยงหวงว่า
“ ท่านเลี่ยงหวง จินเย่วเป็สาวใช้คนสนิทของข้า นิสัยนางเป็เช่นไรข้าย่อมรู้ดีเ้าค่ะ ข้ามั่นใจว่าจินเย่วไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่เ้าค่ะ ”
ทุกคนได้ยินสิ่งที่ฮูหยินฟางหรงพูดมันก็ถูก อิ้งเย่วเล่นบทละครบีบน้ำตานองหน้าก่อนจะบอกว่า
“ ฮูหยินพูดเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไรเ้าคะ ไม่ได้หมายความว่าข้าะโลงไปในสระบัวนั้นเพื่อให้ร้ายจินเย่วหรอกนะเ้าคะ ? ”
ฮูหยินฟางหรงกระตุกยิ้มร้าย ความจริงเป็เช่นนั้นไม่ใช่หรอกหรือ ? นางจะมาไม้ไหนของนางอีก
“ ข้าบังเอิญเดินผ่านมา แล้วเห็นจินเย่วผลักเข่อชิงตกลงไปในนั้น ข้าใจึงรีบวิ่งมาดู ไม่คิดว่าจินเย่วจะกลัวข้านำเื่นี้ไปบอกท่านพ่อ นางจึงผลักข้าตกลงไปในนั้นเ้าค่ะ คนในจวนนี้ต่างรู้ดีว่าข้าว่ายน้ำไม่เป็ หากข้าตกลงไปในนั้นแล้วไม่มีผู้ใดช่วยก็จะไม่มีพยานเอาผิดจินเย่วได้นะเ้าคะ ”
สีหน้าทุกคนเปลี่ยนไปในทันที ความจริงเป็เช่นนี้ นี้เอง ทุกคนไม่อยากจะเชื่อว่าจินเย่วจะมีจิตใจโหดร้ายเช่นนี้
“ แค่กๆ ” เข่อชิงเริ่มได้สติ เห็นตัวเองยังมีชีรอดเข่อชิงจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ เข่อชิง บอกข้ามาว่าเกิดอะไรขึ้น ?!!! ” ทันทีที่เข่อชิงได้สติ เลี่ยงหวงก็รีบถามความจริงทันที เข่อชิงเลิ่กลั่กมองไปที่จินเย่ว ตนเห็นว่าจินเย่วเป็สหายที่ดีคนนึง ไม่คิดว่าจินเย่วกลับจะอยากฆ่าตนเช่นนี้
“ ท่านเลี่ยงหวง โปรดให้อภัยเ้าค่ะ จินเย่วผลักบ่าวตกลงไปในนั้นแล้วหาทางหนีเ้าค่ะ ฮึกๆ หากไม่ได้คุณหนูรองช่วยไว้บ่าวคงตายไปแล้วเ้าค่ะ ฮือๆ ”
เข่อชิงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ร้องไห้เหมือนคนเสียสติ ฮูหยินฟางหรงได้ยินแบบนั้นถึงกับพูดอะไรไม่ออก สาวใช้ที่สอนมาเป็อย่างดีไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของอิ้งเย่วจนได้ ฟางหรงก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วจริงๆ
“ เ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่ ?! ” เลี่ยงหวงหันไปถามจินเย่วอย่างโกรธเคือง
“ บ่าว ... บ่าว ” ตอนนี้ต่อให้จินเย่วอธิบายไปก็ไม่มีผู้ใดเชื่อสิ่งที่นางพูด เพราะหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นางที่เป็คนคิดร้าย ฮูหยินฟางหรงอยากจะนำจินเย่วกลับไปจวนของตนเพื่อสั่งสอน แต่อิ้งเย่วรู้ทันจึงดักหน้าฮูหยินฟางหรงไว้เสียก่อน
“ ท่านพ่อเ้าคะ ให้ข้าเป็คนลงโทษจินเย่วเองเถิดเ้าค่ะ ”
ฮูหยินฟางหรงโกรธแทบคลั่ง ไม่คิดว่าอิ้งเย่วจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ เลี่ยงหวงครุ่นคิดอยู่ครู่นึงก่อนจะพยักหน้าเบาๆเป็การตกลง จินเย่วถูกนำตัวไปที่เรือนเล็กท้ายจวนทันที
อิ้งเย่วลูบปลายมีดคมไปมาแล้วเดินเข้าไปใกล้จินเย่วอย่างช้าๆ จินเย่วไม่กล้าที่จะมองอิ้งเย่วเสียด้วยซ้ำเพราะสีหน้าอิ้งเย่วมันน่ากลัวเกินไป
“ เ้ายังจำได้หรือไม่ ว่าใบหน้าที่แสนสวยลี่มี่ของข้าถูกเ้าตบสั่งสอนมีสภาพเป็อย่างไร ? ”
จินเย่วนึกขึ้นได้จึงกลัวมาก คุณหนูรองคิดที่จะทำอะไรกันแน่ จะลงโทษนางอย่างที่นางทำกับลี่มี่อย่างงั้นหรือ
“ มือข้างไหน ?! ” อิ้งเย่วเอ่ยถามเสียงแข็ง ดวงตาดั่งปีศาจจ้องมองไปที่จินเย่วอย่างคาดโทษ
“ พูด !!! ” น้ำเสียงเยือกเย็นตะคอกสุดเสียง จินเย่วถึงกับสะดุ้งโหยง
“ มือ...มือข้างขวา...เ้าค่ะ ” จินเย่วกัดฟันแน่นจำใจบอกอิ้งเย่วออกไป ไม่คิดว่าคุณหนูรองจะน่ากลัวเพียงนี้
“ มือข้างขวาสินะ ” อิ้งเย่วคลี่ยิ้มบางๆ แต่รอยยิ้มนั้นจินเย่วกลับรู้สึกเสียวสันหลังไปหมด อิ้งเย่วมองไปที่มือเรียวสวยนั้นด้วยสาวตาแข็งกระด้าง
“ น่าเสียดาย ” เอ่ยจบอิ้งเย่วก็ตัดมือของจินเย่วทิ้งอย่างไม่ลังเล
“ อ๊ากกกกกกกกกก ” จินเย่วร้องอย่างเ็ป สายตาจ้องมองไปที่มือเล็กของตนที่ถูกตัดทิ้งก็ยิ่งแค้น
“ นี่สำหรับลี่มี่ ส่วนนี่สำหรับข้า ” ภายในพริบตาอิ้งเย่วก็จัดการตัดมือทั้งสองข้างของจินเย่วทิ้ง โลหิตไหลทะลักออกมาไม่หยุด
“ มือของข้า .... อ๊ากกกกก ... มือข้า !!! ” จินเย่วมองไปที่มือทั้งสองข้างของตนอย่างเ็ป แววตาเต็มไปด้วยความแค้นและความหวาดผวา
ลี่มี่เหมือนจะชินกับอารมณ์ที่รุนแรงของอิ้งเย่วไปแล้ว ลี่มี่รู้สึกดีใจยิ่งที่คุณหนูคิดและทำเพื่อตน คุณหนูกำลังช่วยตนแก้แค้นอยู่ อิ้งเย่วหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดโลหิตที่ติดอยู่ปลายมีดทิ้ง ก่อนจะเอ่ยกับบ่าวคนอื่นๆว่า
“ พาตัวนางไปขังไว้ ชีวิตที่เหลือของนางปล่อยให้นางจัดการเอง ”
“ ขอรับคุณหนูรอง ” บ่าวในจวนเห็นวิธีการลงโทษของอิ้งเย่วก็พากันกลัวมาก ไม่มีใครกล้าฮือกับนางเลยสักคน มีเื่กับใครมีได้ หากคิดอยากจะมีเื่กับคุณหนูอิ้งเย่วก็ต้องทำใจไว้เลย
ตกเย็น อิ้งเย่วอาบน้ำเสร็จก็รีบเข้านอนทันที ทว่าครู่นั้นนางก็รู้สึกปวดศรีษะเหมือนจะไม่สบาย อิ้งเย่วหัวเราะเบาๆสมน้ำหน้าตัวเองที่เอาตัวไปทำอะไรบ้าๆแบบนั้น อาจจะเป็เพราะน้ำในบ่อนั่นเย็นเกินไปแล้วนางก็ไม่ยอมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยแหละมั้ง จึงทำให้ร่างกายไม่สบายเช่นนี้
เพราะไม่อยากจะรบกวนเวลาพักผ่อนของลี่มี่ อิ้งเย่วพยายามกัดฟันอดทนกับความเ็ปนี้ต่อไป ตกดึก ร่างกายอิ้งเย่วเริ่มร้อนนางเริ่มจะทนไม่ไหว อิ้งเย่วพยายามลืมตาขึ้น นางถึงกับใเมื่อเห็นเงาของใครบางคนโผล่มาอยู่ในห้องนอนของตน
“ องค์รัชทายาท ” น้ำเสียงของอิ้งเย่วแทบพร่า ร่างกายร้อนจี๊ ภายในห้องมีเพียงแสงสว่างจากเทียนเล่มเดียว อิ้งเย่วจึงมองเห็นิเจ๋อเพียงภาพที่พร่ามัว