เกมรักอันตรายเดิมพันหัวใจนายหน้าหวาน [Yaoi]

    18 | ความทรงจำที่เลือนลาง


      [Hell’s part]โรงพยาบาล                ตอนนี้ผมกำลังนั่งรออยู่หน้าห้อง ทันทีที่น้องสลบไปผมก็รีบพาน้องมาเลย ผมไม่รู้ว่าน้องเป็นอะไร ทำไมถึงเข้าไปนานขนาดนั้นเมื่อไหร่หมอจะออกมาสักทีวะ                แกร็ก!                “น้องเป็นไงบ้างครับ?” ทันทีที่หมอเปิดประตูออกมาผมก็รีบพุ่งตัวไปที่หมอ                “คนไข้ไม่ได้เป็นอะไรมากครับ แค่เกิดจากภาวะความเครียดกดดันครับ” หมอพูดแล้วยิ้มอบอุ่น แล้วพูดถึงการดูแลน้อง ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกที่น้องไม่เป็นอะไรมาก                “ขอบคุณมากนะครับคุณหมอ” ผมพูดขอบคุณเสร็จแล้วคุณหมอก็เดินจากไป ไม่นานน้องที่นอนอยู่บนเตียงก็ถูกเข็นออกมา หมอบอกว่าอาจจะต้องให้นอนแอดมิดรอดูอาการสักสองสามวัน                ทำไมช่วงนี้วนเวียนอยู่แต่โรงพยาบาลวะ รู้สึกไม่ค่อยโอเคเลย ถ้าเลือกได้ผมก็อยากให้คนที่ต้องเจ็บคือผมมากกว่า พอเห็นน้องมาเป็นแบบนี้แล้วผมรู้สึกใจบางยังไงไม่รู้                “อย่าหลับนานเหมือนรอบที่แล้วนะครับ รีบๆ ตื่นขึ้นมาด่าพี่ไวๆ นะตัวเล็ก จุ๊บ!” ผมก้มลงไปจูบหน้าผากน้องแล้วนั่งเฝ้าน้องอยู่ข้างเตียง หลังจากที่ผมไปจัดการเรื่องห้องให้น้องเรียบร้อยแล้ว                Rrrrrrrrr                ผมรีบหยิบโทรศัพท์ที่สั่นเป็นเจ้าเข้าในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นชื่อแม่ของผมเอง                (“ไง...ลูกชายทำอะไรอยู่ครับ?”) เสียงอ่อนหวานดังมาตามสาย                “อยู่โรงพยาบาลครับ”                (“ใครเป็นอะไรลูก ไปโรงพยาบาลทำไม?”) แม่ดูตกใจนิดหน่อยแต่ผมคิดว่าผมคงต้องบอกแม่แล้ว                “น้องคิสไม่สบายครับ แม่ครับผมขอโทษที่ดูแลน้องไม่ดี ผมผิดเอง...”                (“อย่าโทษตัวเองสิลูก น้องคงไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ตอนนี้ก็อยู่ในมือหมอแล้วด้วย เฮลต้องดูแลน้องดีๆ นะลูกเข้าใจไหมครับ”)                “เข้าใจครับ ฝากขอโทษคุณน้าด้วยนะครับ เพราะผมน้องถึงต้องมานอนไม่สบายแบบนี้”                (“ไม่เอาลูกไม่โทษตัวเองนะ ดูแลน้องให้ดีๆ นะลูก ถ้ามีอะไรก็โทรฯ หาแม่นะครับ”)                “ครับ” ผมรับปากแม่แล้วก็วางสาย หันมามองคนตัวเล็กที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง มีเพียงการเคลื่อนไหวขึ้นลงของหน้าอกที่ทำให้รู้ว่าน้องยังอยู่กับผมไม่ได้จากไปไหน                “รีบๆ ตื่นขึ้นมานะครับตัวเล็ก พี่สัญญาไม่ว่ายังไงพี่จะอยู่ข้างๆ ตัวเล็กนะครับ” ผมก้มลงไปจูบหน้าผากน้องอีกครั้งแล้วนั่งกุมมือน้องเอาไว้เหมือนที่สัญญาว่าจะไม่จากน้องไปไหน[End of Hell’s part]                 “หม่ามี้ไม่รักน้องคิส ฮึก! ฮือ..” เสียงของเด็กชายตัวเล็กแก้มป่อง ปากแดงน่ารักจิ้มลิ้มเอ่ยอย่างกระท่อนกระแท่น เนื่องจากกำลังร้องไห้น้ำตาใสๆ ที่ไหลลงมาทำให้ใบหน้าน่ารักน่าสงสารขึ้นมาทันที            “ตัวเล็ก! ร้องไห้ทำไมครับ?” คนเป็นพี่ที่กลับมาจากโรงเรียนแล้วเห็นแม่ของตนกำลังนั่งคุยอยู่กับคุณน้าที่ห้องรับแขก แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของน้องตัวเล็กจึงได้ความว่าน้องขอมาเล่นที่สวนหลังบ้าน            ทันที่ที่เดินมาเห็นน้องกำลังนั่งร้องไห้ใบหน้าซุกเข่าคนเป็นพี่ก็ตกใจรีบวิ่งเข้าไปหาน้องตัวเล็กทันที            “ตัวหย่าย...ฮึก! หม่ามี้ไม่รักตัวเล็กแล้ว ฮือ..” คนตัวเล็กเมื่อเห็นคนเป็นพี่ก็เงยหน้าที่มีคราบน้ำตาขึ้นมาแล้วโผเข้ากอดคนตัวใหญ่กว่าทันที            “หืม...ทำไมคิดแบบนั้นละครับ?” กอดปลอบแล้วเช็ดคราบน้ำตาให้น้อง            “ก็หม่ามี้พาตัวเล็กมาทิ้งที่นี่ หม่ามี้ไม่รักตัวเล็กแล้ว ฮือ...” พูดแล้วน้ำตาที่เหือดแห้งไปก็ไหลออกมาอีก            “ไม่เอาครับไม่ร้อง ดูสิหน้าแดงหมดแล้วเนี่ย” คนเป็นพี่เช็ดน้ำตาให้อีกครั้งเมื่อเห็นน้องร้องไห้ออกมา            “ฮึก...ฮือ...” ไม่มีคำพูดใดๆ นอกจากเสียงสะอื้นของน้อง            “หม่ามี้ไม่ได้ไม่รักตัวเล็กนะครับ แล้วหม่ามี้ก็ไม่ได้จะทิ้งตัวเล็กด้วย แต่หม่ามี้ของตัวเล็กต้องไปทำงานหาเงินมาให้ตัวเล็กเรียนไงครับ หม่ามี้เลยพาตัวเล็กมาฝากไว้กับตัวใหญ่ ตัวเล็กจะได้ไม่เหงาไงครับ” คนเป็นพี่กอดปลอบพร้อบกับอธิบายให้น้องฟัง            “จริงเหรอคับ?” คนต้วเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดผละออกแล้วเงยหน้าขึ้นมาถาม            “จริงสิครับ...รึว่าตัวเล็กไม่อยากอยู่กับตัวใหญ่แล้ว หืม?” ก้มหน้าลงไปถามน้อง            “ปะ...เปล่านะคับ ตัวเล็กอยากอยู่กับตัวใหญ่ ตัวใหญ่อย่าทิ้งตัวเล็กนะคับ ตัวเล็กกลัว...” เริ่มทำหน้าเบะเหมือนจะร้องไห้อีกรอบ            “ตัวใหญ่สัญญาไม่ว่ายังไงตัวใหญ่จะอยู่ข้างๆ ตัวเล็กนะครับ หยุดร้องได้แล้วนะครับ” คนเป็นพี่ยิ้มแล้วยกนิ้วก้อยขึ้นมาให้น้องเกี่ยวก้อยสัญญา...            ‘ตัวใหญ่สัญญาไม่ว่ายังไงตัวใหญ่จะอยู่ข้างๆ ตัวเล็กนะครับ’                ‘ตัวใหญ่สัญญาไม่ว่ายังไงตัวใหญ่จะอยู่ข้างๆ ตัวเล็กนะครับ’‘ตัวใหญ่สัญญาไม่ว่ายังไงตัวใหญ่จะอยู่ข้างๆ ตัวเล็กนะครับ’ “ตัวใหญ่!! เฮือก!!” ผมกระเด้งตัวขึ้นมาจากความฝัน ไม่สิ...มันเหมือนความจริงมาก“ตัวเล็กเป็นอะไรครับ?” ผมหันไปมองคนที่อยู่ข้างก็เห็นเฮล“ปวดหัว! ฮึก! หยุดพูดนะ!! ปวดหัว!!” ผมรู้สึกปวดหัวมากจนต้องยกมือมากุมหัวตัวเองไว้“ตัวเล็กรอหมอก่อนนะครับ พี่กดเรียกแล้ว ตัวเล็กไม่ร้องนะครับ พี่จะอยู่ข้างๆ ตัวเล็กนะ” เฮลตรงเข้ามากอดผมเมื่อผมเริ่มปวดหัวจนดิ้นพล่าน ทำไมยิ่งฟังมันพูดผมก็ยิ่งปวดหัว ปวดเหมือนหัวจะระเบิด“หยุดพูดนะ!!! ไม่เอา! ปวดหัวเลิกพูดคำนั่นสักที!!”               [Hell’s part]                “เกิดอะไรขึ้นครับ!?” ไม่นานหมอก็เปิดประตูเข้ามา พอเห็นอาการของน้องหมอก็ถามขึ้น                “เขาบอกว่าปวดหัวครับ หมอช่วยด้วยนะครับ” ผมหันไปพูดกับหมอทั้งๆ ที่ยังกอดน้องอยู่ไม่ปล่อย                “ฮือ...ปวดหัว!! หม่ามี้คิสปวดหัว!!” น้องร้องไห้ออกมาแล้วยังคงยกมือกุมหัวตัวเองอยู่                “ขอหมอดูอาการคนไข้หน่อยนะครับ” ผมผละออกมาจากน้องทันทีที่หมอพูดแบบนั้น                “ญาติคนไข้ออกไปรอข้างนอกก่อนนะคะ” พยาบาลพูดแล้วตรงเข้าไปช่วยหมอดูน้อง ผมหันไปมองน้องที่นั่งร้องไห้อีกครั้งแล้วเดินออกมาจากห้องทันที                ผมทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าน้องเป็นอะไร เห็นน้องร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดใจผมก็เจ็บปวดไม่ต่างจากน้อง เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบหัวใจของผม                เจ็บปวดที่ผมไม่สามารถช่วยอะไรน้องได้เลย ถ้าเลือกได้ผมก็อยากให้คนที่ต้องเจ็บปวดเป็นผมมากกว่า                 “เป็นไงบ้างครับ?” ผมที่นั่งรอหน้าห้องอย่างกระวนกระวายไม่นานหมอก็เปิดประตูออกมา                “ตอนนี้หมอฉีดยาแก้ปวดให้แล้ว แล้วคนไข้ก็หลับไปแล้วด้วยไม่มีอะไรมากแล้วครับ”                “ขอบคุณครับคุณหมอ แล้วน้องเป็นอะไรครับ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?” ผมยกมือไหว้คุณหมอ แล้วถามกลับไป                “หมอก็ยังสรุปแน่ชัดไม่ได้นะครับ แต่หมอขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ?”                “อะไรเหรอครับ?”                “คนไข้เคยประสบอุบัติเหตุรึเปล่าครับ?”                “ไม่นะครับ ทำไมเหรอครับหมอ?”                “อ๋อ...ถ้าคนไข้เคยเกิดอุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนสมองคนไข้ก็จะมีอาการปวดศีรษะนะครับ เรื่องนี้ยังสรุปไม่ได้ถ้ายังไงพอคนไข้ฟื้นแล้วเดี๋ยวหมอจะตรวจดูอีกทีนะครับ”                “ขอบคุณครับ” แล้วหมอก็เดินจากไป                ผมเปิดประตูเข้าไปก็เห็นน้องนอนสงบอยู่บนเตียงเหมือนเดิม ผมเดินเข้าไปนั่งลงข้างเตียงแล้วจับมือน้องมากุมไว้อีกครั้ง                “พี่ขอโทษที่ช่วยอะไรไม่ได้เลยนะครับ หายไวๆ นะครับ ตัวเล็ก จุ๊บ!!” ผมจูบหน้าผากน้องแล้วเช็ดคราบน้ำตาที่เลอะข้างแก้มให้น้องอย่างเบามือ[End of Hell’s part]