“ ร้านหมื่นอสูร เราเข้าไปดูเถิดเสี่ยวหู่เพื่อมีอะไรน่าสนุกให้ดู “ หลังจากที่เยว่ซินเดินมาสักพัก ให้ความสนใจร้านหมื่นอสูรเป็พิเศษเนื่องจากมีผู้คนเขาออกไม่ขาดสาย
ั้แ่ที่เยว่ซินก้าวเท้าเข้ามาในร้านก็เจอไข่อสูรขนาดต่างๆ หลายพันใบวางเรียงรายเต็มร้านไปหมด
“คุณชายท่านสนใจไข่อสูรใบไหนเลือกได้เลยเ้าค่ะ ไข่ทุกใบในนี้ราคาเพียงสามสิบเหรียญเงินเ้าค่ะ ทางร้านเรามีบริการฟักไข่อสูรเพียงสิบเหรียญเงินเท่านั้นเ้าค่ะ”เสี่ยวเอ้อรีบมาต้อนรับทันที ที่เห็นเยว่ซินกล่าวเข้ามาในร้านลักษณะท่าทางดูเป็คุณชายตระกูลใหญ่ถึงแม้จะมีผ้าปกคลุมใบหน้าก็ตาม
“ ไข่สัตว์อสูรพวกนี้นำไปทำอะไรหรือ…“ เยว่ซินถามด้วยความสงสัย
“ ไข่อสูรพวกนี้ทางร้านเราได้มาจากทั่วพิภพเ้าค่ะ มีหลากหลายสายพันธุ์ผู้คนจึงนิยมมาเสี่ยงดวงเพื่อนำไปเป็สัตว์พันธะ ตามที่นายท่านเห็นเ้าค่ะ “ เสี่ยวเอ้อได้ไขข้อสงสัยแก่เยว่ซิน
“อ่ออ…เ้าไปต้อนรับผู้อื่นเถิด ข้าจะเดินชมสักครู่” เยว่ซินพยักหน้า แล้วหันไปบอกเสี่ยวเอ้อ
“ เ้าค่ะ” เสี่ยวเอ้อตอบรับอย่างว่าง่าย
พรึ่บ!!
“ท่านแม่ข้าเจอของดี ไข่ัพฤกษาศักดิ์สิทธิ์ขอรับ“
ตาของเสี่ยวหู่เรืองแสงสีทองสักพักก่อนจะกลับมาปกติอีกครั้ง
“หืออ…เ้ารู้ได้อย่างไรว่าในนี้มีไข่ัพฤกษาศักดิ์สิทธิ์” เยว่ซินถามด้วยความสงสัย ถึงตนจะศึกษาตำราสัตว์อสูรมาบาง แต่ก็ไม่อาจมั่นใจได้ว่าไข่แต่ละเป็สัตว์อสูรชนิดใด
“ท่านแม่นี่ไม่รู้อะไรเสียแล้ว…ข้านั้นมีเนตร์ เพียงแค่ข้าเปิดเนตร์ก็รู้ข้อมูลของชิ้นนั้นทะลุปรุโปร่งแล้วตอนนี้ข้าอยู่ระดับ์ขั้นกลาง เปิดเนตร์วันละสามครั้ง แต่ถ้าข้าถึงระดับา ข้านั้นจะใช้เนตร์ได้อย่างไม่จำกัดขอรับ “เสี่ยวหู่รีบโอ้อวดพลังของตนให้กับเยว่ซินทันที
‘ นี้ท่านอาจารย์ให้ตัวไรกับข้า ทำไมถึงได้มีสกิลเทพขนาดนี้’เย่วซินพลางคิดในใจ
ไข่ใบที่เยว่ซินหยิบขึ้นมา เปลือกไข่มีสีเขียวหม่นๆ ผิวััสากเล็กน้อย ขนาดเท่าลูกฟุตบอล เทียบกับใข่ใบอื่นก็ดูธรรมดาไปเลย
“คงต้องเอาไปฟักในมิติ ขืนฟักที่นี้ผู้คนคงแตกตื่นกันแน่”
หลังจากที่เลือกได้แล้วเยว่ซินก็นำไข่ใบที่เลือกไว้ไปจ่ายเงิน
“ข้าเอาไข่ใบนี้ “
“ ใบนี้สามสิบเหรียญเงินเ้าค่ะ คุณชายให้ทางร้านเราฟักให้ไหมค่ะ “
“ ไม่ล่ะ ข้าจะฟักมันเอง” เยว่ซินก็จ่ายเงินให้พนักงานไป ก่อนจะเดินออกจากร้านมุ่งหน้ากลับโรงเตี้ยม
โครม!! เพี้ยะ!! เพี้ยะ!!
ขณะที่เยว่ซินกำลังเดินกลับโรงเตี๊ยมก็ได้ยินเสียงโครมครามดังมาจากร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งข้ามกับโรงเตี๊ยมที่ตนพัก ก่อนจะเดินไปดูก็พบเด็กสองคนที่เสื้อผ้ามอมแมม ตามตัวมีรอยแผล
เพี้ยะ !! เพี้ยะ !! เพี้ยะ !!
“ เ้าเด็กหัวขโมย ข้าจะตีเ้าให้ตาย “
เสียงของชายคนที่ดูเหมือนจะเป็เถ้าแก่ของร้านกำลังถือไม้ฟาดลงไปยังเด็กขอทานสองคนอย่างไม่ยั้งมือ
ฮือๆ ฮือๆ
“นายท่านหยุดเถิดขอรับ ข้ากับน้องของข้าแค่หิวเท่านั้น นายท่านได้โปรดหยุดเถิดขอรับ “
เสียงของเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็คนพี่กล่าวขึ้นมาด้วยเสียงสั่นๆ
“หยุดก่อน ท่านตีเด็กสองคนด้วยเหตุใด เด็กก็ตัวแค่นี้ ท่านจะตีพวกเขาจนตายเลยหรือ “
เยว่ซินที่ทนเห็นเด็กสองคนนี้โดนตีต่อไปไม่ไหว จึงกล่าวออกไป
“ท่านอย่ามายุ่งเื่ของข้า ข้าจะตีพวกมันให้ตาย พวกมันแอบมาลักขโมยของจากร้านข้าไปตั้งมากมาย ท่านจะให้ข้าหยุดตีพวกมันได้อย่างไร “ เถ้าแก่ของร้านหันไปยังต้นตอของเสียง ก่อนจะเห็นชายใส่ชุดคลุมสีดำมีผ้าปิดหน้าไว้ ดูท่าทางเป็ผู้มีวรยุทธสูง จึงกล่าวด้วยเสียงที่มีความยำเกรงเล็กน้อย
“เท่าไหร่หรือกับค่าของที่เด็กสองคนนี้ขโมยไป ข้าจะจ่ายให้เอง” เย่วซินกล่าวขึ้น ขณะที่เถ้าแก่ร้านหันมาพวกกับตน
“ห้าเหรียญทองขอรับ “ เถ้าแก่ร้านรีบตอบทันทีที่เยว่ซินกล่าวขึ้น
“ไม่ใช่นะขอรับ ของที่ข้าเอาไปมีเพียงซาลาเปาเพียงไม่กี่ลูกเท่านั้น “ เด็กชายคนเป็พี่กล่าวขึ้นทันที ได้ยินเถ้าแก่ร้านเรียกค่าของจากผู้มีพระคุณที่ยื่นมือเข้ามาช่วยตนมากเกินไป
“ หุบปากเดี๋ยวนี้พวกเด็ก……”
“หยุดเดียวนี้ รับเงินนี้ไป “ เยว่ซินรีบหยุดทันที ที่เถ้าแก่ร้านกำลังง้างไม้จะฟาดเด็กน้อยอีกครั้ง ก่อนจะโยนเงินจำนวนตามที่้าไป
“อย่าให้มีอีก ครั้งหน้าพวกเ้าอาจไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้”เถ้าแก่ร้านกล่าวออกมา หลังจากที่ได้เงินจากเยว่ซินก่อนที่จะเดินเข้าร้านไป
พรึ่บ !! พรึ่บ !!
“ขอบคุณนายท่านมากๆเลยขอรับที่ช่วยพวกข้าไว้ พวกข้ายอมเป็ทาสให้นายท่านใช้ไปตลอดชีวิตเลยขอรับ “
เสียงของเด็กทั้งสองดังขึ้น ก่อนจะคลุกเข่าขอบคุณเยว่ซิน
“ลุกขึ้นเถิดพวกเ้าอย่าทำแบบนี้ ข้าแค่เพียงเห็นเด็กโดนทำร้ายไม่ได้จึงยื่นมือเข้ามาช่วย หาได้หวังสิ่งได้ ”
เยว่ซินกล่าวขึ้น พร้อมกับประคองให้เด็กทั้งสองขึ้น แล้วพาไปนั่งใต้ต้นไม้ที่อยู่ไม่ใกล้จากบริเวณนั้น เพื่อหลบแสงแดด
“แล้วพ่อแม่พวกเ้าอยู่ที่ใดถึงได้ปล่อยให้พวกเ้าหิวโหยถึงเพียงนี้”
เยว่ซินกล่าวขึ้น เมื่อเดินมาถึงใต้ร่มไม้
“พวกข้าไม่มีท่านพ่อกลับท่านแม่ขอรับ ั้แ่พวกข้าจำความได้พวกข้าก็อยู่กับท่านยายมาโดยตลอด แต่ที่พวกข้าไปขโมยของกินเพราะว่าท่านยายของข้าเพิ่งจะเสียไปได้อาทิตย์กว่าๆ ขอรับ”
เด็กชายผู้เป็น้องหันมาตอบกับเย่วซิน ก่อนที่จะเสียงสั่นๆใน่ท้าย
เยว่ซินที่ได้ฟังก็รู้สึกสงสารเด็กน้อยทั้งสองคนมาก อายุเพียงเท่านี้ต้องมาตกระกำลำบากขนาดนี้ ถ้าตนมาช่วยไม่ทันชีวิตของเด็กสองคนนี้จะเป็อย่างไร เขาไม่อยากจะคิด
“พวกเ้าทั้งสองสนใจไปอยู่กับข้าหรือไม่ แต่ขอบอกไว้ก่อนตอนนี้ข้ายังออกเดินทางไปที่ต่างๆไม่มีที่อยู่เป็หลักแหล่งในอนาคตไม่แน่ข้าก็อาจซื้อจวนไว้สักหลัง พวกเ้ายังอยากไปกับข้าอยู่หรือป่าว”
เยว่ซินเอ่ยชวนทั้งเด็ก พร้อมบอกเหตุผลเพื่อให้ทั้งสองได้ตัดสินใจว่าจะไปกับตนหรือไม่
“ข้าไปขอรับ”
“ข้าก็ไปขอรับ “
เด็กทั้งสองกล่าวขึ้นพร้อมกันทันทีที่เยว่ซินกล่าวจบ เพราะพวกตนอยู่ที่นี้ ก็ไม่รู้จะเจออะไรอีกไปกับนายท่านอย่างน้อยก็มีคนคอยปกป้อง อีกอย่างท่านยายก็เคยสอนว่าอย่ามั่วแต่จมปัก เมื่อมีโอกาสให้คว้ามันไว้ในภายภาคหน้าเราอาจเป็ใหญ่ในยุทธภพ
“เมื่อพวกเ้ายืนยันคำตอบที่จะไปกับข้าแล้ว งั้นก็ตามข้ามา”
เยว่ซินกล่าวจบ ก็นำหน้าพาทั้งสองกลับโรงเตี้ยม
“ เสี่ยวเอ้อ เปิดห้องหนึ่งห้องข้างๆห้องข้าแล้ว จัดเตรียมน้ำสำหรับอาบให้พวกเขาด้วย แล้วก็เตรียมสำหรับให้พวกข้าด้วย”
เมื่อมาถึงโรงเตี้ยมเย่วซินก็ให้เสี่ยวเอ้อจัดการห้องพักให้ตนอีกหนึ่งห้อง เนื่องจากห้องที่เขาอยู่ถ้าจะนอนด้วยกันคงอึดอัดอยู่บาง เลยเปิดห้องให้เด็กทั้งสองใหม่
“ขอรับคุณชาย เชิญตามข้ามาขอรับ”
เสี่ยวเอ้อตอบรับ ก่อนจะมองไปทางด้านหลังของเยว่ซินก็เห็นเด็กน้อยสองคนแต่งตัวมอมแมม ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลัง พลางคิดว่า ‘เด็กสองคนนี้เป็ใครกันถึงได้ติดตามมากับคุณชายที่ดูมีฐานะเช่นนี้ได้’
“ห้องนี้ขอรับคุณชาย เดี๋ยวข้าจะไปจัดการที่คุณชายสั่งขอรับ”
เสี่ยวเอ้อก็นำมายังห้องที่ตนบอก ก่อนจะขอตัวไปจัดการตามที่เยว่ซินสั่ง
“พวกเ้าอยู่กันได้ใช้ไหม”
เยว่ซินถามขณะที่เดินเข้ามาสำรวจในห้อง
“เอ่อ…พวกข้าขออยู่ห้องธรรมดาได้ไหมขอรับ” เด็กชายผู้เป็พี่กล่าวด้วยความเกรงใจ เพราะนายท่านช่วยตนก็ใช้เงินไปตั้งหลายเหรียญทอง ไหนจะค่าห้องนี้ที่หรูหราขนาดนี้คงแพงแน่ๆ
เยว่ซินยินอย่างนั้นก็อมยิ้มเล็กน้อย บวกกับท่าทางที่แสดงออกมาถึงความเกรงอกเกรงใจอย่างนั้น ตนจึงเอ็นดูเด็กทั้งสองเข้าไปอีก
“ข้าจ่ายเงินไปแล้ว พวกเ้าจะให้ข้าเสียเงินสูญเปล่ารึ”
“ไม่ใช้อย่างนั้นนะขอรับ พวกข้ายอมอยู่ห้องนี้ได้ขอรับ”
ทั้งสองคนรีบตอบทันที ที่ได้ยินเยว่ซินพูดด้วยน้ำเสียงติดโมโหเล็กน้อย อีกทั้งยังกลัวเยว่ซินไล่พวกตนไป
“เอาล่ะ…ข้าก็คุยกับพวกเ้ามาตั้งนาน ข้ายังไม่รู้จักชื่อพวกเ้าเลย ข้าชื่อหลิวเย่วซิน พวกเ้าชื่อไรกันบ้าง”
จากที่คุยมาตั้งนานยังไม่รู้จักชื่อกันเลย เยว่ซินเลยถามชื่อออกไป
“ ข้าชื่อซีห่าวขอรับ “ เสียงเด็กชายที่ดูโตกว่าอีกคนพูดขึ้น
“ ข้าชื่อซีซวนขอรับ เป็น้องท่านพี่ซีห่าวขอรับ “ เด็กน้อยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักเเน่นเลียนแบบตามผู้เป็พี่
ก๊อก!! ก๊อก!! ก๊อก!!
“คุณชายขอรับข้าจัดเตรียมที่คุณชายสั่งเรียบร้อยแล้วขอรับ คุณชายมีอันใดที่จะให้ข้าทำอีกไหมขอรับ”
เสียงของเสี่ยวเอ้อดังขัดบทสนทนาของทั้งสามขึ้น
“ไม่ล่ะ เ้าไปทำหน้าที่ของเ้าเถิด ส่วนพวกเ้าทั้งสองก็ไปอาบน้ำ ทานสำหรับให้เรียบร้อย แล้วค่อยไปหาข้าที่ห้อง นี้เสื้อผ้าข้าตอนที่อายุเท่าพวกเ้า เอาไปใส่ก่อนพรุ่งนี้เดียวข้าจะพาพวกเ้าไปซื้อให้ใหม่”
ประโยคเรียกเยว่ซินหันไปคุยกับเสี่ยวเอ้อ โดยประโยคหลังจะหันมาคุยกับทั้งสอง ก่อนจะยืนเสื้อผ้าที่แอบเอาออกมาจากมิติก่อนหน้านี้เเล้ว
“ขอรับ”
“ขอรับ”
ก๊อก !! ก๊อก !! ก๊อก !!
“ข้าขอเข้าไปนะขอรับ”
เสียงเคาะประตูหน้าห้อง ก่อนที่เด็กทั้งสองเข้ามาในห้อง
“ที่ข้าเรียกพวกเ้านั้น ข้า้าให้พวกเ้าปลุกพลังมีวรยุทย์ เพราะข้านั้นต้องเดินทางไปอีกหลายแห่ง บางที่อาจมีอันตรายอยู่ หากพวกเ้าไม่มีวรยุทย์เลยก็คงลำบากทั้งข้าและตัวเ้าเอง พวกเ้ายินดีที่จะฝึกวรยุทย์หรือไม่”
เมื่อทั้งสองเข้ามาในห้องแล้ว เยว่ซินก็กล่าวสิ่งที่ตนปรารถนาให้ทั้งสองได้ฟัง
“ พวกข้าทั้งสองยินดีที่จะฝึกวรยุทย์ขอรับ “ ซีห่าวเป็คนเอ่ยด้วยเสียงหนังแน่นเพราะตนนั้นมีความฝันที่อยากจะเข้าสำนัก ฝึกวรยุทย์ต่างๆ เพื่อคอยปกป้องน้องชายของตน
“เมื่อพวกเ้ายืนยันเช่นนี้ มาจับมือข้าไว้และหลับตาลง”
เมื่อจับมือกันแล้ว เยว่ซินก็พาทั้งสองหายเข้ามิติไป
พรึ่บ !! พรึ่บ !! พรึ่บ !!