6โมงเย็น ภัตตาคารไชนี่
ออสเดินทางมาถึงตามเวลานัดตอนนี้ออสอยู่ในชุดเสื้อคอปกสีขาวกางเกงยีนสีน้ำเงินถึงแม้ว่าจะไม่ใช้ของแบรนด์หรูหราอะไรแต่ก็พอดูได้ในระดับนึง
พอออสเดินเข้าไปในภัตตาคารพนักงานก็เดินเข้ามาขอตรวจบัตรนักเรียนเนื่องจากงานนี้โรงเรียนของเขาเหมาไว้จัดงานเลี้ยงอำลาให้เด็กที่จบปีนี้ จึงมีการตรวจบัตรก่อนเข้าออสหยิบบัตรนักเรียนออกมาให้พนักงานตรวจก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน
หลังจากเดินเข้ามาก็เห็นร้านเต็มไปด้วยเด็กรุ่นเดียวกันที่จบปีนี้ บนเวทีด้านหน้าที่การเล่นดนตรีเบาพอสังเกตุดีดี ก็เห็นว่าเป็รุ่นน้องชมรมดนตรีของโรงเรียนพอเดินไปเรื่อยๆเพื่อมองหาเพื่อนห้องเดียวกันที่รู้จัก แต่ก็มีสายตาไม่ค่อยเป็มิตรมองมาเป็ระยะทั้งๆที่บางคนก็แค่เคยเห็นหน้าไม่ได้เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ
หลังจากที่เห็นโต๊ะที่มีเด็กห้องเดียวกันนั่งอยู่ออสก็เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะแต่ยังไม่ทันได้นั่งเก้าอี้ก็โดนดึงออกเล่นเอาเขาเกือบจะล้มไปพอมองไปด้านก็เห็นผู้ชายคนนึงจากห้องเดียวกันเป็คนดึงเก้าอี้ออก
“โต๊ะนี้เต็มแล้ว”คนที่ดึงเก้าอี้ออกพูดขึ้น พอออสมองไปรอบๆก็เห็นคนที่นั่งอยู่บางคนไม่สนใจ บางคนยิ้มเยาะอยู่ ออสเริ่มจะชินกับเหตุการณ์แบบนี้แล้วเลยลุกขึ้นแล้วเดินไปที่อื่น และเพราะเหตุการณ์นี้สุหัวหน้าห้องของเขาเลยสังเกตุเห็นพอดี
“ออส ทางนี้”สุโบกมือเรียกห่างออกไปอีก2โต๊ะพอออสเห็นก็เลยเดินไปทันทีพอดูรอบโต๊ะแล้วส่วนใหญ่ก็เป็เพื่อนจากห้องเดียวกันที่สนิทกับสุซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจข่าวลือแปลกๆของออสแต่ก็ไม่ได้เข้ามาสนิทกับออส
“บอลหละ”ออสถามขึ้นขณะเดินไปนั่งข้างๆสุ บอลที่ว่าคือเพื่อนสนิทอีกคนของออส บอลเรียนไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่แต่เป็นักกีฬาบาส เอาจริงๆเพื่อนที่สนิทที่สุดก็คือบอลที่แหละเพราะสุเป็หัวหน้าห้องเลยสนิทกับทุกคน ส่วนบอลคือคนที่เป็เพื่อนกันมาั้แ่เข้าเรียนที่นี่เลยมีอะไรก็แชร์กันตลอด บอลเลยรู้ว่าข่าวลือทั้งหมดเกี่ยวกับออสมันไม่จริง
“บอลไปเมืองJแล้ว นายรู้ใช่ปะว่าบอลไม่ใช่คนเมืองนี้แต่พ่อกับแม่ย้ายมาทำงานที่นี่ั้แ่เด็กเลยต้องย้ายตามมาเรียนที่นี่ด้วย เห็นว่าที่บ้านมีปัญหาอะไรซักอย่างนะพอสอบจบก็กลับเลยบอลไม่ได้เล่าให้ฟังหรอ"
พอออสนึกดูดีดีหลายเดือนก่อนบอลก็เล่าให้ฟังว่าที่บ้านในเมืองJมีปัญหาพ่อกับแม่บอลย้ายกลับไปก่อนบอลเรียนจบจะย้ายไปตามแต่ไม่คิดว่าจะกะทันหันขนาดนี้ ออสเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรติดต่อบอลไปแต่โทรไม่ติด ออสเลยตัดสินใจปล่อยไปก่อนเพราะคิดว่าถ้าปัญหาร้ายแรงมากจริงๆคงไม่รอจนเรียนจบค่อยกลับ
“โทรไม่ติดเลย”ออสหันไปบอกสุ
“คงเดินทางอยู่แหละไม่น่ามีอะไรหรอก"สุตอบ
ทั้งสองคนคุยกันตามปกติโดยไม่คิดว่ามีอะไรเกินขึ้นกับบอล โดยที่ไม่รู้เลยว่าบอลครอบครัวบอลกำลังเจอกับปัญหาค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว
หลังจากนั้นไม่นานดนตรีก็เล่นจบลงคณะอาจารย์กล่าวอวยพรเล็กน้อยก่อนจะให้ทานอาหารกัน
พอทุกคนเริ่มกินกันเสียงคุยก็เริ่มดังขึ้นตอนแรกยังไม่มีใครคุยกันเท่าไหร่เหมือนนั่งรอให้อาจารย์กล่าวเปิดงานให้เสร็จก่อน พอเรียบร้อยทุกๆคนก็เริ่มลร่ำลากัน เสียงดังขึ้นเรื่อย ๆส่วนออสที่ไม่มีใครให้คุยด้วยเนื่องจากสุเดินไปคุยกับเพื่อนคนอื่นๆเลยได้แต่นั่งกินเงียบๆ
“ออสใช่รึป่าว”
ระหว่างที่กำลังนั่งกินอยู่ก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นพอหันไปดูก็พบแพร สาวสวยหน้าหวานที่พึ่งเจอกันไปเมื่อกลางวัน
“ใช่แพร มาหาสุหรอ”ออสถามกลับเพราะคิดว่าแพรไม่น่าจะตั้งใจเดินมาคุยกับเขาอยู่แล้ว
“ก็ใช่แหละออสเห็นสุรึป่าว”เธอถาม
“ก็เดินไปคุยกับเพื่อนๆไปเรื่อยแหละถ้าแพรสนิทกับสุก็น่าจะรู้นะรายนั้นรู้จักคนไปทั่วอยู่แล้ว” ออสตอบกลับ
“อ่าห้ะ อะนี่ฉันให้” แพรพูดพลางหยิบบัตรอะไรซักอย่างออกมาจากกระเป๋าสีดำที่ถือมาด้วยก่อนจะมานั่งข้างๆออสตรงที่สุเคยนั่ง
“อะไรหรอ?”ออสถามพลางเอามือไปรับบัตรจากแพรมาพลิกดูด้านหน้าสีอักษรสีทองเขียนว่า เสี้ยวจันทร์ อยู่
“บัตรสมาชิกร้านฉันเอง ร้านขายเครื่องสำอาง”แพรตอบและเหมือนแพรจะสังเกตุสีหน้าแปลกใจของออสได้จึงรีบพูดเสริมขึ้นต่อทันที
“ไม่ได้มีแต่เครื่องสำอางผู้หญิงนะ พวกเครื่องสำอางของผู้ชายก็มี ของทั่วๆไปอย่างครีมทาผิวแตกก็มีนะ ถ้าถือบัตรสมาชิกนี่ไปลงทะเบียนมันจะได้ลด10%หนะ ฉันเห็นว่าออสเป็เพื่อนสุเลยเอามาให้หนะ”แพรพูดขึ้น ถึงจะบอกว่าเอามาให้เพราะเป็เพื่อนสุแต่ดูจากสีหน้าที่ตั้งใจอธิบายแล้วน่าจะอยากขายของมากกว่าหละมั้ง
“ฮ่าๆๆให้ไปไอ้นี่มันก็ไม่มีปัญญาซื้อหรอกครับ”มีเสียงดังขึ้นด้านหลัง
อุส่าได้คุยกับสาวน่ารักๆทั้งทีสุดท้ายก็มีพวกงี่เง่ามาขัดจนได้พอออสหันไปดูก็เป็ ไอ้หนึ่ง ไอ้สอง สองคนนี้แค่พวกพวกเด็กหลังห้องไม่ใช่นักเลงอะไรแค่พวกงี่เง่าธรรมดาๆที่รังแกได้แต่คนที่คิดว่าไม่ตอบโต้กลับ
“คุณแพรใช่มั้ยครับ ผม หนึ่ง/สอง ยินดีที่รุ้จักนะครับ”ไอ้สองคนนั้นหันไปคุยกับแพรซึ่ง.....
“ไปนะ อย่าลืมแวะไปที่ร้าน”แพรหันมาพูดกับผม
“อ่าได้ถ้ามีเวลาว่างเดี๋ยวไปนะ”
หลังจากออสตอบรับเธอก็เดินออกไปโดยไม่สนใจงี่เง่าหนึ่งสองเลยซํกนิด
“โคตรหยิ่งเลยหวะ”สองคนนั้นก็ได้แต่บ่นอย่างหงุดหงิดเพราะเสียหน้าแต่ก็ไม่ได้ตามไปตอแยอะไร แต่กลับหันมาหาเื่เป้าหมายหลักอย่างออสแทน
“ว่าแต่ทำไมสาวสวยของโรงเรียนถึงเอาบัตรร้านเครื่องสำอางมาให้แกวะ”
“ทำไมอยากได้บ้างหรือไง”ออสตอบกลับแบบเซ็งๆ
“จะเอาไปทำอะไรวะของพวกนี้มีแต่ผู้หญิงใช้”
“หรือแพรจะคิดว่าแกเป็เพื่อนสาววะฮ่าๆๆๆ”
“ไอ้่..เฮ้อออ”ตอนแรกออสเองก็คิดว่าจะด่ากลับแต่ก็เปลี่ยนใจก่อนจะถอนหายใจออกมา
“#$%^&*()(*&^%^&*()(*&” พอเห็นออสไม่ตอบโต้พวกนั้นก็พอเอาใหญ่เล่นมุขเสียๆหายออกมาเรื่อยๆสุดท้ายเขาเลยตัดรำคาญเดินไปห้องน้ำด้านหลังแทน
หลังจากที่เข้าห้องน้ำเสร็จออกมาก็พบว่าไอ้พงษ์กับไอ้ตี๋และเพื่อนในแก๊งมายืนดักรอเขาอยู่
(วันนี้มันอะไรนักหนาวะเนี่ย)ออสได้แต่คิดในใจ
“ไง ซื้อสร้อยเส้นเล็กๆเส้นเดียวเก็บตังตั้ง2เดือนแต่โน๊ตบุ๊ตตัว5หมื่นกลับจ่ายได้ทันทีเลยนะ”เสียงของผู้หญิงดังขึ้นก่อนที่น้ำจะแทรกตัวออกมาจากด้านหลัง
“ไม่ได้เจอกันแค่วันเดียวรวยขึ้นเยอะเลยนะจ๊ะออส”
“เกี่ยวอะไรกับเธอด้วยหละ”
ออสตอบกลับก่อนจะพยายามเดินออกไปทันทีแต่ยังไม่ทันไร
ผลั่ก
เพล้งงง
พอออสเดินออกไปไม่กี่ก้าวไอ้ตี๋ก็กระโจนออกมาผลักออกกระเด็นไปโดนแจกันใบนึงที่วางอยู่หล่นแตกทันที
“อ่าวๆทำของเสียหายซะแล้ว แกดูเหมือนจะซวยแล้วหละ”ไอ้ตี๋พูดขึ้น
ออสหันค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะหันไปมอง
“อะไรวะคนที่ทำหล่นคือแกตังหาก”ออสพูดก่อนจะเริ่มมองหาทางเดินออกไปจากตรงนี้แต่ทางเดินโดนขวางไว้หมด
“เกิดอะไรขึ้นคะ”พนักงานสาวคนนึง น่าจะได้ยินเสียงอะไรแตกเลยรีบเดินมาดู
“ว้ายตายแล้ว”พอเธอเดินมาเห็นแจกันใบสวยที่ตั้งอยู่ตรงทางเดินตกแตกก็มีท่าทางใ
“ใครทำคะ แจกันนี่เป็ใบโปรดของเ้าของร้าน ที่ซื้อมาจากงานประมูลงานศิลปะราคาแพงนะ”
พอได้ยินพนักงานพูดแบบนี้ทุกคนก็ชี้มาทางออสทันที
“เฮ้ย พี่พนักงานผมไม่ได้ทำนะ ไอ้พวกนี้มันผลักผม”ออสรีบตอบกลับ
“นี่เพื่อนทำผิดก็ยอมรับสิวะ อย่ามาโทษคนอื่น”ไอ้พงษ์ตัวหัวโจกพูดขึ้นยิ้มๆ
“เปิดกล้องดูสิเดี๋ยวก็รู้”พอพูดจบออสก็มองไปรอบๆปรากฎว่าไม่มีกล้องวงจรปิดอยู่แถวนี้เลย
“ปกติใครมันจะติดกล้องทางเดินหน้าห้องน้ำหละคะ แต่พยานตั้งเยอะคุณทำแตกก็ชดใช้ค่าเสียหายมาแล้วทางเราจะไม่เอาเื่ แจกันชิ้นนี้ราคา2แสนยูนิต”พนักงานดูเหมือนจะปักใจเชื่อทันทีโดยไม่ได้สนสถานการณ์แปลกๆที่ทุกคนรุมกันโทษออสเลยซักนิด
โธ่เว้ยทางเดินหน้าห้องน้ำทำไมจะติดกล้องไม่ได้วะตรงนี้ยังไม่ได้เข้าห้องน้ำซักหน่อย แล้วจะเอาไอ้แจกันแพงฉิบหายนี่มาตั้งที่ทางเดินหน้าห้องน้ำทำไมกัน
“รปภ ช่วยมาทางเดินหน้าห้องน้ำด้วย”เธอหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาพูด
ไม่นานก็มีรปภสองคนเดินเข้ามา
“มีอะไรครับ”
“เด็กคนนี้ทำของร้านเสียหายแล้วไม่ยอมจ่าย รบกวนหิ้วไปส่งตำรวจที”เธอพูด
“เฮ้ยเดี๋ยวๆๆๆ ผมจ่ายก็ได้”ออสเริ่มลนลานเขากลัวที่จะต้องโดนตำรวจจับ เพราะถ้ามีประวัติการจับกุมอนาคตทั้งเื่งาน หรือแม้แต่เื่ที่เขากำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยได้มีปัญหาแน่ๆ
ออสรู้ว่าตัวเองมีตังที่จะจ่ายได้ตอนนี้ แต่ดันรนจนลืมสนิทว่าตัวเองติดต่อไปเคลียกับเ้าของร้านเองเลยก็ได้เพราะร้านนี้มันเป็ร้านที่มีตระกูลเขาอยู่เื้ั
พอได้ยินว่าออสจะจ่ายค่าเสียหายแล้ว พนักงานก็บอกให้ รปภ ออกไปยืนรอที่สุดทางเดิน
“ผมไม่มีเงินสดจะให้โอนไปไหน”
พอพูดจบพนักงานสาวก็หยิบโทรศัพมากดก่อนจะยืนqrcodeออกมา
พอออสเห็นก็กดสแกนจ่ายไปทันทีโดยไม่ได้เอะใจเลยว่าการจ่ายค่าเสียหายที่แพงขนาดนี้ควรจะไปจ่ายที่เ้าของร้านหรือไม่ก็ฝ่ายบัญชีมากกว่า
พอจ่ายเสร็จพนักงานสาวก็เรียกรปภมาอีกครั้ง
“ช่วยพาเขาออกไปด้วยถึงแม้ว่าเขาจะจ่ายค่าเสียหายแล้วแต่ที่นี่คงไม่ต้องรับเขาอีกแล้ว
พอพนักงานสาวพูดจบ รปภ ก็เดินเข้ามาจับแขนออสและลากออกไป
ออสสะบัดมือออกอย่างหงุดหงิด
“ฉันเดินเองได้ไม่ต้องมาจับ”
พอพูดจบเขาก็เดินออกไปโดยมีรปภสองคนเดินตามประกบ