ั้แ่หงเฟินได้เจอกับเสี่ยวอิงอิงนางรู้สึกว่านางไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวบนโลกใบนี้อีกแล้ววันที่เดินตลาดโชคดีที่ซานลี่สาวใช้ประจำตัวนางมาเจอเสียก่อนนางจึงสามารถอ้างเหตุผลขอแยกตัวจากคุณชายเหวินซือได้สำเร็จ
พอได้กลับจวนก้นยังไม่ทันได้แต่เก้าอี้เ้านกแก้วของนางก็บอกว่าจะพาไปหาท่านตา นางบอกว่าจะไปหาวันพรุ่งนี้วันนี้นางเหนื่อยแล้วอยากพัก เ้านกแก้วเถียงว่าไม่ได้สุดท้ายนางจึงต้องออกจากจวนมาอีกรอบ
บัดนี้สองเท้าน้อยก้าวตามเสี่ยวอิงที่บินอยู่เบื้องหน้าทิศทางที่นกน้อยบินทำเอาดวงใจน้อยๆของหงเฟินเต้นระส่ำด้วยความกลัวจะไม่ให้นางใจเต้นแรงขนาดนี้ได้ยังไงล่ะ
เสี่ยวอิงกำลังพานางเข้าป่าสารพันิญญา
แถมยังพานางเดินลึกเข้ามาเรื่อยๆแบบไม่ต้องเดาก็รู้ว่าขณะนี้นางกำลังยืนอยู่อาณาเขตป่าวงใน
ต้นไม้ใหญ่ขึ้นสูงแผ่กิ่งก้านสาขาบดบังแสงจากดวงอาทิตย์สิ้นทำให้บรรยากาศโดยรอบทั้งมืด เย็นเยียบจากความชื้นเหมือนฝนเพิ่งตกในป่าแถบนี้
“เสี่ยวอิงจะพาข้าเดินไปถึงไหน ข้าว่าข้าควรกลับบ้านได้แล้ว”
‘หยุดเท้าก่อนนายน้อยอยู่กับข้าท่านไม่ต้องเกรงสิ่งใดหรอก’
หงเฟินไม่รู้จะหัวเราะหรือร่ำไห้กับคำปลอบใจของนกน้อยที่นางมองว่าเป็เพียงสัตว์เลี้ยงขนาดตัวกลมของเสี่ยงอิงอิงยังเล็กกว่าฝ่ามือนางเสียอีก
คงเป็ข้าที่ป้องกันเ้ามากกว่ามั้ง
ทว่าั้แ่นางเดินเข้ามานอกจากบรรยากาศที่วังเวงน่ากลัวแล้วเงียบเชียบไร้อันตรายย่างใกล้เข้ามาในรัศมีสายตานางเลยไหนสัตว์ิญญาอันแสนร้ายกาจที่ชาวบ้านชาวเมืองลือกัน ไหนอันตรายที่มองไม่เห็นที่โจทย์จรรย์กันว่าทำให้คนเสียสติหากเื่ที่ผู้อื่นพูดคือเื่จริงสิ่งต่างๆในป่าสารพันิญญาวงในคงไม่กล้าเข้าใกล้นางหรือไม่ก็…
กลัวนกตัวน้อยๆของนาง
“เมื่อไหร่จะถึงกันหล่ะเสี่ยวอิงอิง ข้าเดินจนรองเท้าข้าเลอะโคลนดำไปหมดแล้ว” ยิ่งเดินเข้ามาลึกพื้นดินก็ยิ่งแฉะเดินลำบากทำให้หงเฟินอดบ่นออกมาไม่ได้
‘ถึงแล้วเ้าค่ะ’
ทั้งเ้านายและนกน้อยหยุดยืนอยู่หน้าเรือนไม้หลังน้อยตัวโครงบ้านกับหลังคามุงจากไม้แบบง่ายๆ ทว่าแข็งแรงมองเผินๆพลางเนียนไปกับแมกไม้รอบข้าง หากไม่มีเสี่ยวอิงอิงนำหญิงสาวมานางคงไม่มีทางสังเกตเรือนน้อยหลังนี้ได้
จิ๊บจิ๊บ
เสี่ยงอิงอิงบินนำน้อยน้อยของมันที่ยืนทำหน้างงเข้าไปบนเรือนสองเท้าบางเดินขึ้นบันไดไม้ตัวราวเต็มไปด้วยเถาวัลย์เขียวขจีเลี้อยพันจนไม่มีที่ให้จับเดินขึ้นมาถึงประตูไม้บานเก่า กลิ่นหอมของสมุนไพรโชยมาแตะจมูกนาง พลันสมองร่างกายรู้สึกโล่งสบายอย่างบอกไม่ถูก
หอมจัง
“เอ้าหลานข้ามาถึงแล้วหรือมา มา มานั่งนี่ข้ากำลังต้มสมุนไพรสูตรใหม่อยู่พอดีใกล้เสร็จแล้วเดี๋ยวข้าจะได้ให้ชิม”เสียงแหบกร้านแฝงด้วยความใจดีดังขึ้นทันที่หงเฟินกับเสี่ยวอิงเปิดประตูพร้อมกับชายชราผมขาว เคราขาวนั่งอยู่หน้าหม้อต้มสมุนไพรดวงตาชรามองมาที่ผู้มาใหม่ด้วยความเอ็นดูเช่นเคย
“สมุนไพรอะไรหรือเ้าคะท่านตาห้อมหอม”
“เ้านี่ช่างจมูกดีจริงเชียวข้ายังไม่ได้ตั้งชื่อเลย แต่สรรพคุณมันสามารถรักษาาแทุกชนิดได้ เ้าอยากลองชิมไหมล่ะ”
‘อย่านะนายน้อยอย่าหลงชิมเชียวถ้าไม่อยากทรมาน’
‘หือ’
‘สรรพคุณอาจจะดีก็จริงนายน้อยแต่ผลข้างเคียงข้าว่าไม่คุ้ม วันก่อนข้าโดนหลอกให้กิน เพียงจิบเดียวเท่านั้นแหละขนหางข้าร่วงเกือบหมด’
หงเฟินเหลือบตามองไปยังนกน้อยของนางเมื่อได้ยินคำเตือนมือบางที่กำลังเอื้อมมือไปหยิบถ้วยสมุนไพรจากมือท่านตาชะงักก่อนจะเปลี่ยนเป็จับปอยผมตัวเองเล่นแทนนางส่งยิ้มแหยให้ชายชราที่ส่งยิ้มแห่งความหวังมายังหนูทดลองอย่างนางดวงตาแวววาประกายออกมาทำให้ขนแขนนางลุกชัน
“เสียดายจังเ้าค่ะท่านตาข้าไม่ชอบพวกสมุนไพรเท่าไหร่ ไม่งั้นข้าคงช่วยท่านชิมไปแล้ว”
“อ้าวเหรอเอาไว้คราวหลังข้าจะคิดสูตรให้เ้าโดยเฉพาะแล้วกัน”
ชายชรายิ้มร่าอย่างมีความสุขแหมก็นี่ถือเป็งานยามว่างของเขาเชียวยามแสวงหาสมุนไพริญญาในป่าแถบนี้มาต้มว่าสนุกแล้วยามที่ได้เห็นผู้คนได้ลิ้มรสผลงานเขานั้นสนุกกว่า
หงเฟินยกมือปาดเหงื่อบนหน้าเมื่อรู้ตัวว่านางน่าจะไม่รอดก่อนที่สถานการณ์นางจะแย่ไปกว่านี้ นางจึงรีบเข้าเื่ทันที “ท่านตาเรียกข้ามาหามีเื่ด่วนอันใดหรือเ้าคะ หรือหาทางคืนมิติเก่าให้ข้าได้แล้ว”
“ไอ้หนทางคืนชีพน่ะข้ารู้อยู่แล้วแต่มันยากยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เ้ารู้จัก น้ำทิพย์วารีขั้นสูงสุดหรือเปล่า”
น้ำทิพย์วารีขั้นสูงสุดหรือ…นางส่ายหน้าเป็คำตอบ นางรู้จักแต่น้ำมนต์
“ไม่เ้าค่ะมันช่วยฟื้นชีพได้หรือเ้าคะ แล้วมันอยู่ที่ใด เดี๋ยวข้าจะไปเอามาเอง”
ปึก
ชายชราเขกมือมาที่หัวเหม่งจุดรับโชครับของหลานตัวดีที่พูดออกง่ายดายทั้งๆที่เขาก็บอกอยู่ว่ายาก
“ขนาดข้ายังไปเอามาไม่ได้เลย”เขามองหลานตัวเองที่กำลังลูบหัวตัวเองปอยอย่างหมั่นไส้จนอยากจะเอื้อมไปเขกอีกรอบทว่าอีกฝ่ายเหมือนจะรู้ทัน เขยิบตัวออกห่างรัศมีอันตรายทันที“มันคือน้ำทิพย์ในตำนานที่ผุดขึ้นมาสิบปีถึงผุดขึ้นมาหนึ่งหยดดื่มเพียงหนึ่งหยดสามารถรักษาโรคร้ายทั้งมวลได้หากดื่มหนึ่งถ้วยน้ำชาสามารถคืนความหนุ่มสาวได้ หากอาบน้ำทิพย์วารีขั้นสูงสุดสามารถฟื้นจากความตายได้สรรพคุณขนาดนี้เ้าคิดว่ามันสามารถเอามาได้ง่ายๆหรืออย่างไร”
“แล้วต้องทำอย่างไรหละเ้าคะข้าถึงเอามันมาได้”
ปากบางคว่ำลงเมื่อเห็นแสงแห่งความหวังของตัวเองช่างริบหรี่ดีขนาดนั้น คงไม่สามารถขโมยได้ง่ายๆ ดูท่าแล้วคงมีกลไกป้องกันแ่าขนาดนางที่เพิ่งเคยได้รู้จักมันยังอยากขโมย นับประสาอะไรกับมนุษย์ในยุทธภพนี้
“มีหนทางไม่มากแต่ใช่ว่าจะไม่มี นี่เป็อีกหนึ่งเหตุผลที่ข้าส่งเ้ามาเกิดร่างนี้แม่นางนี้เป็อดีตคู่หมั้นของบุตรตระกูลชง ตระกูลผู้ดูแลสำนักการศึกษาสถานที่ที่ข้าว่าน่าจะคือที่เก็บน้ำทิพย์วารีขั้นสูงสุดของเ้า”
“หมายความว่าถ้าข้าแต่งงานกับเขาข้าก็สามารถขโมยมันได้ง่ายขึ้นข้าตกลงเ้าค่ะ”
โป้ก
มะเหงกชายชราเขกลงมาที่หัวหงเฟินอีกครั้งเ้าของคำพูดเมื่อสักครู่ได้แต่นั่งมองท่านตาน้ำตาเล็ด
นางพูดอะไรผิดหรือก็น้ำทิพย์ที่นาง้าอยู่ที่ตระกูลว่าที่สามีนาง วิธีที่ได้เข้าไปอยู่ในบ้านของเขาก็คือการแต่งงานสมัยนี้นางรู้ว่าพอแต่งงานฝ่ายหญิงต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านฝ่ายชายคราวนี้น้ำทิพย์ก็ไม่น่าไกลเกินเอื้อมแล้ว
“ไม่ได้ง่ายอย่างที่เ้าคิดหรอกหลานเอ้ย ชะตาร่างนี้ไม่ดีไร้ธาตุเวลานี้จึงถูกถอนหมั้นแล้ว เอาเป็ว่าข้าจะไม่พูดพร่ำให้มากความแล้วกันที่เหลือเป็โชคชะตาของเ้าแล้วกัน ข้าจะช่วยเท่าที่ข้าสมควรช่วย”
ถึงในอกเขาจะเอ็นดูแม่หนูนี้ขนาดไหนเขามิใช่มนุษย์เดินดิน เขาก็มีขอบเขตที่ไม่ควรก้าวก่ายอยู่เหมือนกันไม่เช่นนั้นชะตาเขาเองนั่นแหละที่ขาด
“เลิกแล้วก็จีบใหม่ได้เ้าค่ะ เื่นี้ข้าไม่กลัวอยู่แล้วท่านตาคอยสนับสนุนข้าอยู่ห่างก็พอแล้ว แค่นี้ข้าก็ไม่รู้จะขอบใจท่านอย่างไรแล้ว”
เมื่อแสงแห่งความหวังสว่างจ้าขึ้นในความคิดของหงเฟินปากบางจึงอดฉีกยิ้มกว้างไม่ได้ ในมิติก่อนเธอมีเพื่อนที่ช่ำชองเื่นี้มากเพื่อนเธอคอยพร่ำสอนหงเฟินเพราะสงสารเห็นว่าไม่เคยมีแฟนมาก่อนจึงอยากให้ได้ผู้ในทุกๆที่ที่ไปเที่ยวสกิลจีบปากจีบคอของเพื่อนคนนั้น เธอยังจำได้ดี
สิ่งที่เพื่อนกรอกหูเธอประจำดูจะไม่เสียเปล่าก็ครานี้
“เอาเป็ว่าถ้าเ้าเปลี่ยนใจอยากให้ตาช่วยแนะนำหนทางอื่นให้ไว้ค่อยมาบอกตาก็ยังไม่สายนะ”
“เ้าค่ะ”
หงเฟินเขยิบตัวเอาหัวน้อยๆของเธอไปถูท่านตาผู้เป็ผู้ใหญ่คนเดียวที่เธอไว้ใจมากที่สุดตอนนี้นางไม่อยากเซ้าซี้ถามท่านตานางว่าเหตุใดชายชราถึงได้ดูกังวลหนทางข้างหน้าแทนนางขนาดนั้นเพราะรู้ว่าเขาคงบอกไม่ได้จริงๆ
“เอาหล่ะ นั่นเป็เื่หนทางข้างหน้าแต่ตอนนี้มีสิ่งที่เ้าต้องทำให้ได้ก่อน”
“หือ” รอยยยิ้มมีเลศนัยปรากฏชัดบนหน้าเหี่ยวย่นของท่านตาทำเอาร่างบางถอยกรูออกมาแทบไม่ทัน
“หนึ่งปีนี้ข้าจะสอนวิชาให้เ้าเอาไว้ใช้เอาตัวรอด นับั้แ่วันพรุ่งนี้เ้าต้องมาหาข้าที่นี่ั้แ่ยามเหม่า”
นางมองสายตาจริงจังของชายเบื้องหน้าพลางกลืนน้ำลาย
************************
เื่นี้เขียนจบแล้วมีอีบุ๊คแล้วนะคะอุดหนุนได้ทั้งในเวบนี้และในเมบเลยค่า^^