บทที่ ยี่สิบเก้า
กลางดึกจอมมารและเซียนน้อยพาร่างไร้สติของหญิงชรามาถึงเมืองคุนเหิงโรงหมออยู่ที่ไหนทั้งสองไม่รู้จักสักที่ จึงต้องกลับมาที่โรงเตี๊ยมและให้เสี่ยวเอ้อร์ไปตามหมอมาให้กลางดึกเสี่ยวเอ้อร์ต้องไปตามถึงสองรอบหมอถึงจะมาเพราะใช้เงินที่ส่งไปรอบสองถึงยอมไม่งั้นคงได้รอจนรุ่งสาง
“อาการของคนชราที่มีโรครุมเร้า คงรักษามากกว่านี้ไม่ได้ถ้ามาหาหมอแต่เนิ่นๆ คงยืดระยะเวลาได้มากกว่านี้”หมอที่มาตรวจอาการกล่าวกับลู่อิงิหลังจากที่ตรวจอาการเสร็จแล้วซึ่งทั้งหมดนั้นนางรู้ดี รู้มานานแล้วว่าต้องมีอย่างนี้สักวัน
“ท่านแม่ไม่สะดวกมาในเมือง นางอยู่หมู่บ้านห่างไกลตอนนี้รักษาอย่างไรได้บ้างท่านหมอ”
“ก็ถ้าดื่มยาคงพอให้ดีขึ้นเล็กน้อยแต่คงไม่นานผนวกกับฝังเข็มคงหายใจสะดวกขึ้นแต่สุดท้ายก็ไม่ช่วยอาการอะไรมาก”ฟังแล้วก็คงหมดเวลายื้อชีวิต ลู่อิงิมีแต่ต้องยอมรับ
“เช่นนั้นก็ทำเท่าที่ทำได้เถอะ ท่านหมอก็จัดยาให้ที”
หลังจากจัดเทียบยาให้แล้วหมอก็จากไปลู่อิงิจึงไหว้วานให้ครัวของโรงเตี๊ยมต้มยาให้ เพราะไม่สะดวกกลับบ้านเวลานี้และอีกอย่างนางจะได้อยู่เฝ้าหญิงชราด้วย
“อิงิ” ไม่รู้ว่านางหลับไปตอนไหนสวีจ้าวหรงมาเรียกนางก็ตอนที่ตัวนอนฟุบไปที่เตียงเรียบร้อย
“เช้าหรือยัง?”
“ยังแต่ใกล้แล้ว เ้าไปพักก่อน ข้าจะป้อนยาและดูนางต่อให้เอง”ร่างสูงกล่าวจบแต่ลู่อิงิก็ไม่ยอมลุกไป พอตื่นขึ้นมาแล้วก็หลับไม่ลงนางมองถ้วยยาในมือชายหนุ่มก่อนจะยื่นมือไปรับเอามาถือไว้เอง
“ข้าป้อนเอง” หลังจากที่หมอฝังเข็มให้หญิงชราก็หายใจสะดวกขึ้นไม่มีอาการเกร็งแข็งอีก ลู่อิงิจำใจต้องปลุกคนป่วย “ท่านแม่ๆ ตื่นก่อนเ้าค่ะ”
ร่างอ่อนแรงโคลงเคลงทรงตัวไม่อยู่พอถูกรั้งให้นั่งถ้าไม่จับไว้ก็จะล้มลง สวีจ้าวหรงเลยตั้งหมอนไว้ดันหลังให้นางพิง
เวยไป๋ฉุนตื่นขึ้นมาพอจะมีสติก็เรียกหาบุตรชายทันที“เสี่ยวหยุนหรือ”
“ข้าอยู่นี่” สวีจ้าวหรงยื่นมือไปหาหญิงตาบอด พอนางจับมือเขาก็ตบเบาๆแล้วปล่อยออก
“เ้าเอง แล้วอิงิอยู่ไหม?”
“อยู่เ้าค่ะ ท่านแม่หมดสติไป ข้าพามาหาหมอในเมืองต้มยาแล้วด้วยท่านแม่ทานหน่อยนะเ้าคะ”ลู่อิงิคนถ้วยยาให้เข้าทีแล้วเริ่มป้อนหญิงตาบอด
“เสียเงินเสียทองพาแม่มาทำไมกัน เดี๋ยวก็หายแล้ว คนแก่ก็เป็อย่างนี้”ระหว่างที่ทานยาไปยายเวยไป๋ฉุนก็พูดกับทั้งสองไปด้วย
“อย่าห่วงเื่นั้นเลยท่านแม่ เราสองคนพอจ่ายได้”แล้วหลังจากนั้นหญิงตาบอดก็ไม่กล่าวอะไรเื่เงินอีกทานยาจนหมดถ้วยและกลับไปนอนพักสวีจ้าวหรงที่เห็นผู้ป่วยหลับไปแล้วก็เริ่มเปิดการสนทนาก่อน
“ตอนเช้าจะกลับหมู่บ้านหรือไม่”
“อยู่ที่นี่มีหมอ ท่านแม่เป็อะไรอีกจะได้ส่งทันส่วนเื่ตู้มู่เอ๋อที่สัญญาไว้กับลุงตู้ ท่านช่วยไปส่งได้ไหมข้าจะอยู่เฝ้าท่านแม่เอง”
“อืม” สวีจ้าวหรงไม่รู้จะพูดอะไร สิ่งที่นาง้าก็คือเศษดาว แต่เวลานี้เซียนน้อยคงลืมหมดสิ้นห่วงใยคนอื่นที่พึ่งรู้จักทั้งที่เป็เซียนมาจะร้อยปีแต่กลับไม่เคยเจอการสูญเสียเพราะนางอยู่แค่บน์มาเจอแบบนี้คงเสียใจไม่น้อย
“แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าท่านแม่ล้มป่วย”ก็มีแต่เื่นี้ที่ลู่อิงิสงสัย
“มีคนมาบอก” เขาตอบแค่นั้น ซึ่งนางก็พอรู้ เป็ถึงจอมมารย่อมมีคนใต้บัญชาแต่ที่คิดคือเขาก็คงเป็ห่วงหญิงตาบอดอยู่เหมือนกันถึงคอยให้มีคนเฝ้าเอาไว้พอเกิดเื่ก็มาแจ้งข่าวซึ่งเื่ทำนองนี้ไม่เคยเกิดในนิยายเลยเหตุผลเดียวที่เขาให้พวกปีศาจใต้บัญชาแฝงตัวคือล้วนเกี่ยวกับยึดการครองสามภพเท่านั้น
‘เหมือนสวีจ้าวหรงกำลังจะเปลี่ยนไป’ ทั้งหมดมาจาการนางทำแก้วผลึกแตกหรือ?ถ้าเขาเปลี่ยนจนละวางเื่ในใจได้ ไม่คิดทำาก็ดีนักลู่อิงิคิดขณะแอบมองใบหน้างดงามนั่น
ยามเช้ามาถึงสวีจ้าวหรงออกไปรับตู้มู่เอ๋อที่ร้านผ้าเพื่อจะไปส่งเด็กน้อยที่หมู่บ้านแต่เหมือนเด็กน้อยจะไม่กลับทั้งยังพาพี่ชายตามติดมาเยี่ยมอาการยายเวยที่โรงเตี๊ยมด้วย
“ท่านยายป่วยก็อยู่ดูแลก่อนเถอะ อย่าห่วงเื่ไปส่งมู่เอ๋อเลย”ตู้อี้เสินกล่าวหลังจากมาเยี่ยมดูอาการเวยไป๋ฉุนแล้วเขาอยู่จนเข้า่สายแล้วถึงกลับไปทำงาน โดยฝากตู้มู่เอ๋อเอาไว้ตอนเย็นจะมารับอีกที
เวยไป๋ฉุนที่นอนหลับไปั้แ่เช้ามืดจนตอนนี้ก็ยังไม่ตื่นลู่อิงิอยากให้คนป่วยได้พักผ่อนก็จริงแต่ก็ไม่อยากให้อดอาหารสุดท้ายจึงต้องปลุกคนหลับอีกครั้ง หญิงชราก็ตื่นโดยง่ายลุกขึ้นมาแล้วทานอาหารที่ผู้เป็สะใภ้เตรียมไว้ แต่ทานไม่กี่คำก็เริ่มแน่นหน้าอกทานต่อไม่ไหว
“งั้นทานยาได้ไหมเ้าค่ะ”เซียนน้อยก็ไม่รู้จะทำอย่างไรถ้าทานข้าวไม่ได้ก็ทานยาต้มก็ยังดีแต่เวลานี้เวยไป๋ฉุนดูเหมือนไม่สามารถทานอะไรได้อีก
“แน่น แม่ทานไม่ไหวแล้ว” เวยไป๋ฉุนเอ่ยพร้อมกับบีบมือเซียนสาวไปด้วย
“แต่ถ้าทานอาจจะดีขึ้นนะท่านแม่”
“อิงิ เ้าพาแม่กลับบ้านเถอะ” หญิงชราตาบอดรู้ร่างกายตัวเองดียาอะไรก็คงไม่ช่วยแล้ว นางแค่อยากกลับบ้านหลังเล็กๆ ของตัวเอง
“แต่อยู่ที่นี่มีหมอนะเ้าคะ”
“อย่ายื้ออาการแม่เลย ให้แม่กลับบ้านนะ”
หลังจากนั้นลู่อิงิจึงให้เสี่ยวเอ้อร์ไปเช่ารถม้าพาทุกคนเดินทางกลับตู้มู่เอ๋อที่นั่งมาด้วยก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศเปลี่ยนไป ไม่เหมือนขาเข้ามาเมืองเด็กน้อยนั่งเงียบอยู่นานกว่าจะกล้าเอ่ยอะไรออกมา
“เมื่อคืนพี่ชายเติ้งหยุนพี่สาวลู่กลับบ้านมาหรือเ้าคะ”
“ใช่แล้ว ข้าเป็ห่วงท่านแม่น่ะ พอพลุไฟหมดก็เลยกลับบ้าน”นางตอบตามตรงแต่แค่เลี่ยงไม่บอกว่ากลับอย่างไรและทำไมถึงเดินทางได้เร็วป่านนั้นเด็กน้อยก็ไม่ทันคิดจึงปล่อยเื่ผ่านไป
รถม้าที่เช่ามาส่งตู้มู่เอ๋อก่อนหน้าที่บ้านพอป้าตู้ออกมาเจอก็คลายกังวลเพราะตอนแรกลู่อิงิบอกจะกลับมาแต่เช้าควรมาถึง่ก็สายๆ แต่พอไม่มาก็ไปตามหาที่บ้านเวยไป๋ฉุนปรากฏหญิงตาบอดก็หายตัวไปหลานตัวเองก็ห่วง ยายเวยยังหายไปอีกใแทบแย่
“เดี๋ยวเย็นๆ พวกเราจะไปเยี่ยมนะ” ป้าตู้บอกลาปล่อยให้รถม้าเคลื่อนตัวต่อไป
จนกลับมาถึงบ้านสวีจ้าวหรงก็อุ้มยายเวยกลับเข้ามานอนที่ฟูกนางรู้สึกตัวบ้างไม่รู้สึกตัวบ้าง ลู่อิงิปล่อยให้หญิงชรานอนต่อระหว่างนั้นก็มาต้มยาที่หมอจัดมาให้ เพราะยายเวยคงทานอาหารไม่ไหวอีกแล้ว
ยาถูกเคี่ยวจนได้ที่นางจึงถือยากำลังอุ่นๆเข้ามาในบ้าน แล้ววางไว้ข้างฟูกนอน มองหญิงชราที่หลับอยู่ แต่มือยังกอบกุมมือของสวีจ้าวหรงเอาไว้แน่น
“เ้าเหนื่อยมากแล้ว” สวีจ้าวหรงเอ่ยทักร่างบางที่ดูเหนื่อยทั้งกายและใจ
“ไม่เป็อะไร ข้าไหว”
ลู่อิงิมองภาพเบี้องหน้าอยู่พักใหญ่ไม่ยอมเรียกหญิงตาบอดให้ตื่นขึ้นมาบางทีนางก็กลัวว่าเรียกแล้วถ้าไม่ตื่นอีกล่ะ คิดไปถึงโลกก่อนที่ตัวเองจากมาตอนนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภาพตัดไปเฉยๆจำได้แค่ว่าเป็ตอนที่กำลังวิ่งไปทำงานตอนเช้าไม่แน่ว่าอาจจะหัวใจวายเฉียบพลันหรืออุบัติเหตุแม้ตัวนางเองยังไม่รู้ตัวตอนนั้นถ้าแม่รู้ข่าวจะเสียใจมากขนาดไหน
มาตอนนี้นางได้แต่รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ร่ำลากันแต่สมัยนั้นตอนที่ฟื้นมาโลกนี้ใหม่ๆชีวิตนางยากลำบากทำให้ไม่ทันได้มีเวลาคิดมากนักแค่รู้ว่าต้องเอาตัวรอดไปวันๆตอนนี้มองย้อนไปแล้วก็เสียใจ
ระหว่างที่นางนั่งปล่อยความคิดลอยไปอยู่ๆมือของยายเวยก็เริ่มขยับคล้ายว่ากำลังจะตื่นพอดี ลู่อิงิจึงโน้มตัวเข้าไปใกล้ช่วยให้หญิงชราลุกขึ้นนั่ง“ท่านแม่ตื่นพอดี ยากำลังอุ่นเลย”
หญิงชราพยักหน้ารับอย่างเข้าใจเพราะเมื่อสายๆ ก็แทบไม่ได้ทานอะไร ตอนนี้ก็ควรจะทานเสียหน่อย
ลู่อิงิเริ่มตักยาป้อนหญิงตาบอดทีละช้อนช้าๆแต่ผ่านไปได้เพียงสามช้อนยายเวยก็เริ่มไม่ไหว นางส่ายหน้าบอกให้พอก่อน
“แน่นแล้ว” ทานก็ไม่ได้ ไม่ทานก็ไม่ได้ลู่อิงิไม่รู้จะทำอย่างไรจำใจต้องวางถ้วยยา
“อีกสักสองคำได้ไหมเ้าคะ”
“แม่..คะแค่กๆ” หญิงตาบอดอยู่ๆ ก็ไอหนักจนใกล้จะอาเจียนลู่อิงิคว้าโถมารองทันที และยาทั้งหมดที่พึ่งทานก็ออกมาเท่ากับที่ทานไปไม่ได้ผลอะไรเลย
หลังอาเจียนเวยไป๋ฉุนก็ทรุดตัวลงนอนสวีจ้าวหรงช่วยจับผ้าห่มคลุมให้เพราะอากาศหนาวไม่ปรานีคนป่วยร่างกายคนป่วยยิ่งเริ่มเย็นเฉียบ
“เสี่ยวหยุน อิงิ ขอบคุณนะที่ช่วยดูแลแม่” ยายเวยเอ่ยออกมาหลังจากนอนไปสักพัก
“อย่าขอบคุณเลยท่านแม่ พวกเราสมควรทำอยู่แล้ว กว่าท่านพี่จะกลับมาปล่อยท่านแม่อยู่ตัวคนเดียวมานาน”ลู่อิงิตอบกลับด้วยใจััได้ว่าอาจจะเป็ครั้งสุดท้ายที่คนป่วยจะมีแรงพอพูดคุยได้
“ต้องขอบคุณสิ..” หญิงตาบอดหยุดพูดไปพักใหญ่เพราะหายใจไม่ทัน แต่ทั้งสองก็ไม่รีบเร่งรอให้นางหายเหนื่อยแล้วพูดต่อ “ขอบคุณที่มาช่วยให้หญิงแก่ๆ มีความสุขก่อนตาย”
ถ้าตีความไม่ผิดสิ่งที่เวยไป๋ฉุนพูดแสดงให้ว่ารู้ตลอดมานางรู้ว่าสวีจ้าวหรงไม่ใช่บุตรชายของตนเอง “นี่..ท่านแม่รู้หรือเ้าคะ”
“อืม ลูกชายตัวเอง ไม่รู้ได้อย่างไร”
“พวกเราขอโทษ” ลู่อิงิซบตัวลงข้างหญิงชราเอ่ยคำขอโทษ
“ไม่เลย แม่มีความสุขมาก”แล้วนางก็ดันมือออกมาจากผ้าห่มเพื่อคลำหามือของสวีจ้าวหรงพอเจอก็ดึงมือชายหนุ่มเข้าหาก่อนจับเอื้อมขึ้นมาที่ใบหน้าของเขา มิน่าตลอดหลายสัปดาห์นางไม่เคยจับหน้าของสวีจ้าวหรงเลย เพราะนางรู้อยู่แล้ว
“รูปงดงามนัก ชื่ออะไรหรือ?” นางเอ่ยถามเขาบัดนี้ไม่มีอะไรต้องปิดบังเื่ที่ตัวเขาไม่ใช่บุตรชายนางจึงเอ่ยถามตรงๆ
“หรง”
“เสี่ยวหรง ข้าไม่ได้้าอ้างตัว เข้ามาแทนมารดาของเ้าเช่นกันอย่าถือโทษ..แค่กๆๆ” นางหยุดพักไอพักใหญ่ก่อนจะเอ่ยต่อ “อย่าถือโทษข้าได้ไหม”เวยไป๋ฉุนว่าจบก็ละมือข้างหนึ่งออกมาแล้วยื่นมาจับมือของลู่อิงิเอาไว้พลันความเย็นจากมือของหญิงชราทำร่างบางกลัวจับใจเพราะมันเย็นชนิดที่คล้ายพึ่งไปจุ่มน้ำเย็นมาหญิงสาวจึงได้แต่เม้มปากกลั่นเสียงสะอื้น
“ข้าไม่ถือ”
“ดีนัก ถ้าเ้าไม่ถือสา เสี่ยวหรงก็ยัง..เป็บุตรชายข้าเสมอ”
“ท่าน..แม่” สวีจ้าวหรงเอ่ยตอบในส่งที่นางไม่คาดคิดการที่เขาเรียกเวยไป๋ฉุนแบบนี้ไม่หมายความว่ายอมรับหรือว่าให้นางเป็มารดา
“เสี่ยวหรง จากเ้าต้องดูแลอิงิให้มากๆ ผู้หญิงดีเช่นนี้..”
“ขอรับ..ข้าจะดูแลด้วยชีวิต”
“อือ..อะ แค่กๆ” ยังไม่ทันที่คนป่วยจะได้กล่าวอะไรเวยไป๋ฉุนเริ่มไอจนเริ่มอาเจียนอีกครั้งแต่เวลานี้ไม่มีอะไรออกมาอีกแล้วเพราะท้องว่าง
จนหยุดไอนางก็พลิกตัวหยิบกล่องที่เคยหยิบมาวันก่อนออกมาอีกครั้งกล่องที่มีเงินเก็บอยู่ มือย่นสั่นเทาขณะเปิดออกแต่ครั้งนี้นางไม่ได้หยิบเงินแต่คลำหาของที่เล็กมากกว่านั้นออกมา
“เศษดาวนี้ แม่ได้มาหลายเดือน..ก่อน ยกให้พวกเ้า”ปกติลู่อิงิจะดีใจมากถ้ามีคนหยิบยื่นเศษดาวมาให้ แต่กลับไม่ใช่เวลานี้จมูกน้อยๆ เริ่มแสบขอบตาร้อน นางทนต่อไปไม่ไหว น้ำตาหยดลงที่ฟูกนอนไม่ยอมยื่นมือไปรับสิ่งที่ตามหามาตลอดสวีจ้าวหรงจึงต้องยกมือขึ้นรับเอาไว้แทน
“แม่ก็มีให้ได้แค่นี้”
“ท่านแม่อย่ากล่าวเช่นนั้นเ้าค่ะ ข้ามีความสุขมากที่ได้อยู่ที่นี่”ลู่อิงิคว้ามือเย็นเฉียบมากุมเอาไว้ แต่ทำอย่างไรมือนั้นก็ไม่อุ่นขึ้นเลย
“ดี เหลือเกิน..” เสียงของหญิงชราค่อยๆ เบาลง คล้ายกำลังจะหมดแรงแต่มือของนางยังคงบีบตอบลู่อิงิอยู่ “แม่ขอนอน..นะ”
แล้วเสียงก็เงียบไปเหมือนว่านางหลับไปแล้ว แต่ถ้าลู่อิงิไม่ได้จับมือเล็กย่นอยู่ก็คงไม่รู้สึกได้ว่าชีพจรของหญิงชราเบาลงทุกทีก่อนที่จะไม่เหลือแม้แต่แรงจะบีบตอบมือเล็กของลู่อิงิ
“ท่านแม่ๆๆ” เซียนน้อยััได้ นางจากไปแล้ว หญิงตาบอดหยุดหายใจไปแล้ว
ทำนบน้ำตาที่ไหลอยู่ยังคงไหลออกมาอีกระลอกปลายจมูกแดงไปหมด ลู่อิงิหยุดตัวเองจากอาการสะอึกสะอื้นไม่ได้มือเย็นที่กุมอยู่ก็ไม่ยอมปล่อยสวีจ้าวหรงเห็นร่างบางเหมือนใกล้จะขาดใจก็รั้งนางเข้ามาโอบกอด
ลู่อิงิที่้าที่พึ่งก็ซบลงที่อกเขาแล้วปล่อยน้ำตาออกมาไม่หยุดทุกสิ่งที่สั่งสมมาั้แ่วันแรกที่ฟื้นมาในฐานะคนรับใช้วันจวนเศรษฐีความลำบากความเหงาความโดดเดี่ยวที่นางกดเอาไว้ภายใต้ท่าทางสบายๆบัดนี้ดั่งเขื่อนแตกทุกอย่างพรั่งพรูไหลบ่า “ข้าคิดถึงครอบครัว”ใช่แล้วนางคิดถึงพวกเขามากๆ อยากกลับโลกของตัวเอง อยากไปพบแม่พี่สาวและเพื่อนสนิทแต่นางไม่รู้ว่ามาที่ได้อย่างไรแล้วจะรู้วิธีกลับไปอย่างไร
สวีจ้าวหรงที่ได้ยินแบบนั้นก็เ็ปไม่ต่างกันมือใหญ่ยกขึ้นลูบศีรษะร่างบางอย่าง้าจะปลอบโยนก่อนจะเอ่ยตอบ“ขอข้าเป็ให้เ้าได้ไหม?”
เย็นวันนั้นยามเซินครอบครัวตู้ก็มาเยี่ยมอย่างที่บอกไว้ทั้งลุงและป้าตู้ ตู้มู่เอ๋อมากันหมด แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเวยไป๋ฉุนจากไปก่อนจากมาเยี่ยมเยือนจึงการเป็รวมกันไว้อาลัยลุงตู้กลับไปนำแผ่นไม้ที่บ้านแล้วประกอบไม่นานก็ฝังร่างของเวยไป๋ฉุน
เวยไป๋ฉุนไม่มีญาติคนอื่นอีกแล้วจึงมีคนอยู่เพียงห้าคนที่หลังบ้านเล็กๆ ของยายเวย ไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก ทุกอย่างจบก่อนจะตะวันตกดินเสียอีก
“พวกเ้าทั้งสองจะอยู่ที่นี่ต่อหรือไม่”ป้าตู้หันมาถามทั้งสองก่อนที่จะเดินกลับบ้าน
ลู่อิงิส่ายหน้าแทนคำตอบนางอยู่ไม่ได้ ถึงที่นี่จะมีความทรงจำของความสุขแต่นางก็ต้องเดินทางต่อไว้วันที่นางทนความเ็ปไหวและตามเศษดาวครบแล้วอาจจะกลับมาเยี่ยมที่นี่อีกครั้ง
“ขอบคุณที่ไม่ให้ยายเวยจากไปอย่างโดดเดี่ยวนะ เช่นนั้นก็ลาตรงนี้ไว้กลับมาหาพวกข้าบ้าง” ป้าตู้กล่าวลาแล้วกลับไปพร้อมกับคนอื่นๆ
“พี่สาวลู่กับพี่ชายต้องมาเยี่ยมข้าบ้างนะเ้าคะ”ตู้มู่เอ๋อโบกมือลาทั้งสองคน
ที่หน้าบ้านหลังเล็กกลับมาเงียบเหงาอีกครั้งลู่อิงิมองบ้านที่ช่วยกันซ่อมกับสวีจ้าวหรงและมองไปที่รถเข็นที่ประกอบเสร็จเมื่อวานทั้งที่คิดว่าจะได้พาท่านแม่ไปเดินเล่นในหมู่บ้านอยู่เลยเมื่อวานแต่วันนี้ที่หลังบ้านกลับมีร่องรอยกลบฝังขอบตานางเริ่มร้อนขึ้นมาอีกครั้งจึงรีบหันหลังให้ไม่อยากมองต่อ
“เศษดาวของเ้า” สวีจ้าวหรงยื่นเสี้ยวเล็กส่งมาให้ลู่อิงิจึงรับมันมาแล้วเก็บลงถุงหอมอย่างเคย
“เข้าเมืองกันเถอะ” นางไม่อาจค้างแรมที่นี่คืนนี้ได้จึงว่าจะควบม้าเข้าเมืองแม้จะเริ่มมืดแล้วก็ตาม