ฉลามคลั่งรัก 2: วินาทีเฉียดตาย
#ฉลามคลั่งรัก
“เวรแล้ว !” ความเร็วที่เคลื่อนตัวมาทำให้ผมต้องถีบส่งตัวเองให้ว่ายหนีขาทั้งสองตีน้ำกันอย่างรุนแรงแม้จะช่วยได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ให้คนมาว่ายน้ำแข่งกับปลายังไงคนก็ไม่มีวันชนะได้ยิ่งกับปลาฉลามแล้วยิ่งไม่ต้องพูดไปกันใหญ่
เสียงฟันที่พยายามไล่กัดดังไล่หลังอยู่ไม่ไกลจากผม!
กึด ๆ !
“เฮือก !”ผมโผล่พ้นน้ำมาหายใจเข้าปอดก่อนจะดำลงไปใต้ทะเลข้างใต้มีประตูที่ผมสามารถเข้าไปในบ่อโลมาที่เลี้ยงไว้ได้อยู่แต่การพุ่งตัวกะทันหันไม่ทำให้ดีแลนลดละการไล่ตามปลายนิ้วเท้าของผมเกือบจะเข้าปากมันอยู่แล้ว “อื้อ !”
ผมอาศัยตอนมันปิดปากถีบปากมันเป็การส่งตัวให้ว่ายได้ไวขึ้นผมยังไม่เห็นดายและไม่รู้ว่าตอนนี้้าเป็ยังไง บางทีอาจจะดีกว่าผมตอนนี้ก็ได้ดีแลนจับจ้องผมที่ว่ายมาหาบานประตูซึ่งถูกปิดไว้มันมีทั้งระบบเซนเซอร์และแบบกลอนขัดเราใช้กลอนเพราะบางครั้งมีเหตุจำเป็ที่ต้องลงน้ำไปดำด้วยตัวเอง
ดีแลนไล่มาทางผมขณะที่ผมพยายามดึงกลอนออกแต่ด้วยความที่มันไม่ถูกเปิดมานาน ตะกอนและหินปูนมากมายเลยรั้งมันไว้ ดึงเท่าไหร่ก็ไม่ออกสักที
‘บ้าจริง !’
ผมสบถในใจมองเ้าฉลามที่วนไปใหม่ทำท่าจะพุ่งมาอีก ผมเอาเท้ายันประตูไว้กระชากอย่างแรงท่ามกลางสายตาของโลมาฝูงหนึ่งในนั้นมันว่ายวนเวียนพยายามชนประตูเพื่อออกมาป้องกันสัญชาตญาณแห่งการช่วยเหลือทำให้มันนิ่งดูดายคนที่เลี้ยงดูมาแต่เด็กไม่ได้
แต่ตราบใดที่ประตูยังเปิดไม่ได้ก็จะไม่มีโอกาสรอดใด ๆ ทั้งนั้น
วูบ !
คลื่นน้ำถูกแหวกมาแต่ไกล ฟันกรามของดีแลนเป็สิ่งเดียวที่ผมเห็นมันอ้าปากเตรียมกัดผมให้ตายทั้งเป็หัวใจผมเต้นรัวเร็วเพราะเืที่มือทำให้มันไม่ละจากผมมันไม่ใช่การฆ่าเพื่อหิวแต่มันฆ่าเพื่อความมันกลิ่นคาวเืจะไปกระตุ้นให้มันอยากกระทำมากขึ้น
และมันคงไม่ดีถ้าเ้าของศูนย์วิจัยโดนฉลามที่เลี้ยงไว้ฆ่าตายซะเอง
วิ๊งงง
เสียงแหลมสูงของเ้าโลมายิ่งดึงรั้งให้ดีแลนพุ่งมาหาผมจับกรงเหล็กไว้แน่น ถ้ารอมันเปิดออกผมคงได้ตายก่อนแน่ พลันผมก็คิดออกแล้วว่าจะทำไงดวงตาประสานเข้าไปในั์ตาของมัน ผมไม่แสดงความกลัวเพราะรู้ว่าถ้ากลัวเมื่อไหร่มันก็จะได้สิ่งที่้าเมื่อนั้นดีแลนแหวกน้ำผ่านกลางมาเร็วมาก และนาทีที่มันใกล้ตัวผมชนิดที่ว่ากัดจมเขี้ยวได้ผมก็ถีบตัวออกจากตรงนั้นให้มันกระแทกกับกรง
ปึง !
ทางเดินคงสั่นตามแรงปะทะ ดีแลนกระแทกกับมันแรงมากจนทำให้มึนไปชั่วขณะผมอาศัยจังหวะนั้นรีบพาตัวเองขึ้นไปเหนือน้ำ อากาศของผมกำลังจะหมดนอกจากโดนฉลามกินผมอาจจมน้ำตายได้ ผมตีขาเร็วขึ้นพุ่งขึ้นมาหายใจ
แต่์ไม่ได้เข้าข้างผมเท่าไหร่เพราะยังไม่ทันที่จะโกยอากาศเข้าปอดได้เต็มที่
ความตายก็เข้ามาเยือน!
“โซล ระวังดาย !”
“อ๊ะ !” ครีบยาวไล่มาทางผมทันทีที่คนอื่นในศูนย์วิจัยช่วยเบอร์นาร์ดขึ้นจากน้ำวินาทีนั้นผมได้แต่ส่ายหน้า รีบว่ายหนีมัจจุราชที่ผมเพิ่งจะหนีตัวน้องมาได้ไม่มีอะไรรับรองว่าถ้าผมหนีแล้วดีแลนจะไม่พุ่งมากินผมจากด้านล่างนั่นทำให้ผมต้องคอยดำน้ำมองและเอี้ยวตัวกลับไปดูดายที่พุ่งเข้าใส่
ฟันกรามของมันอ้ากว้างออกไปอีกนิดเดียวจะกัดขาของผมแล้วและเพราะหันไปดูดายมากเกินไป ผมเลยไม่ทันสังเกต...
ดีแลนกำลังดักหน้าผมอยู่
“บ้าจริง !” ผมสบถ หยุดว่ายกะทันหันก่อนจะถีบตัวเบี่ยงมาให้ห่างเลยกลายเป็ว่าตอนนี้ว่ายอยู่ระหว่างกลางพวกมันทั้งสองเ้าตัวร้ายว่ายเวียนผม กลายเป็การหยอกล้อระคนท้าทายดูว่าผมจะทำไงเพราะไม่ว่าจะไปทางไหนผมมีค่าเท่ากัน
คือตายสถานเดียว
“บ้าเอ๊ย…” ผมพึมพำ ดวงตาสั่นระริกยามจ้องมองครีบยาว ผมไม่ได้กลัวแต่มันก็ชวนใจหายผมไม่รู้ว่าตัวไหนจะฆ่าผมได้
ทุกคนที่ยืนดูอยู่ต่างก็ลุ้นเช่นกัน
“โซล !” เอริคะโเรียกผมพยายามหาทางช่วยผมหนีตาย “โยนเหยื่อลงน้ำ ล่อมันออกจากโซล !"
“ลูกวาฬไง ปล่อยมันออกไปสิ !”
“แต่เรากำลังเลี้ยงมันอยู่นะสตีฟ !”
“แล้วจะปล่อยพวกมันกินเ้านายเราหรือไงแนชลีย์ !” เสียงปะทะกันแทบไม่เข้ามาในหัวผมสิ่งที่ผมได้ยินมีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวไม่เป็ส่ำรวมถึงลมหายใจหอบถี่ยามจับจ้องเ้าฉลามทั้งสองตรงหน้า ผมเม้มปากพยายามอยู่ให้นิ่งที่สุดคิดหาทางว่าจะช่วยตัวเองให้หลุดพ้นยังไง
การที่ผมเลี้ยงพวกมันไม่ได้แปลว่ามันไว้ใจได้สุดท้ายแล้วมันก็จะทำตามสัญชาตญาณที่ธรรมชาติกำหนดไว้
และเืที่มือผมก็คือตัวล่อมันชั้นดี
“พวกแกจะเล่นอย่างนี้สินะ”ผมพูดเสียงแ่มองมันสองตัวที่เคลื่อนตัวไปคนละฝั่งแล้ววนกลับมาใหม่อีกครั้งเพื่อให้รู้ว่ามันไม่ลดละไปไหนความเร็วทั้งคู่ที่พุ่งตรงมาทำให้ผมรู้ว่ามันจะบดขยี้ตัวผมพร้อมกันให้ได้ ครีบยาว ๆแหวกน้ำมาแต่ไกลทำให้ผมกลั้นใจนับหนึ่งสองสามกับตัวเอง
หนึ่ง
สอง
สาม...!
ผัวะ !
แรงปะทะของปลาฉลามสองตัวดังสนั่นตอนผมถีบตัวเองออกจากฟันกรามขนาดใหญ่พวกมันว่ายชนกันอย่างแรงนั่นคือสิ่งที่ผมตั้งใจก่อนจะอาศัยจังหวะนั้นรีบตะกายขึ้นทางเดินศูนย์วิจัยด้วยความเร็วทว่าความเจ็บที่มือทำให้การเคลื่อนไหวช้ากว่าที่คิดไว้ผมนิ่วหน้าพยายามฝืนร่างกายและหันกลับไปมองสัตว์ร้ายด้านหลัง
ดายกำลังไล่หลังตามผมมามันเห็นขาผมอยู่ในน้ำแปลว่าผมยังเป็เป้านิ่งให้มันอยู่เขี้ยวคมอ้ากว้างใกล้จะพรากขาทั้งคู่ของผมไป แต่สิ่งที่ได้ไปมีเพียงแค่...
ปึง !
ร่างของผมถูกกระชากขึ้นจากน้ำ ส่งผลให้ดายกระโจนตามมากัดทางเดินไว้ไม่สนใจว่าตัวเองจะชนกับราวกั้นจนมันผิดรูปเบอร์ไหนถ้าผมไม่ได้เอริคช่วยไว้ขาผมคงผิดรูปแทนราวกั้นผมหอบหายใจมองเ้าตัวร้ายที่แยกเขี้ยวใส่ผมมันพยายามกัดฝ่าเหล็กกั้นมาหาตัวผมที่นั่งอยู่ดวงตาของเราสบกันฉายแววท้าทายระคนสนุกสนาน
มันทำให้รอยยิ้มผมปรากฏผมเลยทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ
“จุ๊บ” ดายเบิกตากว้างผมคิดว่ามันทำแบบนั้นตอนผมจูบบนปากมัน ห่างไกลจากเขี้ยวยาวและการพุ่งเข้ามากัดจากนั้นก็ยกขาถีบหน้าให้มันกลับลงน้ำไปด้วยแรงที่มีอาจทำให้มันเจ็บแต่สักพักมันจะดีขึ้น เสียงหัวเราะเบา ๆ เป็สิ่งเดียวที่ผมให้มันหลังจากทำร้ายมันเรียบร้อย“ฉลามโง่”
เสียดายที่ไม่มีคนสนุกกับผม
“ทำบ้าอะไรของคุณ เดี๋ยวมันก็กัดหัวขาด !”
“คุณก็เห็นว่ามันไม่ได้ทำ”
“แต่ไม่ได้หมายความว่ามันทำไม่ได้ !” เอริคตวาดผม คว้าแขนผมไปจับกระชากให้ยืนขึ้นโดยไม่สนใจว่าแรงบีบของเขาจะมีอิทธิพลกับมือที่เืออกของผมขนาดไหนเมื่อกี้ตอนที่หลบพวกมันชนกันมือของผมคล้ายจะโดนเขี้ยวของตัวไหนสักตัว
เืผมเลยออกเยอะขึ้นดีแค่ไหนที่มันไม่ขาด
“แล้วโดดลงไปคิดว่าทำอะไร คิดว่าเป็วีรบุรุษไม่กลัวตายหรือไง!”
“แล้วการปล่อยให้คนอื่นตายคือเื่ที่ควรทำหรือไง”
“!!!”
“ผมเป็เ้าของที่นี่นะ ผมกำหนดชีวิตคนได้การที่ผมรับใครเข้าทำงานแปลว่าผมก็ต้องดูแลเขาด้วยหัวใจ ผมจะกลัวตายไม่ได้แต่ต้องกลัวว่าใครจะตายในที่ของผม” ตอบกลับเสียงหนัก ดึงมือเขาออกขณะที่แนชลีย์และสตีฟรีบหาผ้าขนหนูมาคลุมตัวผม“ถ้าผมไม่ช่วย เบอร์นาร์ดก็ไม่รอดคิดว่าดายจะปล่อยเขาไว้หรือไง”
“แล้วคิดว่ามันจะปล่อยคุณไว้หรือไง”
“แต่มันก็ปล่อยผมมาแล้วนี่ไง”
“…”
“และคุณก็ควรปล่อยผมไปเหมือนกัน คุณแฟนเก่า” คำพูดผมทำให้คนตรงหน้ากัดปากแน่นจริง ๆ เขาไม่ควรมาชวนผมทะเลาะตอนที่ผมเพิ่งจะเฉียดตายมาแต่ผมก็รู้ว่าผมจะไม่มีวันได้คำปลอบโยนจากคนอย่างเขาไอ้เมื่อวานที่บอกว่าเป็ห่วงผมน่ะ ก็คงพูดแทนคนอื่นเหมือนเคย
และเหมือนลูกทีมจะกลัวว่าผมจะโดดลงทะเลไปอีกแนชลีย์เลยเป็ฝ่ายมาพาตัวผมไป
“ไปทำแผลกันดีกว่านะคะคุณโซลเดี๋ยวเืออกไปมากกว่านี้ จะแย่เอาได้”
“...”
“สตีฟอย่าลืมไปดูเบอร์นาร์ดล่ะ เขาคงขวัญเสียแย่”แนชลีย์เอ่ยบอก เธอโอบแขนผมแล้วพาเดินเข้าไปด้านใน ผมละสายตาจากเอริคคิดว่าตัวเองไม่ควรจะเสียเวลาตบตีกับเขาเลื่อนมองไปทางดายกับดีแลนที่แยกกันว่ายวนเวียนอยู่แถวนี้พลางคิดว่าเมื่อกี้มันก็สนุกดี
แต่ผมขอไม่ทำแบบนี้บ่อยๆ แล้วกัน มันอาจจะได้ไม่คุ้มเสียเท่าไหร่
“หึ แต่ก็สนุกแหละนะ”
ดอกเตอร์โอเว่นทำแผลให้ผม เขาหยอกล้อคิดว่าผมไม่เสียแขนก็ขาผมหัวเราะเล็กน้อยเพราะตัวเองก็แอบคิดเหมือนกัน ตอนเห็นฟันกรามของดีแลนพุ่งเข้ามาผมมองเห็นภาพตัวเองขาดครึ่งกลายเป็ชิ้นส่วนที่ไหลลงท้องมันไป
มันสามารถกินผมได้ในคำเดียวส่วนหนึ่งคือผมตัวเล็ก และมันตัวใหญ่กว่าฉลามพันธุ์อื่น
“มันจะดีกว่านี้ ถ้าคุณคิดอะไรให้รอบคอบ”
“ตอนนั้นมันกะทันหันหนิ ผมไม่คิดว่าเบอร์นาร์ดจะตกลงไป” ผมยกยิ้มมองแผลที่ถูกทำให้ต้องเย็บไปสามสี่เข็มเพราะความแหลมคมของเขี้ยวทำให้ชั้นผิวฉีกขาดแอบเลียปากตอนความเจ็บเล่นงาน ถึงอย่างนั้นการโวยวายก็ไม่ใช่นิสัยผม
เหมือนตอนที่เบอร์นาร์ดตกลงไปแทนที่จะเรียกคนมาช่วยผมกลับลงไปช่วยซะเอง
“แต่ก็ดีแล้วที่เขาปลอดภัย คุณช่วยไปดูเขาหน่อยนะมีเบียร์อยู่ในตู้บางทีเขาอาจจะ้าคนรับฟัง”
“เพราะงี้ไงทุกคนถึงเป็ห่วงคุณมาก”
“...”
“คุณนึกถึงแต่คนอื่น”ผมหลุบตาต่ำพ่นลมหายใจขณะฟังเขาพูด “ผมรู้ว่าคุณเป็เ้าของที่นี่คุณต้องดูแลเรา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงทุกครั้งที่เกิดเื่”
“…”
“ไม่มีใครอยากเห็นคุณเจ็บตัว ทุกคนอยากเห็นคุณมีความสุขเพราะเราต่างก็รู้ว่าคุณเหนื่อยแค่ไหน” โอเว่นพูดโดยไม่มองหน้าผมเขากำลังเก็บอุปกรณ์หลังจากทำแผลให้ผมเสร็จ น้ำเสียงนุ่ม ๆของคนที่โตกว่าผมเกือบสิบปีทำให้ผมััได้ถึงความห่วงใย
มันดีกว่าการตะคอกต่อว่าแบบที่เอริคทำ
“และเอริคก็เป็ห่วงคุณที่สุด” ผมกลอกตาให้กับคำพูดนั้นทำเอาโอเว่นยิ้มขำเขายีหัวผมเบา ๆ เป็การปลอบใจ “ผมรู้ว่าเขาชอบขึ้นเสียงใส่แต่เขาก็ไม่ได้ใจร้ายอย่างที่เห็นไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นเขาก็ปล่อยคุณโดนกินไปแล้ว”
“ผมยอมโดนกินดีกว่าทะเลาะกับเขา”
“แต่สำหรับเขา การมีคุณอยู่ทะเลาะด้วยทุกวันมันเป็สิ่งที่มีค่า”
“…”
“อย่าใจดำกับแฟนเก่าไปหน่อยเลยน่า คุณเองก็ห่วงเขาเหมือนกัน” ผมทำหน้าตาตื่นล้อเลียนกับคำพูดนั้น ส่งผลให้อีกฝ่ายหัวเราะเสียงดังยีหัวผมหนัก ๆ เป็การกลั่นแกล้งก่อนจะผละไปเก็บของเข้าล็อกเกอร์ผมเลยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างคิดเื่ที่โอเว่นพูดใส่ทำไมผมจะไม่รู้เอริคห่วงผมแค่ไหน แต่ผมเลือกที่จะไม่รับเพราะกลัวว่าเขาจะคิดว่าเรายังมีเยื่อใยต่อกัน
หากผมเลือกที่จะตัดสายใยนั้นจะไม่มีต่อกันเป็แน่
“ผมไม่กลับไปหรอก” พึมพำแล้วมองข้างนอกอย่างเลื่อนลอยจับจ้องสิ่งมีชีวิตใต้พื้นสมุทร ห้องทำแผลนี้อยู่ชั้นล่างนั่นแปลว่าเราจะเห็นว่าใต้ทะเลเป็ยังไงผมเห็นดายว่ายอยู่แถวนั้น ไม่ได้มาดักรอจ้องจะกินวาฬที่ผมเลี้ยงไว้ดีแลนว่ายอยู่ไม่ไกล สองพี่น้องจะอยู่เคียงข้างกันเสมอ
ผมแอบแปลกใจที่พวกมันไม่กินกันเท่าที่ผมศึกษาข้อมูลเมกาโลดอนจะมีลูกแค่ตัวละครั้ง ส่วนใหญ่จะอยู่ไม่รอดเพราะโดนกินก่อนตัวที่แข็งแกร่งกว่าจะเป็ผู้นำไม่ต่างจากสิงโตนำฝูง แต่กับเ้าสองตัวนี้มันอยู่เพื่อคอยช่วยเหลือกันและกัน
ผมไม่เห็นท่าทีขัดแย้งของพวกมันแอบสงสัยว่ามันมีพ่อแม่ตัวเดียวกันหรือเปล่า
ไฟล์ข้อมูลที่พ่อผมทำไว้ไม่มีเื่ครอบครัวของพวกมันมีแค่ลักษณะนิสัย กายภาพ และเื่สำคัญ ๆผมเลยแอบคิดว่าความลับนั้นอยู่ในไดอารี่ที่พ่อพกติดตัวหรือเปล่า
แต่มันก็หายไปแล้วั้แ่พ่อจากไป
“คุณควรไปพักนะ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่าห่วง”
“ผมยังไม่อยากไปในห้อง ตรงนี้ผมมองเห็นว่าพวกมันกำลังทำอะไร”
“…”
“คุณเคยคิดถึงน้องสาวไหม เคยอยากกลับไปหาเธอไหมครับ ?” ผมถามเขาโดยไม่มองหน้า สายตาจ้องมองดายที่กำลังว่ายมาหาไม่มีโซนาร์เรียกหามัน แต่แสงไฟจากด้านหลังคงดึงดูดให้มันสนใจ โอเว่นนิ่งงันนานแล้วที่ผมไม่พูดถึงน้องสาวเขา มันเป็เื่ละเอียดอ่อน พวกเขาทุกคนล้วนคิดถึงบ้าน
แต่อย่างที่ผมบอกไปการมาทำงานที่นี่เท่ากับว่าคุณเลือกทิ้งทุกสิ่งแล้ว
“ก็มีบ้าง มันเป็เื่ปกติ”
“ดีจัง ผมอยากมีคนให้คิดถึงบ้าง”
“โซล”
“มันคงเป็ความรู้สึกที่ดีสินะแค่คิดว่าจะได้กลับไปเจอคนที่เรารักหัวใจก็คงเต้นแรงไปหมดใช่ไหม ผมพอจะจำได้บ้าง” ผมยิ้มให้เขา นึกถึงเมื่อก่อนตอนพ่อแม่ยังอยู่ เวลาพ่อหายไปทำงานไกล ๆผมจะคิดถึงและเฝ้ารอเขากลับมาเสมอ จำได้ว่าเราจะไปดูหนังด้วยกันทุกวันหยุดพ่อจะยิ้มมีความสุข เราจะเดินจับมือลงทะเลไปด้วยกัน
เสียดายที่ตอนนี้ผมไม่มีทางได้ทำแบบนั้นแล้วเวลานี้พ่อกับแม่ผมไปทำงานในที่ไกลแสนไกล
ผมตามไปไม่ได้หรือไม่ก็ยังไม่อยากตามไป
“ไม่รู้ว่าพวกมันคิดถึงผมบ้างไหม ตอนผมไม่อยู่แกล้งมัน”ผมหัวเราะชี้ไปที่สองพี่น้อง มันเคลื่อนเข้ามาใกล้จ้องมองเราผ่านั์ตาสีดำ “ผมคิดถึงมันนะเหมือนคิดถึงพวกคุณตอนที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน”
“มันก็เป็ความรู้สึกเดียวกับที่ผมคิดถึงน้องสาว”
“หืม ?”
“คุณไม่ได้โดดเดี่ยวหรอกนะ” เขาขยับเข้ามาใกล้ผมเลยหันมาหา ระยะห่างของเรามีไม่มากนั่นเพราะเขาอยู่ใกล้เพียงคืบเดียว ผมหลุบตามองริมฝีปากสีสดที่เผยอออก จริง ๆ โอเว่นก็เป็หนึ่งในไทป์คู่นอนที่ผมชอบ
แต่เขาไม่เคยเกินเลยกับผมเลยั้แ่ที่เรารู้จักกัน
“อย่าคิดจะเล่นพิเรนทร์เชียวโซล คุณจะทำพวกมันบ้าคลั่ง”
“มันเข้ามากัดคุณไม่ได้หรอกดอกเตอร์” ผมกัดปากตัวเองฉายแววเ้าเล่ห์และซุกซนสองมือเปลี่ยนมาโอบรอบคอเขา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำทะเลสวย คราวก่อนผมหอมแก้มเขาตอบแทนที่ช่วยทำแผลให้ ซึ่งพอทำแบบนั้นลงไป...
ดายก็ฝากรอยฟันขนาดใหญ่ไว้เป็คำเตือน
ผมเหล่มองรอยนั้นที่อยู่ไม่ไกลจากเราผมให้คนมาต่อกระจกให้หนาขึ้น ห้องพยาบาลเป็สิ่งที่จำเป็พอ ๆ กับศูนย์ควบคุม ถ้าเกิดส่วนนี้พังไปก็เท่ากับว่าเราเสียแขนไปข้างหนึ่งเลยก็ว่าได้เพราะงั้นโอเว่นเลยทำทุกทางเพื่อรักษาที่นี่ไว้
อาทิเช่นการปฏิเสธความน่าหลงใหลของผมทำท่าจะดึงมือผมออก แต่ผมกลับรั้งไว้...
“ดายมองเราอยู่”
“แล้วไง”
“โซล”
“ชู่ว ไม่ต้องพูด”
“…”
“แค่ผ่อนคลายเท่านั้น” ผมกระตุกยิ้มร้ายโน้มหน้าเข้ามาใกล้ ๆ กะว่าจะฝังริมฝีปากลงไปแต่ก็เปลี่ยนใหม่ปลายลิ้นชื้นเลียริมฝีปากเขาเบา ๆ ไม่ได้รุกล้ำหรือทำอะไร แค่เลียเหมือนลูกหมาทำ เขาชะงักชั่วขณะโอเว่นหลุบตาเม้มปากแน่นััน้ำลายของผมที่ฝากไว้ กัดปากยั่วยวนนิดหน่อยก่อนจะเสตามองเ้าฉลามตัวใหญ่ที่จ้องมองอยู่ไม่ห่าง
ผมสบตากับดายยกยิ้มสนุกสนานซ้ำร้ายยังเบียดแก้มลงกับแผ่นอกของคนตรงหน้ามองอสูรกายอย่างท้าทายว่าเขาจะทำไรผมได้
ในน้ำเขาอาจจะเป็าาเหนือใครๆ แต่ตราบใดที่ผมไม่ออกไป...
เขาจะเป็แค่ปลาในตู้กระจกเท่านั้น
และปลาในตู้กระจกมันก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเพราะงั้นดายเลยค่อย ๆ อ้าปากโชว์ฟันกรามก่อนจะพุ่งมากัดกระจกที่กั้นเราไว้
กึก !
รอยฟันขนาดใหญ่เป็สัญญาณเดียวที่บ่งบอกว่ามันอยากขย้ำผมแค่ไหนมันคือการเตือนว่าทันทีที่ผมก้าวเท้าออกไป มันจะฆ่าผมให้ได้เป็การเอาคืนที่ผมยียวนกวนประสาท
แต่คุณรู้ไหมว่าต่อให้มันอยากจะฆ่าผมขนาดไหน...
มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็รักผมมากเหมือนกัน
ผมเลยเหยียดยิ้มเย้ยหยันก่อนจะพูดใส่หน้ามันว่า...
“หึ ฉลามโง่เอ๊ย”
ผมกลับมาที่ห้องจมอยู่กับกองงานสารพัด ผมไม่อยู่แค่เกือบเดือนมีงานให้สะสางจนต้องกุมขมับส่วนใหญ่เป็ข้อมูลที่เสียหายและ้าวิธีแก้ไข มันมีทางออกให้แค่ผมต้องเซ็นอนุมัติไม่ก็คุยกับทีมวิจัยให้เรียบร้อยก่อน บุหรี่มวนแล้วมวนเล่าถูกผมจุดปล่อยควันคลุ้งสีขาวให้ลอยไปทั่วห้อง
ยามนี้ใต้ทะเลเป็สีดำเหล่มองนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เที่ยงคืนกว่า
ถึงอย่างนั้นดีแลนกับดายก็ยังว่ายอยู่ไม่ไกลมันเหมือนกลัวว่าผมจะหนีไปยังไงยังงั้น
ดวงตาสีดำจับจ้องมาคล้ายจะแข็งข้อใส่กันทว่าผมกลับทำแค่ส่ายหน้าเบา ๆ ยกยิ้มเล็กน้อยแล้วนั่งเท้าคางมองมัน
“ไม่หนีไปไหนแล้วน่า...”
ก็อก ๆ
“หืม ?”ระหว่างที่ผมกำลังดูพวกมันเพลิน ๆ จู่ ๆ ประตูห้องผมก็ถูกเคาะในเวลาเที่ยงคืนกว่าส่งผลให้ผมต้องละสายตาจากเ้าสองพี่น้อง หันกลับมามองเงาดำที่แวบผ่านไปมาหน้าห้องแวบแรกผมคิดว่าเป็เบอร์นาร์ด แต่คิดอีกทีเขาไม่น่าจะอยู่ทำงานดึกขนาดนี้
กระทั่งภาพของคนคนหนึ่งโผล่เข้ามาผมเลยท้าพนันสองเหรียญกับตัวเองว่าคนที่มา...
คือหัวหน้าทีมวิจัย
“ขัดเวลาเก่งจริง ๆ”ผมไหวไหล่กลอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย ถึงอย่างนั้นก็ยอมลุกเดินไปเปิดประตูให้เอริคจะไม่มีทางเข้ามาได้จนกว่าผมจะอนุญาต ซึ่งแทบไม่มีความเป็ไปได้เลยสักนิดผมแตะเซนเซอร์ให้บานประตูเปิดออก เราสบตากัน ใบหน้าของคนจองหองทำให้ผมส่ายหน้าใส่ “ผมว่านี่มันดึกเกินกว่าที่คุณจะมากวนใจใคร”
“ผมแค่อุ่นนมมาให้”
“…”
“คิดว่าคุณน่าจะยังไม่นอน”หลุบตามองแก้วสีฟ้าที่ยื่นมาตรงหน้า เอริคไม่สบตาผม เขาเหมือนกลัวว่าผมจะจับความรู้สึกได้“เห็นไฟเปิดอยู่เลยคิดว่าคุณอาจจะนอนไม่หลับ”
“ผมทำงานอยู่ หายไปเกือบเดือนมีงานต้องสะสางเยอะ”
“จะให้ผมไปชงกาแฟมาให้ไหมล่ะ ?”
“ผมนึกว่าคุณจะเสนอตัวเองอยู่เป็เพื่อนผมแบบเมื่อก่อนซะอีก” ผมกอดอกพิงกับขอบประตูมองเขาอย่างหยอกเย้า เมื่อก่อนตอนเราคบกันเวลาที่ผมทำงานดึกเขาจะอาสาอยู่เป็เพื่อนคอยดูข้อมูลไม่ก็ทำอะไรสักอย่างที่ทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้อยู่ลำพัง
และรู้ใช่ไหมเวลาที่คนสองคนอยู่ด้วยกันมันไม่จบแค่นอนจับมือ
เห็นเขาทื่อๆ แบบนี้ แต่เวลามีเซ็กซ์ก็ใช้ได้เลย :)
“ผมไม่มีสิทธิ์ คุณก็รู้”
“นั่นสินะ ก็เราเลิกกันแล้ว” ผมรับนมมาดื่ม ไม่คิดว่าตัวเองพูดผิดตรงไหนอาจจะทำร้ายจิตใจเขาไปบ้าง แต่ก็คิดว่าสมควรพูดมัน “ขอบคุณสำหรับนมก่อนนอน”
“ไม่เป็ไร ผมก็แค่อยาก...ไถ่โทษที่พูดจาไม่ดีใส่”
“หืม ?”
“ก็เื่เมื่อตอนนั้นไง”
“…”
“ผมไม่ได้ตั้งใจ...จริง ๆ”ในที่สุดเขาก็เผยสิ่งที่ทำให้เขามาที่นี่ ไม่รู้ว่าคิดได้เองหรือว่าโอเว่นไปพูดใส่“ผมรู้ว่าพูดแรงไป ผมก็แค่หงุดหงิดที่คุณไม่ดูแลตัวเองเอาแต่เสี่ยงชีวิตเพื่อคนอื่น”
“ผมทำเพราะว่าผมเป็เ้าของที่นี่ ผมบอกคุณแล้วไง”
“แล้วคุณไม่คิดว่าการเสียสละแบบนั้นจะทำให้คนอื่นเป็ห่วงบ้างเหรอ” เอริคถาม นี่เป็ครั้งแรกั้แ่ผมกลับมาที่เขาพูดจาดี ๆ ใส่สายตาฉายแววไม่เข้าใจขณะที่ผมยกยิ้มให้ มันไม่ใช่ยิ้มมาดร้ายก็แค่ยิ้มธรรมดาทั่วไป“คุณก็รู้ว่าเราเอาชีวิตใครแลกกับใครไม่ได้”
“แต่เราเลือกให้ใครอยู่ต่อไปได้”
“…”
“ผมเลือกให้พวกคุณมีชีวิตอยู่ดีกว่าผมเพราะอย่างน้อยภาระเดียวที่ผมเหลืออยู่คือที่นี่และเ้าสองตัวนั่น” ผมใช้นิ้วโป้งชี้ไปด้านหลัง ไม่จำเป็ต้องดูว่าเ้าสองพี่น้องอยู่แถวนี้ไหม“แต่พวกคุณยังมีครอบครัวให้กลับไป มีคนอีกมากที่รอคุณอยู่”
“แต่การไม่มีครอบครัว ไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีค่า”
“เอริค”
“คุณไม่ได้ตัวคนเดียวหรอกนะ อย่างน้อยคุณก็มีผม” น้ำเสียงจริงใจทำให้ผมขบขันบางทีผมอาจจะเมานมไม่ก็เขาเมากาแฟที่ดื่มไป ซึ่งการกระทำนั้นทำให้เอริคพ่นลมหายใจเอื้อมมือมาจับมือผมไว้แล้วบีบเบา ๆ “มันไม่เกี่ยวว่าเราเลิกกันหรือยังรักอยู่เพราะตราบใดที่ผมยังอยู่กับคุณ ผมจะเป็ห่วงคุณเสมอ”
“…”
“คุณคือคนสำคัญของที่นี่ ทุกคนคือครอบครัวคุณนั่นยังไม่เพียงพอที่จะทำให้คุณมีชีวิตอยู่อีกเหรอ โซล” คำพูดนั้นทำผมหลุบตาต่ำมองมือที่จับกันก่อนจะคิดตาม ผมรู้ทุกความรู้สึกที่ส่งมาแต่ผมเลือกที่จะไม่ตอบรับเพราะชีวิตผมไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด
เพราะในขณะที่เขาเป็ห่วงผมผมกลับคิดแต่เื่ว่าจะทำยังไงให้เ้าสองตัวนี้มีชีวิตรอดในแต่ละวัน
แทนที่ผมจะมองพวกเขาเป็ครอบครัวตามที่เอริคบอกผมกลับมองว่าดีแลนกับดายต่างหากคือครอบครัวของผม
อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมคิดถึงโลกหลังความตายเลยไม่กลัวเมื่อ่เวลานั้นมาเยี่ยมเยียน
“ผมอยากให้คุณคิดถึงใจคนด้านหลังบ้าง”
“ผมคงทำแบบนั้นไม่ได้”
ตึก !
“นี่ก็ดึกแล้วนะผมว่าคุณกลับไปพัก”
“โซล”
“ผมเข้าใจที่คุณพูดทุกอย่าง แต่บางอย่างมันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก”ผมยิ้มให้ ดึงมือออกแล้วดันเขาให้ถอยไปด้านหลัง “เอาเป็ว่าพรุ่งนี้เราจะเจอกันตอนสิบโมง ผมจะไม่ตื่นสายให้คุณมาตามอีก”
“คุณปฏิเสธผมอีกแล้วนะ”
“ผมคิดว่าวันนี้เราเถียงกันมากพอแล้วเอริค”
“…”
“ราตรีสวัสดิ์”ผมกดประตูให้ปิดลงไม่สนใจเอริคที่มีคำพูดอีกมาก โบกมือให้เขาผ่านหน้าต่างทรงกลมเป็ช่องเดียวที่สามารถมองได้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่จากนั้นก็หมุนตัวกลับมาจมอยู่กับกองเอกสาร มองเ้าอสูรกายที่นอนนิ่งอยู่ไม่ไกลพวกมันเลิกว่าย เข้าสู่่หลับใหล ถึงจะเป็ปลาก็ใช่ว่าจะหลับไม่ได้
ที่ตลกคือพวกมันเลือกที่จะหลับอยู่ไม่ไกลจากห้องผมราวกับว่าเราจะนอนเป็เพื่อนกัน
ทุกวันและทุกคืน
“ชิงหลับก่อนแบบนี้ ไม่ดีเลยนะพวกนาย”
“…”
“เหนื่อยที่ไล่จับฉันสินะ” ผมยิ้มขำทาบมือกับกระจกมองพวกมันที่ไม่ขยับ “แต่ฉันไม่เหนื่อยที่ต้องหนีพวกนายหรอกนะจนกว่าจะตาย ฉันจะอยู่ให้พวกนายไล่ล่าเท่าที่้า”
กึก !
“แต่พวกนายต้องทำตามคำอธิษฐานของฉัน”เสียงของผมแ่ลงแนบหน้าผากลงกับกระจกหวังเพียงให้คำพูดลอยไปกับสายลมจากเครื่องปรับอากาศในห้องทะลุสิ่งที่ขวางกั้นเข้าหูของพวกมันบ้าง ดายลอยตัวมาหาผม คิดว่าน้ำน่าจะพามันมา
เวลานี้เ้าตัวโตของผมกำลังดำดิ่งสู่ห้วงนิทราแต่ผมกลับ...
ร้องไห้
ไม่มีเหตุผลอะไรให้แก้ตัวออกไปมีเพียงแค่คำอธิษฐานเดียวที่ผมอยากให้มันเป็จริง
“เมื่อถึงคราวที่ฉันต้องตายจริง ๆพวกนายต้องเป็คนฆ่าฉันเองนะ”