ร้านอาหาร เวลาเลิกงาน
ก๊อก !! ก็อก !! ก็อก !!
หลังจากยืนสงบใจอยู่หน้าประห้องทำงานเจมิสันอยู่นาน ในที่สุด ดานิกาก็ตัดสินใจเดินเข้าไป
เจมิสันกำลังก้มหน้ากับเอกสารบัญชี พอเห็นร่างงามเพรียวบางเดินเข้ามาก็แปลกใจ เนื่องจากดานิกาไม่เคยเข้ามาห้องทำงานของตนเลย
" เจมิสัน ฉันมีเื่จะคุยกับคุณ "
" นั่งก่อนสิดานิกา คุณสามารถคุยกับผมได้ทุกเื่ "
มองทั่วร่างงามที่กำลังนั่งลงตรงหน้า เจมิสันแอบกลืนน้ำลายด้วยความ้าและปรารถนา
" ฉัน้าขายหุ้นส่วนที่เป็ส่วนของฉัน "
" หืม ? ดานิกา คุณเดือดร้อนเื่เงินอะไรหรือเปล่า คุณบอกผมได้นะ "
" ไม่เป็ไร ขอบคุณเจมิสัน "
" คุณไม่ต้องเกรงใจผม ผมกับมิลเลอร์เป็เพื่อนรักกัน ผมเห็นคุณเป็เหมือนครอบครัวของผม คุณบอกผมได้ทุกเื่ถ้าคุณเดือดร้อน "
ได้ยินเจมิสันเอ่ยถึงชื่อสามี ดานิกาก็รู้สึกเศร้าเสียใจ และเคียดแค้นทันที
" ฉันแค่้าขายหุ้นส่วนที่เป็ของฉันเท่านั้น ถ้าคุณไม่้า ฉันจะไปหาคนที่้ามัน "
ดานิกาตอบกลับด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
" ได้ๆ คุญอย่าพึ่งโกรธ หุ้นของคุณผมจะรับไว้เอง เรามาทำสัญญากันแล้วผมจะโอนเงินให้คุณทันที "
เดินออกมาจากร้าน ดานิกามองร้านอาหารด้วยประกายน้ำตา ก่อนหันหลังเดินจากไปด้วยความมุ่งมั้น
...............................................
ค.ศ. 2046
หลังเกิดเหตุการณ์ไวรัสหนึ่งปี
ริมชานเมืองใกล้เขตป่า มีบ้านสองชั้นหลังหนึ่ง ตัวบ้านถูกสร้างอย่างมั่นคงแข็งแรง รอบบ้านสร้างกำแพงหน้าสูงสามเมตร คล้ายกับป้อมปราการมากเกินกว่าจะเป็กำแพงบ้าน
ลานด้านหลังบ้าน
ตุ๊บบ !!
ตุ๊บบ !!
ตูมม !!
เสียงของกระสอบทรายที่โดนทุบตีอย่างแรง เหมือนกับว่ากระสอบทรายไปฆาตกรรมญาติพี่น้อง แล้วโดนแก้แค้นจากคนที่กำลังทุบตีอยู่ก็มิปาน
ไวทินอายุ 16 ปีหน้าตาคมคาย สูงราว 175 ซม. กำลังใช้แม่ไม้มวยไทย ทุบตีทารุณกรรมกระสอบทรายอยู่อย่างต่อเนื่อง
" พี่ แม่เรียกทานข้าวได้แล้ว "
ไอริน สาวน้อยอายุ 14 ปี หน้าตาสวยงาม กลิ่นอายความเป็เด็กของเมื่อก่อนหายไปหลายส่วน เพิ่มความสวยงามของสาวแรกรุ่นขึ้นมาแทน
" ได้ ขอพี่อาบน้ำก่อน เดี๋ยวตามไป "
บนโต๊ะอาหาร
" แม่ครับ พรุ่งนี้ผมไปหาอาจารย์ในเมืองหน่อยนะครับ "
" ระวังตัวนะลูก "
" ครับแม่ แม่ไม่ต้องห่วง อาจารย์ไม่สบายนิดหน่อย ผมขอไปดูไม่นาน "
...............................................
วันต่อมา หลังจากไวทินพูดคุย ดูแลครูมวยไทยเสร็จแล้ว
ไวทินเดินก็เข้าร้านอินเตอร์เน็ต
ตลอดหลาย 4 ปีมานี้ ไวทิน คอยติดตามข่าวสาร และแอบโพสต์ข้อมูลในอนาคตลงบนอินเตอร์เน็ต เวปไซต์ต่างๆ อยู่ตลอดเวลา หวังแค่ว่าจะมีใครได้อ่าน แม้ไม่มีใครเชื่อ แต่แค่เพียงรู้ไว้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง คนต้องนึกถึงและเชื่อตามแน่นอน
หากยังไม่มีเหตุเกิดขึ้น ใครจะเชื่อสิ่งที่ไวทินพูด คนคงคิดว่าไวทินบ้า หรือเป็พวกต้มตุ๋นหลอกลวง ไวทินทำได้เพียงเท่านี้ ตอนนี้เกิดเหตุไวรัสขึ้นแล้ว ต้องมีคนสะกิดใจแน่นอน
ไวทิน ยังไม่ได้โพสต์สูตรยาสกัดไวรัส ไวทินวางแผนให้ไวรัสกระจายไปทั่วโลกก่อน ถึงได้รอหนึ่งปี หากโพสต์เร็วเกินไป ไวรัสไม่กระจายตัว ก็จะมีคนที่มีพลังพิเศษน้อย หาก้าต่อสู้กับมนุษย์ต่างดาว ไวทิน้าให้คนทั้งโลกมีพลังพิเศษ
หลังจากออกมาจากร้านอินเตอร์เน็ต ไวทินกำลังจะวิ่งกลับบ้าน
ตูมมม !!!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
เฮ้อ !! ยังมีคนบ้าขับรถในยุคไวรัสนี้ตลอดเวลาสิน่า ไวทินคิดในใจพลางวิ่งไปดู
ที่เกิดเหตุ มีรถเก๋งคันหนึ่งที่ชนเข้ากับด้านหนึ่งของตึกริมถนน ไม่มีรอยเบรกของรถแสดงว่าเกิดอุบัติเหตุขณะเกิดอาการชักแน่นอน
ไวทินรีบวิ่งเข้าไปเปิดประตูรถ เห็นภายในรถมีชายคนหนึ่งสวมหมวกนิรภัยแบบเต็มใบ ใส่ชุดป้องกันหนาแบบชุดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน กำลังชักกระตุกเป็ระยะ
ไวทินลากชายคนนั้นออกมานอกรถ ตรวจดูสภาพไม่มีอาการาเ็ แสดงว่าชายคนนี้รู้ตัวว่าอาจชักกระตุก จึงเตรียมตัวมาพร้อมขนาดนี้ แต่ไม่คิดถึงคนอื่นที่ตนเองอาจจะไปชนให้าเ็เลย ไวทินรู้สึกชิงชังนัก
เพื่อความแน่ใจ ไวทินจึงเดินวนรอบรถหนึ่งรอบ อาจมีคนาเ็ที่ยังมองไม่เห็น
เป็ไปตามคาด หลังจากวนไปอีกด้าน ไม่ไกลจากตัวรถ มีคนในชุดคลุมสีดำปกปิดทั้งตัวนอนอยู่
ไวทินตรวจดูสภาพแขนขา คร่าวๆ ไม่มีส่วนใหนหัก แต่เพื่อความแน่ใจต้องพาไปส่งโรงพยาบาล
เนื่องจากมีโรงพยาบาลอยู่ไม่ไกล และไวทินไม่กล้าเรียกรถ จึงตัดสินใจแบกคนชุดดำขึ้นหลัง จะพาไปส่งโรงพยาบาล
รู้สึกถึงความนุ่มนิ่มที่ชนแนบกับหลังตนเอง ไวทินใเล็กน้อย ที่แท้คนด้านหลังเป็ผู้หญิง
ไวทินรีบเดินไปส่งเธอที่โรงพยาบาล หลังจากพยาบาลพาเธอขึ้นเตียงเข็นจากไป ไวทินก็ไปให้ข้อมูลกับโรงพยาบาล กว่าจะเสร็จก็ค่ำแล้ว
ไวทินเห็นว่ากลับบ้านตอนนี้คงอันตราย จึงได้โทรไปเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้ดานิกาฟัง และขอค้างที่โรงพยาบาลหนึ่งคืนเพื่อดูอาการหญิงคนนี้ ช่วยแล้วต้องช่วยให้ถึงที่สุด
นอนเฝ้าดูอาการเป็เพียงส่วนหนึ่ง ความจริงไวทินมีอีกแผนที่จะทำคืนนี้
..............................................