Series:เงาที่ถูกสาป
ตอนที่ 2: รอยสักของความผิด และเสียงที่ไร้คลื่น
กิตติทรุดตัวลงบนเบาะรถยนต์อย่างเหนื่อยล้า พยายามทำใจให้สงบหลังจากเหตุการณ์เหนือความคาดหมายเมื่อครู่ ความรู้สึกเหมือนมีน้ำแข็งไหลเวียนแทนเืในร่างกายค่อย ๆ จางหายไป แต่ภาพดวงตาที่กลายเป็ ขาวเงิน ของตัวเองยังคงติดอยู่ในมโนสำนึก
ไอริณซึ่งขับรถเงียบ ๆ มาตลอดทาง มองมาทางเขาแวบหนึ่ง
“พี่กิต... เมื่อกี้... เกิดอะไรขึ้นกับตาพี่?” ไอริณถามเสียงเบา ความหลักแหลมของเธอทำให้เธอเลือกที่จะถามในสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน
กิตติหายใจเข้าลึก ๆ เขาเสมองไปนอกหน้าต่าง “ไม่มีอะไร ไอริณ แค่อาการช็อกเฉียบพลันจากแรงสั่นะเื”
“ไม่จริงค่ะ” ไอริณย้ำ น้ำเสียงหนักแน่น “คลื่นความถี่ที่พี่ปล่อยออกมาไม่ใช่การช็อก แต่มันคือ พลังงานต้านทาน ที่ถูกปล่อยออกมาอย่างแม่นยำเพื่อป้องกันตัวจากสิ่งที่ทะลุผนังเข้ามา”
กิตติหันมามองคู่หูของเขา เขาเห็นความฉลาดและเหตุผลที่ซ่อนอยู่ในแววตาของเธอ แต่เขายังไม่พร้อมจะเปิดเผยเื่พลังแฝงของตัวเอง
“บางครั้ง... เราก็ไม่จำเป็ต้องรู้ทุกคำตอบที่เห็นด้วยตา ไอริณ” กิตติพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้บทสนทนาสิ้นสุด
ไอริณเงียบไป แต่เธอไม่ได้ยอมแพ้ เธอเปลี่ยนไปใช้ตรรกะอื่นเพื่อหาทางเข้าถึงปมปัญหาแทน
“โอเคค่ะ ถ้าอย่างนั้นเรามาเน้นที่ตรรกะ” ไอริณพูดขณะเร่งความเร็วรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เหยื่อเคยไปครั้งล่าสุด “จากสมุดบันทึก เหยื่อบอกว่าเธอฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้ และเธอก็ 'ได้รับมันมา'”
“ใช่” กิตติรับคำ “และนั่นคือ เงา ที่มาพร้อมกับยันต์ปานั์”
“แต่พี่กิตคะ” ไอริณเบรกเล็กน้อยก่อนเลี้ยวเข้าซอยแคบ ๆ “ถ้าเป็ 'เงา' จริง ๆ ทำไมผู้ล่าถึงต้องตามมาฆ่า? ปกติเงาจะตามติดเหยื่อจนกว่าเหยื่อจะตายเอง หรือไม่ก็แค่หลอกหลอนให้เสียสติ”
“นั่นแหละคือประเด็น” กิตติขัดขึ้น น้ำเสียงมีความขัดแย้งเล็กน้อย “มันไม่ใช่แค่เงา แต่เป็ พันธสัญญา บางอย่างที่ถูกส่งต่อ เงาเป็แค่พาหะนำพลังงานยันต์มาประทับ”
“หนูไม่คิดอย่างนั้นค่ะ” ไอริณสวนทันควัน แต่ด้วยความเคารพ “ถ้าเป็พันธสัญญา มันควรจะลงรอยสักยันต์อย่างสมบูรณ์ั้แ่แรก แต่นี่คือ ปานั์ ที่ดูหยาบกร้าน และเพิ่งเกิดขึ้นก่อนตาย มันเหมือนการ ลงทะเบียน ความผิดพลาดบางอย่างมากกว่า”
> กิตติรู้สึกถึงความขัดแย้งในตรรกะของไอริณ: "ลงทะเบียนความผิดพลาด? แล้วเงาจะตามมาฆ่าทำไม ถ้าแค่ลงทะเบียนเสร็จแล้ว?"
> ไอริณรู้สึกถึงความขัดแย้งในความเชื่อของกิตติ: "พี่กิตเชื่อว่าทุกอย่างเป็พิธีกรรมที่สมบูรณ์ไปหมด แต่หนูเชื่อว่ามันคือการถ่ายโอนพลังงานที่ผิดพลาด"
>
“ตกลง... ตามที่พี่เชื่อ สิ่งนี้ต้องเกี่ยวข้องกับผู้หญิงในฝันคนนั้น” กิตติตัดบทความขัดแย้งเล็กน้อย แล้วชี้ไปที่ทางเข้าตรอกข้างหน้า “เรามาถึงแล้ว... ร้านรับสักลายสักโบราณ ที่อยู่ข้างคลอง”
ร้านสักนั้นดูเก่าแก่ ผนังอิฐมีรอยตะไคร่น้ำเกาะแน่น มีเพียงแสงสลัว ๆ จากโคมไฟสีส้มที่ส่องชื่อร้านที่จางหายไป
กิตติและไอริณเดินเข้าไปด้านใน กลิ่นหอมฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นเครื่องหอมโบราณคละคลุ้ง ชายชราเ้าของร้านนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น กำลังใช้มือััเข็มสักโบราณราวกับกำลังพูดคุยกับมัน
“สวัสดีครับอาจารย์” กิตติเปิดบทสนทนาด้วยความสุภาพ “เรามาจากกองสืบสวนพิเศษ ขอสอบถามเื่หญิงสาวที่มาสักเมื่อคืน...”
“ไม่มีใครมาสักที่นี่หรอก” ชายชราตอบเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาปิดสนิท “ที่นี่หยุดรับงานมานานแล้ว”
ไอริณใช้เทคนิคของเธอทันที เธอหยิบภาพถ่ายเหยื่อออกมาวางบนโต๊ะไม้เก่า ๆ “เธอมาที่นี่เมื่อวานนี้ค่ะอาจารย์ เรา้ารู้ว่าเธอมาทำอะไร?”
ชายชราลืมตาขึ้นช้า ๆ เมื่อเห็นภาพนั้น ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเศร้าและหวาดกลัว
“อ้อ... เด็กคนนั้น” เขาพึมพำ “เธอไม่ได้มาสัก... เธอมาเพื่อ ‘ล้าง’”
ชายชราเล่าว่า เหยื่อได้ร้องขอให้เขาล้าง รอยสักขนาดเล็ก ที่ต้นคอออกให้หมดจด เพราะเธอเชื่อว่ารอยสักนั้นคือ สาเหตุของฝันร้าย และความทุกข์ระทมที่ติดตามมาตลอดหลายปี
“รอยสักอะไรครับอาจารย์?” กิตติถามอย่างกระหายข้อมูล
“เป็รอยสักที่สืบทอดกันในบางตระกูลริมคลองแห่งนี้...” ชายชราถอนหายใจ “มันคือสัญลักษณ์ของการ จำยอม... เพื่อแลกกับความมั่งคั่ง”
“แล้วการล้างมันออก มีผลอย่างไรบ้างครับ?” ไอริณถามด้วยความสนใจสูงสุด
ชายชราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยเสียงที่สั่นเครือ “เมื่อเธอทำลายสัญลักษณ์แห่งการยอมจำนนนั้น... สิ่งที่เธอแลกมา... มันก็เป็อิสระ”
ทันใดนั้นเอง...
ไฟดับพรึ่บ!
ความมืดเข้าครอบงำร้านสักทันที พร้อมกับเสียง ครืด... ครืด... ที่ดังมาจากด้านหลังร้าน เป็เสียงลากผ่านของสิ่งที่หนักหน่วงและแข็งแกร่ง
“ไอ้ทองคำ... มันตามมาเร็วเกินไป” กิตติกระซิบ เขาหยิบไฟฉายขนาดเล็กออกมาส่องหาทาง
“พี่กิต! ไม่ใช่ไอ้ทองคำ!” ไอริณะโ “สิ่งที่ทะลุผนังไม่ใช่หุ่นพยนต์! มันคือ 'ผู้เฝ้าเงื่อนไข' ที่ตามมาลงทัณฑ์คนทรยศสัญญา!”
ไอริณเปิดเครื่องมือวัดคลื่นความถี่ในความมืด แต่ไม่มีคลื่นใด ๆ ถูกตรวจจับได้เลย! อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ของเธอไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง!
“พี่กิต... เรามองไม่เห็นมัน และเครื่องมือหนูก็ไม่ทำงาน... มันเป็สิ่งที่ ไร้คลื่น!” ไอริณพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
กิตติรู้ดีว่าตอนนี้ตรรกะของไอริณใช้ไม่ได้ และเขาก็ไม่สามารถใช้พลังแฝงของตนเองได้อีกโดยไม่เสี่ยงต่อการเปิดเผยตัว
เขาได้ยินเสียง ครืด... เข้าใกล้ประตูที่แยกห้องโถงออกจากห้องสักด้านใน
กิตติจำได้ถึงสิ่งที่เหยื่อคนแรกในตอนที่ 1 ทิ้งไว้ให้—ลูกประคำไม้จันทน์ มันคืออาวุธเดียวที่เขาเชื่อว่าจะใช้ได้ผล
เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว—“ไอริณ! พานายชราออกไปที่คลองเดี๋ยวนี้! ห้ามหันหลังกลับ!”
ไอริณแม้จะลังเลแต่เชื่อในสัญชาตญาณของกิตติ เธอรีบประคองอาจารย์สักออกไปทางประตูหลังอย่างรวดเร็ว
กิตติรู้ดีว่าเขาหนีไม่ได้... เพราะเงาที่ไร้คลื่นกำลังจ้องมองเขาอยู่
เขาหยิบ ลูกประคำไม้จันทน์ ที่เก็บใส่กระเป๋าไว้ขึ้นมา กลิ่นหอมของจันทน์หอมโชยออกมาท่ามกลางความมืด
แก๊ก!
เสียงประตูเปิดออกช้า ๆ... แล้ว เงาดำทะมึน ที่ไม่ได้มีรูปร่างชัดเจนก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้ากิตติ มันไม่ได้มีโครงร่างแบบวานร แต่ดูเหมือน ผู้ชายร่างใหญ่ ที่ถูกปกคลุมด้วยดินโคลนเหลว ๆ ที่กำลังหยดลงพื้น
มันยกมือขึ้น... แล้วบีบเข้าที่ลูกประคำในมือของกิตติอย่างรุนแรง!
แคว๊ก!
ไม้จันทน์ที่ควรจะแข็งแกร่งกลับแตกออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยในอุ้งมือของเงาดำนั้นทันที!
อาวุธเดียวของกิตติ... สลายไปแล้ว!
เงาดำนั้นไม่ได้มีดวงตา แต่กิตติรู้สึกได้ว่ามันกำลัง ยิ้มเยาะ และมันก็เอื้อมมืออีกข้างมาที่คอของกิตติอย่างช้า ๆ...
(โปรดติดตามตอนต่อไป)