“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เอง” มู่เชียนจิ่วรู้สึกตื่นเต้น สมบัติิญญาป้องกันใด ๆ ก็ไม่อาจต้านทานกระบองถงเทียนได้แม้แต่น้อย ผู้าุโที่สร้างอาวุธเซียนชิ้นนี้ ช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก!
หญิงสาวชื่นชอบกระบองนี้เป็อย่างมาก มีของชิ้นนี้อยู่กับตัว ต่อให้เจอปีศาจหรือสัตว์ร้ายใด ๆ นางแค่ฟาดกระบองใส่ ก็สามารถเอาชนะได้แล้ว!
“อาจารย์ขอรับ!” เย่เสวียนได้สติก็รีบเข้าไปดูอาจารย์ของตน ทว่าเมื่อเห็นศิษย์ใหม่ผู้สวมหน้ากากยกกระบองในมือขึ้นอีกครั้ง ก็ต้องรีบถอยออกไปทันที
มู่เชียนจิ่วอารมณ์ดีขึ้นโดยพลัน นางยิ้มจนตาหยิบหยี หาได้สนใจเย่เสวียนไม่ เอาแต่จ้องเขม็งไปที่น้องสาวนอกไส้ “แม่นางมู่ ความแค้นทั้งเก่าและใหม่ของเรา ถึงเวลาชำระแล้วใช่หรือไม่?”
“เ้า...เ้าคิดจะทำอะไร!” มู่เทียนเซี่ยถึงกับปากสั่น ใบหน้าซีดเผือด มือข้างหนึ่งกุมท้ายทอยของตนเองเอาไว้โดยไม่รู้ตัว
มู่เชียนจิ่วก้าวไปตรงหน้าหนึ่งก้าว ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย “เ้าอยากสังหารข้าหลายครั้งหลายครา เ้าคิดว่าข้าจะทำอะไรเล่า?”
“เหลวไหล!” มู่เทียนเซี่ยทำท่าทางน่าสงสาร “ข้าแค่อยากจะทักทายเ้าเท่านั้น แต่เ้ากลับลงมือกับข้าและ้าสังหารข้า ข้าไปล่วงเกินอะไรเ้ากันแน่!”
มู่เชียนจิ่วเบะปาก ก่อนจะยกกระบองถงเทียนในมือขึ้น “เ้าอยากได้เหตุผลอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นข้าจะบอกให้…ข้าไม่ชอบขี้หน้าเ้า คำตอบนี้เ้าพอใจหรือไม่?”
“เ้า!!!” มู่เทียนเซี่ยมองศัตรูคู่อาฆาตด้วยสายตาเคียดแค้น ทว่าทันใดนั้นก็หมุนกายรีบหนีไป!
เสียงัคำรามดังขึ้นเบา ๆ เพียงเสี้ยวอึดใจมู่เชียนจิ่วก็ตามมู่เทียนเซี่ยทัน นางจับจ้องท้ายทอยของอีกฝ่าย กระบองถงเทียนในมือพลันมีแสงสีดำปกคลุม
หากนางฟาดกระบองนี้ลงไป ต่อให้ไม่สามารถสังหารมู่เทียนเซี่ยได้ แต่ก็คงทำให้อีกฝ่ายาเ็หนัก อาจถึงขั้นนอนเป็ผักก็ได้!
มู่เชียนจิ่วเงื้อกระบองขึ้น อีกแค่อึดใจเดียว กระบองถงเทียนก็จะประทับลงเน้น ๆ ที่ท้ายทอยมู่เทียนเซี่ยสมดังใจแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า!!!
ทว่าจู่ ๆ ก็มีกระบี่เซียนเล่มหนึ่งพุ่งลงมาจากฟากฟ้า…เป้าหมายคือขัดขวางการโจมตีของมู่เชียนจิ่ว
มู่เชียนจิ่วหรี่ตาลง รีบเอากระบองถงเทียนบังเอาไว้!
*เคร้ง!*
กระบี่เซียนกระเด็นออกไป มู่เชียนจิ่วเองก็เซถอยหลังไปหลายก้าว เืลมภายในกายแปรปรวนทันที มุมปากมีเืไหลออกมา
ยิ่งไปกว่านั้น มือที่จับกระบองถงเทียนก็มีเืไหล และไหลไปตามกระบองจนกระทั่งหยดลงพื้น
มู่เชียนจิ่วก้มหน้าลงมองาแที่มือของตนเอง …ตบะบารมีของนางยังต่ำเกินไปจริง ๆ ต่อให้นางจะมีเคล็ดวิชาและอิทธิฤทธิ์จากชีวิตก่อนอยู่บ้าง แต่น่าเสียดาย ที่ตบะบารมีในชีวิตนี้ยังต่ำเกินไป จึงไม่สามารถสำแดงเคล็ดวิชาเ่าั้ออกมาได้อย่างเต็มที่!
นางยังััได้ว่าอาวุธเซียนอีกสามชิ้นในกายเริ่มสั่นะเื จึงพยายามอยู่นาน กว่าจะทำให้พวกมันสงบลงได้
“อาจารย์!” มู่เทียนเซี่ยเห็นคนที่มาช่วย แววตาพลันเปล่งประกายดีใจ!
ผู้าุโจิ่งอี๋โรยตัวลงมาจากกลางอากาศ ก่อนที่ผู้าุโเ้ายอดเขาท่านอื่นจะโรยตัวตามลงมา เมื่อพวกเขาเห็นศิษย์และผู้าุโที่สลบอยู่บนพื้น ต่างก็มีท่าทางตื่นใอย่างมาก
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!” ภายในใจจิ่งอี๋ไม่ได้สงบนิ่งเหมือนสีหน้าที่แสดงออก นางเป็ถึงผู้แข็งแกร่งระดับผสานเต๋า! แต่ศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ผู้หนึ่ง กลับสามารถต้านทานการโจมตีของนางได้!
“อาจารย์ เขาจะสังหารข้าเ้าค่ะ!” มู่เทียนเซี่ยมีสีหน้าซีดเผือด ร่างบางสั่นเทาไม่หยุด แววตาทอประกายความกลัวออกมาอย่างไม่ปิดบัง
ผู้าุโในที่นี้ต่างขมวดคิ้วมุ่น ทำร้ายศิษย์ร่วมสำนักถือว่าทำผิดกฎร้ายแรง!
เื่นี้หากเป็เื่จริง ต่อให้เด็กคนนี้จะเป็ศิษย์ของท่านเ้าสำนัก พวกเขาก็ต้องลงโทษสถานหนัก!
“ว่ามา เหตุใดเ้าจะต้องสังหารศิษย์ร่วมสำนักด้วย!” ผู้าุโจิ่งอี๋มองหน้ามู่เชียนจิ่ว ไอพลังของผู้แข็งแกร่งระดับผสานเต๋าแผ่ปกคลุมกายของมู่เชียนจิ่ว
มู่เชียนจิ่วร่างกายสั่นเทิ้ม ขณะที่นางรู้สึกว่าตนใกล้จะทนไม่ไหว ฌานดรุณในร่างของนางจู่ ๆ ก็ตื่นขึ้น ทำให้พลานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่ผู้าุโจิ่งอี๋ปล่อยออกมาพลันถูกขจัดไปส่วนหนึ่ง!
“อ๊ะ?” เมื่อเห็นมู่เชียนจิ่วค่อย ๆ ยืดตัวตรงอย่างมั่นคงได้อีกครั้ง จิ่งอี๋ตื่นตระหนกเป็อย่างมาก ตบะบารมีของศิษย์ผู้นี้อย่างมากก็แค่ระดับฌานดรุณ แต่กลับสามารถต้านทานพลานุภาพของนางได้!
มู่เชียนจิ่วถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจิ่งอี๋ พลางหัวเราะ
สีหน้าของจิ่งอี๋แข็งค้างทันที “เ้าหัวเราะอะไรกัน!”
“ผู้าุโจิ่งอี๋ ศิษย์เคารพที่ท่านเป็ผู้าุโ แต่ท่านกลับเลือกที่จะฟังความข้างเดียว และตัดสินว่าข้า้าสังหารศิษย์ร่วมสำนัก ดูจะเป็การลำเอียงเกินไปหน่อยหรือไม่?” มู่เชียนจิ่วมองจิ่งอี๋ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
“ฟังความข้างเดียว?” จิ่งอี๋ขมวดคิ้วแน่น “เมื่อครู่ข้าเห็นกับตาว่าเ้าจะทำร้ายนาง เ้ายังจะแก้ตัวอีกอย่างนั้นหรือ!”
มู่เชียนจิ่วได้แต่คร่ำครวญในใจ …ช่างโชคร้ายจริง ๆ
หากรู้ว่าจะมีคนมาพบเข้า นางคงลงมือให้เร็วกว่านี้ไปแล้ว!
ทางด้านผู้าุโตันซิงจื่อเข้าไปตรวจดูอาการของบรรดาศิษย์และผู้าุโโจว พบว่าพวกเขาเพียงแค่สลบไป จึงถอนหายใจออกมาเบา ๆ “พวกเขาไม่ได้เป็อะไรมาก เพียงแค่ถูกตีจนสลบเท่านั้น พักผ่อนไม่กี่วันก็คงฟื้นแล้ว”
“ศิษย์น้องจิ่งอี๋ ข้าคิดว่าเื่นี้ควรถามให้กระจ่างก่อนจะดีกว่า” ผู้าุโสูงสุดลุกขึ้นยืน พลางเอ่ยออกมาอย่างเป็กลาง
ผู้าุโตันซิงจื่อเอ่ยสำทับ “ใช่แล้ว ศิษย์น้องจิ่งอี๋ พวกเราจะฟังความข้างเดียวไม่ได้”
ผู้าุโจิ่งอี๋ที่กำลังโมโห หมุนกายไปถลึงตาใส่ผู้าุโสูงสุด “หากไม่ใช่เพราะข้ายื่นมือมาขวางไว้ได้ทัน เมื่อกระบองนี้ฟาดลงไปจะมีผลเช่นไร พวกเ้าย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ!”
“เื่นี้...”
ผู้าุโทั้งหมดต่างมองหน้ากัน และได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ ออกมา
กระบองถงเทียนไม่เพียงสามารถทำลายกายเนื้อได้ แต่ยังทำลายจิติญญาได้ด้วย
อย่างน้อย ๆ อาจจะทำให้สลบไปหลายวัน แต่หากร้ายแรงกว่านั้น จิติญญาอาจได้รับาเ็ และมีโอกาสกลายเป็คนพิการ
ศิษย์ของหอคุมกฎเหล่านี้ยังไม่ต้องพูดถึง แต่ว่ามู่เทียนเซี่ยมีชีพจริญญาระดับฟ้าที่หาได้ยาก เวลานี้ในบรรดาศิษย์ทั้งสำนักชิงอวิ๋น รวมมู่เทียนเซี่ยแล้วก็มีเพียงสามคนเท่านั้น
เมล็ดพันธุ์ที่ดีเช่นนี้ หากเป็อะไรไป ย่อมถือเป็การสูญเสียอันใหญ่หลวงสำหรับสำนักชิงอวิ๋นก็ว่าได้!
“เ้าบอกมาซิว่ามันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?” ทันใดนั้นผู้าุโสูงสุดก็คิดขึ้นได้ว่ายังมีพยานอีกหนึ่งคน จึงหันไปมองหวงฟู่จ้าวเอี้ยน
มู่เทียนเซี่ยใจกระตุกทันที และมองไปทางหวงฟู่จ้าวเอี้ยนเช่นกัน
“อาจารย์ เื่เป็เช่นนี้ขอรับ” หวงฟู่จ้าวเอี้ยนเล่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยไม่มีการใส่สีตีไข่แต่อย่างใด
เหล่าผู้าุโล้วนทันคนกลเล่ห์ ใบบรรดาผู้าุโทั้งเจ็ด คนที่มีอายุน้อยที่สุดอย่างผู้าุโเจ็ด ก็อยู่มานานถึงสามพันกว่าปีแล้ว ใครพูดจริงพูดเท็จ พวกเขาแค่มองก็สามารถรู้ได้แล้ว
ผู้าุโสูงสุดมองไปทางผู้าุโจิ่งอี๋ “ศิษย์น้องจิ่งอี๋ เื่นี้เ้าคิดเช่นไร?”
จิ่งอี๋มีสีหน้าย่ำแย่ลง ทว่าสายตากลับวาวโรจน์ “เซี่ยเอ๋อร์ จริงหรือไม่?”
“อาจารย์ ข้า...ข้า” มู่เทียนเซี่ยก้มหน้างุด เม้มริมฝีปากจนแน่น ภายในใจรู้สึกเคียดแค้นหวงฟู่จ้าวเอี้ยนเข้ากระดูกดำ
จิ่งอี๋สะบัดแขนเสื้อพลางเอ่ย “กลับไปแล้วเ้าต้องอธิบายเื่นี้ให้อาจารย์ด้วย!”
“เ้าค่ะ อาจารย์” มู่เทียนเซี่ยมีสีหน้าซีดลง จะให้อาจารย์รู้ว่านางมีจิตคิดร้ายกับผู้อื่นไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นต่อให้นางมีชีพจริญญาระดับฟ้า ก็จะถูกขับออกจากสำนักอยู่ดี!
นางไม่อาจทนรับความอัปยศเช่นนั้นได้ ตระกูลมู่ของพวกนางยิ่งไม่ต้องพูดถึง!
จิ่งอี๋มองหน้ามู่เทียนเซี่ยครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปทางอื่น “เื่นี้หากเซี่ยเอ๋อร์ผิดจริง ข้าที่เป็อาจารย์จะให้คำอธิบายที่น่าพอใจแก่พวกเ้าอย่างแน่นอน แต่เื่ที่ศิษย์ผู้นี้ลงมือกับผู้าุโและศิษย์ของหอคุมกฎ หากไม่จัดการให้เด็ดขาด ต่อไปศิษย์คนอื่น ๆ ก็จะสามารถละเมิดกฎของสำนักได้ หากเป็เช่นนั้น ไม่เท่ากับทำให้สำนักของเราเสื่อมเสียชื่อเสียงหรอกหรือ?”
.
.
.