เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 21 ข้อเสนอของเจ้าตัวประหลาด

    “คุณไม่ต้องคิดมากไปหรอก ไอรีนผมจะพาคุณออกไปให้ได้ภายในเวลาหกเดือนนี้แน่นอน”
    “นายพูดอะไรออกมารู้ตัวไหม มันจะไปง่ายแบบนั้นได้ยังไงถึงฉันจะไม่รู้ว่านายมีทักษะอะไรแต่มันก็ไม่ใช่อะไรที่ทำได้ง่ายๆ”
    “คุณลองดูที่ “แถบสถานะ” ของตนเองดูสิว่าทักษะอะไรเพิ่มขึ้นมารึเปล่า”
    “ทักษะใหม่เหรอ มีอยู่ทักษะหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่มันคือทักษะที่มีชื่อว่ากลืนโลหิต”
    “สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมจะบอกว่ามันนั่นแหละที่จะเป็นจุดที่เราจะเอาชนะบอสในคราวนี้”
    ไอรีนไม่เข้าใจกับคำพูดของผมเธอจึงอ่านคำอธิบายและรายละเอียดทุกตัวอักษรของทักษะกลืนโลหิตจนกระทั่งถึงตัวสุดท้ายเธอก็จ้องมองที่มาผมด้วยใบหน้าที่ตกตะลึงเล็กน้อย
    “นี่มัน ทักษะดูดพลังชีวิต มันมีอะไรแบบนี้ได้ยังไงนี่มันเกินสามัญสำนึกไปไกลมากเลยนะ ไม่สิต้องมีแน่นอนเพราะบันทึกเกี่ยวกับแวมไพร์มีอยู่ในเผ่ามนุษย์ค่อนข้างเยอะมันก็บอกคราวๆว่าที่มนุษย์ไม่เคยเอาชนะแวมไพร์ได้เลยก็เพราะแวมไพร์มีทักษะแบบนี้”
    “ภรรยาของผมชั่งฉลาดจริงๆ เป็นแบบนั้นนั่นแหละครับ”
    “อาจเป็นอย่างอย่างที่นายว่ามาก็ได้เพราะทักษะนี้มันเลเวลสองแล้ว ยังมีความสามารถสละพลังชีวิตครึ่งหนึ่งของตนเองเพื่อทำลายหนึ่งในสิบพลังชีวิตของคู่ต่อสู้ทิ้งไปอันนี่ก็น่ากลัวโดยเฉพาะคนที่ถูกผู้ครอบครองความสามารถนี้ไล่ต้อนจนเหลือพลังชีวิตหนึ่งในสิบส่วนก็จะถูกฆ่าตายในทันที”
    “หืม! มันเลเวลสองแล้วจริงเหรอทักษะกลืนโลหิต”
    “ใช่แล้วทำไมเหรอ?”
    “แสดงว่าคนที่เข้าวงศ์วานเดียวกับผมจะเชื่อมทักษะของแวมไพร์รวมถึงเลเวลมันด้วย”
    “เอ๊ะ! การเข้าร่วมวงศ์วานมันดีขนาดนี้เลยเหรอ เดี๋ยวนะ แสดงว่านายมีแผนที่จะไปล่อลวงผู้หญิงคนอื่นให้มาเข้าวงศ์วานอีกใช่ไหม”
    ผมบอกกับไปรีนไม่ได้จริงๆว่าผมไปล่อลวงเซล่าก่อนตัวเธออีก ไม่ใช่สิ เขาเรียกว่ามีความรักที่บริสุทธิ์ต่อกันและกัน
    “นายทำสีหน้าแบบนั้นแสดงว่านายไปล่อลวงผู้หญิงคนอื่นไว้แล้วเหรอ คนเจ้าชู้”
    เมื่อผมเห็นไอรีนแสดงท่าทีไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรงก็ทำให้ตัวผมเองทำอะไรไม่ถูก บ้าจริงๆ ไม่น่าพูดเรื่องทักษะขึ้นมาเลยน่าจะไปบอกก่อนที่ใกล้จะเข้าสู้กับบอสก็ได้ ผมจะออกไปจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้ยังไงดีนะ
    “เอ่อ...คือว่าผมก็ไม่ได้ตั้งใจนี่นา ก็ผมไปเจอเธอคนนั้นก่อนที่จะมาร่วมเดินทางมาดันเจี้ยนแห่งนี้ซะอีก”
    ไอรีนก็หยุดท่าทีของตนเองลงไปก่อนที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง ทำให้ผมงุนงงไปชั่วครูหรือว่าที่เธอทำไปทั้งหมดก็คือการแสดงอย่างนั้นเหรอ?
    “ฉันไม่ว่าอะไรหรอกนะ ว่านายจะมีผู้หญิงอีกสักกี่คนเพราะฉันไม่ได้สนใจเรื่องไร้สาระแบบนั้น ขอแค่นายรักฉัน แค่ฉันที่เป็นฉันก็พอแล้ว”
    คำพูดของไอรีนเล่นเอาตัวของผมตกตะลึงเพราะผมยังจำมันได้ที่โลกก่อนของผมภรรยาคนแรก เธอก็พูดออกมาแบบนี้กับผมก่อนที่พวกเธอทั้งหมดหกคนจะมาเจอกันอย่างเป็นทางการ มันเป็นคำพูดที่บ่งบอกว่าเธอคือศรีภรรยาที่ยอดเยี่ยมที่สุด บางคนอาจคิดว่าการที่ไม่ได้รักเดียวใจเดียวมันเจ้าชู้มันหลายใจ
    แต่ตัวผมเองไม่ได้มองถึงเรื่องแบบนั้นตัวของผมนั้นคิดในเชิงที่ต่างออกไปเพราะการที่คนเรามีความรักไม่จำเป็นต้องให้หัวใจกับคนเพียงคนเดียวแต่เป็นการที่เรามอบความรักให้กับคนที่เรารักอย่างบริสุทธิ์ใจต่างหาก พร้อมที่จะรักและใช้ชีวิตต่อจากนี้ไปกับคนที่เรารัก นั่นถึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
    “สมแล้วที่เป็นภรรยาของผม”
    “เลิกเล่นกันเท่านี้ก่อนดีกว่า แล้วไปต่อกันเถอะถึงจะบอกว่ามีวิธีล้มบอสลงได้แต่ถ้าไม่เพิ่มเลเวลเพิ่มความสามารถเลยมันก็ทำให้โอกาสที่จะกำจัดบอสลดลงไปได้ นายก็เห็นแล้วนิว่ารูปปั้นมันมีมากกว่าหนึ่งพันแบบเพราะฉะนั้นชาวพื้นเมืองก็มากมายเท่าจำนวนของรูปปั้นพวกนั้น”
    หุ หุ หุ ฮิ ฮิ ฮิ
    ผมมองตามทางของเสียงไปก็พบเข้ากับตัวประหลาดตัวหนึ่งที่คล้ายกระต่ายตัวเล็กๆตัวหนึ่ง มันน่ารักก็จริงนะแต่เสียงหัวเราะมันจะน่าขนลุกไปไหน ผมที่คิดว่ามันเป็นแค่ตัวประหลาดที่คล้ายกับกระต่ายไปนั้น เจ้าตัวประหลาดที่อยู่ดีๆตรงหน้ามันก็อ้าปากของมันออกมามากพอที่จะเขมือบผมกับไอรีนเข้าไปในทันที ยังดีที่การสัมผัสรับรู้ต่อภัยอันตรายของผมไวยิ่งขึ้นทำให้ใช้ปืนคลื่นพลังงานไฟฟ้ายิงทะลุหัวมันไปในทันที ทำให้มันล้มลงไปเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณ
    “ทำไมที่นี่มันไม่มีตัวอะไรที่มันปกติเลยนะ”
    “ถ้ามันปกติแล้วพวกเราจะเรียกมันว่าตัวประหลาดเหรอ?”
    “นั่นสินะ...”
    ผมกับไอรีนเดินเข้าไปอีกก็พบเข้ากับตัวประหลาดที่คล้ายกระต่ายอีกครั้งหนึ่งแต่คราวนี้มีประมาณร้อยกว่าตัวมันหัวเราะพร้อมเพรียงกันประสานเสียงราวกับกำลังบรรเลงดนตรีคลาสสิกที่ผมฟังในโลกก่อนแต่มันน่าขนลุกมากกว่าก็เท่านั้น
    “เดี๋ยวก่อนโรเบิร์ต มีบางอย่างกำลังมา”
    จากคำเตือนของไอรีน ผมก็เก็บปืนลงไปแต่ก็พร้อมที่จะเอามันออกมายิงได้ทุกเมื่อ ไกลออกไปราวห้าเมตรตัวประหลาดตัวหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับมิโนทอร์ก็เดินออกมาจากวงของตัวประหลาดที่คล้ายกระต่ายพวกนั้น
    “ฉันมีข้อเสนอ”
    ผมขมวดคิ้วทันทีที่มันพูดออกมาแบบนั้น
    “ทำบททดสอบของฉันให้ผ่านแล้วฉันจะให้รางวัลคือ สมบัติระดับสูงที่ฉันปกป้องเอาไว้”
    หืม! นี่เป็นข้อเสนอที่ดีมากแต่ว่าจะสามารถเชื่อใจคำพูดพวกมันได้จริงๆเหรอ
    “ไม่ต้องห่วงไปมันไม่ได้ยากกว่าที่คิดเอาไว้เลย แค่รับการโจมตีของฉันให้ได้หนึ่งครั้งเท่านั้นโดยคนที่ทำคือเจ้าตัวผู้ตรงนั้น”
    “ฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าตัวประหลาดแบบแกจะพูดความจริงออกมา”
    ไอรีนที่กลัวว่าผมจะไปตอบตกลงกับข้อเสนอบ้าบอแล้วล่อผมไปทำบททดสอบ ข้อเสนอมันดีก็จริงแต่ว่าถ้ามันคิดไม่ซื่อละจะทำยังไง
    “ไปกันเถอะโรเบิร์ตไม่ต้องไปสนใจออกไปจากที่นี่กันเถอะ”
    ผมสัมผัสอะไรบางอย่างได้จากตัวของเจ้าตัวประหลาดตัวนั้นจากนั้นก็มองไปที่ไอรีนก่อนที่จะพูดออกมา
    “ผมมีความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ผมสามารถเชื่อใจเจ้านี่ได้ แล้วก็เจ้านี่เองก็เป็นคนที่มีความยุติธรรมเอามากๆ”
    ใช่แล้วความรู้สึกที่ว่านั้นมันคือความรู้สึกที่ผมหาคนที่เชื่อใจได้ในโลกก่อนแล้วลงทุนร่วมกันในวงการธุรกิจ ผมกับเขาที่เคยเป็นแค่คนแปลกหน้าได้กลายเป็นเพื่อนสนิทชิดเชื้อจนรู้ไส้รู้พุงกันหมด เจ้าตัวประหลาดตรงหน้าก็เหมือนกันผมมีความรู้สึกราวกับเจ้าเพื่อนบ้านั่นมายืนตรงหน้าของผมอีกครั้งหนึ่ง
    ไอรีนลังเลเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้เพราะท่าทีที่จริงจังของผมมันสื่อว่าสามารถทำมันได้
    “ฉันเชื่อใจนาย ไปเถอะ อยากจะทำอะไรก็ทำถ้าไม่ไหวเดี๋ยวฉันจะดึงนายออกมาเอง”
    ในเมื่อพูดคุยขออนุญาตจากผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจเพียงหนึ่งเดียวแล้วก็ไปลุยกันเถอะ เพราะข้อเสนอของเจ้าตัวประหลาดตัวนี้มันน่าสนใจมาก เดิมทีจุดประสงค์ของการมาก็คือการหาสมบัติกลับไป
    “เอาสิ ฉันรับข้อเสนอของแกเจ้าตัวประหลาด”
    “ดีมาก ถ้าอย่างนั้นก็คงพร้อมแล้วสินะ รับมือ!”
    เจ้านี่มันไม่มีแม้แต่การเตรียมพร้อมเลยจริงๆจะรีบร้อนไปไหน เจ้าตัวประหลาดพุ่งมาปรากฏตรงหน้าของผมอย่างรวดเร็ว แม้แต่ไอรีนเองก็ยังจับการเคลื่อนไหวมันไม่ได้ ดาบเล่มสีฟ้าที่มีรัศมีพลังงานสีฟ้ารายล้อมปรากฏออกมาจากอากาศธาตุทำให้พลังกดดันอันรุนแรงของดาบพุ่งเป้ามาที่ตัวของผมอย่างหนักหน่วง เจ้าตัวประหลาดคว้าจับดาบพร้อมกับฟาดฟันมันลงมาที่ตัวของผมในทันที
    โล่ดูดซับพลังงาน
    แน่นอนว่าผมได้รังสรรค์มันขึ้นมาใหม่แล้วทำให้พลังป้องกันของมันสูงขึ้นมามากกว่าเดิมถึงสิบเท่า โล่ที่เต็มไปด้วยพลังงานสีฟ้าก็ปรากฏออกมาตรงหน้าของผมเช่นกันมันต้านทานการโจมตีของเจ้าตัวประหลาดในทันทีที่ออกมา มวลมหาพลังงานสีฟ้าที่เกิดจากการปะทะส่องแสงเจิดจ้าที่มาพร้อมกับพลังทำลายที่รุนแรงกวาดเอาบริเวณโดยรอบสามเมตรหายไปในทันที
    ไอรีนรีบมองดูสภาพร่างกายของผมด้วยความเป็นห่วง เมื่อพบว่าผมไม่เป็นอะไรเธอก็โล่งใจ สภาพของผมกับเจ้าตัวประหลาดนั้นแตกต่างกันมากเพราะผมไม่เป็นอะไรเลยส่วนเจ้าตัวประหลาดตอนนี้บาดเจ็บสาหัส
    “ไม่เคยมีใครที่อยู่ในระดับเดียวกันกับฉันสามารถรับการโจมตีของฉันได้แต่เจ้าตัวผู้แบบแกเป็นคนแรกและยังสามารถโจมตีสวนกลับมาได้ทั้งหมด ชั่งน่าทึ้งจริงๆ”
    ย้อนกลับไปเล็กน้อยในตอนที่โล่ของผมได้ออกมาและดาบของเจ้าตัวประหลาดได้ปะทะกัน ความสามารถของโล่อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันมีความสามารถดูดซับพลังได้ทุกรูปแบบ
    ในช่วงจังหวะที่พลังของมันอ่อนลงผมใช้ทักษะดาบมายาแห่งความมืดหยิบดาบเล่มสีดำออกมาโจมตีสวนกลับไปโดยที่ไม่ได้ใช้ทักษะเฉพาะของมันแต่เจ้าตัวประหลาดดันโชคร้ายเพราะการโจมตีที่ผมโจมตีไปนั้นเกิดติดคริติคอลขึ้นมา
    “เลิกพูดไร้สาระเถอะ แกคงไม่ได้ผิดคำพูดที่พูดไว้หรอกนะ”
    “ไม่มีทาง คนอย่างฉันไม่เคยผิดคำพูดของตนเองอยู่แล้ว ผลมันออกมาดีกว่าที่ฉันคิดเอาไว้เพราะฉะนั้นฉันจะเพิ่มรางวัลให้กับพวกแกก็แล้วกัน”
    “ถ้าอย่างนั้นก็ดีสิ่งที่แกบอกว่าคือสมบัติไหนละ”
    “อย่ารีบร้อนไป ฉันไม่ได้ผิดคำพูดของตนเองแน่”
    เจ้าตัวประหลาดหยิบอะไรบางอย่างจากอากาศธาตุมันคือสมุดเล่มหนึ่ง ใช่แล้ว มันคือสมุดเล่มหนึ่งจริงๆเจ้าตัวประหลาดยื่นมันมาให้กับผม ผมรับมันมาอย่างรวดเร็วก่อนที่ดวงตาของผมจะอ่านอักษรบนสมุดเล่มนั้นทำให้ผมตกตะลึงขึ้นมาในทันที............. . .

    .