จื่อหลานมายังสุสานที่มีพลังหยินเข้มข้นตามจริงเป็ที่อยู่ของภูติผีิญญา มนุษย์อยู่นานไม่ดีนักเพราะจะทำให้ป่วยได้ง่ายแต่สำหรับเธอนั้นถือว่าเป็พลังิญญาสุดแสนวิเศษเพราะตามจริงถ้าเธอบ่มเพาะพลังไม่ต่างจากพลังหยินหยางนิจนิรันดร์เลย ซึ่งพลังพวกนี้นับรวมกันมีอยู่หลายชั้นหลายระดับโดยไม่มีใครรู้ว่าผู้สูงสุดอยู่ระดับไหน
เท่าที่จำได้ตัวเธอในโลกก่อนอยู่ระดับเก้าเลยเรียกว่าผู้มีจิติญญาหยินหยางนพเก้า แต่ตอนนี้มีเพียงระดับหนึ่งยังคงอีกนานถึงจะไปขั้นนั้นแต่มันมากพอที่จะทายอดีต อนาคต ได้นานกว่าครั้งก่อนที่จะมองได้เพียงสิบปี พลังทุกอย่างเธอกลับมาตามความสามารถแต่มันก็อาจเหนื่อยบ้างเพราะต้องใช้พลังเป็จุดตั้งหาเงินส่วนใหญ่แต่ถ้าใครมีความเชื่อ ศรัทธาพลังของเธอจะฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วนี่แหละเหตุผลทำงานต้องมีความเชื่อให้เธอก่อน
"ทิศนั้นเหรอคะ"
"ใช่ทิศนั้น" มู่หวางในตอนนี้เขาไม่แครงใจอะไรแล้วเขาออกจะเชื่อแบบสนิทใจมากกว่าเพราะยังเดินไม่ถึงไหนเธอก็ระบุทิศได้แล้ว
"เป็ทิศที่ดีค่ะ ติงที่หมายถึงความมั่งคั่งร่ำรวยสมบูรณ์ด้วยโชคลาภทรัพย์เป็ทิศัทองอย่างสวยงามแต่มักจะเป็ทิศที่อาภัพมักโดดเดี่ยว"
"หมายความว่ายังไงเหรอ" มู่หวางที่ยิ้มอยู่รู้สึกใไม่น้อย
"เข้าไปแล้วฉันจะบอกค่ะว่าเพราะอะไร" จื่อหลานเดินมาด้านในไปหาทิศของหลุมศพบรรพบุรุษของตระกูลมู่สืบทายาทในปัจจุบัน
"นี่คือหลุมศพของพ่อคุณตาเหรอคะ"
"ใช่แล้วเป็ของพ่อฉันเองส่วนหลุมอื่นเป็ของตระกูลมู่สายหลัก" มู่หวางอธิบาย
"บรรพบุรุษที่ผ่านมาอยู่ในทิศทางที่ดีมากส่งผลมาจนถึงรุ่นของพ่อคุณตาแต่หัวหลุมศพของเขาไม่ดีหันไปทางทิศอู่ แต่เหมือนย้ายไม่นานนี่คะ"
"จริงด้วย" มู่หวางใเหมือนกันแต่เป็มู่เหวินพูดขึ้น
"เมื่อสามปีก่อนผมใช้ชินแสมาปรับฮวงจุ้ยให้หลุมศพบรรพบุรุษเพราะน้ำกัดเซาะผมกลัวคุณปู่จะหนาวเลยให้ชินแสคนนั้นเปลี่ยนทิศทางให้ครับเขาบอกว่าสถานที่ยังมั่งคั่งอยู่"
"ใช่ค่ะมั่งคั่งแต่คุณไร้มารยาทเพราะว่าทิศอู่เป็ทิศแห่งครรภ์แต่หันไปทางเข้าสุสานไม่ได้ออกจากสุสานพูดง่ายๆมีลูกง่ายแต่เด็กมักจะตายในครรภ์ค่ะ"
"ปรมาจารย์เอ่อจื่อหลานช่วยฉันได้ไหมฉันควรทำยังไงดี" มู่เหวินร้อนรน จนจื่อหลานยกยิ้มตัวเธอพูดขึ้น
"ขุดขึ้นมาค่ะแล้วทำพื้นให้เรียบฉันจะทำพิธีให้สมบูรณ์เองพลังัหยินที่นี่จะได้เพิ่มสุขมากขึ้น"
มู่เหวินดีใจที่มีทางแก้จนกระทั่งเขาให้คนขุดหลุมศพออกมาแล้วนำดินกลบเข้าไปใหม่จื่อหลานจำต้องซื้อดินจากสุสาน์มาโรยรอบๆที่ฝังศพและหลุมศพอื่นเงินที่ได้ก่อนหน้านั้นหมดลงทันทีจากนั้นให้เขาเอาหลุมศพลงตามทิศทางที่บอกเธอนั่งขัดสมาธิร่างอักขระจนมีดอกไม้งอกงามครอบคลุมเอาไว้ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์
"ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ตระกูลมู่รอรับข่าวดีในเดือนนี้แล้วกันนะคะอาจมาแบบกระทันหัน แบบไม่ตั้งตัวทุกอย่างเป็เื่มงคลทั้งสิ้น"
"จื่อหลานฉันขอโอนเงินให้เธอเพิ่มได้ไหม" มู่เหวินพูดขึ้นเขารู้สึกว่าสิ่งที่พ่อเขาให้มันยังไม่มากพอ
"รอให้คุณได้รับข่าวดีก่อนฉันพร้อมที่จะรับมันมาค่ะ"
"อืม...ได้ข่าวว่าเธอยังเช่าห้องอยู่เหรอฉันมีบ้านหลังหนึ่งขอยกให้เธอ" มู่หวางได้ยินน้ำใจของหญิงสาวทำให้เขาพูดขึ้น
"ฉันจะรับไว้ค่ะคุณตาอย่าลืมหาผู้ที่มีทุกข์ในใจให้ฉันนะคะฉันช่วยครั้งละหนึ่งแสนหยวนแต่กฏคือความเชื่อ"
"ฉันสามารถพูดได้เหรอ"
"ได้สิคะ" จื่อหลานพูดขึ้น
"ได้ ฉันจะหาให้เธอแต่ว่าตาเฒ่าไป่เธอยังยินดีที่จะช่วยเขาอีกไหม" มู่หวางถามขึ้น
"ฉันเคยบอกคุณตาแล้วฉันนั้นช่วยเหลือตามความเชื่อถ้าลูกชายอีกคนของเขาเชื่อวิธีของฉันพ่อเขาก็จะรอดค่ะ" จื่อหลานพูดขึ้นหลังรับกุญแจจากมู่เหวินมา
"ได้ฉันจะเป็คนอธิบายให้เขาฟังเองเขาไม่ใช่คนหัวรั้นอย่างลูกชายคนโต"
"งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะขอบคุณมากที่ใช้บริการค่ะ"
"ฮ่าฮ่า บริการก็ต้องมีทิปพิเศษสิจริงไหม"
"ใช่ครับพ่อจื่อหลานอย่าปฏิเสธเลยเธอทำให้บริษัทของฉันเลือกนักลงทุนที่ไม่เอาเปรียบเราและยังแนะนำฉันไปลงทุนที่สามารถทำกำไรได้มหาศาลนี่บัตรเคดิตที่ฉันเปลี่ยนเป็ชื่อเธอหวังว่าสักวันเราจะได้พบและตอบแทนเธอในนี้มีวงเงินอยู่ห้าล้านหยวนถึงมีไม่มากเท่าไหร่แต่ฉันก็อยากมอบให้"
"ในเมื่อคุณน้าพูดขนาดนี้แล้วถ้าฉันไม่รับก็ดูเสียมารยาทเกินไปงั้นฉันจะรับไว้นะคะถือว่าตระกูลมู่เป็คู่ค้าที่ดีต่อฉัน"
จื่อหลานกำลังร้อนเงินอยู่พอดีในร้านสะดวกซื้อจาก์มีของดีแต่เหมือนตัวสูบเื สูบเนื้อจนเธอแทบหมดตัวหามาเท่าไหร่หมดเท่านั้น ถือว่าไม่ขาดทุนแล้ว จากนั้นเราทุกคนก็ออกจากสถานที่แห่งนี้ไปจื่อหลานหลับตาเธอดันเห็นิญญาบรรพบุรุษของตระกูลมู่เหมือนมีสีทองสว่างดูดื่มด่ำกับพื้นที่ที่เธอสร้างให้ใหม่ ในตอนนี้เธอสามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นได้อีกครั้งแล้ว
"กลับมากันแล้วเหรอ"
"กลับมาแล้ว"
"กลับมาแล้วครับ" สองพ่อลูกมู่พูดพร้อมกันต่างคนต่างเดินไปหาภรรยาตัวเอง
"หนูหลินใช่ไหมจ๊ะ"
"สวัสดีค่ะคุณป้าหนูหลินจื่อหลานค่ะเรียกว่าจื่อหลานก็ได้" จื่อหลานพูดพร้อมจ้องมองที่ท้องของน้ามู่ที่ตอนนี้ดูประหม่าไม่น้อย
"กินยาที่ฉันให้หามาต้มแล้วเหรอคะ"
"คะคือว่า.." จินมี่อยากจะปฏิเสธเพราะความดีใจทำให้เธอบอกให้คนหามาต้มให้
"กินไปแล้วถือว่าเป็เวลาเหมาะสมวันนี้คุณน้าควรทำหน้าที่สามีและพ่อของลูกนะคะรู้สึกไข่จะพร้อมแล้ว"
"เธอพูดจริงเหรอ" มู่เหวินถามขึ้นด้วยความดีใจไม่ต่างจากสามีภรรยาทั้งสอง จื่อหลานเดินเข้ามากดท้องของน้ามู่เบาๆพลังที่เธอส่งไปสามารถปกป้องครรภ์ให้แข็งแรงถึงแม้ว่าจะล้มรุนแรงพลังนี้จะโอบอุ้มทารกน้อย ผู้หญิงคนนี้เป็คนดีเธออยากช่วยเหลือ
"ถือว่าฉันปกป้องคุณน้าที่แอบไปทำบุญใหญ่ให้แก่คนด้อยโอกาสมานะคะ" จื่อหลานพูดขึ้นนั่นทำให้ครอบครัวมู่ถามขึ้น
"เสี่ยวมี่ลูกไปไหนมาไม่ใช่ว่าพาอาอู่ไปเยี่ยมบ้านเดิมเหรอ"
"คือว่าฉันแอบไปทำบุญให้มูลนิธิแม่และบุตรมาค่ะ และไปส่งอาอู่ที่บ้านมาจริงๆรู้ว่าหนูหลินมาฉันเลยกลับมาก่อน"
"โธ่ ทำไมคุณไม่บอกผมละเดินทางไปเองมันไกลมากรู้ไหม"
"ฉันตั้งใจอยากจะสร้างให้เสร็จโดยไม่อยากรบกวนคุณที่เอาเงินไปลงทุนนี่คะ"
"หึหึ ลูกสะใภ้ของฉันนี่ดีจริงๆ" มู่หวางพูดขึ้นพร้อมหัวเราะอารมณ์ด้วยความชื่นชมแต่แล้วมีสายเรียกเข้า
"คุณชายใหญ่มีคนจากหมู่บ้านฟู่หลางค่ะ"
"อืม..." มู่เหวินตอบรับตามจริงหมู่บ้านนี้เขาลงทุนไปมากแต่ยังขายไม่ได้สักหลังแต่ทำไมถึงมีคนโทรมาหาเขาละ
"สวัสดีครับ"
(ท่านประธานทำไมไม่รับสายผมละครับตอนนี้โครงการหมู่บ้านของเรามีคนเข้ามาซื้อเต็มจำนวนยี่สิบหลัง.....) มู่เหวินใเขาอ้าปากค้างจนผู้เป็แม่ถามขึ้นด้วยความร้อนใจ
"อาเหวินเกิดอะไรขึ้นมีปัญหาเหรอ"
"ขายได้แล้ว แม่ครับ พ่อครับโครงการของผมขายได้แล้วฮ่าฮ่า!" มู่เหวินวางสายจากนั้นพูดขึ้นทำให้สมาชิกครอบครัวดีใจไปด้วย
โดยไม่ลืมขอบคุณจื่อหลาน ที่ได้แต่บอกว่าความโชคดียังมีอีกมากให้ทำใจ