เวลาผ่านไปร่วมหลายวันชายชราหวังจื่อจินจากที่นั่งงกๆอย่างไม่สนใจอยู่ที่ร้านสมุนไพร ก็ได้ใช้เวลาของตนกลับไปยังสถานที่ดั่งเดิมซึ่งนั่นก็คือนิกายเทียนตี้นั่นเอง ในอดีตขุมพลังนี้เรียกได้ว่าแข็งแกร่งไม่แพ้กับราชวงศ์ชิงหลง พวกเขามีประวัติการตั้งขุมพลังมาเนิ่นนานแต่ทว่าเมื่อราชวงศ์ชิงหลงเปลี่ยนแปลงแนวทางทุกสิ่งบนทวีปก็ต้องแปรเปลี่ยนไป จุดหมายแรกของมันที่จะต้องกวาดล้างแน่นอนว่าเป็นนิกายเที้ยนตี้นั่นเอง
สงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของทวีปแห่งราชันย์ก็เริ่มขึ้นจนทำให้ฟ้าดินต้องสั่นสะเทือนเลือนลั่น
จนแล้วจนรอดจากการทำสงครามมาเนิ่นนานหลายหมื่นปีในที่สุดนิกายเทียนตี้ก็ต้องถูกกวาดล้างและถูกลบออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ พวกเขาได้ถูกเขียนประวัติขึ้นใหม่จนกลายเป็นขุมพลังที่ชั่วร้ายในสายตาของผู้อื่น ตัวหลักที่แข็งแกร่งของนิกายถูกฆ่าตายหรือไม่ก็หายสาบสูญแต่ทว่าในช่วงนั่นมีชายชราอยู่เพียงคนเดียวที่สาบานตนว่าจะต้องฟื้นฟูนิกายเทียนตี้ให้กับกลับมายิ่งใหญ่ขึ้นอีกครั้งและล้างแค้นเรื่องราวในอดีตที่ผ่านพ้นมาซึ่งนั่นก็คือหวังจื่อจินนั่นเอง
ในอดีตเขาคือหนึ่งในผู้อาวุโสระดับสูงสุดของนิกายเที้ยนตี้และยังเป็นกำลังหลักคนสำคัญของนิกายอีกด้วย มันยิ่งทำให้ชายชรานั่นตั้งเป้าหมายเพียงแค่เดียวเท่านั้น
"ไม่ได้กลับมานับหมื่นปีแล้ว ไม่รู้ปานี้เจ้าพวกบ้านั่นจะเป็นยังไง..!!"
ชายชราที่ลอยนิ่งๆอยู่บนท้องฟ้าก็กวาดตามองไปยังผืนป่าที่กว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด ส่วนรอบๆผืนป่าก็เต็มไปด้วยเทือกเขามังกรที่คดเคี้ยวไปมาตลอดเส้นทาง
ระหว่างนั่นเปลือกตาที่เหี่ยวย่นของเขาก็เบิกขึ้น ห้วงพลังวิญญาณสีทองส่องสว่างออกมาจากดวงตาพร้อมกับกวาดไปยังเบื้องหน้าทั่วทุกหนแห่ง ผืนป่าพร้อมกับเทือกเขามากมายเริ่มสั่นไหวไปมาอย่างต่อเนื่อง
พริบตาเดียวความว่างเปล่าที่ไม่มีอะไรอยู่เลยก็เริ่มบิดเบี้ยวขึ้นทีละนิด ภาพของเทือกเขาและผืนป่าเริ่มจางหายไปจนกระทั่งปรากฏเป็นอาณาเขตของกำแพงเมืองที่กว้างใหญ่ ภายในมีตำหนักโบราณที่ตั้งสูงตระหง่านอย่างอลังการ มันถูกสร้างขึ้นด้วยหินที่ก่อตัวกันมากมาย
"หึหึ เจ้าพวกโง่เอ้ย ก่อสร้างอะไรมากมายนัก ถึงห้วงมิตินี้จะใหญ่โตหลายพันหลายหมื่นกิโลเมตรแต่มันก็ไม่เพียงพอนะเห้ย"
หวังจื่อจินที่เห็นถึงสถานที่ๆเปลี่ยนแปลงไปมากก็หัวเราะขำออกมา จากที่เป็นนิกายเดียวที่มีอาณาเขตไม่มากนับจากอดีต มันในตอนนี้ได้กลายเป็นเสมือนกับอาณาจักรหรือเมืองโบราณไปแล้ว มีผู้คนมากมายที่เดินกันขวักไขว้ส่งเสียงคึกคักกันราวกับตลาดนัดที่ใหญ่โต
ชายชรายกยิ้มขึ้นนิดๆ ดูเหมือนว่าคนของนิกายเทียนตี้จะมีลูกมีหลานมากมายปรากฏขึ้นในช่วงหนึ่งหมื่นปีมานี้นะ
เขาคิดจบก็ไม่รอช้าที่จะทะยานวับเข้าไปในทันที
ต้องบอกก่อนว่าโดยปกติแล้วการที่คนนอกจะเข้ามายังห้วงมิติของนิกายเทียนตี้มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ ต่อให้จะมีพลังถึงเทพวิญญาณยุทธแต่ทว่าพวกเขาก็ไม่สามารถตรวจสอบหรือพ้นเจอมันได้เลย ราวกับว่ามันเป็นมิติเอกเทศที่ทรงพลังและมันก็ถูกสร้างขึ้นมาจากผู้นำสูงสุดในอดีตที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง เขาผู้นั่นเรียกได้ว่ามีพลังมากยิ่งกว่าเทพวิญญาณยุทธซะอีกแต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่เขาถูกเผ่าพันธ์ุอาชูร่าที่ทรงพลังตนนึงเข้าสังหารและถูกกลืนกินทั้งเป็นจึงทำให้สถานการณ์ในมหาครามต้องแปรเปลี่ยนไป จนเป็นเหตุให้นิกายเทียนตี้ต้องล้มสลายไปในที่สุด
แต่ม่านพลังของเขาก็ยังไม่จางหายไปไหนราวกับว่าปณิธานของเขาจะยังคงอยู่เพื่อปกป้องผู้คนของตนเองและพวกพ้องนั่นเอง การที่มันเป็นเช่นนี้ได้คงจะเรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเช่นเดียวกัน
ส่วนการจะเข้ามานั่นนิกายเที้ยนตี้จะมีป้ายหินวิญญาณโบราณที่ถูกสลักเอาไว้และผสานเข้ากับผู้้คน เพียงแค่นึกคิดร่างกายของพวกเขาก็จะถูกเคลื่อนย้ายมายังห้วงมิติแห่งนี้ทันที เรียกได้ว่าสะดวกสบายเป็นอย่างมากแต่พวกเขาก็ต้องได้รับอนุญาติจากผู้ควบคุมห้วงมิติก่อนเช่นกัน ส่วนที่ชายชราทำนั่นเขาไม่ต้องรออะไรทั้งนั่นก็ในเมื่อเขาคือผู้ควบคุมห้วงมิติสูงสุดจึงทำให้เขานั่นเข้าออกได้อย่างสบายๆ
ภายในนิกายเทียนตี้นั่นมีตำหนักโบราณมากมายที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นแต่ทว่ามันมีสิ่งนึงที่ดูจะสะดุดตากว่าเพื่อน มันคือหอคอยสีน้ำตาลหม่นที่มีอาณาเขตที่ใหญ่โตหลายร้อยกิโลเมตร ความสูงของมันเรียกได้ว่าสูงยิ่งกว่าหมู่เมฆเลยก็ว่าได้และในตอนนี้ชายชรากำลังตรงไปยังทิศทางนั่นอย่างไม่รีรอ
"หอคอยบรรพบุรุษเทียนตี้ หึึหึ คิดถึงเมื่อวันวานนัก..!!"
ชายชราหัวเราะขึ้นพลางมีน้ำตาซึมออกมาเล็กน้อย หอคอยแห่งนี้คือจุดกลางของทุกสิ่งทุกอย่างของนิกายเทียนตี้ มันคือจุดศูนย์รวมของทุกชีวิตภายในนิกายเลยก็ว่าได้ ตราบใดที่มันยังไม่ถูกทำลายนิกายเทียนตี้ก็จะยังไม่ดับสูญ มันคือของล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถต้านทานการโจมตีของผู้ที่สังหารผู้นำสูงสุดของนิกายในอดีตได้และพาคนที่เหลือรอดหลบหนีผ่านห้วงมิติออกมา บอกตรงๆเลยว่าถ้าไม่ได้หอคอยเก่าแก่อันนี้ชีวิตทั้งหมดของนิกายนับแต่อดีตคงจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว
ภายในหอคอยผู้ที่มีพลังระดับสูงหลายคนที่หลับไหลอยู่เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพลังที่คุ้นเคยก็เริ่มลืมตาตื่นขึ้นอย่างช้าๆ นัยน์ตาของพวกเขาตอนนี้เปล่งประกายมีความหวังอย่างถึงที่สุด
"ท่านผู้นำสูงสุดกลับมาแล้วหรอ? คงจะเบื่อด้านนอกแล้วสิน่ะ ฮ่าฮ่า"
หญิงชราคนนึงส่งเสียงออกมาอย่างยินดี ดวงตาถึงกับวาวโลดพร้อมกับสั่งการพวกระดับสูงอย่างเร่งรีบ ท่านผู้นำสูงสุดในรุ่นปัจจุบันของพวกเขานั่นไม่ชอบที่จะสุงสิงอยู่ในนิกาย เขานั่นชอบที่จะเป็นอิสระจากการทำงานหรือสิ่งต่างๆจึงทำให้ชายชราคนบ้านนั่นชอบออกเดินทางไปด้านนอกของนิกายอยู่บ่อยๆ นานๆครั้งอาจจะกลับมาหนึ่งหรือสองพันปีหรือไม่ก็ยาวนานนับหมื่นปีเลยก็มี แล้วในตอนนี้เวลานั่นก็มาถึง เขาได้กลับมาแล้ว
เพียงไม่นานห้วงมิติของนิกายเทียนตี้ก็เกิดความโกลาหลขึ้น คนรุ่นใหม่ของนิกายเมื่อได้ยินว่าท่านผู้นำสูงสุดที่ทรงพลังได้กลับมาแล้ว ฝูงชนเริ่มบ้าคลั่งกันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับรุ่นเยาว์ทั้งหลายที่ได้ฟังประวัติจากอดีตมาเนิ่นนานว่าผู้นำสูงสุดของพวกเขาคือเทพวิญญาณยุทธเชียวนะ มันยิ่งทำให้แต่ละคนอยากจะเป็นเช่นเขาคนนั่น เรียกได้ว่าชายชราคือจุดศูนย์กลางที่ยังคงสภาพของนิกายเทียนตี้ในตอนนี้ไว้เลยก็ได้