“คุณได้อาบน้ำบ้างหรือเปล่า”
“หยาบคาย”
“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”
“ยัง...ใครจะกล้าอาบ หากติดเชื้อซอมบี้ขึ้นมาจะทำยังไง ฉันยังไม่อยากตายนะ” โซฟี เรนเนอร์ตำหนิ เธอดูข่าวทุกช่องใน่ 4 วันที่ผ่านมา ซอมบี้ไม่ได้ปรากฏเพียงแค่ในจีนเท่านั้นแต่รวมถึงทั่วโลก ไวรัสระบาดเร็วมาก เร็วกว่าเชื้อโควิด-19 อีก และนอกจากนั้นดูท่าว่าจะไม่มียารักษา จากที่รัฐบาลกล่าวมันคือไวรัสที่น่ากลัวที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน
ติดแล้วตายแก้ไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงเลี่ยงไม่อาบน้ำ เพราะกลัวว่าจะได้รับเชื้อ
มู่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย เสริมว่า “น้ำหากฆ่าเชื้อโรคด้วยความร้อนก็สามารถอาบได้ แต่แนะนำว่าแค่อาบอย่ากินดีกว่า”
“จริงเหรอ คุณไม่ได้หลอกฉันหรอกใช่ไหม” มีผู้หญิงคนไหนบ้างไม่รักความสะอาด ดังนั้นพอได้ยินคำพูดของเขาโซฟีก็อยากลุกขึ้นไปอาบน้ำทันที
“จริงสิผมจะโกหกคุณไปทำไม แล้วก็อีกอย่างผมว่ารีบๆ อาบน้ำจะดีกว่า”
“ทำไม”
“ไม่มีใครควบคุมน้ำ มันอาจจะเกิดเหตุขัดข้องแล้วถูกตัดขาดได้ทุกเมื่อ นอกจากนั้นไฟเองก็เหมือนกัน ดังนั้น่นี้ผมแนะนำให้เพลิดเพลินกับการอาบน้ำก่อนที่วันข้างหน้าจะไม่มีโอกาส”
“งั้นฉันจะอาบ...ไม่สิคุณอาบก่อน หากคุณอาบแล้วไม่เป็อะไรฉันจะได้อาบต่อ” โซฟี เรนเนอร์ยังไม่เชื่อใจเขาเต็มร้อยดังนั้นจึงให้เขาลองก่อน หากมันปลอดภัยจริงเธอจะได้ลองในภายหลัง
“ไม่มีปัญหา” มู่เฉินวางกระเป๋าลงแล้วถอดเสื้อผ้าตัวบน เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นๆ โซฟี เรนเนอร์รีบหันหน้าไปทางอื่น
“ถอดข้างในก็ได้มั้ง” เธอลากเสียงยาว
“ผมอยากถอดตรงนี้ คุณมีปัญหาหรือเปล่า” มู่เฉินยักไหล่
“ไม่...งั้นฉันจะมองไปทางอื่น”
พอเห็นเธอหน้าแดงเขาก็อมยิ้มน้อยๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำด้วยร่างกายเปลือยเปล่า โซฟี เรนเนอร์เหลือบมอง เอามือทาบอก กัดริมฝีปากบางมองไปยังประตูห้องน้ำด้วยความกรุ่นโกรธ
“คนบ้า ใครอยากดูของคุณกัน” ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่ลึกๆ เธอได้ภาวนาให้เขาปลอดภัย ไม่กลายเป็ซอมบี้
มู่เฉินใช้เวลาอาบน้ำราว 15 นาทีแล้วเดินออกจากห้องน้ำ เนื่องจากไม่ได้นำผ้าขนหนูมาด้วยตัวเขาจึงมีน้ำติดอยู่บนร่างกาย มองไปที่ดาราสาวฮอลลีวูด ซึ่งเธอเองก็กำลังมองมาทางนี้
ทั้งสองไม่พูดกันอยู่นานและสุดท้ายโซฟีก็เคลื่อนไหว โยนผ้าขนหนูของตัวเองให้เขาไป
“ขอบคุณ คุณเข้าไปอาบน้ำได้เลยนะไม่ต้องกังวล”
“เข้าใจแล้ว” โซฟีรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ เพราะหากยืนมองเขานานกว่านี้ละก็อาจทนไฟราคะไม่ไหว ผู้ชายคนนี้หุ่นดีเกินไปแล้ว กล้ามเนื้อแน่นๆ ซิกแพคเป็ลอน มีตรงไหนบ้างไม่น่ามอง แม้ว่าเธอจะเป็ดาราแต่ไม่มีข้อยกเว้น
มู่เฉินอมยิ้มหน่อยนึงแล้วนั่งลงบนเก้าอี้หลังจากเช็ดตัวจนแห้ง เขาห่อตัวด้วยผ้าขนหนู รื้อของในกระเป๋าที่นำติดตัวมาวันนี้ มีเบ็ดตกปลาแบบพับได้ถูกนำมาด้วย รวมถึงถังน้ำเล็กๆ ของเด็กเล่นแบบพลาสติก
ไม่สำคัญว่าอุปกรณ์ดังกล่าวจะราคาแพงหรือถูก มันไว้ใช้เป็อุปกรณ์ประกอบฉากเท่านั้น ดังนั้นมู่เฉินจึงไม่รังเกียจที่จะใช้ของพวกนี้
เติมน้ำดื่มลงไปในถังน้ำเสร็จก็หย่อนเบ็ดลงไป โซฟี เรนเนอร์คงอาบน้ำนานอยู่แล้ว สาวๆ มักจะเป็อย่างนี้ ยิ่งเธอไม่ได้อาบน้ำมา 4 วันคงทำความสะอาดร่างกายซะยกใหญ่ มู่เฉินจึงคิดใช้เวลานี้ในการตกปลา
'ติ้ง...บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยร้อน'
'ติ้ง...กางเกงในผู้หญิงสีม่วง'
'ติ้ง...รองเท้าไนท์กี้'
'ติ้ง...น้ำอัดลมหนึ่งแพ็ค'
หลังจากตกปลามาได้หนึ่งชั่วโมงยังไม่ได้ของดี หากเปลี่ยนเป็สุ่มกาชาก็ไม่ต่างจากเกลือ
เมื่อเห็นว่าโซฟียังไม่ออกจากห้องน้ำมู่เฉินจึงจ่ายเงินตกปลาอีกครั้ง แต่ถ้าครั้งนี้เกลืออีกเขาคงต้องพักไว้ก่อน วันนี้ไม่มีโชคพรุ่งนี้ค่อยตกปลาใหม่ก็ยังไม่สาย
'ติ้ง...อายุขัย 1000 ปี'
'ติ้ง...ปืนลดขนาดสิ่งของทุกชนิดรวมถึงน้ำหนัก แต่ไม่สามารถลดขนาดสิ่งมีชีวิตได้'
“นี่มัน...” มู่เฉินที่หงุดหงิดก่อนหน้านี้แทบจะเปิดบาร์เลี้ยงฉลอง
ของสองสิ่งที่เพิ่งตกได้เป็ของดีสุดๆ ไม่ว่าจะปืนหรืออายุขัยที่เพิ่มขึ้น ล้วนเป็สิ่งสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในวันโลกาวินาศ
มู่เฉินหยิบแท่งโลหะสีดำออกมาจากคันเบ็ด มีตัวเลขสีเขียวแสดงอยู่ข้างๆ คือ 1000 นี่คืออายุขัยอย่างไม่ต้องสงสัย และเพียงแค่เขากดปุ่มบนแท่งโลหะอายุไขเ่าั้ก็ไหลลงมาที่แขนขวา อายุเดิมของเขาสามารถอยู่ได้อีก 30 ปีแต่เมื่อเพิ่มอีก 100 มันจึงเป็ 130 ปี และนอกจากนั้นเท่าที่มู่เฉินรู้ หลังจากที่กลไกอายุขัยนี้ทำงานร่างกายจะหยุดเติบโต ไม่แก่หรือตาย
กล่าวโดยสรุปตราบใดที่มีอายุขัยเพียงพอเขาจะเหมือนชายหนุ่มอายุ 19 ปีที่เพิ่งเข้าเรียนมหาลัย
“มันเหมือนกับหนังเื่หนึ่งเลยนะเนี่ย” มู่เฉินมองแท่งโลหะด้วยความครุ่นคิด ภาพยนตร์ที่เขาเคยดูเมื่ออายุ 25 ปีทุกคนจะมีนาฬิกาติดอยู่ที่แขน เวลาจะหมดลงในอีก 1 ปี หากคุณอยากอยู่ต่อต้องทำงานเพื่อซื้อเวลา
สกุลเงินคือเวลา ทุกอย่างคือเวลา รวมถึงความเป็ะ
นั่นคือภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่มู่เฉินชอบแิและการเปิดเื่มาก
แต่หลังจากที่ตัวเอกได้รับเวลานับล้านปีแล้วเนื้อเื่กลับเละเทะไม่น่าสนใจ เรียกได้ว่าเริ่มต้นดีแต่เหลวทีหลัง
มู่เฉินเก็บแท่งเวลาไว้ในระบบแล้วหันไปมองปืนสีเงิน ด้านหลังไกปืนจะมีปุ่มอยู่สองสี สีแดงหมายถึงลดขนาดสิ่งของ สีเขียวหมายถึงคืนสภาพสิ่งของให้กลับมาเหมือนเดิม
มู่เฉินกดปุ่มสีแดงแล้วลองยิงไปที่เก้าอี้หนึ่งตัว เมื่อะุถูกเป้าหมายเก้าอี้แต่เดิมที่มีขนาดคนนั่งจึงเล็กมาก ดูเหมือนของเล่นตุ๊กตา วางอยู่บนพื้น
มู่เฉินลองกดปุ่มสีเขียวแล้วยิงไปที่เก้าอี้ตัวเดิม มันกลับมามีขนาดเท่าเดิม ไม่บุบสลายแม้แต่นิด
“เจ๋ง!” มู่เฉินมองปืนในมือด้วยความหลงใหล มันไม่ใช่อาวุธต่อสู้แต่ดีกว่านั้นเยอะ ด้วยสิ่งนี้เขาสามารถเก็บของในร้านสะดวกซื้อได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าจะพกของหนักหรือขนไปไม่ไหว เพราะทุกอย่างถูกย่อขนาดรวมถึงน้ำหนัก
เสียงเปิดประตูห้องน้ำทำให้เขาหันไปมอง เห็นโซฟี เรนเนอร์ออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสีขาว ผิวขาว ั์ตาสีฟ้า พวงแก้มสีแดงออร่า ทำเอามู่เฉินละสายตามองไม่ได้
“หยุดมองได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะไล่คุณออกไปนะ” โซฟี เรนเนอร์ยังไม่ไว้ใจเขาเต็มร้อย คนทั้งสองเพิ่งรู้จักกันดังนั้นเธอจึงกลัวว่าเขาอาจจะคิดทำอะไรบ้าๆ คืนนี้
“คุณสวยผมเลยต้องมอง และต่อให้คุณจะไล่ผมออกไปแต่ผมไม่ไปคุณจะทำอะไรได้”
“นี่คุณ...ชิ! ไม่พูดด้วยแล้ว”
มู่เฉินยักไหล่และมองเธอเงียบๆ หลังจากนั่งลงบนเก้าอี้โซฟีก็ถามเขาว่า “พรุ่งนี้คุณจะทำอะไร”
“เคลียร์ชั้นนี้ ดูว่ามีซอมบี้อยู่ตรงไหนบ้าง ผมจะได้จัดการกับพวกมันทีเดียว”
“อะไรนะ...นั่นมันอันตรายมาก ทำไมคุณถึงต้องทำแบบนี้”
“เพราะผมกังวลว่าสักวันหนึ่งซอมบี้จะบุกมาถึงห้องคุณ ผมเลยต้องลุกขึ้นแล้วจัดการกับพวกมันก่อน”
โซฟี เรนเนอร์ไม่รู้ว่าเขาพูดจริงหรือหลอก แต่มันกลับทำให้เธอมีความสุขอย่างน่าประหลาด
“คุณไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้น ฉันว่าอีกไม่นานรัฐบาลคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้”
“คุณเชื่อจริงๆ เหรอว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย แต่ผมบอกได้เลยว่าระบบหลายๆ อย่างหลังวันโลกาวินาศมันพังลงแล้ว หลังจากนี้คือยุคที่ตัดสินด้วยหมัดของใครที่ใหญ่กว่า”
“นั่นมัน...”
“เอาล่ะวันนี้ผมว่าเรานอนกันดีกว่า พรุ่งนี้ผมจะต้องออกไปจัดการซอมบี้แต่เช้า”
“โอเค”
คืนนั้นโซฟีนอนไม่ค่อยหลับเพราะมีคนอยู่ในห้องด้วย กระทั่งตื่นเช้าขึ้นมาอีกวันไม่พบการเคลื่อนไหวของเขาเธอจึงแปลกใจ ลุกขึ้นมาเห็นโน้ตเขียนไว้บนโต๊ะพร้อมกับอาหารจึงได้รู้ว่ามู่เฉินออกไปเคลียร์ซอมบี้แล้ว
“คุณจะไปแบบนี้เหรอ ไม่ลากันสักคำคนบ้า...แต่ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องรอดกลับมาให้ได้”
โซฟี เรนเนอร์เก็บโน้ตที่เขาวางไว้แล้วมองไปทางประตู
.....
วันที่ 5 ไวรัสซอมบี้ระบาด
มู่เฉินออกจากโรงแรมแล้วไปที่ธนาคาร
เนื่องจากการเคลียร์ซอมบี้ในโรงแรมไม่ใช่เื่ยากเขาจึงคิดว่าไว้กลับมาแล้วค่อยจัดการก็คงทัน ตอนนี้ขอออกไปปล้นธนาคารก่อน
“นั่นร้านทองนี่นา” มู่เฉินเดินมาได้ไม่นานก็พบร้านทองขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมถนน ทว่าสถานที่แห่งนั้นดูเหมือนจะถูกปล้นไปนานแล้ว เข้าไปดูพบเพียงคราบเืแห้งกรัง ทองทั้งหมดในร้านหายไปไม่มีผู้รอดชีวิตสักราย
“ใครกันที่มาปล้นทอง” มู่เฉินมองร้านที่ว่างเปล่าด้วยความเสียดายก่อนจะเลือกไปที่อื่นต่อ ทว่าในขณะนั้นเองเสียงรถมอเตอร์ไซค์ก็ดังใกล้เข้ามา
“มาสเตอร์ตรวจพบรถมอเตอร์ไซค์ 10 คันขับเคลื่อนด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ จากการตรวจสอบพวกเขามีอาวุธครบมือ คาดว่าคงเป็กลุ่มผู้รอดชีวิตที่ได้อาวุธมาจากสถานีตำรวจครับ”
เสียงของฟอลคอนดังไม่ทันไรมู่เฉินก็เห็นขบวนรถ
พวกเขามุ่งหน้ามาทางร้านทอง จากนั้นขับรถวนเป็วงกลมรอบมู่เฉิน
“พี่หวงทองหายไปหมดแล้วครับ” ชายคนหนึ่งขับรถเข้าไปในร้านทองแล้วรีบรายงานสถานการณ์ให้ผู้นำที่มีรอยสักทราบ
“แกใช่ไหมที่เอาทองของฉันไป” พี่หวงยกปืนพกเล็งมาที่มู่เฉิน