ผู้โชคร้ายที่เส้นผมไหม้เกรียมนั้นย่อมเป็นเย่ฝูหรงนางมองเหม่อลอยคล้ายประสบความเจ็บปวดใหญ่หลวงใช้มือข้างหนึ่งปิดผมตนเองไว้มิเอ่ยวาจา
“นางเป็นอะไรไปหรือ?” เย่ชิงชิงเลิกคิ้วถามถึงแม้นางจะไม่ชอบเย่ฝูหรง ทว่ายามนี้ก็อดถามมิได้
เย่จื้อเฟิงและหยางหลิ่วต่างไร้ซึ่งรอยขีดข่วนถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วกล่าวว่า “ข้าไปช่วยดับไฟพอดีเห็นนางยืนใกล้เกินไป จึงหลบไม่ทัน เกือบจะโดนไฟคลอกแล้วโชคดีที่เสียแค่เส้นผมนิดหน่อย...”
“นี่นิดหน่อยหรือ!”
ราวกับคำว่า‘เส้นผม’ เปิดกลไกบางอย่างในตัวเย่ฝูหรงนางพลันขยับตัวขึ้นมา โอบศีรษะตนเองแล้วคำรามอย่างเดือดดาลว่า “เห็นข้าเป็นเช่นนี้พวกเจ้าก็ดีใจแล้วใช่ไหม!”
เย่จื้อเฟิงมองนางอย่างเย็นชาด้วยความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าคนแปลกหน้าของพวกเขาและสกุลเย่เดิมทีไม่ควรเข้ามายุ่งเรื่องนี้ แต่นางก็ยังเข้ามายุ่ง
“ผมยาวของข้าไม่มีแล้ว ข้าจะปักปิ่นได้อย่างไร!ทุกคนจะต้องหัวเราะเยาะว่าข้าเป็นนังอัปลักษณ์!” เย่ฝูหรงร้องเสียงแหลมผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับคนบ้า
ผมยาวครึ่งหนึ่งถูกไฟไหม้จนหงิกงอการแต่งกายที่เคยงดงามของผู้รับใช้เทพหายไปสิ้นบนใบหน้ายังคงมีร่องรอยเขม่าควันไฟสีดำเล็กน้อยอยู่อีกด้วย
ยังดีที่ไม่ลามขึ้นศีรษะนับเป็นโชคดีมหาศาลแล้วเย่ชิงชิงมองความยาวของเส้นผมที่ยังเหลืออยู่ราวสิบเซนติเมตรของนางไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงกลายเป็นนังอัปลักษณ์แล้ว?
ทว่าสตรีโบราณให้ความสำคัญกับเส้นผมอย่างยิ่งการตัดผมเปรียบได้กับการตัดศีรษะ เย่ฝูหรงเสียใจก็ไม่แปลก แต่นางยังเด็กอีกไม่เกินสองปีผมก็คงจะยาวจรดเอวอีกครั้ง
เย่ฝูหรงยามนี้อยู่ในสภาพยับเยินไม่มีกะจิตกะใจยินดีที่รอดชีวิตมาได้เลยนางเงยหน้ามองเห็นเย่ชิงชิงนั่งอยู่บนตั่งเตี้ยรินชาอย่างสบายอารมณ์รูปลักษณ์งามสง่าและสดใส พลันเกิดความแค้นขึ้นมา
“แม่ของข้ากล่าวไว้ไม่ผิด เจ้าเป็นนางมารจริงๆ!” เย่ฝูหรงชี้นิ้วชี้มาที่นางกล่าวอย่างไม่พอใจ “เพราะไม่ได้เป็นผู้รับใช้เทพก็แอบสาปแช่งพวกเราช่างเจตนาร้ายกาจยิ่งนัก!”
ฮะ?เย่ชิงชิงไม่คาดคิดมาก่อน นิ่งงันอยู่กับที่ชี้ไปที่ตนเองอย่างประหลาดใจ “เจ้าว่าข้า? นางมารน่ะหรือ?”
“ครอบครัวของพวกเจ้าคงฝึกวิธีการนอกรีตอะไรมาสักอย่าง ไม่มีคนดีเลยสักคน!”เย่ฝูหรงดึงผมที่ไหม้เกรียมของตนเอง กัดฟันกรอดแล้วกล่าวว่า“พูดมานะ เจ้าแอบสาปแช่งข้าใช่หรือไม่!”
“...”เย่ชิงชิงหมดคำจะพูด
กล้าดีอย่างไรเอาเรื่องรถบุปผชาติไฟไหม้ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันมาโยงกับนาง? สมองของสตรีผู้นี้ช่างคิดพิสดารนัก
เผยรุ่นจือที่อยู่ข้างๆอดกลั้นไม่ไหวแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ เขาเตือนว่า “แม่นางน้อยใจเย็นลงหน่อย”
“แม่หนูโง่ที่ไหนมาอีกแล้ว” เกาเฟิงเหลือบมองเย่ชิงชิงเชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วกล่าวอย่างดูถูก “ในโลกนี้ยังมีคนที่โง่กว่าเจ้าอีกหรือนี่?”
“ไปไกลๆ เลยไป” คำพูดนี้ชัดเจนว่าด่านางรวมเข้าไปด้วยใช่หรือไม่เย่ชิงชิงยกกาน้ำชารินลงถ้วยให้เขาอย่างไม่สนใจ “ดื่มชาของเจ้าไปเถอะ!”
เมื่อหันไปมองเย่ฝูหรงนางกลับจ้องมองเผยรุ่นจือด้วยแววตาเหม่อลอย ดูเหมือนว่า...นางจะตะลึงงันไปแล้ว?
ไอ๊หยาสวรรค์ เย่ชิงชิงตกใจยิ่งนักสาวน้อยไร้เดียงสาถูกมนตร์เสน่ห์ของสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตนนี้มอมเมาอีกคนแล้ว
เผยรุ่นจือย่อมสังเกตเห็นแล้วเพียงแต่ก้มหน้าดื่มชาโดยไม่ขยับเปลือกตาแม้แต่น้อย
นางซูและเย่จื้อเฟิงมองหน้ากันไอออกมาเบาๆ แล้วกล่าวว่า “พอได้แล้วนี่ไม่ใช่ที่ให้เจ้าอาละวาดได้ ขอเตือนเจ้าว่าต่อไปอย่าได้ปากพล่อยอีกเลย”
นางซูคิดว่าตนเองพูดด้วยดีแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขาเดิมทีก็ย่ำแย่อยู่แล้วหากเป็นผู้อื่นได้ยินคำพูดนี้คงจะตบหน้านางสักสองสามทีแล้ว
เย่ฝูหรงกลับมามีสติแต่รู้สึกว่าตนเองถูกหัวเราะเยาะ ใบหน้าเล็กๆนั่นก็แดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธเคือง “พวกเจ้า!พวกเจ้าข่มเหงคนอื่น!”
กล่าวจบนางก็ใช้ไม้เท้าในมือปาเข้าใส่เย่ชิงชิงทำร้ายคนอื่นอย่างไร้เหตุผล ท่าทางเช่นนี้ส่วนใหญ่นางคงจะเรียนรู้มาจากย่าเฒ่าสิบส่วนเหมือนกันเต็มสิบ!
เย่ชิงชิงลุกขึ้นหลบตามสัญชาตญาณลืมไปว่าขาของตนเองยังพิการอยู่ครึ่งหนึ่ง ทันทีที่เท้าแตะพื้นความเจ็บปวดก็แล่นริ้ว “อ๊ะ!”
“เฮ้ย!” เผยรุ่นจือและเกาเฟิงลุกขึ้นพร้อมกันพวกเขาพยุงนางไว้ทั้งซ้ายและขวา
“ชิงชิง!” นางซูตกใจยิ่งนัก ก้มลงดูขาซ้ายของนางรีบถามว่า “ไม่เป็นไรใช่หรือไม่? อย่าเพิ่งลุกเถิดประเดี๋ยวมันจะแยกออกอีก...”
“ท่านแม่วางใจ ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” เย่ชิงชิงยืนหยัดได้แล้วปาดเหงื่อเย็นเยียบออกไป เมื่อครู่เจ็บเหลือเกินจริงๆ
เย่จื้อเฟิงรีบเดินเข้ามาหยิบไม้เท้าบนพื้นขึ้นมาแล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “เจ้าต้องการทำอะไร?หากกล้าลงมืออีกครั้งก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”
“ทำไม? เจ้ากล้าตีข้าหรือ?” เย่ฝูหรงเยาะเย้ยพลางหัวเราะเย็นเมื่อเห็นผ้าพันแผลที่พันขาเย่ชิงชิงไว้ “สวรรค์มีตาจริงๆนังคนพิการ!”
“หุบปากเดี๋ยวนี้!” นางซูโกรธจริงๆ แล้วให้คนที่ไม่อยากเจอมาสร้างความวุ่นวายที่ร้านไม่พอลูกชายพานางมาส่งแต่กลับไม่รู้สำนึก ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น!
เย่ฝูหรงหัวเราะเยาะอย่างต่อเนื่องเห็นได้ชัดว่าอารมณ์ไม่คงที่ พลันเร่งฝีเท้าไปข้างหน้าพุ่งเข้าไปใช้มือผลักเย่ชิงชิง
คนหลายคนไม่คาดคิดว่าแม่หนูน้อยคนหนึ่งจะกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ถึงกับอยากจะทำร้ายคนในที่สาธารณะ? โชคดีที่เผยรุ่นจือว่องไวอุ้มเย่ชิงชิงขึ้นมาถอยหลังไปสองสามก้าว พานางห่างจากเย่ฝูหรงไปในพริบตา
“นางบ้า!”
เกาเฟิงยืนเท้าแขนขวางอยู่ตรงหน้านางเลิกคิ้วขึ้นแล้วเยาะเย้ยว่า “ดูท่าทางอัปลักษณ์เช่นนี้แล้วจะบอกว่าเป็นแม่นางคนหนึ่งช่างเหลือเชื่อจริงๆ!”
เย่ชิงชิงยังไม่ทันได้พูดเย่ฝูหรงที่ตั้งใจจะทำร้ายคนอื่นกลับร้องไห้ออกมา “พวกเจ้าก็แค่หัวเราะเยาะที่ผมของข้าถูกไฟไหม้ใช่หรือไม่!เย่ชิงชิงต่างหากที่เป็นนังอัปลักษณ์ เย่ชิงชิงต่างหาก!”
“นี่มันเรื่องอะไรกัน!”
นางซูตะโกนเสียงดังกล้าดียังไงถึงลงมือผลักคนอื่น? หากไม่ใช่เพราะคุณชายตอบสนองได้เร็วชิงชิงคงบาดเจ็บซ้ำไปแล้ว