เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

เล่มที่ 6 ตอนที่ 178 ของหวาน

        ผ่านการแลกเปลี่ยนอันยากลำบากในที่สุดหมอหนุ่มก็เข้าใจแล้ว ยามพลบค่ำเยี่ยนเจาเจายังไม่มีอาการผิดปกติใดแต่เมื่อถึงยามกลางคืนอาการไข้สูงของนางก็กำเริบขึ้นมา

        หมอหนุ่มมิได้เอ่ยสิ่งใดต่อ ดูเหมือนเขากำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่

        อาฮวากังวลใจเป็นอย่างยิ่งนางร้อนรนเหมือนมดที่ยืนอยู่บนหม้อร้อนๆ หมุนตัวไปมาอย่างร้อนใจ เมื่อเห็นสีหน้าของหมอหนุ่มที่นิ่งเรียบนางก็ยิ่งกังวลมากขึ้น และมันทำให้นางยิ่งอยากดึงชายเสื้อของท่านหมอมากขึ้นไปอีก

        ท่านหมอหันกลับไปเปิดหีบยา แล้วเดินไปนั่งลงข้างเยี่ยนเจาเจาพร้อมกล่าวว่า “ยามนี้อาการของแม่นางอยู่ในขั้นอันตราย พิษเริ่มเข้าโจมตีหัวใจแล้วหากต้องทำอาบยาจะต้องเค้นเอาเลือดที่มีพิษออกมา เจ้าออกไปเตรียมน้ำสำหรับให้แม่นางอาบและต้องปิดหน้าต่างทุกบานให้สนิท”

        อาฮวายังไม่รู้ว่าเยี่ยนเจาเจาโดนพิษนางตกใจหนักจนพูดไม่ออก เมื่อโดนสายตาของหมอหนุ่มจ้องเขม็งมายังนาง จึงได้รีบวิ่งออกไปเตรียมน้ำด้วยความรีบร้อน

        เยี่ยนเจาเจาโดนพิษ และคืนนี้คือคืนที่เยี่ยนเจาเจาต้องลำบากที่สุด

        อาฮวาออกไปเตรียมน้ำร้อนเพื่อทำการอาบยาหมอหนุ่มใช้มือบีบบริเวณหลังคอของเยี่ยนเจาเจาเบาๆ จากนั้นก็จับหัวเข่าและข้อเท้าทั้งยังลูบไปที่กล้ามเนื้อและข้อต่อของนาง

        ทหารที่อยู่ด้านนอกชะโงกศีรษะด้อมๆมองๆ เข้ามาด้านใน เห็นร่างของเยี่ยนเจาเจานอนห่มผ้านวมบางๆ อยู่หมอหนุ่มผู้นั้นฝังเข็มให้นางอย่างไม่ละสายตา ผิวหนังที่เผยออกมาก็โดนผ้าปิดกลับไปทันทีอีกทั้งคิ้วหนาของเขาก็ยังขมวดเข้าหากันจนแน่น

        ทหารหนุ่มมีจิตใจที่ค่อนข้างรักหยกถนอมบุปผาแน่นอนว่าการกระทำของท่านหมอนั้นเป็นการกระทำที่เหมาะสมเมื่อเห็นว่าเขามีท่าทีกังวลเป็นอย่างยิ่ง จึงเอ่ยถามออกไปอย่างมิรู้ตัว “ท่านหมอ มีสิ่งใดให้ช่วยหรือไม่?”

        ได้ยินเสียงของเขา หมอหนุ่มก็เลิกเรียวคิ้วและตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงขอบคุณ “ข้าต้องการพิมเสนจำนวนมากขั้นตอนการอาบยาล้างพิษเป็นสิ่งที่เจ็บปวดยิ่งนักจำเป็นต้องใช้พิมเสนจำนวนมากเพื่อระงับความเจ็บปวดนี้”

        ทหารหนุ่มตอบรับพร้อมหันหลังรีบเดินออกไปทันที

        ตอนนี้อาฮวาเตรียมน้ำร้อนเสร็จแล้ว เมื่อได้เห็นร่างกายส่วนล่างของเยี่ยนเจาเจาโดยเฉพาะส่วนขาที่เหมือนโดนขนเม่นแทงใบหน้าของนางก็ซีดเผือดลง

        ดูเหมือนท่านหมอจะมิได้มีความอดทนต่อท่าทีขาดความรู้ของอาฮวาเขาจึงมิได้ปากอธิบายสิ่งใด

        สิ่งที่อาฮวากังวลมิใช่เยี่ยนเจาเจาจะได้รับบาดเจ็บจากการฝังเข็มแต่คือในสถานการณ์เช่นนี้จะเคลื่อนย้ายร่างกายเยี่ยนเจาเจาอย่างไร

        แม้นางจะมีพละกำลังมากพอที่จะเคลื่อนย้ายเยี่ยนเจาเจาได้แต่ร่างกายของเยี่ยนเจาเจายามนี้เต็มไปด้วยเข็มเงินที่ปักอยู่ทั่วร่างกายมันจึงมิใช่เรื่องง่ายที่อาฮวาจะเคลื่อนย้ายตัวเยี่ยนเจาเจานางกลัวว่าในขั้นตอนการยกย้ายจะทำให้เยี่ยนเจาเจาได้รับบาดเจ็บ

        “เจ้ารับยาพวกนี้ไปก่อนข้าจะอุ้มตัวแม่นางไป หญิงชายมิอาจใกล้ชิดกัน อีกประเดี๋ยวข้าจะปิดตาเอาไว้แล้วค่อยบอกตัวยาแก่เจ้าว่าต้องเพิ่มสิ่งใด”

        ชายหนุ่มเอ่ยเช่นนี้

        ยามนี้ชีวิตของเยี่ยนเจาเจากำลังตกอยู่ในอันตรายไม่มีเวลามากพอมานั่งกังวลว่าท่านหมอเป็นบุรุษหรือไม่ อาฮวาจึงมิได้ฉุดรั้งให้เสียเวลาอีก

        นางถือหีบยาของหมอหนุ่มเข้าไปในห้องเอ๋อร์ฝางตอนนี้ด้านในเต็มไปด้วยไอน้ำ ในวันปกติเยี่ยนเจาเจาจะอาบน้ำล้างเนื้อตัวที่นี่

        อาฮวามิรู้ว่าหมอหนุ่มอุ้มร่างของเยี่ยนเจาเจามาได้อย่างไรตอนที่นางจัดการเตรียมตัวยาเสร็จ หมอหนุ่มก็อุ้มเยี่ยนเจาเจาที่ถูกห่อด้วยผ้าห่มบางๆเข้ามา และวางนางลงในอ่างอาบน้ำอย่างเบามือ

        ตอนนี้ทหารรักษาการณ์ที่อยู่ด้านนอกตกอยู่ในสภาวะลำบากใจเอ่ยตามหลักการแล้วพวกตนไม่สมควรมองยามที่เยี่ยนเจาเจาอาบน้ำแต่พวกเขาก็ยังกังวลว่าหมอหนุ่มอาจมีแผนการบางอย่าง เมื่อตระหนักเรื่องนี้ได้พวกเขาจึงส่งทหารรักษาการณ์ที่เป็นสตรีเข้ามาจับตามองแทน

        ทหารรักษาการณ์หญิงที่ว่าก็คือสาวใช้ที่ถูกส่งตัวมาเพื่อดูอาการของเยี่ยนเจาเจาว่าเป็นเช่นไร

        แต่ก็ดูเหมือนว่าหมอหนุ่มจะมิได้มีลูกไม้อะไรแม้แต่น้อยไม่ว่าทหารรักษาการณ์หญิงจะมองอย่างไร ก็ล้วนมองเห็นเพียงเขาที่กำลังวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมสิ่งของ

        หลังจากทำการแบ่งยาเสร็จแล้ว หมอหนุ่มก็หยิบผ้าเช็ดหน้าสีเข้มออกมาจากชายเสื้อเพื่อปิดตาของตนแล้วนั่งคุกเข่าลงข้างตัวเยี่ยนเจาเจาในอ่างน้ำจากนั้นก็คลำหาเข็มเงินที่ปักอยู่บนตัวเยี่ยนเจาเจาและปลดมันออกมาทีละเล่มๆ

        หลังจากถอนเข็มเงินออก อาฮวาก็ค่อยๆฟังคำแนะนำของหมอหนุ่ม หยิบตัวยาต่างๆ และค่อยๆใส่มันลงในน้ำร้อนที่เยี่ยนเจาเจาแช่ตัวอยู่

        ยาเหล่านี้ได้รับการแปรรูปมาตั้งแต่ต้นแล้วส่วนผสมส่วนใหญ่จะละลายทันทีเมื่อสัมผัสกับน้ำสรรพคุณทางยาจะละลายรวมอยู่ในน้ำร้อนที่เยี่ยนเจาเจาแช่อยู่ ซึ่งน้ำในอ่างที่ใช้แช่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม

        สีหน้าของเยี่ยนเจาเจาค่อยๆแดงก่ำขึ้น หมอหนุ่มหยิบเข็มเงินออกมาอีกกล่อง ใช้ผ้าปิดตาตนเอง ก่อนจะฝังเข็มลงไปที่ขาของเยี่ยนเจาเจาด้วยท่าทีจริงจัง

        ทหารรักษาการณ์หญิงผู้นั้นเฝ้าจับตาการเคลื่อนไหวของหมอหนุ่มอย่างใกล้ชิดแต่คิดมิถึงว่าเขาจะยังไม่ขยับและยังรักษาท่าทางเดิมอยู่ใช้เข็มเงินฝังที่เส้นลมปราณเพื่อบรรเทาอาการให้เยี่ยนเจาเจา

        จากนั้นไม่นานทหารหนุ่มก็นำพิมเสนที่ชายหนุ่มต้องการมา

        เขารู้จักกาลเทศะจึงไม่บุกเข้าไปเคาะที่ประตูรอจนอาฮวามาเปิดและรับห่อยาจากมือของเขา ก่อนจะเดินออกไปตั้งแต่ต้นจนจบเขาก็ไม่รู้เลยว่าเกิดเรื่องใดขึ้นในห้องเอ๋อร์ฝางบ้าง

        การฝังเข็มหนึ่งชุดใช้เวลาหนึ่งในสี่ชั่วยามน้ำร้อนเปลี่ยนเป็นเย็น อาฮวาจึงนำน้ำร้อนและยาชุดใหม่มาเปลี่ยน หมอหนุ่มยังคงคุกเข่าอยู่ข้างกายเยี่ยนเจาเจาเพื่อฝังเข็มให้นางโดยมิขยับตัวไปไหน

        ทำการฝังเข็มซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายชุด เวลาผ่านไปหลายชั่วยามแม้แต่ทหารรักษาการณ์หญิงผู้นั้นก็ยังรู้สึกเสียวฟันไปด้วย

        กระทั่งเขาเช็ดเหงื่อที่หน้าผากออกและเอ่ยออกมาในที่สุดว่าผลการรักษาในวันนี้เป็นไปด้วยดี อาฮวาก็เปลี่ยนน้ำร้อนไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง

        น้ำสีเขียวเข้มในตอนแรกจางลงอย่างเห็นได้ชัดมิรู้ว่าเป็นเพราะยาที่อยู่ในน้ำค่อยๆ ซึมเข้าไปในร่างกายของเยี่ยนเจาเจา พร้อมกับการฝังเข็มของหมอหนุ่มหรือไม่

        ใบหน้าที่เดิมทีเป็นสีแดงก่ำของนางเปลี่ยนเป็นปกติแต่เพราะนางแช่ตัวอยู่ในน้ำนานเกินไป ร่างกายของเยี่ยนเจาเจาจึงขาวซีดอยู่สักหน่อย

        ดวงตาทั้งสองข้างของหมอหนุ่มยังคงถูกปิดอยู่เขามิได้แตะต้องร่างกายเยี่ยนเจาเจายกเว้นแต่การฝังเข็ม เขาบอกให้อาฮวามานั่งลงที่ด้านข้างและตบไปที่ด้านหลังตรงจุดหัวใจของเยี่ยนเจาเจาครู่หนึ่ง

        เรี่ยวแรงของอาฮวาถูกใช้ไปจนหมดแล้วเมื่อได้ยินชายหนุ่มกล่าวเช่นนั้น นางก็ได้แต่ต้องยกมือของตนขึ้นและตบไปที่ด้านหลังจุดหัวใจของเยี่ยนเจาเจา

        แรงที่ใช้ตบไม่ได้มากเท่าไร แต่ก็ทำให้เยี่ยนเจาเจาตื่นขึ้นมาทันที

        เยี่ยนเจาเจายังมิทันลืมตาก็ส่งเสียง “แหวะ” พ่นเลือดสีดำออกมากองใหญ่

        เลือดมีกลิ่นคาวคลุ้ง อาฮวาที่ยืนอยู่ข้างๆได้กลิ่นคาวเลือดที่นางสำรอกออกมาจากภายใน ก็ถึงกับถอยหนีโดยมิรู้ตัว

        แต่หมอหนุ่มอยู่ตรงข้ามกับเยี่ยนเจาเจาการสำรอกเลือดเมื่อครู่จึงกระจายเปื้อนลงบนร่างของหมอหนุ่มโดยตรง

        เขามิได้ใส่ใจอะไร ทว่าเมื่อเห็นแววตาที่ยังคงมีความสับสนของเยี่ยนเจาเจาเขาจึงใช้นิ้วมือวางลงที่ข้อมือของเยี่ยนเจาเจาเพื่อวัดชีพจร

        “ชีพจรดีกว่าครั้งที่แล้วแต่ก็ยังต้องแช่อย่างต่อเนื่องอีกสามวัน จากนั้นค่อยเพิ่มยาลูกกลอนอีกชนิดเข้าไปถึงจะหายสนิท”

        น้ำเสียงของหมอหนุ่มแหบแห้งเล็กน้อยเขากล่าวพลางลุกขึ้นยืน

        ทว่าทหารหญิงที่อยู่อีกฝั่ง ไม่ว่าจะมองเขาหรืออาฮวาดวงตาของนางล้วนมืดหม่น จนไม่รู้ว่ากำลังมองสิ่งใดอยู่กันแน่

        แววตาของเยี่ยนเจาเจาชัดเจนขึ้นมาอย่างรวดเร็วสายตาของนางมองผ่านทหารหญิงไป ก่อนหยุดลงที่ร่างของหมอหนุ่มที่กำลังปิดตาอยู่

        นางมองอยู่นานด้วยแววตาลึกล้ำใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะสามารถถอนสายตากลับมาได้ ทว่าอาฮวากำลังประคองร่างนางทหารหญิงก็อยู่ด้านหลังของนาง จึงไม่มีใครมองเห็นแววตาของนางได้

        แววตาของเยี่ยนเจาเจาเต็มไปด้วยอารมณ์ไม่คงที่นิ้วมือกำเข้าหากันแน่นราวกับอดทนต่อบางสิ่งบางอย่างอยู่จากนั้นก็ยกนิ้วขึ้นมาเช็ดคราบคาวเลือดที่เปื้อนอยู่บนริมฝีปากของตน

        “ขอบคุณท่านหมอ”

        หมอหนุ่มหัวเราะและเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง “เรื่องเล็กน้อย”

        เยี่ยนเจาเจาแช่น้ำนานเกินไปทั้งมือและเท้าจึงอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง อาฮวาใช้ผ้าสะอาดผืนใหญ่ห่อร่างของนางเอาไว้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าจากนั้นก็อุ้มตัวเยี่ยนเจาเจากลับห้องนอน

        เยี่ยนเจาเจานอนคว่ำอยู่บนไหล่ของอาฮวาดวงตามองไปยังหมอหนุ่มพร้อมกับเม้มริมฝีปาก

        ทหารหญิงไม่เข้าใจแววตาของเยี่ยนเจาเจาแต่จู่ๆ หมอหนุ่มก็ส่งเสียง “ซือ” ออกมาเบาๆ พร้อมกับร่างกายที่สั่นเทา

        อาจเป็นเพราะเมื่อสักครู่นี้หมอหนุ่มนั่งคุกเข่านิ่งๆนานเกินไป แม้แต่คนเหล็กก็เกรงว่ามิอาจทนได้ไหว เท้าของหมอหนุ่มรู้สึกชาอยู่ครู่หนึ่งเขาโน้มตัวเข้าไปชิดกำแพงเพื่อพยุงร่างของตนให้ยืนได้อย่างมั่นคง

        ทหารหญิงยืนจ้องหมอหนุ่มอยู่ด้านข้างโดยไม่เอื้อมมือเข้าไปช่วยทั้งยังไม่ส่งเสียงใดๆ หมอหนุ่มเองก็หันไปเก็บหีบยา และเตรียมพร้อมจะจากไปราวกับว่าที่นี่ไม่มีผู้ใดอยู่แล้ว

        ตอนที่กำลังจะเดินออกไปอาฮวาก็รีบวิ่งเข้ามาเร่งรีบทำภาษามืออย่างทำอะไรไม่ถูก ใช้มือกดบนตำแหน่งหัวใจทั้งยังวาดรูปเส้นบนแขนของตน

        หมอหนุ่มเดาว่าสิ่งที่นางต้องการถามก็คือเพราะเหตุใดบนร่างกายของเยี่ยนเจาเจาถึงยังมีเส้นสีแดง ทว่าเดิมทีแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนหากอธิบายว่าเป็นการใช้พิษก็เกรงว่าอาฮวาจะไม่เข้าใจ

        หมอหนุ่มคิดครู่หนึ่งแล้วพูดบอก “เพราะยังขาดเม็ดยาลูกกลอนอีกชนิดหนึ่งยาลูกกลอนชนิดนี้จะต้องทำขึ้นและนำมาผสมน้ำที่ใช่แช่ตลอด เส้นสีแดงที่ปรากฏบนตัวแม่นางถึงจะค่อยๆบรรเทาลง”

        ทหารหญิงก็ตามออกมาเช่นกัน นางมองไปรอบตัวของหมอหนุ่มด้วยรอยยิ้มที่ไม่เหมือนรอยยิ้มและไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่คำเดียว

        อาฮวาตอบรับด้วยน้ำเสียงโล่งใจอย่างเห็นได้ชัดและเมื่อได้ยินเยี่ยนเจาเจาที่อยู่ด้านในร้องเรียก นางจึงรีบวิ่งกลับไปอย่างรวดเร็วจากนั้นก็วิ่งตามหมอหนุ่มและทหารรักษาการณ์ออกมา และยื่นห่อผลไม้เคลือบน้ำตาลให้พวกเขาคนละหนึ่งห่อ

        ยามนี้ทหารหญิงเป็นเหมือนผู้ป่าวประกาศนางนำแววตาของอาฮวาและสิ่งที่เยี่ยนเจาเจาพูดเมื่อครู่บอกออกไป

        “แม่นางกล่าวขอบคุณทั้งสองคนที่มาช่วยในวันนี้นี่คือของหวานที่มีอยู่ในจวน บอกว่าเดิมทีของหวานนี้ทำขึ้นมาโดยหลานซินเก๋อจึงมอบให้ท่านทั้งสองลองชิมดูเจ้าค่ะ”

        อาฮวากล่าวพร้อมรอยยิ้ม

        ทั้งสองคนรับผลไม้เคลือบน้ำตาลมา อาฮวายิ้มแล้วเดินจากไป

        ระหว่างที่เดินกลับ ทหารหนุ่มพลิกของหวานในมือขึ้นมาดูรู้สึกว่าของที่อยู่ด้านในมิได้มีอะไร

        ดูเหมือนกระดาษน้ำมันที่ใช้ห่อด้านนอกจะถูกหยิบขึ้นมาอย่างเร่งรีบบริเวณด้านบนยังมีภาพเขียนหน้าตาประหลาดที่เยี่ยนเจาเจาวาดเป็นปกติมีตัวอักษรที่เขียนด้วยรูปร่างแปลกๆ แต่ล้วนไม่มีความเกี่ยวข้องกันประมาณว่าถูกเขียนขึ้นเพื่อฆ่าเวลา ซึ่งทำให้เห็นว่าเป็นความตั้งใจทำขึ้นเพียงชั่วคราวของเยี่ยนเจาเจา

        ทว่าเจตนานี้ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจเมื่อนึกถึงแววตาที่ดูเหมือนจะพูดได้ของเยี่ยนเจาเจาสติปัญญาของทหารหนุ่มก็ลดลงทันที ตลอดทางเดินเขาได้แต่เผยรอยยิ้มโง่งมมาตลอดทาง

        กลับกันดูเหมือนหมอหนุ่มจะมิได้สนใจของสิ่งนี้เลยสักนิดเขามองไปรอบๆ ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยัดขนมที่อยู่ในมือตนใส่มือของทหารหนุ่ม

        เพราะเมื่อกล่าวหลังตัดเรื่องราวทั้งหมดทิ้งไปไม่ว่าอย่างไรสุดท้ายห่อขนมนี้ก็จะไม่ตกมาอยู่ในมือของเขา... สิ่งของที่เยี่ยนเจาเจาส่งออกมาท้ายที่สุดก็จะถูกคนนำไปตรวจสอบ ซึ่งเขารู้ในจุดนี้ดี

        ทหารหนุ่มผู้นั้นอย่างไรก็เป็นชายหนุ่มในมือถือห่อขนมสองห่อพร้อมยิ้มไม่ยอมหุบ เขาไม่ทันสังเกตเห็นแววตาหมอหนุ่มที่อยู่ด้านหลังว่ายามนี้มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์อย่างไร

        มุมปากของหมอหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นรอยยิ้มหนึ่งออกมา

        รอยยิ้มของเขาทั้งตื้นเขินและเบาบาง และยังเจือไปด้วยความเย็นชาทว่าผุดขึ้นมาเพียงครู่หนึ่งก็หายไป

คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

นิยาย รัก
989K 1570
ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
931K 592
ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

นิยาย รัก
485K 891
ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
386K 808
บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
842K 1498
ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
525K 663
พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย รัก
955K 747
ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
579K 730
อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
213K 1367
เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

นิยาย รัก
3.84M 3388