บทที่ 1 part 1
ที่ป่าทางเหนือห่างจากเมืองเศียรั(dragon head )ประมาณ 100 km ชายหนุ่มที่ดูอายุประมาณ 20 ปีกำลังอ่านเอกสารที่ถูกส่งมาจากสมาคมนักล่าของส่วนกลางเกี่ยวกับการหาผู้สืบทอดทักษะของเขา
ในทวีปมาโทรเดียนั้น เป็ปกติที่ผู้คนที่มีชื่อเสียงและเก่งกาจจะต้องหาผู้สืบทอดของตนั้แ่เนิ่นๆทั้งนี้เป็เพราะว่าในเก้ามหาทวีปนั้น มาโทรเดียเป็เพียงทวีปเดียวที่ไม่มีผู้ปกครองแบบชัดเจน
ย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบปีก่อนมีตำนานว่าัที่เป็ผู้ปกครองดินแดนมาโทรเดียถูกสังหารโดยนักบุญดับตะวันจอมเวทที่เก่งกาจที่สุดแห่งยุคนั่นทำให้ดินแดนแห่งนี้ขาดผู้ปกครองั้แ่นั้นเป็ต้นมา อย่างไรก็ตามหนึ่งในจักรพรรดิฟ้าแห่งทวีปซินเดรียที่อยู่ทางเหนือมาโทรเดียได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือในด้านการจัดการพร้อมกับออกตัวปกป้องทวีปมาโทรเดียจากมหาอำนาจอีกแห่งคือทวีปแอตแลนติสมหาอำนาจที่มีภูมิประเทศแบบเกาะและถูกรายล้อมด้วยทวีปทั้งแปด
ด้วยการช่วยเหลือของจักรพรรดิฟ้าแห่งซินเดรียทำให้ในที่สุดมาโทรเดียก็ออกแบบระบบจัดการภายในของตัวเองได้ พวกเขาสร้างสมาคมนักล่าซึ่งเป็เหมือนศูนย์กลางใหญ่ของสมาคมย่อยอื่นๆอีกหลายแห่งรวมถึงสมาคมนักเวทที่อาคอนสังกัดอยู่ด้วย
แต่ด้วยการรวมตัวเช่นนี้เป็เพียงการรวมกันแบบหลวมๆไม่มีกำลังหลักที่ทรงพลังทำให้ทางสมาคมนักล่าจึงต้องออกนโยบายเพื่อให้เหล่าผู้คนที่เก่งกาจทั้งหลายภายใต้สังกัดคัดเลือกผู้สืบทอดของตนเองและเตรียมพวกเขาเพื่อที่จะรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน
อาคอนสูดหายใจหลังจากอ่านเสร็จพร้อมกับพับเอกสารดังกล่าวแล้วสอดเข้าไปในหนังสือที่เขาพกติดตัวประจำมีร่องรอยของเอกสารอื่นๆอีกหลายใบที่ถูกยัดๆ รวมกันไว้ในหนังสือของเขา ซึ่งบ่งบอกถึงความไม่ใส่ใจของเขาอย่างชัดเจน
อาคอนได้รับจดหมายเตือนการหาผู้สืบทอดของเขาเป็ครั้งที่สามแล้วในปีนี้ และถ้านับรวมั้แ่ฉบับแรกที่ถูกส่งมาให้เขาจดหมายฉบับล่าสุดที่เขาได้รับก็เป็ฉบับที่เจ็ดแล้ว
“คงต้องเริ่มมองหาจริงๆจังๆแล้วสินะ”อาคอนบ่นกับตัวเอง
แม้ว่าเขาจะมีพลัง เงินทอง ชื่อเสียง และอำนาจอย่างไรก็ตามกฎของสมาคมหลักอย่างสมาคมนักล่าก็สำคัญเกินกว่าจะละเลย มันไม่ใช่แค่เพื่ออนาคตของดินแดนเท่านั้นแต่ถ้าว่ากันตามจริงมันเกี่ยวพันโดยตรงกับเขาในปัจจุบันนั้นข้อมูลและสิทธิพิเศษสำหรับการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ที่สมาคมนักล่าเสนอให้กับสมาชิกนั้นน่าดึงดูดจนเขาไม่กล้าที่จะเสียมันไป
เหตุผลที่อาคอนยังไม่เลือกตัวผู้สืบทอดของตนในปัจจุบันนั่นเป็เพราะเขาไม่้าให้สิ่งที่เรียกว่าผู้สืบทอดนั้นเป็เพียงตัวตนที่รับความรู้ของเขาอาคอน้าให้ผู้สืบทอดของเขานั้นมีมุมมองต่อสิ่งต่างๆ บนโลกใกล้เคียงกับเขาหรืออย่างน้อยก็เป็มุมมองแบบที่เขารับได้ด้วย
ในปัจจุบันนั้นตำแหน่งของเขาคือนักเวทที่เก่งที่สุดในมาโทรเดียแม้จะเป็ที่ทราบกันดีว่าในมาโทรเดียไม่มีนักเวทในระดับจอมปราชญ์เลยสักคนก็ตามแต่วิธีการต่อสู้ในแบบของอาคอนทำให้เขายึดตำแหน่งผู้แข็งแกร่งอันดับต้นๆของทวีปไปโดยปริยายเพราะเขาปกปิดจุดอ่อนของนักเวทที่แม้แต่นักเวทระดับจอมปราชญ์ก็มีได้
นั่นเป็อีกเหตุผลด้วยเช่นกันที่ทำให้สมาคมนักล่ากระตือรือร้นที่จะให้เขามีผู้สืบทอดเสียทีและมันจะเป็เหตุผลสำคัญที่ทำให้สมาคมนักล่าอดทนส่งจดหมายถึงเจ็ดฉบับโดยที่ไม่ปิดกั้นสิทธิประโยชน์ที่เขาได้รับไปเสียก่อน
พวกเขาค่อนข้างตั้งความหวังไว้สูงกับสุดยอดนักเวทอย่างอาคอนและรอคอยอย่างอดทน แต่แน่นอน อาคอนเข้าใจว่าความอดทนของคนมีขีดจำกัดและเขาต้องมองหาผู้สืบทอดของตนอย่างจริงจังเสียที
เมื่อคิดเช่นนั้นเขาจึงกลับไปเปิดหนังสือของเขาที่เก็บเอกสารและกระดาษต่างๆมากมายเพื่อที่จะหากระดาษเปล่าสักแผ่นที่เขาเคยเก็บไว้ในการส่งจดหมายตอบกลับไปที่สมาคมนักล่า
อย่างไรก็ตามเขาไม่เจอกระดาษเปล่าดังกล่าวก่อนที่เขาจะตัดใจที่จะตามหาและเลือกใช้กระดาษที่เขาเพิ่งจะพับเก็บเข้าไปในหนังสือเมื่อครู่พลิกด้านหลังและเริ่มเขียนข้อความว่าเขาจะคัดเลือกผู้สืบทอดของตนและให้ทางสมาคมจัดหาผู้สมัคร
“วิ้วว”
เมื่ออาคอนส่งสัญญาณได้สักครู่ไก่งวงตัวหนึ่งก็วิ่งมาและรับจดหมายของเขาอาคอนปวดใจเล็กน้อยกับระบบการรับส่งที่ใช้ไก่งวงเป็ตัวกลางอย่างไรก็ตามเขาก็เข้าใจว่าไก่งวงที่ว่านั้นเป็สัตว์เลี้ยงที่ถูกเลี้ยงขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์นี้มาั้แ่เริ่มต้นของสมาคมนักล่าดังนั้นเขาจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับมัน
แม้ว่ารูปลักษณ์ของมันจะเป็เพียงไก่งวงแต่ว่ามันก็ทำงานได้เหมาะสมกับหน้าที่ความเร็วและความอึดของมันนั้นสร้างปัญหาให้คนที่คิดจะขัดขวางมันแม้ว่าคนที่ขัดขวางมันจะเป็อาคอนเองก็ตาม
หลังจากส่งเอกสารกลับไปให้ศูนย์ใหญ่สมาคมนักล่าเขาก็เริ่มเก็บของพร้อมที่จะเตรียมตัวกลับไปคัดเลือกผู้สืบทอดของตนอย่างไรก็ตามด้วยภารกิจที่รับมาเพื่อให้หา“รากแมนเดรก” ยังไม่สำเร็จดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเดินทางผ่านหมู่บ้านซึ่งเป็ทางอ้อมกลับเมืองเศียรัเพื่อที่จะได้ตามหารากแมนเดรกในระหว่างทางกลับด้วย
จนแล้วจนรอดเขาก็ยังไม่สามารถหารากแมนเดรกได้เลย โดยปกติแล้วรากแมนเดรกไม่ได้หาได้ยากขนาดนั้นแม้มันจะมีอยู่เฉพาะในพื้นที่อันตรายก็ตาม มันเป็ส่วนผสมพื้นฐานของน้ำยาเวทมนตร์ต่างๆรวมถึงน้ำยาฟื้นฟูสุขภาพด้วย แม้ว่ามันจะไม่สามารถเพาะเลี้ยงได้แต่อย่างไรก็ตามมันก็ขยายพันธ์อย่างรวดเร็วจนยากที่มันจะหายไปจนหมดเช่นนี้
ในที่สุดอาคอนก็ต้องยอมแพ้และเลือกที่จะเข้าพักอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในระหว่างทางกลับเมื่ออาคอนเดินเข้ามาในหมู่บ้านชาวบ้านคนหนึ่งก็เข้ามาทักทายเขาด้วยความกระตือรือร้นก่อนที่จะรีบวิ่งไปเรียกผู้ใหญ่บ้านเพื่อที่จะให้มาคุยกับอาคอน
เป็เื่ปกติเมื่อมีเหล่านักล่าเข้ามาในหมู่บ้าน เหล่าชาวบ้านจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อที่จะต้อนรับเนื่องจากนโยบายของทางสมาคมนักล่านั้นทำให้เหล่าชาวบ้านเล็งเห็นผลประโยชน์หลายด้านที่จะทำเช่นนั้น
ความมั่งคั่งที่นักล่าได้รับจากสมาคมนักล่านักเป็เหตุผลมากพอที่จะทำให้เหล่าชาวบ้านที่มีลูกสาวรู้สึกอยากจะยกลูกสาวของตนให้เพื่อที่พวกเธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในอนาคตหรืออย่างน้อยก็มีเงินทองมากพอที่จะใช้ชีวิตอย่างไม่ยากลำบากในอนาคตหากไม่ฟุ่มเฟือย
อย่างไรก็ตามไม่ใช่เพียงแค่ชาวบ้านที่มีลูกสาวเท่านั้นที่จะมีโอกาสที่ดีเข้ามาอย่างที่กล่าวไปข้างต้นถึงนโยบายของสมาคมนักล่าที่จะให้นักล่า ที่มีฝีมือทุกคนมีลูกศิษย์ผู้สืบทอดทักษะของตนเอง มันคงจะเป็แจ็คพอตสำหรับชาวบ้านเหล่านี้ที่จะได้เรียนรู้และเปลี่ยนวิถีชีวิตที่ยากลำบากของตน ด้วยการเป็นักล่าผู้มีเกียรติและแข็งแกร่ง
อาเรียก็เป็หนึ่งในคนที่้าอยากจะเป็นักล่าเช่นกันเธอเป็เด็กหญิงอายุประมาณหกถึงเจ็ดขวบปีจากรูปลักษณ์ภายนอกของเธอพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตไปนานแล้วเนื่องจากสัตว์อสูรที่เข้าโจมตีหมู่บ้าน เธอมีความเคียดแค้นและความทะเยอทะยานที่อยากจะเป็ผู้แข็งแกร่งอย่างน้อยก็แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องตัวเอง นั่นคือความคาดหวังของเธอ
และเมื่อเธอได้ยินว่ามีนักล่ามาที่หมู่บ้านและตอนนี้เขากำลังคุยกับผู้ใหญ่บ้านอยู่เธอรีบวิ่งตรงไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน เพราะเธอไม่อยากจะพลาดโอกาสที่น้อยครั้งจะมีเข้ามาในชีวิตเธอเข้าใจดีว่าการที่จะแข็งแกร่งเธอต้องรับการฝึกฝนั้แ่อายุยังน้อย แต่เพราะเป็เช่นนั้นเด็กในเมืองใหญ่ๆจึงมีโอกาสมากกว่าที่จะได้เจอกับผู้มีฝีมือและประสบการณ์มากพอที่จะฝึกฝนให้
มันยากสำหรับเด็กเล็กๆเช่นเธอ ที่จะออกจากหมู่บ้านซึ่งรายล้อมไปด้วยป่าเขาและสัตว์อสูรเพราะเธออาจจะตายก่อนที่จะไปถึงเมืองใหญ่สิ่งที่เธอและเหล่าเด็กๆในหมู่บ้านทำได้จึงมีเพียงการรอคอยให้มีนักล่าเข้ามาในหมู่บ้านเพียงเท่านั้น
เมื่อเธอมาถึงที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน เธอก็เห็นชายร่างสมส่วนที่สวมผ้าคลุมสีแดงหม่นๆยาวถึงเข่าเธอไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเขาเป็นักล่าในคลาสไหนเพราะเขามีผ้าคลุมและหนังสือเวทย์มนตร์เช่นนักเวท และยังพกดาบเช่นเดียวกับนักรบ
เธอคิดว่าเขาเป็นักรบเนื่องจากร่างกายของชายคนดังกล่าวดูสมส่วนและแข็งแรงผิดกับนักเวท และนักเวทส่วนใหญ่นั้นจะไม่เดินทางคนเดียวหากคุณไม่ได้เป็สุดยอดนักเวทเช่น antimageอาคอน และเธอไม่ได้คิดว่าสุดยอดนักเวทเช่นนั้นจะมาพักอยู่ที่หมู่บ้านของเธอ
“ท่านนักล่า ต้องขออภัยด้วยที่หมู่บ้านของเราเป็เพียงหมู่บ้านเล็กๆ ดังนั้นจึงไม่มีโรงแรมหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อย่างไรก็ตามหากท่านไม่รังเกียจท่านอาจจะพักที่บ้านของฉันคนนี้ และฉันจะให้ลูกชายที่ไม่เอาไหนของฉันเตรียมที่พักให้กับท่าน” ผู้ใหญ่บ้านกล่าวกับอาคอนด้วยศีรษะที่ค้อมลงเล็กน้อยและไม่ลืมที่จะผายมือเพื่อแนะนำลูกชายของตนให้กับอาคอนได้รู้จัก
อาคอนไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแค่มองตามทิศทางที่ผู้ใหญ่บ้านแนะนำ เพราะเขาเข้าใจเจตนาของผู้ใหญ่บ้านดี เขาสังเกตลูกชายของผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็เด็กชายอายุประมาณสิบปี ในขณะที่ลูกชายของผู้ใหญ่บ้านลดศีรษะลงอย่างนอบน้อม
ในความเป็จริงแล้วนักล่าที่สังกัดกับสมาคมนักล่านั้นสามารถมีลูกศิษย์ได้หลายคน นั่นเป็เหตุผลที่ทำให้ผู้ใหญ่บ้านนั้นมีความหวัง มันไม่ผิดที่จะหวังและมันก็ดีกว่าที่จะลองเสี่ยงเพราะหากอาคอนรับเด็กชายคนนี้ไปด้วยจริงแม้ว่าเขาเขาจะไม่ได้กลายเป็ผู้เก่งกาจจนมีชื่อเสียงมากมาย แต่อย่างน้อยชีวิตเขาก็คงไม่ธรรมดา
อย่างน้อยๆมันก็ควรจะดีกว่าที่เป็อยู่ตอนนี้ แต่ชายชราหัวหน้าหมู่บ้านคนนี้คงต้องผิดหวัง เพราะแม้จะมีตัวเลือกที่ดีกว่านี้มากมายแต่อาคอนก็ยังไม่เคยเลือกลูกศิษย์เลยแม้แต่คนเดียว
“ท่านนักล่าท่านสามารถนำข้าไปกับท่านได้หรือไม่ไม่ต้องเป็ลูกศิษย์ของท่านก็ได้เพียงแค่พาข้าเข้าไปในเมือง”เสียงเด็กผู้หญิงที่แทรกเข้ามาทำให้อารมณ์ของผู้ใหญ่บ้านครึ้มลงอย่างเห็นได้ชัดอย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้พูดอะไรเนื่องจากอาคอนที่นั่งอยู่ที่นั่น
“......”อาคอนหันหน้ามาทางเธอด้วยสีหน้าสนใจเล็กน้อย
“ข้าไม่ได้จะให้ท่านไปส่งฟรีๆข้าจะจ้างท่าน..”เมื่อเห็นว่าอาคอนสังเกตมาที่เธอ เธอจึงเริ่มโยนข้อเสนออื่นๆออกไปอีกเด็กหญิงคนนี้ก็คืออาเรียที่วิ่งหน้าตั้งมาที่บ้านผู้ใหญ่บ้านทันทีั้แ่ที่เธอทราบข่าวการมาเยือนของนักล่า
เธอต้องใช้ความกล้าอย่างมากที่จะทำเช่นนี้เพราะมีความเป็ไปได้สูงมากที่อาคอนจะไม่รับเธอไปด้วยและเธอจะถูกทิ้งไว้ที่นี่พร้อมกับการมีปัญหากับผู้ใหญ่บ้านอย่างไรก็ตามโอกาสที่มีนั้นไม่ได้มากมายเธอจึงต้องตัดสินใจที่จะลองเสี่ยง
“จ้างฉัน??สาวน้อยเธอมีเงินพอที่จะจ้างฉันอย่างงั้นเหรอ” อาคอนถามกลับด้วยรอยยิ้มขี้เล่น
“ข้า...ข้าไม่มีเงิน..”
“โอ้..”
“แต่..ข้ามีของที่คิดว่ามีมูลค่ามากพอและบางทีท่านอาจจะสนใจ”
“โอ้..เป็เช่นนั้นแล้วอะไรกันที่มีค่ามากพอที่บางทีฉันอาจจะสนใจ”อาคอนตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นเคยเขาไม่คิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยเช่นนี้จะมีของมีค่าอะไรที่จะทำให้เขาสนใจได้ เช่นกันกับผู้ใหญ่บ้านที่ตอนนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“อาเรียอย่ารบกวนท่านนักล่าเลย ท่านมาที่หมู่บ้านของเราเพื่อพักผ่อนคงเสียมารยาทหากท่านนักล่าต้องมาฟังเื่ไร้สาระของเ้า.”ผู้ใหญ่บ้านกล่าวกับอาเรีย
“แต่ข้า.. ข้ามีรากแมนเดรกอยู่จำนวนมากที่ข้าเก็บสะสมเอาไว้ข้าเคยอ่านเจอในหนังสือว่ามันมีมูลค่า” อาเรียไม่ยอมแพ้
“ข้าเคยบอกเ้าแล้วใช่มั้ยว่าหนังสือนั่นมันเป็เพียงของปลอมที่ผู้ชายคนนั้นเอามาขายเพื่อหลอกลวงเ้าท่านนักล่าอย่าไปถือสาหาความกับนางเลยขอรับ นางยังเด็กและหุนหันพลันแล่น”ผู้ใหญ่บ้านหันมาคุยกับอาคอนอีกครั้ง พร้อมกับผลักนางออกจากบ้านของเขา
“เดี๋ยวก่อนท่านผู้ใหญ่บ้านข้าค่อนข้างสนใจเื่ของนาง”อาคอนกล่าวหยุดผู้ใหญ่บ้านไว้พร้อมกับรอยยิ้มขี้เล่นที่ยังคงแขวนอยู่บนหน้า
ในความคิดเห็นของอาคอนนั้นเขามีความคิดเช่นเดียวกับผู้ใหญ่บ้านว่าเธออาจจะถูกหลอกขายหนังสือเพราะรากแมนเดรกนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะสามารถจับมันได้ยิ่งเป็เพียงเด็กหญิงชาวบ้านยิ่งเป็ไปไม่ได้เลยมีความเป็ไปได้ที่เธอจะเข้าผิดว่าพืชชนิดอื่นเป็แมนเดรก
อย่างไรก็ตามชาวบ้านทั่วไปก็ไม่ได้รู้จักแมนเดรกเช่นกันแม้แต่นักล่าส่วนใหญ่เองก็ไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินชื่อของมันจะมีเพียงนักล่าระดับสูงเท่านั้นที่รู้จักเนื่องจากมันถูกปิดเป็ความลับของนักเล่นแร่แปรธาตุในการสร้างยาต่างๆภารกิจที่อาคอนรับมานั้นก็เป็ภารกิจระดับสูงจากสมาคมนักเวทที่นักล่าระดับต่ำไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้
และเหตุผลหนึ่งที่แมนเดรกมีอยู่มากมายไม่ขาดแคลนเพราะมันอยู่ในพื้นที่ที่สัตว์อสูรแข็งแกร่งอาศัยอยู่นักล่าที่อ่อนแอไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่เช่นนั้นได้และตัวแมนเดรกเองก็มีความสามารถทางเวทมนตร์ในระดับหนึ่งสำหรับชาวบ้านและนักล่าธรรมดานั้นไม่เพียงแค่มันจะจับยากแต่มันยังเป็อันตรายอีกด้วย
เหตุผลที่แมนเดรกถูกนำมาใช้เป็วัตถุดิบในการสร้างยาระดับต่ำไม่ได้เป็เพราะมันใช้สร้างยาระดับสูงไม่ได้ แต่ส่วนที่เหลือเพียงเล็กน้อยจากการสร้างยาระดับสูงเพียงเท่านั้นถึงจะถูกนำมาใช้สร้างยาระดับต่ำแค่นั้นยังไม่พอ ยาระดับต่ำที่ถูกสร้างขึ้นมายังถูกผสมกับส่วนผสมอื่นเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตและเจือจางประสิทธิภาพทางเวทมนตร์ของแมนเดรกลงไปอีกกว่าร้อยเท่า
ยาฟื้นฟูสุขภาพระดับต่ำนั้นมีการเจือจากเศษเสี้ยวของประสิทธิภาพที่ใช้ผสมกว่า400 เท่า ในขณะที่ยาฟื้นฟูสุขภาพระดับกลางจะเจือจางประสิทธิภาพของแมนเดรกลงประมาณร้อยเท่าอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นดังนั้น แมนเดรกเพียงต้นเดียวก็เพียงพอที่จะใช้ชีวิตที่หรูหราในอนาคตเฉกเช่นคนธรรมดาแล้ว
เมื่อคิดเช่นนั้นหนังสือที่หลอกขายให้เด็กน้อยทำไมถึงมีข้อมูลระดับสูงเช่นนี้อยู่ได้นั่นเป็สิ่งที่ทำให้อาคอนสนใจในคำพูดของเด็กหญิง
“ให้ข้าดูแมนเดรกที่ว่าหน่อยได้มั้ยถ้ามันมีมูลค่าบางทีข้าอาจจะไปพิจารณาเื่หิ้วเ้าเข้าไปในเมืองด้วยก็ได้”ใบหน้าของอาคอนยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเช่นเคยแม้ว่าเขาจะรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เด็กหญิงกล่าวความจริงรอยยิ้มเป็เพียงการแสดงออกเพื่อหลอกลวงเด็กน้อยให้เธอเชื่อใจว่าเขาไม่เป็อันตรายเพราะสำหรับคนธรรมดาเหล่านักล่าก็เหมือนกับเทพเ้าที่มีพลังเหนือจินตนาการมันคงไม่ดีหากเธอหวาดกลัวเขาไปเสียก่อน
“มัน..อยู่ที่บ้าน. ” อาเรียตอบอย่างประหม่า
“อาเรียถ้าเกิดเธอทำให้ท่านนักล่าเสียเวลาเปล่าเช่นนั้นข้าไม่สามารถรับประกันได้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเ้า”ผู้ใหญ่บ้านส่งอีกหนึ่งคำขู่ให้เธอ
“ข้าพูดจริงๆท่านสามารถตามข้าเพื่อมาดูได้!”อาเรียยืนยันในทันที่เธอได้ยินสิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านกล่าว ในตอนนี้เธอเองก็ไม่ได้มั่นใจเช่นกันว่าแมนเดรกของเธอนั้นจะมีค่าอย่างไรก็ตามเธอไม่อยากละทิ้งความหวัง เพราะถ้าหากเธอหยุดในตอนนี้มั่นใจได้เลยว่ามีเพียงแค่ปัญหาเท่านั้นที่จะรอคอยเธออยู่ในอนาคต
“นำทางไปเลย”อาคอนกล่าว “โอ้ ข้าคิดว่ามันจะดีกว่าถ้าข้าจะไปกับเด็กหญิงคนนี้เพียงลำพังข้าชอบจัดการปัญหาเพียงลำพัง” อาคอนบอกกับผู้ใหญ่บ้านและคนอื่นๆที่ทำท่าจะตามมา
ผู้คนที่คิดจะเดินตามไปก็ถอยกรูดทันทีที่ได้ยินสิ่งที่อาคอนพูดบางคนมองที่อาเรียด้วยสีหน้าเวทนา และบางคนก็มีความสุขและมองที่เธอด้วยรอยยิ้มเยาะ
“อย่ากังวลไปสาวน้อยฉันจะพาเธอออกจากที่นี่แม้ว่าแมนเดรกของเธอมันจะมีค่าพอหรือไม่แต่ฉันจะแค่พาเธอไปส่งที่เมืองแค่นั้นนะ.....เธอกล้าหาญ....แต่มันดูสิ้นคิดเกินไปหน่อย.และฉันเป็คนขี้สงสาร.”หลังจากเดินออกมาจากฝูงชนได้สักพักอาคอนก็บอกกับอาเรีย
“ข้าไม่มีทางเลือกอื่น นี่อาจจะเป็โอกาสเดียวในชีวิตของข้า แค่ทำครั้งนี้หรือไม่ก็เป็ชาวบ้านธรรมดาไปทั้งชีวิต” สีหน้าอาเรียดูดีขึ้นหลังจากที่ได้ยินอาคอนกล่าว
“เอ่อ..ข้าสามารถทราบนามอันยิ่งใหญ่ของท่านได้หรือไม่?”อาเรียรวมความกล้าเพื่อถามอีกคำถามด้วยถ้อยคำที่สรรเสริญเยินยอ
“ฮ่าๆๆนามอันยิ่งใหญ่? นามอันยิ่งใหญ่สินะ..”อาคอนหัวเราะเสียงดังหลังจากได้ฟังคำถามของอาเรีย
อาเรียหน้าแดงเล็กน้อยหลังจากนั้นเป็ครั้งแรกที่เธอเจอนักล่าและเธอไม่รู้ว่าจะทำตัวเช่นไรเช่นเดียวกับชาวบ้านคนอื่นๆ สำหรับเธอนักล่านั้นเป็สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังและน่ากลัวเธอจึงคิดว่าคำพูดสรรเสริญเช่นนี้ เป็สิ่งที่เธอควรจะพูด
หมู่บ้านของเธอเป็หมู่บ้านที่ห่างไกลและจะมีเพียงสิบปีต่อครั้งเท่านั้นที่นักล่าจะเข้ามาเพื่อซ่อมแซมหอคอยเวทย์มนตร์ที่ป้องกันสัตว์อสูรรอบนอก เธอมีลักษณะที่ดูเหมือนเด็กวัย6-7 ขวบ อย่างไรก็ตามเธอพึ่งจะอายุห้าขวบเท่านั้นครั้งสุดท้ายที่มีนักล่าเข้ามาก็คือเมื่อห้าปีก่อน ซึ่งเธอเพิ่งจะเกิดในตอนนั้นและหากเธอต้องรออีกห้าปีตอนนั้นอายุของเธอก็คงสิบขวบปีและมันช้าเกินไปที่จะเริ่มฝึกฝน
เหตุผลที่เธอรู้่เวลาที่ดีสำหรับการฝึกฝนเพราะคนคนหนึ่งที่เธอเจอเมื่อปีที่แล้วเขาได้บอกเธอเกี่ยวกับนักเวทย์อัจฉริยะที่ชื่ออาคอนซึ่งเริ่มฝึกฝนเวทมนตร์ั้แ่สี่ขวบและ่เวลาที่ดีที่สุดที่จะเริ่มฝึกฝนก็คือ่สี่ถึงห้าขวบนี้เองพร้อมกับเสนอขาย”ตำราการเริ่มต้นเป็นักนักผจญภัย”ที่เธอพึ่งพามันมาจนถึงปัจจุบันแน่นอนคนอื่นนั้นคิดว่าตำรานั้นเป็เพียงของที่ขายโดยนักต้มตุ๋นจึงไม่มีใครซื้อผิดกับเธอที่ตาเป็ประกายแล้วใช้เงินทั้งหมดที่พ่อแม่เธอเหลือไว้ให้ซื้อหนังสือดังกล่าว
“ฉันชื่ออาคอน”
"!!?!! ท่านคืออาคอน กาลาแฮด, Antimage อาคอน”
“โอ้ นามอันยิ่งใหญ่ของฉันดังมาถึงนี่เลยเหรอ ฮ่าๆๆ”
แม้ว่าอาคอนจะหัวเราะร่าเริงและดูเป็มิตรแต่ในตอนนี้ อาเรียหน้าซีดเสียแล้วชื่อเสียงของอาคอนที่เธอได้ยินมานั้นไม่ได้ดีเท่าไหร่นักเขาเป็คนเ้าเล่ห์และน่ากลัว เขาไม่สนอิทธิพลของคนใหญ่คนโตในสมาคมและมักจะมีปัญหากับสมาคมอยู่บ่อยๆ
แต่มันไม่ใช่แค่อาคอนที่มีชื่อเสียงในด้านลบเพราะพวกที่แข็งแกร่งและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วนั้นก็เป็เช่นเดียวกันกับอาคอน พวกเขาไม่ชอบที่จะทำตามกฎและมักจะมีปัญหากับทางสมาคมตอนนี้เธอรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่พุ่งตัวเข้าหาปัญหาใหญ่เช่นนี้ อย่างไรก็ตามเวลาเสียใจของเธอก็หมดลงแล้วเพราะตอนนี้เธอและอาคอนได้เดินมาถึงบ้านของเธอเรียบร้อย
บ้านของเธอเป็เพียงบ้านอิฐโคลนโทรมๆที่ใกล้พังมีใบไม้และเศษผ้าคอยปะตามรูรั่วของผนังและหลังคาเห็นได้ชัดว่ามันเคยเป็บ้านสำหรับสามคนเพราะมีเตียงขนาดใหญ่และห้องย่อยอีกสามห้อง
อาคอนไม่ได้ถามอะไรมากมายเพราะในวัยเด็กชีวิตเขาก็ไม่ได้ดีนักดังนั้นเขาจึงพอเข้าใจสภาพของสาวน้อยได้
“มันอยู่ใต้เตียงของข้าข้าเก็บมันไว้ประมาณยี่สิบอัน ถ้าหากมันยังไม่พอข้าสัญญาว่าข้าจะหาเพิ่มให้ในอนาคต”เธอกล่าวด้วยเสียงต่ำก่อนเดินนำอาคอนเข้าไปในห้องนอนซึ่งไม่มีเฟอนิเจอร์อื่นเลยนอกจากเตียงและฟูก
เธอเดินเข้าไปและลากลังไม้ที่ใหญ่กว่าตัวเธอออกมาจากใต้เตียงสักครู่เธอก็เปิดลังไม้นั้นและภายในลังมีพืชสีดำรูปร่างคล้ายมนุษย์อยู่เกือบเต็มลังพืชแต่ละต้นนั้นมีขนาดประมาณข้อมือของผู้ใหญ่และยาวเกือบหนึ่ง่ศอก
เธอหันหน้าไปสังเกตปฏิกิริยาของอาคอนเล็กน้อยและเธอก็ต้องผิดหวังเพราะสีหน้าเขาเป็เพียงการครุ่นคิดเท่านั้นเธอจึงสรุปว่าแมนเดรกของเธอคงไม่ได้ต่างอะไรจากรากไม้ธรรมดา
“ฉันขอดูหนังสือที่เธอพูดถึงหน่อยได้มั้ย”อาคอนกล่าวกับเธอด้วยสีหน้าจริงจัง
“ค่ะ”หนังสือที่เธอพูดถึงก็อยู่ใต้ฟูกของเธอนั่นเอง เธอเดินไปหยิบมาให้เขาพร้อมกับสีหน้าผิดหวังหนังสือเล่มใหญ่สีหม่น หน้าปกเขียนด้วยลายมือหวัดๆว่า“ตำราการเริ่มต้นการเป็นักผจญภัย”ซึ่งแน่นอนว่าดูยังไงก็เหมือนกับของที่นักต้มตุ๋นทำขึ้นมาเอง
อาคอนเปิดอ่านสักพักก่อนที่เขาจะเลิกสนใจหนังสือหลังจากที่เขาได้อ่านเนื้อหาส่วนแรกไป
“ท่านยังจะพาข้าไปในเมืองอยู่ใช่มั้ย...ข้าถูกหลอกขายหนังสือนี่มาใช่มั้ย”อาเรียพูดด้วยเสียงสั่นเครือ ความหวังเดียวที่เธอมีในชีวิตซึ่งเริ่มต้นเมื่อปีก่อนตอนนี้ดูท่าว่ามันจะพังพร้อมกับปัญหาอีกมากมายในอนาคต เธอทุ่มเทกับมันถึงขนาดยอมตัดใจต่อของดูต่างหน้าของพ่อแม่เพื่อที่จะให้ได้มา ความหวังนั้นกำลังจะพังครืนมันหนักสำหรับผู้ใหญ่นับประสาอะไรกับเด็กอายุห้าขวบเช่นเธอ
“เธอไปได้รากพวกนี้มายังไง”แทนที่จะตอบคำถามอาคอนกลับยิงคำถามใหม่มาที่เธอแทน
“ในตอนท้ายของหนังสือบอกวิธีเอาตัวรอดจากสัตว์อสูรระดับสูงและวิธีการเสริมสร้างร่างกายด้วยแมนเดรกชัดเจนว่ามันไม่ได้ผลเพราะฉันไม่แข็งแกร่งขึ้นเลยแต่ฉันยังคงเชื่อมันอยู่เพราะอย่างน้อยฉันก็ทำตามวิธีที่หนังสือนี่บอกและเอาตัวรอดออกจากป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรได้ทุกครั้ง.”เธอตอบพร้อมกับเสียงที่เบาลงทุกขณะ
อาคอนกลับมาเปิดหนังสืออีกครั้งไปยังส่วนที่เธอกล่าวถึงและในหน้าหนึ่งเขาก็เจอกับชื่อของผู้ที่เขียนหนังสือ และน่าจะเป็ชายที่ขายหนังสือเล่มนี้ให้กับอาเรีย“mad alchemist” นั่นทำให้ขนทุกเส้นของอาคอนลุกชูชัน
เขายื่นมือของไปจับศีรษะอาเรียเพื่อตรวจสอบร่างกายของเธอโดยการส่งพลังเวทบางส่วนเข้าไป อย่างไรก็ตามพลังเวทของเขาถูกตัดขาดทันทีที่ัักับเธอ
อาเรียยังคงจ้องมองที่อาคอนด้วยหน้าหวาดวิตกและผิดหวังอย่างไรก็ตามคำกล่าวถัดไปของอาคอนได้พลิกโลกของเธอทั้งใบ
“เธอสนใจที่จะเป็ผู้สืบทอดของฉันมั้ย.สาวน้อย..”