เหลืออีก 1 ชม. ก่อนเริ่มมื้ออาหาร เด็กชายทวิตซ์ขี้เบื่อเลยจัดทริปสุ่มพาทัศนศึกษารอบบ้าน
ความเร็วก้าวถูกผ่อนปรนให้เดินตามได้สบาย
แทนที่จะสนใจสภาพแวดล้อมศิวิไลเว่อร์วัง สายตาดันเลือกจดจ่อเหม่อมองเพียงแผ่นหลังกว้างของร่างสูงชะลูด พาความคิดจมปลักวกวน
ทวิตซ์เปลี่ยนเสื้อใหม่เรียบร้อยหลังประสบอุทกภัยน้ำตา
สมองฉันยังติดสถานะสับสน เพราะหมอนั่นไม่ได้แกงตัวเองคนเดียว แต่ลามปามมาสะกดจิตฉันด้วย
รักสามเส้า เราสองคน = ‘ทวิตซ์’ ‘ฉัน’ ‘ทวิตซ์’???
ปวดหัวจี๊ด -*- หรือฉันควรสารภาพความจริงดี
…แต่ถ้าทำแบบนั้น ตัวนายที่กำลังมีความสุขอยู่ตอนนี้จะหายไปรึเปล่า? เกิดสมองรับไม่ไหว ช็อคหมดสติอีกรอบล่ะ!?
ไม่เอานะ! ฉันไม่อยากนั่งร้องไห้เจียนตายข้างเตียงคนไข้แล้ว~ ToT
ขนาดหมอยังไม่กล้ายุ่ง ฉันเป็ใครคิดแทรกแซงสมองเขา
เอาเป็ว่า ปล่อยให้ฟื้นฟูเองตามธรรมชาติละกัน
จึก
นิ้วจิ้มแก้มฉุดฉันหลุดจากห้วงคะนึง
“คิดอะไรอยู่ ซีเรียสเชียว”
รอยยิ้มบางคลายกังวล มือหนาอุ่นลูบหัว ตะล่อมถามด้วยน้ำเสียงอ่อนละมุน
“ให้ฉันช่วยมั้ย?”
ความใจดีทำให้ฉันเพลี่ยงพล้ำ เผลอสบตาสีฟ้าอย่างโหยหา…
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
นั่นสิ ถ้าเป็นายจะทำยังไง?
คงเลือกยืนเคียงข้างฉัน คอยดูแลถนุถนอม…
เหมือนที่ทำอยู่ตอนนี้ใช่มั้ย?
…
ครืนน
ขนลุกซู่ชูชัน เมื่อััถึงคลื่นรังสีมฤตยูแผ่กระจายเป็วงกว้าง สายตาสีครามฉายแววหึงโหดชัดเจน
ตายล่ะ =o=;; ดูก็รู้…ฉันกำลังตกอยู่ในวังวนประหลาด ถูกทวิตซ์จับได้คาหนังคาเขาว่า กำลังแอบคิดถึงทวิตซ์(คนเก่า) จนน้ำตาคลอเบ้า
“ถ้าเธอร้องฉันจูบแน่!”
เสียงข่มขู่กดเข้มเชือดเฉือน ทำน้ำตาหดหายหนีต้านแรงโน้มถ่วงแทบไม่ทัน T^T
“ท…ทะลึ่ง!”
สัญชาตญาณเอาตัวรอดหวังพลิกสถานการณ์ สั่งปากซ่าสวนสู้ทันควัน
ร่างสูงกระตุกยกมุมปาก ใบหน้าสวยอารมณ์ดีขึ้นหน่อย เมื่อสายตาฉันโฟกัสเพียงเขา
“อ๊ะอา~ โรแมนติกต่างหาก”
นิ้วชี้กะล่อนโบกยั่วกวนลูกตาตามโน้ตเสียง ท่าทีขี้เล่นล้างมาดอำมหิตพิศวาสหายวับ
“จูบซับน้ำตาแบบซีรี่ส์เกาหลีไง ^^+”
“เกาหลีเกาเหลาก็ไม่เอาทั้งนั้นแหละย่ะ!!”
ปฏิกริยาตอบสนองก้าวร้าวช่างเร้าใจพ่อหนุ่มมาโซคิสม์ เล่นเอากลั้วหัวเราะไม่หยุด
น่าโมโห…แต่หล่อจัง -\\\-
ขี้โกงชะมัด! ถ้าไม่ติดว่าน่าเอ็นดู คนกวนส้นอย่างนายคงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้หรอกย่ะ
หมับ!
จอมแต๊ะอั๋งเล่นทีเผลอ อาศัยจังหวะว้าวุ่นคว้ามือฉับไว เนียนสอดนิ้วจับประสานนสนิทสนม ก่อนพาจูงนำล่องคนละโยชน์กับห้องอาหาร
คราวนี้ฉันไม่ปล่อยให้ความสงสัยทำงานแค่ในใจ
“เดี๋ยว! นายจะไปไหน?”
คำถามถูกตอบกลับอย่างนอนเซ้นส์ด้วยน้ำเสียงสุขุม
“เชื่อเท้าฉันเถอะน่า”
เฮ้อ ไม่น่าถาม…ฉันล่ะทึ่งจริง ที่นายยึดมั่นในไอ้ GPS ไร้แก่นสารนั่นเหลือเกิน
.
โทษที…ฉันจะไม่ดูถูกมันอีกแล้ว
ตอนนี้เราหยุดยืนหน้าป้ายหลุมศพสองหญิงสาวใจกลางทุ่งบุพผชาติ
ม้วนฟิล์มเดิมฉายซ้ำเพียงเปลี่ยนตัวนักแสดง
ทวิตซ์ก้มเด็ดดอกไม้ขาวริมทางวางเคารพหลุมศพแม่ หมางเมินแท่นว่างเปล่าข้างกันเช่นเดียวกับเอเดล
ท่ามกลางธรรมชาติงดงามดุจแดน์ ดวงตาน้ำข้าวแฝงความเจ็บช้ำบาดลึก เลือกเหม่อมองซึมซับเพียงสายลมว่างเปล่า
“…ไม่ง่ายเลย”
เสียงแ่เบาคายคำพูดเปี่ยมอารมณ์ซับซ้อน ตีความได้หลากหลาย
…
ไม่รู้ทำไม แต่ภาพตรงหน้าทำให้ฉันนึกถึงตัวเองตอนประสบปัญหาชีวิต
‘หลักสีผึ้งเยียวยาแห่งการให้อภัย’ โดย ‘เอ็ลเดอร์เควิน อาร์. ดันแคน’ ใช้ได้ดีเสมอ
การให้อภัยคือหลักธรรมน่าสรรเสริญ เราไม่ต้องตกเป็เหยื่อซ้ำสอง เราสามารถให้อภัยได้
ไม่ใช่การยกผลประโยชน์ให้จำเลย มนุษย์ต่างดิ้นรนให้อภัย เพื่อหลุดพ้นความเ็ปต่างหาก
…
ฉันย่อตัวเด็ดสองดอกไม้ขาววางบนแท่นอย่างเท่าเทียม ยืนไว้อาลัยสงบเงียบ
ไม่รู้หรอกว่า ที่ผ่านมาเคยเกิดอะไรขึ้นบ้าง…แต่ิญญาทุกดวงควรได้รับการให้อภัยไม่ใช่หรอ?
ดวงตาครามเฝ้ามองฉันแน่นิ่งชั่วขณะ พยายามจัดระเบียบความรู้สึกยุ่งเหยิง พามาสู่บทสรุปแห่งความสุข
หน้าต่างหัวใจใต้แพขนตาเงินผันเปลี่ยนเปล่งประกายฟ้ากระจ่าง โลกทั้งใบพลันสดใสอีกครั้ง เมื่อเ้าชายดอกไม้ผลิยิ้มสวยงดงามกว่าดอกไม้ใด
“ขอบคุณนะ”
ฉันคลายยิ้มรับคำ
แม้ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ััได้ว่า ทุกอย่างกำลังดีขึ้น
.
กร๊องง
ทุกคนเข้าประจำที่ ณ ห้องอาหาร ฉันไม่พลาดแข่งจ้องนาฬิกากุ๊กกูกับฝาแฝด
เอเดลชดใช้กรรมเสร็จทันนัดมื้อเที่ยงพอดี
ปกติโรงเรียนทั่วไป หากโดนทัณฑ์บนจะไม่สามารถแก้ได้ แต่ฉันไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ นี่เอเดลเชียวนะ เธอคงซิกแซกเก่งเหมือนอีตาปีศาจข้างกาย
ฉัน
ประตูเปิดอ้าไร้เสียง ต้อนรับบุรุษผู้มีฝีเท้านุ่มนวลหนักแน่น
ตึก ตึก ตึก
าาน้ำหอมหล่อเข้มตรงต่อเวลาเสมอ
“Bongjour”
พ่อพิมพ์ไร้ที่ติ ทุกอิริยาบถน่าจับจ้อง กล่าวทักทายภาษาฝรั่งเศส
“แด๊ด~”
เอเดลพุ่งกระโจนกอดคุณอาทุบทลายทุกกฎมารยาทสังคม
ภาพเก่าเล่าใหม่ ต้นแบบเตาผิงเรียกพ่อยิ้มกว้าง ลูบหัวเอ็นดูสาวน้อยเรือนผมเงิน
“My princess ^^”
พ่อลูกเริงร่าสนิทสนม พากันเดินควงแขนนั่งประจำตำแหน่งพร้อมหน้า
ถึงตาเ้าชายดอกไม้ผู้เฝ้ามองสถานการณ์ ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากครั้งก่อน
“Boujour monsieur”
ไม่มีอีกแล้ว ‘โป๊กเกอร์เฟส’ คงเหลือเพียงรอยยิ้มต้อนรับถูกสะท้อนส่งถึงกันจากใจจริง
“อาการเป็ไงบ้างล่ะ?”
คุณอาเปิดบทสนทนาระหว่างรอจัดเสิร์ฟ
“แข็งแรงดี แต่จำพ่อไม่ได้หรอกครับ”
ทวิตซ์แกล้งหยอกบุพการีสนิทสนม
“หึๆ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น”
คุณอาไม่ถือโทษ เค่นหัวเราะในลำคอ
“ทรงนี้ในหัวคงมีแต่เื่สาว”
ต้นแบบมาโซคิสม์ต่อบทจี้แซวอย่างออกรส
“Veuillez m'excuser pour cette erreur”
หนุ่มหน้าสวยร่ายภาษาฝรั่งเศสน่าฉงนด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดประชัน
ฟังออกอีกทีก็ตอนตานี่กลับมาหยอดมุกภาษาไทย
“พอดีว่าเชื้อพ่อแรง”
…นั่นคงไม่ใช่คำแปลใช่มั้ย?
“ยีนส์คลั่งรักน่ากลัวจริง แม้แต่คนในครอบครัว ผมยังกัดไม่ปล่อย”
ปากร้ายทะเล้นน่าเอ็นดู ทำผู้ฟังหุบยิ้มไม่ได้
…
บรรยากาศครื้นเครงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนาน กระทั่งอาหารจานสุดท้ายจัดเสิร์ฟ
แก้วใส่น้ำองุ่นหมักบ่มแดงฉานดั่งโลหิตพระคริสต์ยกสูงพร้อมประกาศเปิดมื้อฉลอง
“Félicitations!”
อาวุธพร้อม ท้องพร้อม อาหารพร้อม
สุภาพบุรุษบ้านนี้ไม่เคยบกพร่องเื่ดูแล จานตรงหน้าถูกเติมเต็มด้วยความใส่ใจ
ทวิตซ์เลือกตักแต่ของกลางๆ กินง่ายและสนุกกับการสำรวจเป้าหมายอย่างสนอกสนใจ
โชคดีที่ฉันชอบรสอ่อนปรุงน้อย นายถึงได้คะแนนเต็มสิบไม่หัก
ระหว่างที่ครอบครัวช่างจ้อเว้นช่องไฟเพื่อโฟกัสการกิน ฉันจึงไม่พลาดใช้โอกาสนี้ ระบายความรู้สึกผิดติดค้าง
“คุณอาคะ หนูขอโทษที่ครั้งก่อนเสียมารยาท…”
ดวงตานิลกาฬฉายแววเอ็นดู คลายยิ้มบาง ออร่าอบอุ่นเปล่งประกายไม่แพ้เ้าชายดอกไม้
“ไม่ต้องคิดมาก ^^ แล้วเ้าเหมียวไส้ติ่งแตกเป็ไงบ้างล่ะ?”
“…?”
“อ๊า~ แด๊ดอันนั้นน่ากินจัง! ^0^;;”
เอเดลเข้าแทรกแซงกระตุกแขนอ้อนพ่อตัดบท ช่วยกลบเกลื่อนเื่โกหกคำโต
แมวบ้าอะไรไส้ติ่งแตก…ถามจริ๊ง??
นั่นอ่ะนะเหตุผลที่เธอใช้เป็ข้ออ้างให้ฉัน =-=;;
ฉันประเมินพี่น้องคู่นี้สูงไป
บุคลิกย้อนแย้งหลอกตาสร้างภาพลัษณ์เ้าเล่ห์เพทุบาย…ความจริงคือโกหกไม่เก่ง แถมติ๊งต๊องอีกต่างหาก
.
“นายว่างอีกทีเมื่อไหร่?”
ประโยคคำถามราบเรียบระหว่างรอรถกลับบ้านปลุกสายตาลุกวาว
“เดทหรอ? ไปซี้~ ^o^”
ท่าทางตื่นเต้นลั้นลาเหมือนลูกสุนัขพร้อมเดินเล่น ทำฉันเผลอหลุดยิ้ม
แต่ๆๆ!!
“ไม่ใช่ย่ะ!”
แป่ว~
หงอยลงทันตา…น่ารักซะไม่มี
อ๊ะ แล้วฉันจะเปิดโหมดคลั่งรักตามเค้าทำไมเนี่ย!? >\\\<
ไม่ได้ๆ เ้าหญิงน้ำแข็งองค์ลงก่อนเพคะ!
“มีเื่เอกสารอยากให้นายช่วยจัดการ”
น้ำเสียงนิ่งสงบเยือกเย็น ช่างตรงข้ามกับความรู้สึกสับสนโหวงเหวงภายใน
ฉันเกลียดนโยบายนี้มาตลอด ไม่มีอะไรต้องลังเล…
แล้วทำไมถึงรู้สึกใจหายล่ะ?
สายตาสีครามแน่นิ่งเฝ้าจดจ่ออ่านความคิด ก่อนยอมตอบตกลงไม่สาวความ
“ได้สิ พรุ่งนี้เจอกัน”
.
กริ๊งง กริ๊งง กริ๊งงง
เื่เซอร์ไพรส์โหมกระหน่ำจู่โจม เมื่อเสียงมือถือเครื่องเก่าเพิ่งซ่อมเสร็จหมาดๆ ดังประเดิมสายแรก 1 ทุ่มตรง
แอบตะหงิดอยู่หรอก ว่าทำไมตานั่นถึงโทรมาได้? แต่จังหวะนั้น ไอ้หัวใจดี๊ด๊ากระตู้วู้ มันดันบงการสั่งสมองให้ลบเลือนทุกเหตุผล พร้อมแท็กทีมเข้า
ชักใยร่างกายกดรับสายไปซะแล้ว…
“ว่า?”
ฉันตอบห้วนเก๊กวางมาด แต่แอบซุ่มอมยิ้มหวาน
[ฮะๆ เ็า~]
ปลายสายค่อนแซะอย่างหมันเขี้ยว
ไม่ต้องรอฉันถาม ทวิตซ์กระตือรือร้นคลี่คลายข้อสงสัยด้วยตัวเอง
[ความรู้สึกมันสั่งให้โทรมาน่ะ]
เสียงเรียบทุ้มต่ำสร้างแรงะเืระดับภัยพิบัติ
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
[ไหนๆ ก็โทรมาแล้ว…ฝันดีครับเ้าหญิง]
ตัวตนดื้อด้านไม่เลือนหายพร้อมความทรงจำ
เขายังคงเป็ผู้ชายเสมอต้นเสมอปลาย พูดกระชับสื่อสิ่งที่้า บอกราตรีสวัสดิ์ ก่อนกดวางเอาเองตามใจชอบ
…แต่ครั้งนี้ต่างออกไปเล็กน้อย
[รักนะครับ]
ติ๊ด
คนขี้โกงชิงตัดสายไม่รอรับฟีดแบค
ตึกตักๆๆๆ!
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก หรือฉันหูฝาดไป???
ตึกตักๆๆๆ!
‘ไม่’ เสียงหัวใจเต้นแรงช่วยตอบ
O///O
!!!ทวิตซ์บอกรักฉันจริงๆ!!!
“…กรี๊ดดดดด!!!~”
ฉันมุดหน้าซุกหมอนเล็บจิกฟิน >\\\<
ถ้าเอาหมอนออกตอนนี้ คนทั้งซอยได้ใเสียงกรีดร้อง 80 เดซิเบลของฉันแน่!
นายจะไม่รับผิดชอบหน่อยหรอ? ที่ทำใจฉันเต้นแรงแทบทะลุออกจากอก ใบหูร้อนฉ่าเหมือนโดนเหล็กร้อนนาบ…ไม่สิ ทั่วทั้งหน้าเลยต่างหาก!
ฟินฟุ้งตัวลอยได้ไม่เท่าไหร่ ไอ้อารมณ์ว้าวุ่นฟุ้งซ่านก็บุกเข้าจู่โจมตามประสาคนคิดมาก พาเท้าซนเดินวนเวียน
…
ไม่อยากเชื่อ! นี่ฉันเพ้อไปเองรึเปล่า?!
คำที่อยากได้ยินมาตลอด สิ่งที่ฉัน้า…มันง่ายดายแบบนี้เลย???
คิดๆ ไปก็โมโห! คำสำคัญแท้ๆ…ตาบ้าเอ้ย! ทำไมถึงไม่พูดต่อหน้า
…หรือไม่เห็นว่ามันสำคัญ?
ถ้าเริ่มนับั้แ่ความจำเสื่อม เอาจริงๆ เขาเพิ่งรู้จักฉันได้ 3 วัน
วันแรกลูบหัว วันที่สองขโมยจูบ วันนี้สารภาพรัก…พรุ่งนี้ไม่ขอแต่งเลยเร๊อะ!?
พ่อหนุ่มไวไฟแรงทะลุนรก นายจะก้าวะโเร็วไปไหน? ช่วยสงสารใจฉันบ้างเถอะ~ T//T
…
เอ๊ะ หรือเพราะความจำเสื่อม ช่วยลบปมเื่ความรัก เขาถึงกล้าพูดคำนี้ออกมาง่ายดาย ไม่ต่างจากชื่อฉัน…
แล้วถ้าเกิดทวิตซ์คนเดิมกลับมาล่ะ…?
เอาไงดี ฉันก็รักนาย แต่ว่า…
อ๊าา ไม่น๊าา!!!!~
ความตึงเครียดถาโถม ทำฉันทิ้งตัวนอนเกลือกกลิ้งบนเตียง ขยี้ผมฟูฟ่องเป็ก้อนสายไหม
ค็อกเทลอารมณ์ผสมปนเละเทะ
ฉันต้องรู้สึกยังไงกัน…
โกรธ เศร้า เหงาหงอย ดีใจหรือเสียดาย?
…
ถึงอย่างนั้น มุมปากดื้อที่เอาลงมาไม่ได้ก็กำลังฟ้องชัดว่า
‘ฉันช่างมีความสุขเหลือเกิน’
.
-เช้าวันต่อมา-
จุดจบสาวคลั่งรัก ใต้ตาดำปิ๊ดปี๋ =_=
จงภูมิใจซะเถอะเ้าชาย สัตว์สงวนไม่มีทางสูญพันธุ์อีกต่อไป เพราะดาเมจ ‘รักนะครับ’ ของนาย เพิ่งสร้างหมีแพนด้าและแรดเพิ่มอีกตัว
อร๊ายย~ คิดแล้วเขิน! >\\\<
ขอร้องล่ะ สติอย่าเพิ่งทิ้งฉันเลย! ถึงแม้มันจะน่าอาย…แต่ฉันยังไม่อยากให้เขาหมดรัก เพราะเป็บ้าหรอกนะ
…
ว่าแต่…อีตาทวิตซ์ถึงไหนละเนี่ย?
จริงอยู่ที่ฉันเห่อมารอหน้าห้อง ผอ. ก่อนครึ่งชั่วโมง แต่ทุกครั้งทวิตซ์มักนำหน้าฉันก้าวนึงเสมอ
เขาไม่เคยปล่อยให้รอ…
เอ๊ะ? เดี๋ยวก่อน ฉันลืมอะไรไปรึเปล่า…? หมอนั่นความจำเสื่อม จะรู้ทางมาห้อง ผอ.ได้ไง!?
คิดอีกที…เขาไม่ใช่คนโง่นี่นา น่าจะพอคลำทางมาเองได้ หรือถ้าติดขัดอะไรคงเผื่อเวลาโทรบอกก่อนล่วงหน้า
แล้ว…ทำไมถึงช้า?
…
ให้ตายสิ! ใจคอไม่ดีเลย…!!!
ตู้ด… ตู้ด… ตู้ด…
เสียงรอสายวังเวงทำใจตกไปอยู่ตาตุ่ม คิดกังวลปรุงแต่งต่างๆ นานา
สองเท้าปรี่เดินตามหา ก่อนเร่งวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ
…
[โทษที ลืมเปิดเสียง]
ไอ้คนไม่เอาอ่าวเอ๊ย! กดรับได้ซักทีนะย๊ะ!!
…คนเค้าอุตส่าห์เป็ห่วงแทบแย่
“แฮ่กๆๆ”
ฉันทรุดตัวนั่งหอบถี่…อยากะโด่าทอให้คอแตก แต่ตอนนี้แค่หายใจทันก็บุญแล้ว
“ว้าว~ เธอหาฉันเจอด้วยล่ะ”
น้ำเสียงตื่นเต้นปลายสายดังคมชัดเหมือนหลุดออกมาจากมือถือ
เงาตะคุ่มเบื้องหน้าบดบังแสงแดดยามเช้า พาสายตาแหงนมอง ปรากฏภาพหนุ่มผมเงินสวมชุดนักเรียนตามระเบียบเชิตขาวสเลคดำคุ้นตา
…แต่ฉันกลับรู้สึกราวกับฝัน
“เก่งจริงๆ”
สุ้มเสียงทุ้มนุ่มและดวงตาสีฟ้าหล่อเลี้ยงหัวใจ ปัดเป่าความกังวล
ร่างสูงย่อตัวลูบหัวตบรางวัล
นิ้วเรียวไล้ช่วยปาดเช็ดเม็ดเหงื่อเก็บไรผม
รอยยิ้มสวยขี้โกงนั่น…ทำฉันโกรธเขาไม่ลงอีกแล้ว
GPS แสนรู้นำทางเรามาพบกัน ‘หน้าหอหญิง’
จุดประจำเดิมๆ ที่เ้าชายดอกไม้มักยืนรอฉันทุกเช้า เพื่อกล่าวคำทักทาย
“มอนิ่ง”
“นายมาทำอะไร…ตรงนี้?”
เสียงแ่ปนหอบถี่เอ่ยถาม ทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว
“ไม่รู้สิ เท้าพามา ^^”
ท่าทีขี้เล่นช่างน่าตี
“…”
…ทำไมนายถึงชอบทำตามใจตัวเองให้ฉันหงุดหงิดอยู่เรื่อย!
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
โถ่ หัวใจบ้า ใช่เวลามาเต้นมั้ย…?
ทวิตซ์ส่งมือช่วยดึงพยุงให้ลุกยืน คลายยิ้มบางพลางสาธยายต้นตอ
“ความรู้สึกมันสั่งให้หยุดรออะไรซักอย่าง แต่ตอนนี้ได้คำตอบแล้วล่ะ”
ดวงตาสีฟ้าพราวระยับเจิดจ้า ส่องสะท้อนภาพฉันราวผืนน้ำ
“ฉันรอคอยเธอมาตลอด…ยูแช”
ชายตรงหน้าหนักแน่นไม่ต่างจากฮาจิโกะผู้ภักดี
ใบหน้าเปี่ยมสุขช่วยยืนยันคำพูดอีกครั้ง
…
ฉันเข้าใจแล้วทวิตซ์…
คำว่า ‘รัก’ ที่้านักหนา เทียบไม่ได้เลยซักนิดกับความทุ่มเทใส่ใจที่นายมอบให้กันเสมอ
“…ฮึก”
“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ เด็กขี้แย~”
เสื้อนักเรียนสีขาวกลายเป็ผ้าซับน้ำตา
รู้ตัวอีกทีฉันก็ถูกทวิตซ์กอดไว้แน่น
ััอุ่นปลอบประโลมถนุถนอม
“น่าเสียดาย…ถ้าน้ำตาราคาเท่าน้ำมัน เธอคงรวยเละ”
นักยิงมุกเ้าเสน่ห์ เกือบทำฉันหลุดขำพรืด
หมดกันบรรยากาศโรแมนติก
เกลียดไอ้มุกตลกงี่เง่าของนายจัง
…แต่ก็รักที่สุดเลย
.
(ณ ห้อง ผอ.)
ป้าเชอรี่หัวทองไม่หนีไปไหน พอได้ยินว่าทวิตซ์ยอมมาด้วย
แต่เพราะนิสัยเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์ละเอียดถี่ถ้วน ทำให้เขาไม่ยอมช่วยเจรจาง่ายๆ จนกว่าจะทราบข้อมูลทุกแง่มุมทะลุปรุโปร่ง
ตอนนี้ฉันกะยัย ผอ. เลยนั่งจ๋องรากงอก รอบทสรุปจากเ้าชายดอกไม้ร่วม 2 ชม. =_=*
นัง ผอ. ทำท่าขยุกขยิกบ่นอุบอิบพึมพำ แต่ไม่กล้าด่าเขาตรงๆ
เป็ไงล่ะ หล่อนเป็คนบังคับให้ฉันพาตานี่มาเองนะ ถ้าไม่ติดว่ามีชะตากรรมเดียวกัน ฉันคงพูดได้อย่างเต็มปากว่า ‘สมน้ำหน้า!’
“นโยบายมีแต่ข้อดี ผลประกอบการราบรื่น เหลืออีกอีเว้นต์เดียวก็จบ…ทำไมเธอถึงอยากยกเลิกกลางคันล่ะ?”
ดูเหมือนว่าเขาจะโอนเอนไปทางฝั่งยัย ผอ.
ฉันนิ่งคิดชั่วครู่ ก่อนเลือกบอกเหตุผลตามตรง
“ฉันไม่ชอบ”
ไอ้นโยบายม่านรูดก็เหมือนกับขนมปังสตอเบอรี่ เป็ของแสลงที่ฉันไม่เคยคิดจะแดรก ต่อให้นายบอกว่ามันหอมหวานอร่อยแค่ไหน ฉันก็ไม่ชอบ!ไม่
เคยมีเหตุผลอื่นใดมากกว่านั้น
นอกจาก…อยากหนีนาย
“รู้มั้ยว่าคนเราเลียข้อศอกไม่ถึง เว้นแต่จะเกิดมาลิ้นยาวแขนสั้นผิดธรรมชาติ หรือลงทุนดึงลิ้น ตัดแขน หักกระดูก”
เป็อีกครั้งที่ฉันถูกเ้าชายดอกไม้ท้าทาย GAT เชื่อมโยง
ขอที! เื่ปวดหัวฉันมากพอแล้ว ช่วยเฉลยเลยเหอะ!
“นายจะสื่ออะไร?”
ทวิตซ์คลายยิ้มหวาน จ้องมองลึกเข้ามาในตา ใช้น้ำเสียงนุ่มนวลจูงใจโน้มน้าวให้ทบทวน
“ถ้าไม่ได้เกลียดขนาดนั้น…ก็อย่าเลิกเลย”
“…”
ใช่ ฉันไม่เคยชอบเื่ไร้ยางอางขัดขนบธรรมเนียมไทยอันดีงาม
เป็ยัยหัวโบราณแบบ Mrs.CrumpleBottom ที่ไม่อยากให้ทั้งโรงเรียนกลายเป็สถานที่พลอดรัก
แต่…ไม่เคยเกลียดสักครั้ง เวลาเห็นสายตามีความสุขของทุกคน
เพราะนโยบายนี้ ฉันถึงได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ในโลกแฟนตาซีแสนประหลาดของนาย
…เหมือนอลิซที่ไม่อยากออกจากดินแดนมหัศจรรย์ แม้จะควานหาทางกลับบ้านมาตลอดทั้งเื่
ความจริงคือ ฉันไม่อยากให้ทุกอย่างจบลงเลย…
“พอที! Get Lost!!!!!”
ผอ.เชอรี่ ปรอทแตกหมดความอดทน ไล่ตะเพิดดันหลังฉันออกจากห้อง กระแทกปิดประตูใส่หน้าเสียงดัง
ปัง!!!
กริ๊ก
แม่นางลงกลอนเรียบร้อยตัดโอกาสเข้าถึงตัว 100 เปอร์เซ็น
“สรุปทำต่อเนอะ ^^”
ทวิตซ์เดินตามออกมาพร้อมกัน ส่งยิ้มสวยถามยียวน ทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว
“ช่วยไม่ได้หนิ”
ฉันย้ำชัดอีกครั้ง เดินสะบัดบ๊อบหนีความจริงตัวเบอเร่อที่กำลังไล่ตามหลังมาติดๆ
หมับ!
สกินชิพเซอร์ไพรส์ทำใจสั่นไม่รู้จบ ทวิตซ์ใช้แขนล่ำล็อคคอฉันไว้จากด้านหลัง วางคางเกยหัวตอกย้ำถึงระดับความสูงห่างกันกว่า 20 ซม.
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
ไออุ่นหอมโชยซึบซาบผ่านจมูก แม้่นี้ไม่ได้ฉีดน้ำหอมสวนดอกไม้ แต่กลิ่นฟีโรโมนเย้ายวนตามธรรมชาตินั่น ก็รุนแรงพอฆ่าคนได้
“จะกลับเลยหรอ? พาชมโรงเรียนหน่อยสิ…”
สายลมร้อนป้อนกระซิบข้างหู หลอมละลายโสทประสาท
“มีขาก็ไปเองสิย๊ะ!”
ปากเก่งนัมเบอร์วัน ทำหน้าที่ดีเยี่ยม
แม้ว่าภายหลังมันจะตื่นเต้นสั่นระริก สะท้านชาแทบกลายเป็อัมพาต เมื่อถูกเสน่ห์ร้ายกาจจู่โจมก๊อกสอง
“นะคร้าบ คุณประธานสุดสวย~”
พ่อหนุ่มมาร์ชเมลโล่ใช้น้ำเสียงออดอ้อนกะลิ้มกะเหลี่ย ปล่อยมุกเสี่ยวเกี่ยวรัก
“อย่าปล่อยให้คนน่าสงสารอย่างผม…หลงเข้าไปในใจคุณเลย”
…อร๊ายยย!!!~
ตึกตักๆๆ!
ทำไมฉันต้องแพ้ทางอะไรแบบนี้ทุกที >\\\<
“ก็ได้ๆ หุบปาก…!”
ก้อนตะคอกแข็งกระด้างแสร้งรำคาญ เกือบหลุดเพี้ยนเป็นุ่มนิ่มหวานจ๋อยตามอารมณ์คลั่งรัก
วงแขนแกร่งคลายออกเมื่อได้สิ่งที่้า…
เอาล่ะ เรามีปัญหาใหม่แล้ว ฉันจะเอามุมปากลงยังไง!?
“รักเธอจัง ^^”
คำบอกรักแสนหวานปานน้ำเชื่อม ทำฉันจำต้องเบือนหน้าหนี รีบตะครุบปิดปากไว้อย่างไว ก่อนที่มันจะเผยไต๋ฉีกยิ้มกว้างประจานเ้าของ
แต่ไอ้คนชอบเรียกร้องความสนใจ ก็มักทำให้ฉันหันกลับไปมองได้เสมอ
“อ้อ ฉันซื้อมือถือใหม่แล้ว ตั้งภาพเธอขึ้นหน้าจอด้วยน้า~”
ภาพเก่าถูกโชว์หราบนหน้าจอแบนราบ กระตุ้นต่อมความเขินแตกแตน
“ลบออกซะ!”
คนหน้าด้านหัวเราะในลำคอชอบใจ มองเอ็นดูพลางค่อนแซะ
“ให้ฉันลบแล้วเอาแมวส้มขึ้นจอแบบเธออะเหรอ?”
อีตาบ้านี่ ละลาบละล้วง! แอบลักลอบส่องมือถือฉันตอนไหน!?
มือหนาจับหัวโยกเอนตามแรง พูดเน้นชัดกวนประสาท
“ฝัน-ไป-เถอะ”
ดวงตาสีฟ้าพาเพ้อหลงละเมอ
น่าหงุดหงิดเป็บ้า…
แต่ว่า ‘รัก-นาย-จัง’
ถ้าสักวันเราต้องตื่นจากฝัน งั้นฉันขอยืดเวลาดื่มด่ำความหวานเพิ่มอีกนิดละกัน
(จบตอน)
ฮิบิสคัส; แรงศรัทธาถักทอสายใยรัก