องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 111 แต่งกายผัดหน้า แล้วคำนับอูซื่ออีกครา

            พอรู้สึกตัวลืมตาตื่นแสงตะวันก็สาดจ้าเข้ามาแล้ว อันซิ่วเอ๋อร์สะดุ้งตกใจ รีบลุกจากเตียงแต่งตัวอย่างลนลาน พลางพึมพำ "แย่แล้วนี่ข้าตื่นสายไปหรือเปล่า? ได้ยินว่าบ้านใหญ่ๆต้องเข้าพบคารวะเช้าเย็น ถ้าพวกเราไปช้า ท่านแม่ต้องไม่พอใจแน่ๆ"

            "คารวะเช้าเย็นรึ? บ้านเราไม่ได้เคร่งครัดพิธีรีตองขนาดนั้น" จางเจิ้นอันเองก็จำเรื่องนี้ได้แต่ก็รู้ว่าปกติอันซิ่วเอ๋อร์มักตื่นสาย เขาจึงคิดว่าพอไปเจอหน้าอูซื่อค่อยแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องกฎนี้ไป

            "ใช่นั้นหรือเจ้าคะอย่างนั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อย" อันซิ่วเอ๋อร์โล่งใจไปบ้างเมื่อวานตอนเจอหน้าอูซื่อครั้งแรก สติสตังนางแทบไม่อยู่กับตัวจำไม่ได้เลยว่าพูดอะไรไปบ้าง รู้แต่ว่าผ่านมาได้อย่างกระท่อนกระแท่นหรืออาจเป็นเพราะอูซื่อเองก็ไม่อยากจะเสวนาด้วยมากนักกับเด็กบ้านนอกซอมซ่ออย่างนาง

            แต่พอมาถึงวันนี้นางก็กลับรู้สึกประหม่าขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จป่านเซี่ยก็นำสาวใช้ร่างเล็กอีกสองคนมาช่วยนางแต่งหน้าทำผม พอเปิดม่านหน้าต่างออกด้านข้างคือโต๊ะเครื่องแป้ง แสงแดดด้านนอกสาดส่องเข้ามาต้องกระจกทองสำริดสะท้อนประกายสีทองเรืองรอง

            ท่ามกลางแสงสว่างนั้นอันซิ่วเอ๋อร์ยิ่งรู้สึกถึงความต่ำต้อยของตนเองสาวใช้ป่านเซี่ยสังเกตเห็นนางขมวดคิ้วเล็กน้อย คิดว่านางคงแสบตาจึงโบกมือให้สาวใช้อีกสองคนปิดม่านลง

            แม้จะปิดม่านแล้ว แต่ภายในห้องก็ยังคงสว่างไม่รู้ว่าช่างฝีมือที่นี่ออกแบบไว้อย่างไร

            อันซิ่วเอ๋อร์ยังคงใจลอยปล่อยให้ป่านเซี่ยประคองไปนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองเห็นเงาของตนเองในกระจกทองสำริด

            สตรีในกระจกมีผิวขาว ดวงตาสดใสนอกจากนั้นก็ดูเหมือนไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ ตอนอยู่ที่หมู่บ้าน ใครๆก็ชมว่านางงดงามนักหนา แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าตนเองช่างธรรมดาเหลือเกิน

            นางเหลือบมองป่านเซี่ยที่อยู่ข้างๆสาวใช้ผู้นี้มีใบหน้ากลมดูน่าเอ็นดู พอยิ้มก็เห็นเขี้ยวเล็กๆ สองซี่ดูน่ารักยิ่งนัก พอลองเทียบกับตัวเองก็รู้สึกว่าหน้าตาตนเองไม่ได้ดูดีไปกว่าป่านเซี่ยเท่าไรนัก

            ตอนนี้ ป่านเซี่ยกำลังถือตลับบำรุงตลับหนึ่งเตรียมจะทาลงบนใบหน้านาง พอเห็นนางมองมา ก็ยิ้มเอาใจ พร้อมแนะนำว่า"น้ำบำรุงชนิดนี้สกัดจากกลีบบัวที่ปลูกในจวนเราเองเจ้าค่ะใช้แล้วจะทำให้ผิวเนียนนุ่มเหมือนผิวเด็กทารกเลยนะเจ้าคะ"

            "อ้อ" อันซิ่วเอ๋อร์รับคำนางเคยเห็นเครื่องประทินผิวของคนอื่นอยู่บ้าง ส่วนใหญ่มักเป็นสีเหลืองนวลไม่เหมือนน้ำบำรุงในมือป่านเซี่ยที่เป็นเนื้อใส ดูชุ่มชื้น เหมือนวุ้นใสที่เคยกินบรรจุอยู่ในตลับโลหะอันประณีต ดูหรูหรามีราคา

            ป่านเซี่ยนำน้ำบำรุงนั้นมาทาบนใบหน้าให้นางจากนั้นก็ลงแป้ง ปัดแก้ม เขียนคิ้ว และแต้มลายดอกไม้ที่หน้าผากสตรีในกระจกพลันดูเปลี่ยนไปราวคนละคน พอเห็นเช่นนี้อันซิ่วเอ๋อร์ก็รู้สึกพอใจในหน้าตาของตนเองขึ้นมาบ้าง

            ป่านเซี่ยส่งสัญญาณให้สาวใช้อีกคนเข้ามาทำผมให้นางสาวใช้ผู้นี้ชื่อเสี่ยวชุ่ย มีฝีมือเกล้าผมได้หลากหลายทรงอันซิ่วเอ๋อร์ไม่เคยเรียนรู้วิธีเกล้าผมเหล่านี้ ปกติได้แต่รวบผมลวกๆ เท่านั้นบัดนี้นางกำลังมองตัวเองในกระจกเพลินๆ เสี่ยวชุ่ยก็เอ่ยถามเสียงนุ่มนวลว่า"ฮูหยินประสงค์จะเกล้าผมทรงใดเจ้าคะ?"

            นางชะงักไป ไม่รู้จะตอบอย่างไรครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงว่า "ข้าต้องไปพบฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าเลือกทรงที่ดูเหมาะสมให้ข้าก็แล้วกัน"

            สาวใช้ขานรับเสียงเบาใช้ปลายนิ้วสัมผัสเส้นผมของนางเบาๆ พลางเอ่ยชม "ผมของฮูหยินทั้งดำขลับและหนาไม่จำเป็นต้องใช้แผ่นรองผมเลยเจ้าค่ะ"

            อันซิ่วเอ๋อร์เพียงยิ้มบางๆ"ปกติข้าไม่ค่อยได้แต่งตัว เจ้าดูตามความเหมาะสมเถอะแต่อย่าให้เสียเวลานานนัก"

            "วางใจเถิดเจ้าค่ะเสี่ยวชุ่ยมือไวที่สุดแล้ว" ป่านเซี่ยกล่าวเสริมอยู่ข้างๆพลางหยิบส่งปิ่นและเครื่องประดับผมอื่นๆ ให้เสี่ยวชุ่ย

            พอทำผมเสร็จอันซิ่วเอ๋อร์ถึงกับตะลึงเมื่อมองดูเงาในกระจก ไม่ใช่ว่าไม่สวยแต่เครื่องประดับบนศีรษะมันเยอะเกินไป ตอนแรกนางเคยอิจฉาคนอื่นที่มีของเหล่านี้แต่พอมาอยู่บนหัวตัวเองจนเต็ม ทั้งปิ่นปักผมแบบต่างๆทั้งแบบห้อยระย้าและชิ้นเล็กชิ้นน้อยสารพัดที่นางเรียกชื่อไม่ถูกสาวใช้ประโคมปักลงมาราวกับเป็นของที่ไม่มีวันหมด

            โบราณว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งพอแต่งเต็มยศเช่นนี้ นางก็ดูมีมาดฮูหยินร่ำรวยขึ้นมาทันที แต่นางกลับไม่ชอบใจเลยใบหน้าอ่อนเยาว์ของนางดูไม่เข้ากับเครื่องประดับที่หนักและหรูหราเหล่านี้ยิ่งถ้าไปเจอหน้าอูซื่อ มีหวังโดนเยาะเย้ยแน่ๆ

            คิดดังนั้นอันซิ่วเอ๋อร์จึงถอดเครื่องประดับจนเกือบหมด เกล้าผมใหม่เป็นมวยเรียบง่ายแล้วใช้ปิ่นเงินอันเดียวที่นางนำติดตัวมาปักไว้

            แม้นางจะไม่ได้ชำนาญเท่าสาวใช้แต่ก็พอมีฝีมืออยู่บ้าง พอเกล้าผมเรียบง่ายเช่นนี้สตรีในกระจกกลับดูหมดจดเกลี้ยงเกลาขึ้น

            "ฮูหยินไม่ชอบผมที่เสี่ยวชุ่ยเกล้าให้หรือเจ้าคะ?"เสี่ยวชุ่ยรีบก้มหน้าลงเล็กน้อย เอ่ยถามอย่างหวาดๆ

            "ไม่ใช่หรอกเพียงแต่ของพวกนี้ไม่ใช่ของข้า ข้าใช้ไม่ถนัด" อันซิ่วเอ๋อร์ยื่นมือไปแตะแขนเสี่ยวชุ่ยเบาๆ"แบบนี้ดีแล้วล่ะ"

            พูดพลางนางก็หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดชาดสีสดที่ริมฝีปากออกลบลายดอกไม้ที่หน้าผาก แล้วเดินกลับเข้าห้องด้านใน เปลี่ยนชุดหรูหราออกกลับไปสวมชุดผ้าฝ้ายธรรมดาของตนเอง พอได้สวมชุดนี้ นางรู้สึกสบายตัวขึ้นมาก

            ที่อูซื่อพูดก็ไม่ผิดนักนางก็เป็นแค่เด็กบ้านนอกคนหนึ่ง เสื้อผ้าสวยงามกับกระโปรงยาวกรุยกรายพวกนั้นนางยังไม่คุ้นชิน ถ้าใส่แล้วไม่มีราศี ก็เหมือนลิงสวมชฎาให้คนหัวเราะเยาะเปล่าๆ

            สู้แต่งตัวเรียบง่ายแบบเดิมไม่ใช้ของของตระกูลจาง จะได้ไม่สิ้นเปลือง พอไปเจออูซื่อก็จะได้ไม่ดูไม่เหมาะไม่ควร

            "เหตุใดจึงยังสวมเสื้อผ้าเช่นนี้?"จางเจิ้นอันเห็นอันซิ่วเอ๋อร์ออกมา ถามอย่างไม่เข้าใจ

            "ข้ายังไม่ชินกับชุดพวกนั้นเจ้าค่ะขอบคุณในน้ำใจของท่าน" อันซิ่วเอ๋อร์ตอบเสียงเบานางเองก็ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แค่ดึงดันที่จะสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบของตนเพื่อรักษาศักดิ์ศรีเล็กๆ ของตนเองไว้

            "ถ้าเจ้ายังไม่ชินเช่นนั้นไว้คราวหน้าค่อยใส่ก็ได้" จางเจิ้นอันพยักหน้าเข้าใจ

            อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้ารับจางเจิ้นอันจึงกลับเข้าห้องไปเปลี่ยนชุดหรูหราออกกลับไปสวมชุดผ้าเนื้อหยาบแบบที่เคยใส่ แล้วกล่าวว่า "ในเมื่อเจ้าไม่ใส่ ข้าก็ไม่ใส่เหมือนกันรอให้ข้ามีอำนาจในตระกูลอย่างแท้จริงเสียก่อน ถึงตอนนั้นเราค่อยใส่ด้วยกัน"

            อันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้ามองเขาในชุดนี้ในใจรู้สึกตื้นตันอยู่บ้าง นี่สิคือเขาคนที่นางคุ้นเคยแต่ก็อดห่วงเรื่องอูซื่อไม่ได้ จึงเงยหน้าถาม "แต่ว่า...ท่านแม่จะไม่ว่าอะไรหรือเจ้าคะ?"

            "ไม่ต้องไปสนใจนางหรอกน่าอย่างไรเสีย ต่อให้เราทำดีแค่ไหน นางก็หาเรื่องติเตียนได้อยู่ดี" จางเจิ้นอันตอบ

            อันซิ่วเอ๋อร์จึงยิ้มออกมา กล่าวว่า"ข้าจะพยายามทำตัวให้เงียบที่สุด จะได้ไม่ขัดหูขัดตานางเจ้าค่ะ"

            "อืม" จางเจิ้นอันพยักหน้ายื่นมือไปกุมมือนาง นำนางไปยังเรือนพักของอูซื่อ

            พวกเขาไปถึงก็สายพอสมควรแล้วเมื่อไปถึงเรือนพักของอูซื่อ พบว่าจางเจิ้นผิงอยู่ที่ห้องโถงแล้วนอกจากนี้ยังมีสตรีงดงามนางหนึ่งสวมชุดแขนกว้างสีขาวลายดอกไม้เหลืองอยู่ด้วยอูซื่อยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้เท้าแขนตัวหรู พอเห็นทั้งสองเข้ามานางก็เหลือบตามองแล้วแค่นเสียง "ซอมซ่อจริงน่าขายหน้าสิ้นดี"

            อันซิ่วเอ๋อร์แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินถึงแม้คำพูดนั้นจะเป็นความจริงก็ตาม นางดูซอมซ่อจริงๆ นั่นแหละนางไม่เข้ากับที่นี่แต่แรกแล้ว ตอนอยู่บ้านนอก แค่ได้ใส่ชุดผ้าไหมดีๆ ไม่ปะไม่ชุนก็ถือว่าหรูหรา ได้รับคำชมจากทุกคนแล้ว แต่พอมาอยู่ที่นี่กลับดูเหมือนคนยากจนขัดสน

            แต่ถึงกระนั้น นางก็ยังคงภาคภูมิใจเพราะอย่างน้อยทุกสิ่งที่นางสวมใส่ล้วนเป็นของนางเอง ไม่ได้พึ่งพาผู้อื่น

            "คารวะท่านแม่ขอรับ" จางเจิ้นอันรีบโค้งคำนับ อันซิ่วเอ๋อร์อยู่ข้างๆ ก็ทำตามเขาอูซื่อแค่นเสียงหึ ไม่ได้แสดงความเอ็นดูออกมาแม้แต่น้อย ทั้งสองจึงได้แต่ยืนตัวตรงรอคำสั่งจากนาง

            อูซื่อมองสำรวจทั้งสองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเอ่ยว่า "เป็นอะไรไปตระกูลจางอดอยากปากแห้งนักหรือไร ถึงได้แต่งตัวแบบนี้ ไม่อับอายขายหน้าบ้างหรือ?"

            "บุตรยังไม่ได้สร้างคุณงามความดีใดให้ตระกูลยังไม่มีผลงาน ก็ไม่กล้ารับบำเหน็จรางวัลขอรับ อีกอย่าง ผ้าฝ้ายก็นุ่มสบายดีจะเรียกว่าน่าอับอายได้อย่างไร" จางเจิ้นอันตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว

            อูซื่อแค่นเสียง"ถ้าเช่นนั้น แล้วทำไมก่อนหน้านี้ถึงยอมใส่ชุดหรูหราเล่า?เห็นชัดๆ ว่าพอเด็กคนนี้มา ก็เป่าหูเจ้าจนแม้แต่เสื้อผ้าของตระกูลจางก็ไม่อยากจะแตะต้องแล้วงั้นรึ?"

            "ท่านแม่จะก้าวก่ายแม้กระทั่งเรื่องเสื้อผ้าที่พวกเราสวมใส่หรือขอรับ?"จางเจิ้นอันเงยหน้าถาม

            สายตาเรียบนิ่งของเขาสบกับสายตาของอูซื่ออูซื่อสูดหายใจลึก นึกขึ้นได้ว่ายังต้องพึ่งพาลูกชายคนนี้ จึงสะกดโทสะไว้แล้วเปลี่ยนเรื่อง "แล้วทำไมถึงมาเอาป่านนี้?ถ้าไม่อยากมาคารวะแม่ ก็ไม่ต้องมา!"

            "ในเมื่อเป็นเช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าก็จะไม่มาขอรับ" จางเจิ้นอันตอบอย่างใจเย็น

            อูซื่อแค่พูดประชดด้วยความโมโหแต่จางเจิ้นอันกลับจงใจตีความตามตัวอักษรนางโกรธจนคว้าถ้วยชาข้างกายกระแทกลงบนโต๊ะ "ดี!ดีจริงๆ! ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ!ตอนเจ้าจะเอาเด็กบ้านนอกที่ไม่รู้ธรรมเนียมคนนี้กลับมา แม่ก็ยอมให้แต่ในเมื่อกลับมาถึงตระกูลจางแล้ว ก็ต้องทำตามกฎระเบียบของตระกูลจาง!"

            "การเข้าคารวะเช้าเย็นเป็นธรรมเนียมปฏิบัติพื้นฐานที่สุดขนาดพวกบุรุษยังต้องทำ เด็กคนนี้ก็ควรจะมารายงานตัวกับข้าแต่เช้าตรู่แต่นี่กลับมาเอาป่านนี้ ข้าถามหน่อย นี่เจ้าคิดจะดูหมิ่นข้าใช่หรือไม่?"พูดพาดพิงจางเจิ้นอันแล้ว อูซื่อก็หันมาเล่นงานอันซิ่วเอ๋อร์

            อันซิ่วเอ๋อร์ได้แต่ตอบเสียงเบา"เดิมทีก็ตั้งใจจะมาแต่เช้าเจ้าค่ะแต่คิดว่าท่านแม่อายุมากแล้ว หากต้องตื่นแต่เช้ามารับการคารวะคงจะเหนื่อยเกินไปก็เลยมาช้าไปหน่อยเจ้าค่ะ"

            อูซื่อเลิกคิ้ว กล่าวอย่างเย้ยหยัน"พูดแบบนี้ แสดงว่าเจ้าหวังดีต่อข้าสินะ?"

            "เจ้าค่ะ" อันซิ่วเอ๋อร์แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจความหมายแฝง พยักหน้าตอบรับอย่างซื่อๆ

            อูซื่อถึงกับพูดไม่ออกไม่ว่าเด็กนี่จะโง่จริงหรือแกล้งโง่ คำพูดแดกดันของนางก็ไร้ผลนางรู้สึกเหมือนกำลังสีซอให้ควายฟัง

            "ฮูหยินผู้เฒ่าอย่าเพิ่งโมโหเลยเจ้าค่ะ" ในตอนนี้เองสตรีงดงามที่นั่งอยู่ด้านข้างก็เอ่ยขึ้น

            น้ำเสียงของนางราวกับเสียงนกขมิ้นขับขานในหุบเขาทั้งนุ่มนวลไพเราะดุจเสียงดนตรี อันซิ่วเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะหันไปมองนางเห็นสตรีผู้นั้นมีผิวขาวผุดผ่อง ท่าทางสง่างาม เป็นหญิงงามล่มเมืองอย่างแท้จริงเพียงแค่นั่งนิ่งๆ ก็ยังดูงดงามจับตา

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498