“หอเฟิ่งไหลของพวกเ้าทำอาหารได้เท่านี้เองหรือ? ข้าบอกว่าวันนี้ข้าอยากกินผัดผักที่ไม่ใส่เนื้อสัตว์ พวกเ้าก็เอาแค่ผักคลุกน้ำมันแสนจืดชืดมาให้ข้ากิน พวกเ้าคงไม่อยากเปิดกิจการต่อแล้วใช่หรือไม่” โจวม่านหรูโวยวายด้วยท่าทางเกินจริง
“คุณหนูโจวโปรดใจเย็นก่อนขอรับ ประเดี๋ยวข้าจะให้คนไปทำอาหารจานใหม่มาให้ หากท่านยังไม่พอใจ หอเฟิ่งไหลของเราก็จะทำอาหารมาให้จนกว่าท่านจะพอใจ” เฟิ่งฝูกล่าวกับคุณหนูโจวอย่างขออภัย ‘คุณหนูผู้นี้อาศัยอำนาจบิดามาหาเื่เราได้ทุกวันจริงๆ’
เฟิ่งฝูเป็หลงจู๊ที่ดูแลหอเฟิ่งไหลมาั้แ่สกุลเฟิ่งเพิ่งเริ่มทำกิจการร้านอาหารใหม่ๆ จนตอนนี้หอเฟิ่งไหลมีสาขาไปทั่วเมืองหลวงแล้ว แต่คุณชายของเขากลับถูกส่งให้มาดูแลกิจการที่อำเภอเสียนหู่ เป็เพราะได้รับคำร้องเรียนว่าคุณภาพอาหารและบริการที่อำเภอเสียนหู่ไม่เหมือนกับหอเฟิ่งไหลสาขาอื่น เขากับคุณชายจึงต้องมาตรวจสอบ แต่ไม่คิดว่าเข้ามาดูร้านได้เพียงเจ็ดวันก็เจอเข้ากับลูกค้าเ้าปัญหาอย่างคุณหนูโจวไปทั้งเจ็ดวัน อีกทั้งคุณหนูโจวยังเป็ถึงบุตรสาวของนายอำเภอ พวกเขาจะทำให้นางไม่พอใจไม่ได้
“ทำจนกว่าจะพอใจ?” โจวม่านหรูชี้ไปบนโต๊ะอาหารที่มีจานใส่ผัดผักหลากหลายชนิดวางอยู่ “ข้าชิมผัดผักรสชาติไม่ได้เื่ของพวกเ้ามาสิบกว่าจานแล้ว เ้ายังบอกให้ข้าชิมผัดผักที่พวกเ้ากำลังจะทำต่ออีกหรือ ลิ้นของข้าแทบจะไม่รู้รสชาติอาหารแล้ว!”
“ข้าต้องขออภัยที่อาหารของหอเฟิ่งไหลทำให้ท่านพอใจไม่ได้ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ อีกสามวันเชิญท่านมาที่หอเฟิ่งไหลของเราใหม่ ตอนนั้นข้าจะให้พ่อครัวคิดอาหารจานพิเศษขึ้นมาเพื่อท่านโดยเฉพาะ” เฟิ่งเฮ่าเห็นว่าคนของตนรับมือกับสตรีผู้นี้ไม่ไหวแล้ว เขาจึงออกมารับหน้าด้วยตัวเอง
“อาหารพิเศษอย่างนั้นหรือ?” โจวม่านหรูมีนิสัยเอาแต่ใจและชอบเอาชนะเป็ทุนเดิม “หากอาหารจานนั้นยังไม่ถูกใจข้าอีกเล่า เ้าจะรับผิดชอบเื่นี้อย่างไร”
“หอเฟิ่งไหลของเราจะไม่คิดค่าอาหารจากท่านเป็เวลาหนึ่งเดือนเป็อย่างไร”
“งดค่าอาหารให้ข้าหนึ่งเดือน! เ้า...เ้าคิดว่าข้าขาดเงินถึงขั้นที่ต้องมาขออาหารจากร้านของพวกเ้ากินเปล่าๆ อย่างนั้นหรือ?” โจวม่านหรูยิ้มอย่างเป็ต่อ “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน หากหอเฟิ่งไหลของเ้าทำให้ข้าพอใจไม่ได้ เ้าก็ปิดกิจการที่นี่ไปเสีย”
เฟิ่งเฮ่ามองโจวม่านหรูก็เข้าใจแล้วว่าที่นางเทียวมาสร้างปัญหาให้ร้านของเขาวันละหลายรอบ อีกทั้งยังมีคำร้องถึงคุณภาพอาหารและบริการส่งไปที่หอเฟิ่งไหลสาขาใหญ่ที่เมืองหลวงไม่หยุดหย่อน เป็เพราะนางอยากให้เขาปิดกิจการและคงคิดจะยึดร้านแห่งนี้ไปให้ตระกูลมารดาของนางมาทำต่อนั่นเอง
“ทำไม ได้ยินข้อเสนอของข้าแล้วเกิดกลัวขึ้นมาหรือ? เหอะ...ว่ากันว่าหอเฟิ่งไหลเป็ภัตตาคารอันดับหนึ่งของแคว้น กับคำท้าเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ยังไม่กล้ารับ” โจวม่านหรูยิ้มเยาะ “เ้าก็บอกมาเถอะว่าพ่อครัวของหอเฟิ่งไหลล้วนไม่ได้เื่ อาหารรสชาติเหมือนอาหารข้างทางเช่นนี้ยังกล้าทำออกมาขาย ข้าชักสงสัยว่าภัตตาคารเฟิ่งไหลที่ป่าวประกาศว่าตนเองมีอดีตพ่อครัวจากวังหลวงมาประจำที่ร้าน คงเป็แค่การโอ้อวดเกินจริงเท่านั้น”
เฟิ่งเฮ่ายิ้มเย็นเมื่อได้ยินคำสบประมาท ความจริงแล้วที่เขาเดินทางมาอำเภอเสียนหู่ นอกจากมาดูว่าเกิดปัญหาใดกับภัตตาคารของเขาแล้ว เขายังได้รับคำสั่งจากบิดาให้มาปิดหอเฟิ่งไหลสาขานี้ด้วย ไม่ใช่เพราะภัตตาคารแห่งนี้ไม่ทำกำไร แต่ตระกูลเฟิ่ง้าปิดกิจการในอำเภอเสียนหู่ไปอยู่ที่เมืองหลวงทั้งหมด เมื่อเฟิ่งเฮ่าได้ยินคำท้าของโจวม่านหรู แทนที่จะปิดกิจการไปเฉยๆ ทำไมเขาไม่ใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ทำเงินกลับมาสักก้อนกันล่ะ
“ท่านเสนอให้ข้าปิดกิจการ แต่หากข้าสามารถทำอาหารชนิดใหม่มาให้ท่านพอใจได้ ท่านคิดว่าท่านควรจะให้รางวัลใดที่พอจะสมน้ำสมเนื้อกับที่ข้าต้องยอมเอากิจการของข้ามาเป็เดิมพันเล่า” เฟิ่งเฮ่ายิ้ม “แน่นอนว่าข้าเป็พ่อค้าย่อม้ากำไร ภัตตาคารแห่งนี้มีมูลค่ามากกว่าห้าหมื่นตำลึง เช่นนั้นข้าก็ขอเงินหนึ่งแสนตำลึงเป็รางวัลก็แล้วกัน”
เฟิ่งฝูแอบยิ้มให้คุณชาย เดิมทีพวกเขาก็ตั้งใจจะมาปิดกิจการตามคำสั่งของนายท่านอยู่แล้ว หากครั้งนี้ได้เงินกลับไปอีกหนึ่งแสนตำลึง ตำแหน่งผู้สืบทอดของตระกูลย่อมเป็ของคุณชายของเขา
โจวม่านหรูไม่คิดว่าเฟิ่งเฮ่าจะเสนอเรียกเงินถึงหนึ่งแสนตำลึง แต่แล้วอย่างไร อาหารที่พวกเขาทำออกมาย่อมต้องเป็นางที่ตัดสิน ต่อให้อาหารของพวกเขาอร่อยจนต้องกลืนลิ้น ขอแค่นางเอ่ยปากว่าอาหารไม่อร่อย พวกเขายังจะเอาอะไรมาเรียกเงินจากนางได้
“ตกลงตามนี้ หากเ้าทำอาหารให้ข้าพอใจไม่ได้ เ้าต้องปิดกิจการไปจากอำเภอเสียนหู่ แต่หากเ้าทำให้ข้าพอใจได้ เงินหนึ่งแสนตำลึงจะเป็ของเ้า” โจวม่านหรูพูดจบก็เดินจากไป
“คุณชายมีแผนการอย่างไรหรือขอรับ” เฟิ่งฝูถาม ถึงแม้จะมั่นใจว่าคุณชายต้องหาทางออกได้ แต่เขาก็อดที่จะกังวลไม่ได้อยู่ดี
“ข้าก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกัน” เฟิ่งเฮ่ายิ้มกับคนสนิท “เ้าก็รู้ว่าข้าได้ชื่อว่าเป็คุณชายผู้โชคดี ข้าเชื่อว่าครั้งนี้เราต้องชนะแน่นอน”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เฟิ่งฝูจึงเป็ผู้ขาน “เข้ามาได้”
เสี่ยวเอ้อร์เดินก้มหน้าเข้ามา แม้จะรู้ว่าคุณชายของพวกเขาไม่ใช่คนถือตัว แต่คนงานตำแหน่งเล็กๆ เช่นเขาก็ยังไม่กล้าเงยหน้ามองเ้านาย “มีแม่นางคนหนึ่งมาขอพบคุณชายกับหลงจู๊ขอรับ”
“แม่นางอย่างนั้นหรือ?” เฟิ่งฝูขมวดคิ้ว เขาคิดว่าคงเป็สตรีที่พยายามเข้าหาคุณชายของเขาเป็แน่ “ไปบอกนางว่าไม่พบ ต่อไปถ้ามีสตรีมาขอพบข้ากับคุณชายอีก เ้าก็ปฏิเสธไปเสีย”
“แต่ว่า...” เสี่ยวเอ้อร์ทำหน้าลำบากใจ เขามีบางอย่างจะพูดแต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะพูดดีหรือไม่
“มัวอ้ำอึ้งอะไรอยู่ ยังไม่รีบไปอีก” เฟิ่งฝูตวาด
“ขอรับ! ขอรับ ข้าจะไปบอกนางเดี๋ยวนี้”
“เดี๋ยวก่อน!” เฟิ่งเฮ่าเรียกเสี่ยวเอ้อร์คนนั้นไว้ “นางได้บอกหรือไม่ว่านางมาขอพบข้าด้วยเื่ใด”
“นางบอกว่านางมีเครื่องปรุงชนิดใหม่มานำเสนอขอรับ”
“เครื่องปรุงหรือ?” เฟิ่งเฮ่าทำหน้าสงสัย
“นางบอกว่าเครื่องปรุงของนางสามารถทำให้อาหารมีรสชาติอร่อยขึ้นได้ขอรับ แม้แต่ผัดผักธรรมดาไม่ใส่เนื้อสัตว์ นางก็สามารถทำให้มันอร่อยขึ้นได้เหมือนกัน” เสี่ยวเอ้อร์รีบตอบ
“เ้าไปพานางมาพบข้าเถอะ” เฟิ่งเฮ่าบอก
เสี่ยวเอ้อร์รีบเดินลงไปชั้นล่างเพื่อเชิญถังหลีขึ้นมาพบคุณชายทันที
ส่วนเฟิ่งฝูคิดว่าสตรีนางนั้นคงยกข้ออ้างขึ้นมาเพื่อขอพบคุณชายของตนเท่านั้น ที่ผ่านมามีใครไม่รู้บ้างว่าคุณหนูโจวมาก่อกวนด้วยการสั่งผัดผักไม่ใส่เนื้อสัตว์ที่ร้านของเขา ทั้งยังติว่ารสชาติอาหารของร้านไม่อร่อย อีกทั้งวันนี้คุณชายก็เพิ่งเดิมพันกับคุณหนูโจวไป แม่นางท่านนี้คงได้ยินข่าวเกี่ยวกับเื่นี้แล้วกระมัง
ไม่นานถังหลีก็ถูกพาขึ้นมาพบเฟิ่งเฮ่ากับเฟิ่งฝู ทันทีที่ถังหลีเห็นหน้าเฟิ่งเฮ่า นางก็ััได้ถึงกลิ่นอายของผู้สูงศักดิ์ และแม้หน้าตาของคุณชายเฟิ่งจะหล่อเหลา แต่นางที่เคยผ่านวงการซีรีส์ไม่ว่าจะเป็ฝั่งเกาหลีหรือฝั่งกำแพงเมืองจีนมาแล้วมากมาย ความหล่อของคุณชายเฟิ่งจึงดูทำธรรมเป็อย่างมากในสายตาของนาง ถังหลีย่อตัว “คารวะคุณชายเฟิ่งและหลงจู๊เฟิ่ง ข้าชื่อถังหลีเ้าค่ะ”
‘เหอะ...แสร้งทำเป็นิ่ง ที่แท้ก็แอบมองคุณชายของข้าอยู่ใช่หรือไม่เล่า’ เฟิ่งฝูเยาะอยู่ในใจ
“แม่นางถังมาพบข้าด้วยเื่ใด” เฟิ่งเฮ่าลุกขึ้นคารวะอีกฝ่ายกลับ ตระกูลเฟิ่งเป็ตระกูลพ่อค้าร่ำรวยก็จริง แต่คนในตระกูลก็ถูกสอนให้รู้จักมารยาทและการเคารพผู้อื่น ดังนั้นไม่ว่าจะเป็คนฐานะใด ตระกูลเฟิ่งก็จะปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียม
“ข้ามีเครื่องปรุงสูตรพิเศษที่ข้าคิดค้นขึ้นเองมาเสนอขายเ้าค่ะ” ถังหลีบอก นางแอบขอโทษบริษัทผู้ผลิตสินค้าอยู่ในใจที่นางแอบอ้างว่าสินค้าเ่าั้เป็นางที่คิดค้นขึ้นมาเอง
“เสี่ยวเอ้อร์บอกข้าว่าเครื่องปรุงของแม่นางสามารถทำผัดผักธรรมดาให้อร่อยขึ้นมาได้อย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ” ถังหลีหยิบไหใบเล็กขึ้นมาสองไห “ไหสองใบนี้คือเครื่องปรุงที่ข้าทำขึ้นมาเองเ้าค่ะ”
เฟิ่งเฮ่าหันไปพยักหน้าให้เฟิ่งฝูไปหยิบไหสองใบนั้นมาให้ตน จากนั้นเขาก็เปิดฝาไหแล้วเริ่มดมกลิ่น
“น้ำเหนียวข้นสีดำนี้เรียกว่าอะไร” เฟิ่งเฮ่าถาม
“เป็ซอสปรุงอาหารชนิดหนึ่งเ้าค่ะ”
“ซอสหรือ? ข้าไม่เคยได้ยิน ปกติจะได้ยินแค่ซีอิ๊ว” เฟิ่งเฮ่าชี้ไปที่ไหอีกใบหนึ่ง “แล้วผงที่อยู่ในไหนี้คืออะไร”
“เป็ผงปรุงรสเห็ดหอมเ้าค่ะ เหมาะที่จะเอาไปทำผัดผัก คนที่ทานมังสวิรัติก็สามารถทานได้ เพราะไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์เลยเ้าค่ะ”
“พูดมาเสียยืดยาว ข้าจะเชื่อได้อย่างไรว่าเครื่องปรุงของเ้าจะทำให้อาหารอร่อยขึ้นได้” เฟิ่งฝูรีบพูดแทรกเมื่อเห็นเ้านายทำท่าทางสนใจ หากเครื่องปรุงสองอย่างนี้ทำให้อาหารอร่อยขึ้นได้จริง เขาย่อมต้องดีใจ แต่เขาก็ยังไม่ไว้ใจแม่นางน้อยผู้นี้อยู่ดี หญิงสาวชาวบ้านอย่างไรก็ไม่คู่ควรกับคุณชาย
“ข้าขอยืมครัวของท่านได้หรือไม่เ้าคะ” ถังหลียิ้มกริ่ม มีผงปรุงรสกับน้ำมันหอยของข้า มีหรืออาหารจะไม่อร่อย ในยุคนี้มีเครื่องปรุงเลิศรสเช่นนี้ที่ใดกัน
“ได้สิ แต่ข้าขอเลือกอาหารที่จะให้แม่นางทำได้หรือไม่” เฟิ่งเฮ่ายิ้มเมื่อเห็นถังหลีทำหน้าแปลกใจ “รับรองว่าเป็อาหารง่ายๆ”
“ท่านอยากให้ข้าทำอาหารชนิดใดหรือเ้าคะ”
“ผัดผักกับข้าวผัดไข่เป็อย่างไร”
ถังหลีมองเฟิ่งเฮ่าอย่างพิจารณาอีกครั้ง ‘ผัดผักกับข้าวผัดไข่อย่างนั้นหรือ? คุณชายท่านนี้เ้าเล่ห์ไม่เบา แม้ชื่ออาหารจะฟังดูง่าย แต่จะทำให้ผัดผักธรรมดากับข้าวผัดไข่ที่ปราศจากเนื้อสัตว์ออกมามีรสชาติอร่อยนั้นเป็เื่ยาก แต่ข้าที่ดูคลิปจากค่ายแดงมาเป็ร้อยคลิป ทั้งยังมีน้ำมันหอยกับผงปรุงรสเห็ดหอมแสนอร่อยอยู่ในมือ อาหารสองจานนี้ก็ถือว่าง่ายมาก’
“มัวยืนอึ้งอยู่ทำไม ถ้าทำไม่ได้ก็รีบบอกมา ข้ากับคุณชายยังมีธุระอื่นที่ต้องไปทำ” เฟิ่งฝูพูดขึ้นอย่างรำคาญ
“อาหารสองอย่างนี้ข้าทำมันได้ แต่ดูจากวิธีปฏิบัติกับคู่ค้าเช่นหลงจู๊เฟิ่ง ข้าขอเอาเครื่องปรุงของข้าไปเสนอขายให้ร้านอื่นดีกว่า” ถังหลีพูดอย่างไม่พอใจ หากคุณชายเฟิ่งตกลงซื้อเครื่องปรุงของนาง ก็เท่ากับนางต้องติดต่อกับหอเฟิ่งไหลอีกระยะยาว เงินก็อยากได้อยู่หรอก แต่นางจะไม่ทนกับท่าทางของหลงจู๊เฟิ่ง นางมาขายสินค้านะไม่ได้มาจับผู้ชาย ทำไมต้องแสดงท่าทางรังเกียจกันขนาดนั้นด้วย
เฟิ่งเฮ่าหันไปมองเฟิ่งฝูทันที “ขอโทษแม่นางถังซะ”
เฟิ่งฝูเห็นคุณชายโกรธและรู้ว่าตนเองปกป้องคุณชายจนละเลยกับคำสอนของตระกูลเฟิ่ง ทำให้เผลอแสดงกิริยาไม่ดีกับถังหลี “ข้าขออภัยแม่นางถังด้วยขอรับ”
ถังหลียิ้มเมื่อเห็นเฟิ่งเฮ่าเข้าใจเจตนาของตนเอง “ไม่โทษท่านหรอกเ้าค่ะ ก็ใครใช้ให้ข้าเป็แม่นางน้อยที่ยังไม่ออกเรือนกันล่ะ”
คราวนี้หลงจู๊เฟิ่งฝูถึงกับหน้าเสีย เขาคิดว่าแม่นางน้อยเป็เพียงเด็กสาวบ้านนอกคงไม่เข้าใจความคิดของเขา แต่นางกลับเข้าใจว่าที่เขาปกป้องคุณชายเพราะกลัวว่านางจะคิดไม่ซื่อกับคุณชาย “ข้า...ข้าขออภัยเ้าอีกครั้ง”
“ข้าขอเรียกท่านว่าท่านลุงฝูได้หรือไม่เ้าคะ”
“ได้...ได้สิ” เฟิ่งฝูแปลกใจที่ถังหลีเปลี่ยนเื่กะทันหัน
“ท่านลุงฝู พาข้าไปที่ห้องครัวทีเถิดเ้าค่ะ”
เฟิ่งฝูถอนหายใจอย่างโล่งอก ดีที่แม่นางน้อยไม่ติดใจเอาความ ไม่เช่นนั้นคุณชายต้องไม่พอใจเขามากขึ้นแน่