28 1-2
ตอนที่ 35 ไอ้ลูกไม่มีพ่อ (1)
สำหรับเรื่องนี้แล้ว โม่เฉินหยวนส่งคนไปตามสืบอย่างลับๆไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่สุดท้ายก็ไม่พบแม้แต่เงาของนาง ทว่ากลับบังเอิญพบเจอนางที่นี่โดยไม่คาดคิด
พินิจดูแล้วนี่ก็เหมือนเรื่องตลก พยายามเสาะหาแทบตายกลับคว้าน้ำเหลว แต่เมื่อถอดใจกลับปรากฏขึ้นอยู่ต่อหน้า
กระนั้นเอง หากทั้งหมดเป็นดั่งที่ว่ากล่าวไปแล้ว...มิได้หมายความว่า เหลิงเจียวเหนียงก็คือลูกชายแท้ๆของเขาอย่างนั้นรึ?
โม่เฉินหยวนเริ่มย้อนกลับมาคิดทบทวนอย่างละเอียด แต่หลักฐานก็เป็นที่ประจักษ์ดีเยี่ยมอยู่แล้ว ในเมื่อเด็กคนนั้นเป็นเผ่าวิญญาณ หากไม่ใช่ลูกของเขาก็หาใช่ใครอื่นแล้ว!
เหลียวศีรษะขวับจับจ้องเหลิงหยุนเจียวอีกคราหนึ่ง เมื่อได้เห็นรอยแผลเป็นบนใบหน้าของนางอีกครั้ง โม่เฉินหยวนถึงกับย่นขมับซ้ายขวา รู้สึกปวดเศียรขึ้นโดยพลัน
ในช่วงหลายวันมานี้ เขาย่อมสามารถตระหนักทราบได้โดยธรรมชาติ สตรีนางนี้หาใช่โคมกระดาษราคาถูกทั่วไป
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางคงต้องทนทุกข์ทรมานมาสารพัดไม่ต่างกับเขาเช่นกัน
...........
ณ หุบเขาถงฉาง
“ไอ้สารเลวน้อย ข้าแตะต้องแม่เจ้าไม่ได้ แต่สำหรับเจ้าข้ายังลงไม้ลงมือได้จริงหรือไม่?”
เหลิงฉิวหวานปรายตามองไปทางเหลิงเจียวเหนียงที่ยามนี้ถูกเชือกป่านมัดมือมัดเท้าไว้แน่น จิตสังหารความโหดเหี้ยมฉายเป็นประกายอยู่ในดวงตาคู่นั้น
เมื่อเหลิงเจียวเหนียงเงยหน้าขึ้นมอง สายลมบนภูเขาก็พัดผ่านพอดี เปิดม่านคลุมหน้าสีขาวที่ห้อยติดอยู่ปีกหมวกไม้ไผ่ของเหลิงฉิวหวานให้แผ่กางไสว เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของนางในยามนี้ที่เละเน่าราวกับซากศพ ผื่นแดงหนาเตอะส่งกลิ่นเหม็นดูน่าสยดสยองยิ่งยวด ดวงตาคู่นั้นของนางยังแดงก่ำราวกับโลหิต ช่างเป็นภาพฉากที่เป็นพิษต่อตัวผู้มองเป็นอย่างยิ่ง
เหลิงเจียวเหนียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่รู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาทันที ใจสั่นระรัวแทบไม่เป็นจังหวะ เขากลับไม่ทราบเลยว่า เหตุไฉนเหลิงฉิวหวานจึงได้กลายมาเป็นเช่นนี้ได้?
หากเดินทางกลับจวนตระกูลเหลิงตอนนี้ ยังไม่แน่ใจว่า ท่านประมุขตระกูลยังจะสามารถจดจำหน้าตาของลูกสาวคนนี้ได้อยู่หรือไม่?
“คุณหนูสาม แม้เด็กคนนี้จะเป็นลูกของเหลิงหยุนเจียว แต่ท่านประมุขกลับให้ความสนใจไม่น้อยเลย...”
“หากเกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนี้ มีหวังท่านประมุขจักต้องลงโทษเราสถานหนัก!”
สาวรับใช้ที่อยู่ข้างกายรีบเกลี้ยกล่อมเหลิงฉิวหวาน น้ำเสียงวาจาเต็มไปด้วยความสุภาพปนหวาดกลัว
“แน่นอน เรื่องนั้นข้ารู้ดี”
เหลิงฉิวหวานยืนกอดแผ่นอก เชิดคางเชยปลายจมูกขึ้นสูงสู่ฟ้า กล่าวขึ้นอย่างหยิ่งผยองว่า
“แต่ที่นี่คือหุบเขาถงฉาง หาใช่จวนตระกูลเหลิงไม่ มีสัตว์อสูรร้ายกาจอยู่มากมายนับไม่ถ้วน คงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีนักสำรวจพลาดท่าถูกฆ่าตาย”
เหลิงเจียวเหนียงพยายามจ้องสังเกตสีหน้าแววตาของเหลิงฉิวหวานที่กำลังมองต่ำดูแคลนใส่ตน แต่เนื่องด้วย มีผ้าคลุมใบหน้าสีขาวทึบปิดบังไว้อยู่ เขาจึงไม่สามารถลอบมองโฉมหน้าที่แท้จริงของนางในขณะนี้ได้เลย
“หากแม่จ๋ากลับมาแล้วพบว่าข้าไม่อยู่ แม่จ๋าจะต้องออกมาตามหาข้าเป็นแน่!”
นัยน์ตาสีส้มอ่อนของเหลิงฉิวหวานหรี่แคบลงหนึ่งส่วน เผชิญพบสบมองเข้ากับดวงตาสีทองที่แสนดื้อรั้นของเหลิงเจียวเหนียง สิ่งนี้ยิ่งทำให้นางรู้สึกไม่พอใจมากยิ่งขึ้น
“ไอ้สารเลวน้อย นี่เจ้ากล้าขู่ข้างั้นรึ? คิดหรือข้าผู้นี้จะเกรงกลัวต่อนังสวะแม่ของเจ้าจริงๆ?”
ต่อให้นางยังไม่ทราบถึงสถานการณ์ภายในจวนตระกูลเหลิงยามนี้ก็ตาม แต่หากเหลิงฉิวหวานต้องการจะฆ่าสองแม่ลูกคู่นี้จริงๆก็ย่อมทำได้ และไม่มีผู้ใดกล้าสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเช่นกัน
“ก็แค่ไอ้เด็กไม่มีพ่อ สรุปแล้วแม่ของเจ้าได้กับคนหรือกับสัตว์ จึงได้มีลูกประหลาดเยี่ยงเจ้า?”
เหลิงฉิวหวานก้มตัวย่อลงในทันที เชยคางของเหลิงเจียวเหนียงขึ้นมอง ออกแรงบีบบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีท้องคู่นั้นอย่างโหดเหี้ยม
ต้องบอกตามตรง ดวงตาสีทองอร่ามคู่นี้ช่างสู้แสงดีจริงๆ!
“ดวงตาสวยงามเช่นนี้ เมื่ออยู่กับเจ้าแล้วมันช่างเปล่าประโยชน์โดยแท้”
“ข้าจะควักลูกตาของเจ้าโยนให้ฝูงสัตว์อสูรกินเป็นของว่าง ส่วนอาหารจานหลักก็คือตัวเจ้า!”
เหลิงฉิวหวานถ่มน้ำลายพ่นใส่คำโต จิตใจของสตรีนางนี้มีพิษร้ายประดุจแมงป่อง และในเวลานี้มันก็กำลังเผยคมเคี้ยวพิษออกมาอย่างชัดเจน
นางชักกริชเล่มคมออกมาจากเอว ค่อยๆเลื่อนปลายแหลมเคลื่อนเข้าใกล้บริเวณดวงตาข้างซ้ายของเหลิงเจียวเหนียงมากขึ้นเรื่อยๆ พลางเฝ้าสังเกตปฏิกิริยาความหวาดกลัวของเด็กน้อยที่ยิ่งเพิ่มทวีความน่าเกลียดมากยิ่งขึ้น
รูม่านตาสีทองอร่ามของเด็กน้อยหดแคบบีบตัวแน่นเป็นรูเข็ม สีหน้าการแสดงออกเผยให้เห็นถึงแววความหวาดผวาสุดขีด แต่เมื่อยิ่งเห็นแบบนั้น เหลิงฉิวหวานก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมีความสุขมากขึ้น
“บูมมม!!”
แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นเกิดขึ้น
เหลิงฉิวหวานชะงักหยุดทุกการกระทำในบัดดลด้วยความตกใจ เสียงระเบิดกึกก้องไพศาลแผดสนั่นดัง‘บูมม!’ต่อเนื่องติดกัน ทำเอากระทั่งผืนดินใต้เท้าเบื้องล่างทั้งหมดสั่นสะเทือนรุนแรงแทบยืนไม่ตรงทรงตัวมิได้
“เกิดบ้าอะไรขึ้น!?”