ห้าวันให้หลังลุงหม่าก็ได้ให้คนมาจัดการสร้างรั้วจนเสร็จเรียบร้อยภายในสองวันด้านคนเจ็บแม้ว่าาแจะเริ่มหายดี ทว่ายังไม่ได้สติสามพี่น้องต่างก็ใช้ชีวิตตามปกติตกดึกคืนหนึ่งอวี้จื่อลู่รู้สึกว่าในขณะที่กำลังเคลิ้มหลับตนเองได้ถูกพาเข้าไปอยู่ในสถานที่แปลกตากับชายชราคนที่พานางมาอยู่ในภพนี้
“เอ๊ะ!!นี่ท่านคนที่พาข้ามาไม่ใช่หรือ?”
“ใช่เป็ข้าเองเ้ามีปัญหาอะไรอย่างนั้นรึ?”
“ข้าฝันอยู่ใช่ไหม”
“นี่ไม่ใช่ความฝันแต่เป็เื่จริงและข้าก็เป็คนดึงเ้าเข้ามาในนี้เอง”
หน็อย มาแบบนี้ก็ดีเลยจะบ่นให้หูชาเลย“ท่านมาก็ดีแล้ว ข้ามีเื่จะพูดกับท่านเยอะแยะเต็มไปหมดเลยเ้าค่ะ”พร้อมแสยะยิ้มออกมาชวนหวั่นใจคนมอง
“ไหนลองว่ามาสิข้ารอฟังอยู่” พร้อมนั่งลงบนเก้าอี้ตัวสวยที่มาจากไหนไม่รู้
“ขอข้าด้วยสิเ้าคะ ยืนนาน ๆมันเมื่อยนะเออ” พลางส่งเสียงหัวเราะคิกคักออกมา
“เพ้ย!! เ้าลูกเต่านี่”แม้มีท่าทางเหมือนจะไม่ชอบใจ แต่บนใบหน้ากลับประดับไปด้วยรอยยิ้มและเอ็นดู
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ”
“มาเข้าเื่เถอะข้ามีเวลาไม่มาก”
“จะรีบไปไหนล่ะเ้าคะ”
“ข้ายังมีงานเบื้องบนต้องสะสางอีกเยอะไม่ได้มีเวลาว่างดั่งเช่นเ้าหรอกนะ”(ได้ข่าวว่าท่านจะรีบไปสังสรรค์กับเหล่าเทพตนอื่นมิใช่รึ?)
“ว่าแต่ท่านเถอะมาหาข้ามีอะไรกันแน่แล้วอีกอย่างนะส่งข้ามาที่นี่แต่กลับไม่ให้อะไรติดไม้ติดมือมาเลย ไหนล่ะ พลัง มิติหรืออะไรที่มันพอจะช่วยไม่ให้ครอบครัวข้าอดตายข้ายังไม่อยากยากตายก่อนวัยอันควรนะท่าน”
“หากข้าช่วยนั่นก็ย่อมได้แต่มีข้อแม้ว่าเ้าต้องทำบางสิ่งที่ข้ามอบหมายให้สำเร็จลุล่วงถือว่าเป็ภารกิจจากข้า หากเ้ารับปากข้าจะให้ของขวัญเป็การตอบแทน แต่ถ้าไม่...”หากนางรู้ว่าข้าหลอกให้ทำงานแทนส่วนที่ข้าทำพลาดแล้วล่ะก็มีหวัง...
ไม่รอให้ชายชราพูดจบนางก็ตัดการสนทนาด้วยการโวยวาย'ขี้งกจริงวุ้ย! แบบนี้นางก็แย่น่ะสิ ไม่ได้ ๆ'“อ้าว แล้วถ้าทำแล้วไม่สำเร็จล่ะ แบบนี้ข้าก็เหนื่อยฟรีสิช่างเป็อะไรที่ไม่ยุติธรรมสำหรับเด็กตัวเล็ก ๆ ที่น่าทะนุทนอมเช่นข้าเลย”
“เ้าช่วยหยุดฟังข้าสักประเดี๋ยวได้หรือไม่?นางหนูอวี้”
“ก็ได้เ้าค่ะ”
“เอาล่ะ ตั้งใจฟังให้ดีต่อไปในภายภาคหน้าหากเ้าพบเจอกับบุรุษผู้มีั์ตาสีฟ้า จงช่วยเขาให้ถึงที่สุด”
“แล้วจะช่วยเขาได้ยังไงล่ะเ้าคะในเมื่อข้าไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร แล้วไหนจะั์ตาสีฟ้านั่นอีกมันมีเงื่อนไขอะไรอีกไหมที่พอจะช่วยให้ข้าได้รู้ว่าเป็บุรุษผู้นั้น”
“เฮ้อข้าจะบอกให้อีกนิดก็ได้ บุรุษผู้นั้นในยามพระจันทร์เต็มดวงจะปรากฏั์ตาสีฟ้าทั้งยังมีผลข้างเคียงที่แสนทรมานร่างกายจะถูกห่อหุ้มไปด้วยความเย็นจากนั้นไอเย็นจะค่อย ๆซึมลึกเข้าไปในเนื้อหนังและกระดูกเมื่อถึงเวลานั้นร่างกายจะถึงจุดที่ย่ำแย่และอ่อนแอเป็ที่สุดพิษนี้เรียกว่า เหมันต์หวนคืน พิษนี้เป็พิษของตระกูลไป๋ที่หายสาบสูญไปนานนับพันปีทว่าเมื่อสิบห้าปีก่อนได้มีคนนำพิษนี้ออกมาใช้กับใครบางคนและคนคนนั้นคือคนที่เ้าต้องช่วย”
“แล้วจะให้ข้าช่วยยังไง”
“ข้าจะถ่ายทอดการหลอมโอสถทุกชนิดให้แก่เ้าไม่เว้นแม้แต่โอสถที่หายสาบสูญไปแล้วก็ตามรวมไปถึงชื่อและสรรพคุณของสมุนไพรมั้งหมดแต่จงจำไว้ใช้มันด้วยความระมัดระวังเพราะโอสถบางชนิดอาจจะชักนำพาภัยมาสู่ตัวเ้าได้”ชายชรากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อน เจือไปด้วยความห่วงใยเด็กสาวตรงหน้า
“เ้าค่ะ”เจองานหินเข้าให้แล้วไง จะไปรอดไหมนะข้ายิ่งไม่ค่อยจะฉลาดอยู่ด้วยนางได้แต่โอดครวญอยู่ในใจ
“มาเถอะข้าจะเปิดช่องมิติเ้าให้”
“ช่องมิติเหรอเ้าค่ะใช่ที่มีของด้านในแล้วนำออกมาได้ใช่ไหม”
“เป็เช่นนั้นส่วนพลังปราณเป็เ้าที่ต้องขยันฝึก ข้ามิอาจจะช่วยเ้าได้”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
“ได้เวลาที่ข้าจะต้องไปแล้ว และนี่เป็ของขวัญจากข้าที่รับปากเ้าไว้”ชายชรายื่นมือไปแตะหน้าผากนางจากนั้นก็เกิดแสงสีส้มทองสว่างจ้าไม่นานแสงนั้นก็หายไปทว่าอวี้จื่อลู่รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่กระจายไปทั่วร่างกายนานกว่าครึ่งชั่วยามที่นางจมดิ่งอยู่กับัันั้น ครั้นลืมตาขึ้นก็พบว่าชายชราผู้นั้นได้หายไปแล้วเหลือทิ้งไว้แค่นางให้อยู่ในสถานที่แปลกตา พลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆก็พบว่าภายในพื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสมุนไพรรูปร่างแปลกตาบ้างก็มีรูปร่างใบห้าแฉกทว่าสีของดอกนั้นแดงฉานราวกับโลหิตหรือก็คือดอกเบญจมาศโลหิตบางดอกก็มีลักษณะเป็เกลียวสีเหลืองทองเรียกว่าดอกจันทร์นวล ครั้นหันมองไปเรื่อย ๆกลับพบว่าที่แห่งนี้มีทั้งต้นไม้และผลไม้ที่ทั้งรู้จักและไม่รู้จักเต็มไปหมดไหนจะทะเลสาบกว้างเมื่อยามกระทบแสงแดดในน้ำก็จะมองเห็นเป็สีเขียวมรกตหรือเรียกอีกอย่างว่าหยดวารีมรกตทุกสิ่งที่อยู่ในมิติของนั้นล้วนเป็สิ่งล้ำค่าหาได้ยาก โดยเฉพาะผลจิติญญาผลผลึกม่วง หยดวารีมรกตและหญ้าปราณชีพจร
นางจึงเดินมุ่งหน้าตรงไปยังบ้านหลังเล็กเมื่อเปิดประตูเข้าไปกลับพบว่าด้านในมีพื้นที่กว้างขวางเต็มไปด้วยตำรามากมายทั้งยังมีเตาหลอมโอสถลายหงส์วางอยู่ตรงโต๊ะด้านซ้ายมือ ถัดไปขวามือเมื่อเปิดเข้าดูก็จะพบกับห้องนอนขนาดกลางครั้นสำรวจจนพอใจแล้วอวี้จื่อลู่จึงออกจากมิติโดยนำผลผลึกม่วงออกมาสี่ผลและหยดวารีมรกตอีกหนึ่งขวดน้ำเต้า
ปลายยามอิ๋น
หลังจากที่นางออกมาด้วยความอยากรู้ว่าผลผลึกม่วงจะมีรสชาติอย่างไร จึงกัดเข้าปากไปหนึ่งคำเมื่อรสชาติของมันแผ่กระจายไปทั่วทั้งปาก พลันดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง 'นะ...นี่มัน รสชาติดีเกินสุดจะบรรยายเลยขะ...ข้าไม่เคยกินผลไม้ที่มีรสชาติหวานล้ำเช่นนี้มาก่อน' อวี้จื่อลู่ปล่อยให้ตัวเองดื่มด่ำกับความหอมหวานกระจายไปทั่วทุกอณูค่อย ๆ ซึมซับความรู้สึกดีนี้ก่อนจะดึงตนเองออกมาจากความรู้สึกนั้นแล้วลงมือกัดกินผลไม้ในมือด้วยความตะกละตะกลาม
ใน่จังหวะที่นางกลืนกินอยู่นั้นก็รู้สึกได้ว่าเหมือนจะมีพลังบางอย่างกำลังไหลทะลักเข้ามาภายในกายและไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างและเหมือนนางจะขึ้นนึกได้ 'เอ๊ะ! หรือว่านี่จะเป็พลังลมปราณ' คิดได้เช่นนั้นนางจึงลองทำตามสิ่งที่เคยอ่านจากนิยายในยุคก่อน
จากนั้นก็ลองตั้งสมาธิเพื่อโคจรลมปราณที่กำลังไหลเวียนอยู่ในร่างกายไปรวมยังจุดตันเถียนแล้วค่อย ๆ ผลักดันลมปราณเพื่อเปิดเส้นชีพจร จนรู้สึกได้ว่าเส้นชีพจรทั้งหมดได้ถูกเปิดทั่วทั้งร่างกายพลันรู้สึกบางเบาโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนแม้กระทั่งอาการง่วงนอนหรืออาการเหนื่อยล้าก็ไม่มีให้เห็น
“อืมสุดยอดไปเลยรู้สึกกระปี้กระเปร่ามาก ๆ แบบนี้ต้องแบ่งให้พี่ใหญ่และพี่รองกินด้วยฮี่ฮี่ฮี่” อวี้จื่อลู่หัวเราะออกมาด้วยความสุขใจ ั์ตาซุกซนฉายแววระยิบระยับสุขใดเล่าจะเท่าเห็นคนในครอบครัวมีความสุข
ก่อนจะลุกขึ้นบิดไปมาแล้วออกจากที่นอน"วันนี้ทำไก่ตุ๋นหัวไชเท้าดีกว่า" พลางครุ่นคิดไปถึงบุรุษอีกคนที่นางและพี่ใหญ่พากลับมา"ท่านลุงคนนั้นจะฟื้นหรือยังนะ นี่ก็ไม่ได้สติมาหลายวันแล้ว"
อวี้จื่อลู่หอบพาร่างของตนเองที่เปื้อนจากคราบไคลสกปรกสีดำไหลซึมออกมาตามร่างกายเพื่อชำระล้างร่างกายให้สะอาดและรู้สึกสดชื่น แล้วมุ่งหน้าเข้าครัวทำอาหาร นานกว่าหนึ่งชั่วยามที่อวี้จื่อลู่ใช้เวลาเคี่ยวน้ำซุปให้เข้าที่และตุ๋นไก่ให้เนื้อเปื่อยนุ่มก่อนจะใส่หัวใชเท้าตามลงไปรอจนเปื่อยสุกได้ที่แล้วยกออกจากเตา
นางทำอาหารเพิ่มอีกสองสามอย่างจนเสร็จเรียบร้อยไม่นานพี่ชายทั้งสองก็เดินเข้ามาพร้อมกับคนเจ็บที่พากลับมาก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าจะหายดีแล้วหลังจากไม่ได้สติมาหลายวันทั้งสามเดินเข้ามานั่งไม่รอช้าอวี้จื่อลู่ก็นำทุกอย่างขึ้นโต๊ะ พร้อมลงมือกินทว่ากลับมีอีกคนที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมขยับขเยื่อน
กู้หลงซานยังไม่ทันจะได้เอ่ยคำพูดออกมาก็มีเสียงเล็กเจื้อยแจ้วของเด็กสาวตรงหน้าขัดขึ้นมาเสียก่อน
“ทานข้าวก่อนเ้าค่ะเื่อื่นค่อยว่ากันทีหลัง”พูดจบนางก็หันไปคีบผักและเนื้อใส่ลงไปในจานข้าวของอีกฝ่าย
กู้หลงซานมองเด็กสาวด้านหน้าด้วยแววตาสั่นระริกยากจะอธิบายความรู้สึกเหล่านี้ที่พร่างพรูออกมา พลางย้อนคิดไป่ที่ยังเยาว์วัยภาพเ่าั้ต่างผุดพรายขึ้นมาราวกับดอกเห็ดเขายังจำได้ดี
พร้อมเอ่ยขอบคุณของนาง “ขอบใจเ้ามาก”ก่อนนำอาหารเข้าปากด้วยมือสั่นระริก
เด็กทั้งสามเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเริ่มทานอาหารต่างก็ลงมือจัดการข้าวในจานของตนเอง มื้อเช้าได้ผ่านไปอย่างเรียบง่ายในระหว่างที่นั่งกินอาหารอวี้จื่อลู่ แอบลอบสังเกตท่าทางของอีกฝ่ายทว่าน่าแปลกนางกลับััได้ว่าคนผู้นี้มีวรยุทธขั้นสูงไม่แน่อาจจะอยู่ขั้นปราณนภาระดับแปดเกือบจะขึ้นระดับเก้าแล้วด้วยแข็งแกร่งไม่น้อยเลยคนผู้นี้เป็ใครและไปทำอะไรมากันแน่ถึงได้รับาเ็ขนาดนี้หวังว่าการที่นางและพี่ชายยื่นมือเข้าช่วยเหลือคงไม่ผลอะไรร้ายแรงตามมาหรอกนะทว่ารอบกายกลับมีละอองสีขาวบริสุทธิ์แผ่ออกมาเหมือนกับพี่ใหญ่และพี่รองไม่มีผิดแสดงว่าเป็คนดีไว้ใจได้สินะ
กู้หลงซานที่มีประสาทััไวอยู่แล้วก็รับรู้ได้ถึงสายตาคู่หนึ่งกำลังลอบมองพิจารณาตนเองอย่างเงียบ ๆ เขาจึงปล่อยให้นางทำตามที่้า 'หากนางอยากรู้ ข้าก็พร้อมให้นางได้รู้หากจะถามว่าเหตุใดถึงกล้าปล่อยให้เด็กน้อยคนนี้ตรวจสอบกู้หลงซานเองก็หาคำตอบไม่ได้เช่นกันรู้แค่เพียงว่าตัวเขานั้นรู้สึกไว้วางใจครอบครัวนี้อย่างไม่มีสาเหตุความรู้สึกสงบและผ่อนคลายโดยไม่ต้องคอยปั้นหน้ารับมือคนในตระกูลรองหรือคนอื่น ๆทั้งยังไม่ต้องคอยระแวงคนรอบตัวอยู่ตลอดเวลา มันทำให้ปลอดโปร่งดีแบบนี้นี่เอง'
"ฮะ...แฮ่ม! นังหนูหากเ้าสงสัยสิ่งใดก็เอ่ยปากถามมาเถอะหากเป็เื่ที่พอจะตอบได้ข้าก็ยินดีตอบ"กู้หลงซานพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ในขณะที่อวี้จื่อลู่ลอบมองผู้ใหญ่ตรงหน้าด้วยความลืมตัวก็ถึงกับสะดุ้งยามเมื่ออีกฝ่ายพูดขึ้นมา "ขออภัยเ้าค่ะ ที่ข้าเสียมารยาท"พูดจบนางก็หน้าลงคล้ายคนสำนึกผิด ทว่าหาใช่ไม่ 'ขายหน้าเขาไหมล่ะอวี้จื่อลู่มองเพลินไปนิดหน่อยเอง'
"ไม่เป็ไรข้ามิถืออันใด"
"ข้าถามได้จริง ๆนะเ้าคะ" ั์ตาฉายแววระยิบระยับ ปิดความอยากรู้ไว้ไม่มิด
"ได้สิอยากรู้สิ่งใดก็ถามมาเลย" น้ำเสียงที่เปล่งออกมามีแต่ความเอ็นดูเด็กน้อย
"น้องเล็กอย่าเสียมารยาท"อวี้เหิงเยว่ดุน้องน้อยของตน แล้วหันไปพูดกับผู้าุโกว่า"ต้องขออภัยผู้าุโแทนน้องสาวของข้าด้วยนางยังเด็กอยู่โปรดอย่าได้ถือสา"
"ข้าเองก็อภัยแทนน้องเล็กด้วยขอรับ"
ยามที่รู้ว่าตนเองได้เสียมารยาทก็รีบเอ่ยออกมาเสียงอ่อยหน้าหงอย"ข้าขอโทษเ้าค่ะ"
เด็กพวกนี้ช่างรู้ความยิ่งนักนับเป็วาสนาของบิดามารดาที่ให้กำเนิดบุตรและสั่งสอนมาได้ดีช่างแต่งต่างกับเหล่าลูกคุณหนูเ่าั้เสียจริงแค่คิดก็ได้แต่ส่ายหน้าและถอนหายใจ พลางแนะนำตัวเองให้สามพี่น้องได้ฟัง"ข้าชื่อ กู้หลงซาน จะเรียกลุงกู้ก็ได้"
"เ้าค่ะลุงกู้ข้าชื่ออวี้จื่อลู่เป็น้องเล็กสุด จะเรียกจื่อเอ๋อร์ก็ได้นะเ้าคะ"เด็กน้อยส่งเสียงแนะนำตนเองด้วยไปหน้ายิ้มแย้ม ั์ตาดอกท้อฉายแววซุกซนไม่น้อย
"ข้าอวี้เฉิงรุ่ยเป็พี่ชายคนรอง เรียกอาเฉิงก็ได้ขอรับ"
"ข้าอวี้เหิงเยว่เป็พี่ชายคนโตเรียกอาเหิงก็พอขอรับ"
ด้วยเหตุนี้กลับกลายเป็ว่าหนึ่งสตรีสามบุรุษได้พูดคุยกันอย่างออกรสทำให้กู้หลงซานรู้ว่าสามพี่น้องอวี้นั้นแท้จริงแล้วได้สูญเสียบิดามารดาไปเมื่อหลายปีก่อน กระนั้นก็โดนญาติผู้ใหญ่ที่มีศักดิ์เป็ถึงลุงและป้าสะใภ้ขับชื่อออกจากตระกูลและไล่ออกจากบ้านโชคดีหน่อยที่มารดาของเด็กเหล่านี้ยังพอมีที่ดินและบ้านเก่าทรุดโทรมให้กลับมาอยู่อาศัยแม้ว่าบางครั้งจะโดนป้าสะใภ้และญาติผู้พี่มารังแกทุบตีหยิบจับข้าวของไปไม่น้อยต่างก็พยายามอดทน เพราะอย่างน้อยเขาก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็ผู้มีพระคุณอยู่บ้างจึงมิอาจทำอะไรได้มากมายจนวันหนึ่งอวี้เหิงเยว่ไม่อยู่บ้านเพื่อนำของป่าไปขายในเมือง จึงเหลือเพียงแค่น้องๆ ของตนประจวบเหมาะกับป้าสะใภ้และญาติผู้พี่มาที่บ้านสองแม่ลูกนั่นพยายามขนข้าวของทุกอย่างที่คิดว่ามีค่า ไม่เว่นแม้แต่ข้าวสารหรือเครื่องเทศก็ขนไปจนหมดอวี้เฉิงรุ่ยที่กำลังนั่งย่างไก่ให้อวี้จื่อลู่ผู้เป็น้องเล็กอยู่ด้วยความสุขใจก็ต้องใเมื่อตนเองโดนป้าสะใภ้แย่งไก่ไปจากมือพร้อมกับโดนทุบตีน้องเล็กที่กลับมาจากลำธารเห็นว่าพี่รองของตนเองโดนป้าสะใภ้ทำร้าย นางจึงบันดาลโทสะลงไม้ลงมือกับสองแม่ลูกไปั้แ่วันนั้นเป็ต้นมาก็ไม่เคยเห็นทั้งคู่มารบกวนอีกเลย 'ช่างเป็เด็กที่อดทนอดกลั้นดีเสียจริง'
หลังจากที่ได้รับรู้เื่ราวทุกอย่างแล้วกู้หลงซานก็เล่าเื่ราวของตนเองให้เด็กทั้งสามฟังทุกอย่างโดยไม่ปิดบังไม่ว่าจะเป็เื่ที่เขาเป็ผู้นำตระกูลและเป็ฝึกยุทธที่อยู่ในขั้นปราณเทวะระดับแปดหรือเป็คนจากแผ่นดินใหญ่ที่ชาวแคว้นต่างเรียกกันว่าชาวเซียน์ส่วนเื่ที่โดนมือสังหารตามฆ่านั่นก็เพราะน้องชายของเขากู้เยี่ยนลั่วที่เป็ตระกูลสายรอง้าตำแหน่งผู้นำตระกูลสายหลักจึงได้วางแผนจ้างมือสังหารอันดับหนึ่งจากหอเสี้ยวจันทราทำให้เกิดการปะทะขึ้นคนของเขาต่างล้มตายไปไม่น้อยเหลือเพียงอี้ซื่อและอี้ถังที่เป็คนสนิทแต่ตราบใดที่เขายังไม่ตายมือสังหารเ่าั้ก็จะไม่ราทำให้อี้ถังล่อพวกมันไปอีกทางเพื่อเปิดโอกาสให้อี้ซื่อพาเขาหนีออกมาจนกระทั้งได้มาเจอกับนางและพี่ชายตัวเขาจึงมีชีวิตรอกมาได้จนถึงตอนนี้
"ด้วยเหตุนี้ข้าจึงโดนตระกูลสายรองลอบวางยาพิษมาตลอดโดยไม่รู้ตัวและเขาก็เป็น้องชายของข้า"น้ำเสียงของกู้หลงซานสั่นเครือเจือไปด้วยความผิดหวังและความเสียใจยามที่เอ่ยถึงน้องชายของตน
หลังจากที่ได้รับรู้เื่ราวของกู้หลงซานทำเอาสามพี่น้องน้ำตาซึมด้วยความเห็นใจ
จนกลายเป็นางที่ทนไม่ไหวเอ่ยออกไป การที่พี่น้องสายเืเดียวกันเข่นฆ่ากันเองเป็อะไรที่นับว่าะเืใจนางไม่น้อย"ลุงกู้ หากท่านยังไม่พร้อมกลับไป จะอยู่ที่นี่กับพวกเราก็ได้นะเ้าคะพวกเราสามพี่น้องต่างรักใคร่กลมเกลียวไม่มีทางที่จะเข่นฆ่าพี่น้องตนเองแน่นอน"
"ขอบใจเ้ามากเด็กน้อย"กู้หลงซานั์ตาแดงก่ำฉ่ำไปด้วยหยดน้ำตาฉายแววสั่นระริกทำเอานางถึงกับร้องไห้ตามอย่างช่วยไม่ได้เดือดร้อนพี่ชายทั้งสองต้องเข้ามากอดปลอบอยู่ชั่วครู่