เหยียนอู๋ หดหรี่ดวงตา จนเล็กแคบ น้ำเสียงนั้นกล่าวข่มขู่ อี้หลินออกมาอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าช่วยเหลือเขา เจ้าจะพลอยซวยไปด้วยนะอี้หลิน” ก่อนเหยียนอู๋ จะหันปรายตาไปมองอี้เฉิน แม้ว่าภายในใจจะหวาดกลัว อี้เฉินอยู่ก็ตาม “เจ้าหนุ่มเหตุใด เจ้าไม่ลองเอ่ยนามเจ้าออกมาเล่า หากคิดว่าเจ้าบริสุทธิ์ไม่มีสิ่งใดแอบแฝงพวกเรา ก็จงเอ่ยนามจริง ของเจ้าออกมาเสีย”
หมู่ชนพวกเขาต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย กับคำพูดนั้นของเหยียนอู๋ “ใช่ๆ ถูกต้อง หากเจ้าไม่มีอะไรแอบแฝง ก็จงเอ่ยนาม ของเจ้าออกมาเสีย” แม้แต่จักรพรรดิเต่าชรา เขายังแอบคลี่ยิ้มภายในใจออกมากว้าง ครั้นรับรู้รอบด้านบัดนี้ คุกรุ่น ไปด้วยความเคลือบแคลงใจ และอายโทสะ ที่มีต่ออี้เฉิน ไม่คิดเพียงคำพูดไม่กี่ประโยคของเหยียนอู๋ จะทำให้หมู่ชน ระแวดระวังตัว ชายหนุ่มผมขาว ที่พวกเขาไม่รู้จักตัวตน ได้มากถึงเพียงนี้
ด้านของอี้หลิน ตอนนี้นางได้แต่เผยอปากขึ้นมา มีท่าทีสั่นกระตุก น้อยๆ กล่าวพูดอะไรไม่ออกแล้ว นางเองก็อยากจะรู้นาม ของเด็กหนุ่มผมขาว เบื้องหน้านางเช่นกัน นางจึงไม่ได้กล่าวโต้ตอบ เหยียนอู๋อีกต่อไป
อี้เฉิน ที่รับรู้เรื่องยุ่งยากเขาไม่คิดจะเอ่ยนามจริง ออกไปตอนนี้ เพียงส่ายหัว เอ่ยถามกลับไปหาเหยียนอู๋เท่านั้น ครั้นรับรู้ว่าเหยียนอู๋ ผู้นี้คิดจะสร้างเรื่องให้เขา ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก “คงไม่ใช่ว่ามีใครแอบออกคำสั่งให้เจ้า ก่อความวุ่นวายหรอกกระมัง เหยียนอู๋”
ชายหนุ่มที่ได้ยินน้ำเสียงเรียบนิ่งของอี้เฉิน เขาถึงกับมีท่าทีเลิ่กลั่ก กลอกตา ลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด ครั้นรับรู้ถึงสายตาแหลมคม หดหรี่เล็กแคบจนแหลมคม จ้องมองมาที่เขาเป็นสายตาเดียว
“เป็นไปได้อย่างไร หรือว่าเหยียนอู๋ เขาเองก็น่าสงสัยด้วยเช่นกัน” หมู่ชนที่กล่าว ซุบซิบออกมาเสียงดังน้อยๆ ทำให้บรรยากาศ ทั่วหอคอยร้อยชั้น บัดนี้เต็มไปด้วยความน่าอึดอัด เงียบงันอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หากมีเข็มตกลงสักเล่ม เกรงว่าจะดังก้อง กังวานออกไปทั่ว หอคอยร้อยชั้นแน่
ก่อนน้ำเสียงกระแอมไอ ของชายแก่ผู้ยิ่งใหญ่ ใจกลางห้องโถงจะดังออกมาก้อง แค่กๆ!! ช่วยเหลือตัวของเหยียนอู๋ ให้เขากลับมาได้สติอีกครั้ง กลอกส่ายตามองอี้เฉิน เอ่ยพูดน้ำเสียงแข็งกร้าว ยกฝ่ามือชี้หน้าอี้เฉิน ออกมาทันที “เจ้าอย่าคิดกลับดำเป็นขาว เจ้าหนุ่มผมขาว ยังไม่รีบเอ่ยนามของเจ้ามาอีก”
อี้เฉินเขายกยิ้มขึ้นมามุมปาก น้อยๆ เดินหลบเลี่ยง นิ้วมือเหยียนอู๋ ชี้หน้าเขาไปดื้อๆ อย่างไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน ไม่สนใจหมู่ชนรอบๆ ที่มุงดูเขาอีกต่อไป หมู่ชนบนชั้นที่40เอง ต่างก็ถอยหลบอี้เฉิน มีท่าทีระแวดระวังตัวไม่น้อย บางคนถึงกับปลดปล่อย เล็ดลอดอายสังหารออกมา ทว่าเมื่อเห็นสายตาอี้เฉิน กวาดชำเลืองมอง พวกเขาเหล่านั้น ต่างก็หัวใจสั่นสะท้าน รีบเก็บอายสังหารไปอย่างฉับไว
อี้หลินที่เดินตามอี้เฉิน มาติดๆ เอ่ยไต่ถามอี้เฉินออกมาทันใด “ก็แค่นามเองไม่ใช่หรือ เหตุใดเจ้าไม่เอ่ยนามเจ้าออกมา เห็นไหมเล่า พวกเขามองเจ้าราวกับสัตว์กินเนื้อแล้ว”
อี้เฉินส่ายหัวออกมาน้อยๆ พร้อมกล่าวเตือนนาง ครั้นรับรู้ว่าหากอี้หลิน นางยังตามติดตัวเขาเช่นนี้ นางจะพลอยเจอ กับเรื่องที่ยากลำบากไปด้วย ครั้นมาหยุดบริเวณบานประตูสีทองบานหนึ่ง ภายในมีสระไขกระดูก บริสุทธิ์เข้มข้น
อี้เฉินกล่าวพูดออกมาทันที “ช่วงนี้เจ้าอยู่ห่างข้าหน่อยก็ดี แม่นางน้อย ไม่เช่นนั้นเจ้าจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย ไม่ช้าข่าวสารต่างๆ จะเข้าไปถึงหูพวกที่นั่งฝึกปรือ ก่อเป็นพายุความวุ่นวายลูกใหญ่แน่ แม้แต่ข้าก็ไม่อาจ รับแรงกระแทกนั้นไหว”
สายตาอี้หลิน นางมีความดึงดันดื้อรั้น ไม่ยินยอมที่จะออกห่างจากอี้เฉิน “ไม่!!ข้าจะอยู่กับเจ้า” ก่อนนางจะมองเข้าไป ภายในประตูสีทองบานใหญ่ กล่าวไต่ถามอี้เฉินออกมา “เจ้ามีกระดูกศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้นหรือ ถึงเลือกสระไขกระดูกเช่นนี้ ข้านึกว่าคนยุคสมัยพวกเรา จะยังมีจอมยุทธ์ สนใจวิชากระดูกศักดิ์สิทธิ์อยู่อีก”
อี้เฉินที่ได้ยิน เขาเพียงคลี่ยิ้มบางออกมาให้นาง ไม่ได้กล่าวอธิบายอะไรให้ อี้หลินรับฟัง จวนหญิงสาวต้องปากพองลม เผยอขึ้นมาน้อยๆ เดินกระทืบเท้าดังขึ้นมา ด้วยความไม่สบอารมณ์ ก่อนจะพากันสืบฝีเท้าเข้าไป ภายในประตูสีทองบานใหญ่ ไปยังบริเวณส่วนลึก ที่มีสระไขกระดูกอสูรฟ้า บริสุทธิ์ เข้มข้น
สระน้ำสีฟ้าที่เต็มไปด้วย ไขกระดูกอสูรฟ้า บริสุทธิ์ ส่งกลิ่นอายความเข้มข้น ของพลังบรรพกาล ออกมาลอยคละคลุ้ง แม้แต่อี้หลินยังรับรู้ได้ ถึงความวิเศษ ของน้ำไขกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ทว่าพวกเขามีเวลา ไม่มากพอให้ ขัดเกลากระดูกศักดิ์สิทธิ์ภายในกาย หลายคนจึงเลือก ที่จะข้ามขั้นตอนนี้ไป เวลา50ปีพวกเขา ภายในสถานที่แห่งนี้มีค่ามาก หลายคนจึงไม่อยากให้ เวลาเหล่านั้นสูญเปล่าไป
“หืม!! เขาคิดจะขัดเกลากระดูกศักดิ์สิทธิ์ จริงๆ หรือ?” อี้หลินที่เห็นอี้เฉินเดินสืบฝีเท้าลงไปแช่ ภายในน้ำสีฟ้า ทำให้นางขมวดคิ้วขึ้นมาเป็นปมเล็กๆ ไม่เข้าใจความคิดของชายหนุ่มผมขาว ผู้นี้เท่าใดนัก
ทว่าเมื่อนางเห็นอี้เฉิน หมุนวาดฝ่ามือ ขับเคลื่อนโคจรจุดตันเถียน ปรากฏกระดูกศักดิ์สิทธิ์ กลางหน้าอกเปล่งแสง แตกหักไม่มีชิ้นดี อี้หลินรับรู้ได้ทันทีว่า ชายหนุ่มผู้นี้ ยามอดีตเขาต้องเคยบาดเจ็บหนัก จวนถึงขั้นตายตกมาแน่ ทำให้นางเริ่มเข้าใจชายหนุ่ม ขึ้นมาเหตุใด เขาถึงเข้ามาภายในสระไขกระดูกอสูรฟ้า บริสุทธิ์แห่งนี้
อี้หลินนางเองก็เริ่มสืบฝีเท้า ลงไปแช่ภายในสระไขกระดูกแล้วเช่นกัน แต่ว่านางไม่คิดว่าพลังบรรพกาล จะรุนแรงขนาดนี้ ส่งให้ร่างกายนางสั่นเทิ้มขึ้นมาไม่หยุด เพียงแค่ลงไปแช่ไม่กี่ร้อยลมหายใจ
...เวลาเดือนเศษผ่านไปอย่างยากลำบาก ส่งผลให้กายาพวกเขาทั้งสอง บัดนี้เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว เปล่งแสงออกมาอย่างชัดเจน จวนพวกเขาต้องกัดฟันกันไว้แน่น นั่งดูดซับพลังบรรพกาล เข้าไปภายในกายอยู่เช่นนั้น
น้ำไขกระดูกสีฟ้า หมุนวนรอบๆ ตัวพวกเขาอย่างหนักหน่วง รุนแรงจวนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิต แดงฉาน ครั้นเมื่อหน้าผากกลางหว่างคิ้ว อี้เฉินเกิดการปริแตก ส่งโลหิตไหลซึมออกมาไม่หยุด ส่งสัญญาณที่ไม่ค่อยสู้ดีนักออกมา แม้แต่อี้หลิน ที่นั่งอยู่ข้างๆ อี้เฉินยังรู้สึกกังวลใจ กลัวอี้เฉินจะตายตก ทว่าไม่รู้เหตุใด โลหิตสีแดงที่ปะปน กับน้ำไขกระดูกสีฟ้า ชายหนุ่มถึงกับกระตุ้นเลือด ภายในกายนาง ให้เดือดพล่าน กายเนื้อ กระดูกศักดิ์สิทธิ์ ถูกขัดเกลาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “นี่มันหมายความว่าอย่างไร”
อี้เฉิน ครั้นเห็นว่ากระดูกศักดิ์สิทธิ์ ที่แตกเป็นชิ้นๆ ของเขา ไม่อาจสมานต่อติดกันได้ ราวกับมันไม่ใช่ กระดูกศักดิ์สิทธิ์ ภายในกายเขาอีกต่อไป อี้เฉินกล่าวพูดพึมพำออกมาน้อยๆ ครั้นยังจดจำยามที่เขา สูญเสียกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ภายในกายออกไป “หรือว่ากระดูกศักดิ์สิทธิ์ มันจะไม่จำเป็น สำหรับข้าอีกต่อไปแล้ว?”
ก่อนเสียงกลางหน้าอกอี้เฉินจะดัง ตึกๆ ขึ้นมาไม่หยุด เมื่อมองไปทิศทางอี้หลินอยู่แวบหนึ่ง อี้เฉินจึงไม่ลังเล ที่จะดึงเศษกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ใจกลางหน้าอก ออกมามอบให้อี้หลินดูดซับมัน แม้จิตวิญญาณภายในร่าง เขาราวกับถูกฉีกกระชากก็ตาม ทว่าอี้เฉินเขามั่นใจ ว่าเขาจะไม่ตายตก เหมือนกับว่าเขาได้วิวัฒนาการ กระดูกศักดิ์สิทธิ์ ไม่จำเป็นสำหรับร่างกายเขาอีกต่อไป ส่งให้กลางหน้าอกอี้เฉินมีโลหิต ไหลซึมออกมาไม่หยุด จนเขาต้องกัดกรามเอาไว้แน่น จนเกิดเสียงฟันแตกร้าว ดังออกมาลั่น
“เจ้า!! เจ้า!! ทำบ้าอะไร” อี้หลินแทบไม่อยากเชื่อสายตา ว่าอี้เฉินจะดึงกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ขาวบริสุทธิ์ ราวกับหยกไขมันแพะ ออกมาลอยเด่น อยู่เบื้องหน้าตัวนางเช่นนี้ แม้มันจะแตกเป็นชิ้นๆ ไม่อาจต่อติดกันได้ แต่นางก็รับรู้ได้ถึงความวิเศษ ของกระดูกศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้ ของอี้เฉิน
ก่อนอี้หลิน จะกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ ครั้นเห็นอี้เฉินที่ริมฝีปากเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด กล่าวพูดออกมา “อี้หลิน เจ้าดูดซับกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ของข้าเข้าไปเสีย หวังว่ามันจะช่วยเร่งศักยภาพ ของเจ้าได้ไม่มากก็น้อย”
อี้หลินนางกล่าวตอบออกมาทันที “เจ้าเอาจริงหรือ ที่จะมอบกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ล้ำค่าเช่นนี้ให้ข้าดูดซับ” ก่อนสายตานาง จะจ้องมองอี้เฉินด้วยความไม่เข้าใจ เหตุใดชายผู้นี้ถึงทำดีกับนางนัก