นึกว่าจะจบลำพังแค่นี้ หยุดการเข่นฆ่าผู้เคราะห์ร้าย
มวลวัยเยาว์ได้ ด้วยการเข้าหาขอร้องต่อบิดา
จำต้องมารู้เห็นอีกเื่ ซึ่งบักลายสือปฏิเสธไม่ลงกับความกตัญญูของมัน
แม้ลืมตาเกิดมามีมารดาอุ้มชู ขาดการเหลียวแลจากผู้เป็พ่อ
อันถูกครอบงำ โดยคำทำนายล้างผลาญ ขนาดตามล่าฆ่าให้สิ้นซาก
ไม่อยากให้เป็เสี้ยนหนาม หวั่นผลัดเปลี่ยนระบบเทวาธิราชที่ปกครองมายาวนาน
หากแต่แถนฟ้าก็ลิขิตกำหนดไว้เฉกเช่นกัน เพื่อพิภพคงความสมดุล
อาณาจักรแดนมนุษย์ต้องก้ำกึ่งค้านอำนาจต่อกันถึงจะถูก
ธำมรงค์ประทานแก่กษัตริย์ องค์สามารถรวบรวมแผ่นดิน
อีกวงมอบยังผู้สืบสันติวงศ์ที่ควรคู่นำพาประชาราษฎร์ผาสุก
นั่นคือแก่นแท้ ดุจเสี่ยงทายในภายภาคหน้า เส้นทางระหว่างพ่อลูกจึงกัน
ลานดินกว้างใต้ต้นกระโดน คำปงคุยกับบุตรชาย
“แม่บ่ว่าเจ่าดอก”
ด้านนางเห็นด้วยกับความคิดจะหาตัวผู้ทำความผิด ไม่ใช่ปล่อยไปเยี่ยงนี้
ด้วยสิทธิ์เืเนื้อเชื้อไข โดยชอบธรรมย่อมเหมาะสม
ลายสือเองไม่สบายใจนัก เท็จจริงรู้ว่าท้าวเทศคือคนดีที่เดือดร้อน
จากการได้ฟังคำสนทนาของท้าวเทศกับมารดาองค์หญิงขันทอง
ระหว่างลอบเข้าเยี่ยมบิดา ภายในเขตปราสาทราชวัง
ประเด็นวางยาเป็ฝีมือผู้ใดกันแน่ ต้นสายปลายเหตุมาจากไหน
ถึงขั้นก่อให้องค์เลอสรวงตกในอาการไร้ซึ่งสติ
“ลูกสิแวดวังโต”
บักลายสือรับปากแม่ แต่การจะหามูลคนร้ายไม่ใช่เื่ง่าย
มีตาลุนกับเสือหาญเป็หูเป็ตา พาไปได้ทุกที่ด้วยมนตราเลยสะดวก
ฝั่งอยู่ทางนี้ต่างช่วยกันหาเบี้ย มาจุนเจือประทังชีวิต
...หลังจากขี่ม้าตะเวนหาความคืบหน้า เื่พระาาหยุดฆ่าบรรดาเด็กชายเป็อันยุติแน่แท้
เสือหาญมาถึงซุ้มเพิงหมาแหงน ตอนบ่ายจึงทราบอีกอย่าง
ว่าด้วยเจตนาบักลายสืออยากอยู่ต่อ เพราะพ่อของมันล้มป่วยกะทันหัน
บางอย่างดูเหมือนมีเงื่อนงำ ฟังจากคำตาลุนที่เห็นแล้วนำมาเล่า ประเด็นส่อเค้าถูกวางยา
ปวารณาตนคืนกลับมาเป็คนดี เสือหาญจึงต้องประสานงาน
ให้บักลายสือได้เข้าพบปะกับบุคคลที่ตนพอรู้จัก
นั่นคือท้าวเทศ เชื้อพระวงศ์ซึ่งใกล้ชิดเยื่องยุคลบาท
อดีตโจรกลับใจ มีส่วนผิดสมัยร่วมในขบวนการลักพาเด็ก
เอาไปขายต่อยังคุ้มอิทธิพลเถื่อน ผ่านคำบัญชาลับขององค์เหนือหัว
แลกกับการอยากมีบั้งตำแหน่ง ต้องคอยเป็มือเป็ตีนให้นาย
สุดท้ายได้ตาลุน รุ่นพี่ศิษย์สำนักอาจารย์เดียวกันฉุดจากวงจรตรงนั้น
เลือกหันมาช่วยเหลือแก้ตัวใหม่กับความพลาดก่อการกระทำ
ตื่นแต่เช้าพากันอาบน้ำ แต่งกายให้ดูสะอาดสะอ้าน
เหมาะสำหรับการเข้าหาชนชั้นสูง ลดอคติลงจากที่แคลงใจ
เพื่อดูลาดเลา เสือหาญอาสาพาถึงเคหะสถานท้าวเทศ
ครั้งสมัยเคยเป็สมุนกันมาก่อน จึงง่ายขึ้นแค่บอกชื่อนาม
ศิลาแลงก่อล้อมกั้น ราชฐานชั้นนอกเรือนท้าวเทศท่านสมฐานะ
แม่หญิงมาลาทำการต้อนรับแทนผัวนาง ที่ปลีกวิเวกไปนั่งสมาธิทำใจ
“ถ่าก่อนเด้อ กำลังให้คนไปเอิ้นอยู่”
หมู่นี้ท้าวเทศกลุ้มหนัก เดือดร้อนอยู่ไม่สุขมักออกข้างนอกสถานที่
หาแหล่งสงบพึ่งพิง ใช้วัดวาอารามสำหรับอาศัยซุกหัวนอน
หรือกรรมที่ก่อไว้ในฐานะเคยเป็หนังหน้าไฟ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอก
ใช้ภาระกิจเดินสายไปทั่วเขตหัวระแหง เพื่อสรรหามวลยุวชน
นำมาล้างบางสนองตามราชกำหนด บัดนี้คงต้องชดใช้ในบาป
“บ่เป็หยังดอก เ้านาง”
ยกขันน้ำขึ้นดื่มแล้ว เสือหาญไม่รีบจึงแนะนำผู้มาด้วยกันให้รู้จัก
บอกธุระที่มาหา สิ่งสำคัญ้าพบท้าวเทศเท่านั้น
นั่งพูดคุยสัพเพเหระ เพราะเคยเห็นกันมาก่อนหลายคราว
มาลาเองพื้นเพคน*ฟ้าแดดสงยาง ขณะท้าวเทศเป็ตัวแทนพระองค์เยือนราษฎร
ตามกิจวัตรซึ่งรับมอบหมายให้ทำหน้าที่ ด้วยจิตใจศรัทธาในพุทธศาสนา
มักชอบเข้าวัดวาเวียนตามท้องถิ่น วันเพ็ญเต็มดวงแวะสักการะ*พระธาตุยาคู
พรหมลิขิตนำพาเจอรักแรกคือเธอ ลูกสาวท้าวจันไดแห่งแดนกาฬสินธุ์
โดยบรรดาเมียของท้าวเทศ ส่วนใหญ่เป็สาวชาวบ้านธรรมดา
หากแต่มีบ้างอนุภรรยามาใหม่ นางอุทัยวรรณบุตรพระยานครตักสิลาสารคาม
...นั่งม้ามาวัดปฏิบัติธรรม พออาศัยให้จิตใจเข้มแข็งต่อคำครหาที่ถูกมองเป็ผู้ร้าย
่นี้ท้าวเทศเจออุปสรรคใหญ่หลวง รอสักวันคงถูกปะาหมดโครตแน่ ๆ
ไม่นิ่งนอนใจเท่าไร กับฝั่งของจามรเทวีขึ้นมามีบทบาท
ได้ท้าวรณชัยขุนนางชั้นผู้ใหญ่เป็ฝ่าย เลยรู้เงาหัวตัวเองดี
กำลังเพียรใช้ธรรมะบรรเทา ก็มีบ่าวไพร่ขี่ม้าตามเรียก
จึงละจากสถานธรรมรีบกลับยังเรือน เพราะในถ้อยคำฝากบอก จากนางมาลาภรรยาหลวง
อันเสือหาญพาผู้มีบุญญา มาแสดงตัวตนต่อเครือญาติ
ทางด้านมาลา ทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง
นางสั่งบ่าวในครัวให้จัดหาสำรับมาเลี้ยงดูปูเสื่อไปพลาง ๆ ขณะรอ
ทางท้าวเทศ พอลงจากม้าปรี่เดินขึ้นเรือนโดยเร็ว
“กูคึดนำมึงอยู่ บักหาญ”
เคืองที่สมุนตัดขาดไปเฉย ๆ ตอนใช้ให้ปราบอริขัดขวางงาน
กรณีเก่าคราวเยือนกู่บ้านภารแอ่น แต่ก็โกรธไม่ลง
อย่างน้อยยังหวนกลับมาหากันอยู่ ในยามเช่นนี้
กินข้าวอิ่มท้อง เสร็จสรรพนั่งไม่นานปรากฏท้าวเทศมาพอดี
“ข้าน้อย ขอขมาท้าวท่านเด้อ”
สิ่งแรกทำเสือหาญยอมรับว่าตนสำนึก ก้มกราบสำหรับสิ่งผ่านมา
พรรคพวกเคยคบค้าสมาคม ล้วนกลัวที่จะถูกสืบสาวราวเื่ถึงตัวในคดีวางยา
ต่างเลิกติดต่อหวั่นอาญาโดนร่างแหไปด้วย เหลือที่เชื่อมั่นท้าวเทศบริสุทธิ์เพียงไม่กี่คน
“ลุก ๆ เว้ามาดู๊ มึงไปอยู่ไสมา?”
ดีใจซะอีกที่เสือหาญยังมาถึงเรือนชาน ท้าวเทศไม่ถือสา
ทั้งถามไถ่สมุน ซึ่งตนเองก็เคยคิดจะหลอกใช้สอยแค่นั้น
ก่อนอื่นเสือหาญพูดเกี่ยวกับบักลายสือที่มาด้วยกัน
“ข้าน้อยพาเชื้อแถว แนวเจ่ามานำตั๊ว”
รู้เห็นเช่นชาติตัวเองแล้ว ลายสือยกมือไหว้ผู้มีศักดิ์เป็น้า
สีหน้างุนงง ท้าวเทศมองเด็กชายอายุเข้าสู่วัยกระทง
“มึงเป็ไผ? บักหนิ”จึงถามด้วยความแปลกใจ
กล้าพอประกาศตน เพราะเหตุผลอยากหาคนร้ายซึ่งทำกับบิดา
“ข่อย ลายสือลูกพ่อหลวงเลอสรวง”
ฟังที่บอก ท้าวเทศนิ่งงัน ขั้นไม่คาดคิดโผล่มาจากไหน
“อย่าหาเว้ามั่วซั่ว เด้อมึง”คำท้วงขู่ด้วยวาจาพูดดุเอา
จึงเผยจุดประสงค์ที่มาไม่ใช่เพื่อสิทธิใดสักน้อย หากแต่ต้องหาคนลงมือทำร้ายพ่อมัน
เลยเอ่ยนามเก่ามารดาคาระปง ทั้งเล่าถึงสิ่งประสบพบภัย
นางถูกไล่ฆ่าอย่างอเนจอนาถ แม้ขนาดท้องโต
คลอดลูกในจอมปลวกบริเวณสถูปร้าง กระทั่งมีดตัดสายสะดือยังไม่มี
ใจเด็ดใช้คมฟันกัดจนขาด ได้พรตฤาษีชีไพรช่วยไว้ ดั่งประทานชีวิตให้ใหม่
ทุกประโยคซึ่งฟังจากปากคำของแม่ ตัวมันถ่ายทอด กดอาการะเืใจไว้ในอก
“บ่คึดสิขี้ตั๋วดอก ขอรับ”
รับประกันยกเอาเื่แหวนวิเศษ ที่อุตส่าห์แลกกับสัญญา
จะไม่ยุ่งเกี่ยว ฝักใฝ่ในอำนาจและหยุดโองการทำนายพรากชีวิตผู้ไม่ประสา
“มึงว่าจังได๋? บักหาญ”
กะทันหันจวนตัวแบบนี้ ท้าวเทศชักลังเล
“แม่นควมจังซั่น อีหลีท้าวท่าน”
ถ้าไม่ได้ตาลุนดึงสติ คงเฉือนปาดคอท้าวเทศไปนานแล้ว
เนื่องฝากความหวังไว้ แต่ไร้วี่แววในการพึ่งพาช่วยยกระดับตน
กะจะเปลี่ยนเส้นทางที่เคยดำเนิน ประพฤติชั่วมามาก
อิงผู้หลักผู้ใหญ่เผื่อใช้เส้นสาย ให้ได้มาในศักดินาล้างคราบโจรถ่อย
สรุปยอมทำใจ ริเริ่มตั้งต้นเสือหาญเข้ากลุ่มคณะหนุนบักลายสือ
เสียงสะอื้นร่ำไห้ จากมาลาที่นั่งในวงสนทนา พลอยรับรู้ประวัติผู้มีบุญ
ช่างรันทดชะตาชีวิตที่ผ่านมา จำได้ตอนนั้นนางเองก็ตั้งครรภ์
เฉกเช่นเดียวกันกับมเหสีคาระปง คราวถูกจับมัดหลักปะา
โทษอาญาเสนียดขัดแย้ง ข้อหาอุ้มท้องทายาทอันตรายต่อแผ่นดิน
“ไผสิเว้าหยังกะตาม นางเชื่อว่าเฮืองจริง”
ใช้ชายสไบซับน้ำตา มาลาฟูมฟายโน้มเอาบักลายสือเข้ากอดปลอบ
“บักหล่าเอ้ย เป็ตาลิโตนเนาะ”
หวนนึกถึงพระคุณมารดาที่ฝ่าฟันกันมาขั้นนี้ได้
“พ่อกับแม่บุญคุณล้นฟ้า ถิ่มวางบ่ลงต้องตอบแทนเพิ่น”
ตลอดมาคือสิ่งมันคำนึง จึงแบกรับได้เสมอไม่กลัวลำบากใด
ถอยออกจากอ้อมแขนแห่งความสงสาร ท่าทางสุภาพเมื่อถูกคลาย
พินิจลักษณะ ความเป็ไปได้ท้าวเทศเลยอยากรู้อีกอย่าง
“แล้วคาระปง นางเป็จังได๋หล่ะ”หยั่งเชิงถามถึงพยานสำคัญ
“พอดีหละ พวกเฮาถ่าอยู่ทางข้างค่ายในป่าตั๊ว ท้าวท่าน”
ถือโอกาสเสือหาญชักชวนท้าวเทศให้ไปเห็นกับตา
“ป่ะ ซั่นหน่ะฟ้าว ๆ แหน่”
จากปลงตก พลิกผันท้าวเทศมีหนทางหลุดรอดมลทิน แก้ไขไปทีละเปราะ
หันมาบอกเมียกำชับหนักแน่น อย่าพูดเื่นี้ออกไปให้ใครฟังเด็ดขาด
จนกว่าจะมั่นใจ ในสายสัมพันธ์ซึ่งสามารถใช้ค้ำจุนสถานะตนเองได้
...ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น การแฝงตัวใกล้แนวรั้วเขตทหาร
เพราะทำตัวเหมือนชาวบ้านทั่วไป หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วยอาชีพสุจริต
บักตุ้ยมีญาติในตลาดแถวประตูชัย ถิ่นชุมชนใหญ่ มันจึงรู้วิธีค้าขาย
ภูมิปัญญานางคำปง ทำเกือกรองเท้าแลกเปลี่ยนเป็ข้าวแบ่งกันกิน
ถกต้นปอป่ามาทอผ้าห่ม สานตะกร้าขายเป็เบี้ย
สองผัวเมียนายผารงกับนางอุไร รับจ้างขนของด้วยมีเกวียนเทียมวัว
ส่วนเด็ก ๆ ใช้กำลังรับจ้างสารพัด พอให้ได้ประทัง
ที่อยู่อาศัยสร้างอย่างง่าย ๆ ไม่ได้ถาวร ใบตาลมุงหลังคา ท่อนไม้คานสอดประกอบเป็หลัง
ห้องส้วมปวดหนักเบาก็เข้าป่า มีจอบมีเสียมให้ขุด
หนองน้ำใช้สอยไม่ไกลนัก จัดเวรหาบคอนใส่ตุ่มเอาไว้กินพอ
ถ้าจะอาบสามารถเดินไปได้ ไม่กังวลอะไรเพราะต่างสมัครใจ
“นี่เบาะ! ม่องสูนอยู่บักหาญ”
พอเห็นท้าวเทศทนไม่ได้ อุทานในสภาพที่ขัดสน
“หนิหละขอรับ บ่มีไผสิมะงึด”อีกแง่มุมของเสือหาญจึงอธิบาย
แิไม่เป็ที่สนใจของใคร ปัดความสงสัยไปได้
ทำตัวกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม เสมือนพวกอพยพมาหากินต่างถิ่น
“ฮ่วย! ท้าวเทศมาตั๊วสู”
ละมือจากเหลาตอกไผ่ ตาลุกขึ้นมองเห็นก่อน
ได้พรายกระซิบ เ้ารัก เ้ายมที่เลี้ยงบอกล่วงหน้า
ขณะเสือหาญกับบักลายสือพาท้าวเทศเข้าถึงลานดิน บริเวณใต้ต้นไม้มีแคร่ให้ได้นั่ง
“บ่พ้อกันโดน เป็จังได๋แหน่น้อ”
คำปงนางยกขันน้ำออกมาให้ดื่มกิน อีกทักถามผู้มาเยือน
“ซำบายตะคิง แต่ทางใจทุกข์คัก ๆ”
บอกตามตรงท้าวเทศ ยกมือไหว้ตามธรรมเนียมปฏิบัติ
นับยศฐาองค์หญิงคาระปง ยังคงต้องให้เกียรตินับถือ
ทั้งหลายรวมกลุ่มใต้ร่มเงา รับหน้าท้าวเทศซึ่งมาเพื่อพิสูจน์
เมื่อประจักษ์แล้วคือเื่จริง บักลายสือผู้มีบุญตัวเป็ ๆ
อันจะนำพาพ้นชะตากรรม ตกเป็จำเลยในสายตาผู้อื่น
ในหัวท้าวเทศควรสร้างพันธมิตร ดึงเข้ามาเป็พวกพ้อง
พร้อมที่จะสนับสนุน ยึดหลักตามสายโลหิต สมควรเชิดชูสืบสันติวงศ์.
*ฟ้าแดดสงยาง คือจังหวัดกาฬสินธุ์ในปัจจุบัน
ถือเป็เมืองโบราณ ลักษณะแผนผังคล้ายใบเสมา
มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ บริเวณโนนเมืองเก่าพบว่ามีชุมชนโบราณ
เข้ามาอยู่อาศัยั้แ่พุทธศตวรรษที่ 3 และเมื่อวัฒนธรรมทรารวดี
แผ่เข้ามาใน่พุทธศตวรรษที่ 11-16 จึงเกิดการกระจายตัวมาอยู่นอกบริเวณโนนเมืองเก่า
และอาศัยต่อเนื่องมาจนถึงสมัยอยุธยาทั้งสองพื้นที่
*พระธาตุยาคู เจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาทั้ง 14 องค์
เป็โบราณสถานทางตอนเหนือของเมืองฟ้าแดดสงยาง
ศิลปะสมัยทวารวดี ก่อด้วยอิฐขนาดใหญ่ ไม่สอปูน
นับเป็โบราณสถาน ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมานานหลายศตวรรษ
ปัจจุบันตั้งอยู่ในตำบลหนองแปน จังหวัดกาฬสินธุ์
*นครตักสิลาหรือเมืองสารคาม นับเป็แหล่งรวมวัฒนธรรมของชาวอีสาน
มีชุมชนโบราณมากมาย ไม่ว่าจะเป็ชุมชนบ้านเชียงเหียน
หมู่บ้านปั้นหม้อของชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา
สถานที่สำคัญทางศาสนา เช่นพระธาตุนาดูน กู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน
กู่บ้านแดง อำเภอวาปีปทุม และปรางค์กู่ ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม
ที่น่ามาศึกษาหาความรู้ทางประวัติศาสตร์เป็อย่างยิ่ง
(อ้างอิงจากวิกิพีเดีย)