มนตรานั่งมองจนบาสลับตาไปเธอก้มมองดอกตาเบบูญ่าในมือแล้วค่อยๆ ลุกเดินออกไปยังสะพานไม้ปลาคาร์ปหลากสีในบ่อว่ายฉวัดเฉวียนไปมา มนตรายื่นมือออกไปลมพัดดอกตาเบบูญ่าดอกน้อยปลิวไป
“ขอบคุณนะคะพี่บาส”มนตราพึมพำ
ในร้านปกป้องชะเง้อมองหามนตรา จนได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เขากดรับแล้วลุกออกไป
“มนตร์ว่าไงมีอะไรเหรอ” ปกป้องเดินมาถึงสะพานที่มนตรายืนอยู่
“ฉันชอบนายปกป้องนายคบกับฉันได้ไหม”
มนตราหันไปมองปกป้องเต็มตาพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้เขาปกป้องอ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาราวกับสูญเสียสมรรถภาพในการพูดไปแล้ว
“เธอ...เธอ”
เขาตะกุกตะกักถอยหลังไปก้าวหนึ่งแต่ดันขาพลิกเพราะแข้งขาอ่อนจนล้มก้นจ้ำเบ้า
“เอ๊า!”
มนตราร้องแล้วหัวเราะลั่นเธอยื่นมือให้เขา ปกป้องดึงมือของเธอแต่กลับกลายเป็มนตราเสียเองที่ทรงตัวไม่อยู่ล้มคว่ำลงไปทับเขา ใบหน้าแนบอยู่กับอกกว้าง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยแตะจมูก มนตรารีบลุกพรวดจนเข่ากระแทกเข้าที่ท้องของปกป้องเต็มๆ
“โอ๊ย!ยัยมนตร์! เอาอีกแล้วนะ”
ปกป้องร้องโอดโอยเอามือกุมท้องแล้วพยายามลุกขึ้นนั่งและตัดสินใจนั่งบนพื้นสะพานนั้นเลย มนตรานั่งลงข้างๆแต่เมื่อนึกได้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปก็เกิดเขินอายขึ้นมาจึงขยับออกเพื่อเว้นระยะห่าง
“จะไปไหนยัยตัวแสบ!”
ปกป้องคว้าข้อมือเธอมามนตราแทบจะปลิวตามมา ทั้งคู่มองหน้ากันแนบชิด จนปกป้องปล่อยเธอ
“เธอทำแบบนี้ได้ยังไง”ปกป้องเสียงแ่
“ฉันขอโทษนะฉันแค่บอกความรู้สึกของตัวเองออกไปตรงๆ เท่านั้นฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่รู้ตัวอีกทีก็ชอบนายมากๆ แล้ว”มนตราสารภาพ
“โอ๊ยๆๆพังหมดแล้ว” ปกป้องเอามือกุมหัว
“หือ!?”
“ก็เธอน่ะ...ทำแผนฉันพังหมดแล้วฉันก็ชอบเธอเหมือนกัน! นี่กะว่าจะหาโอกาสเหมาะๆสารภาพรักเธอ แต่เธอดันชิงบอกฉันก่อนเนี่ยนะ” ปกป้องโวยวาย
มนตราอึ้งมองปกป้องที่ตีอกชกหัวแล้วก็หลุดขำพรืด
“เออ...แล้วทำไมเธอถึงเรียกฉันมานั่งที่บ่อปลาคาร์ปแบบนี้ล่ะนึกว่าจะเรียกไปคุยที่ต้นตาเบบูญ่าเสียอีก เห็นเธอดูชอบมากนี่” ปกป้องสงสัย
“ก็ตาเบบูญ่าเป็ต้นไม้ที่เป็ความทรงจำของฉันกับพี่บาสนี่นา”
“อ๋อ...ไม่อยากให้ซ้ำกับแฟนเก่า”ปกป้องลากเสียงประชด
“ก็เคยบอกแล้วไงว่าไม่ใช่แฟนเก่าแล้วก็ฉันอยากเก็บความทรงจำในอดีตไว้แบบนั้น แล้วเริ่มเดินหน้ากับปัจจุบันไงล่ะ”
“แล้วทำไมเป็บ่อปลาคาร์ปล่ะ”ปกป้องยังคงสงสัย
“หือ...ไม่มีเหตุผลอะก็แค่มันสวยดี แล้วก็ตัวใหญ่ๆ เหมือนนายแค่นั้นแหละ”
ปกป้องหน้าเหวอมนตราะเิหัวเราะ ปกป้องจึงยีศีรษะเธอเป็การเอาคืนมนตราเองก็สู้กลับอย่างไม่ท้อถอย ทั้งคู่แกล้งกันจนเหนื่อยจึงนั่งพักข้างกันเงียบๆ
“แต่ฉันก็ยังอยากบอกกับเธอแบบจริงๆจังๆ อยู่ดี ฉันชอบเธอนะมนตรา ชอบั้แ่แรกเห็นเลย”
ปกป้องมองตามนตรานิ่งเธอยิ้มตื้นตันและพยักหน้ารับ ชายหนุ่มประคองศีรษะของเธอแล้วจูบที่หน้าผากของเธอแม้ไม่ได้พูดคำใดอีก แต่ใจของทั้งสองเชื่อมโยงถึงกัน
............................................................
ปกป้องพาเ้าเหมียวและมนตรามาส่งที่บ้านแล้วกลับทันทีเพราะต้องไปเช็กสต็อกเพื่อเตรียมเปิดร้านในวันรุ่งขึ้นทันทีที่มนตราเปิดกระเป๋าแมวออก เ้าเหมียวก็โดดผลุงออกมาทันทีแล้วพูดกับมนตราโดยที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว
“มนตรา!ข้าคิดว่าข้าน่าจะเป็ปู่ของปกป้อง!”
มนตราตกตะลึง
“มนตรา! รีบเอาสมุดมาจดหรือถ่ายวิดีโอไว้ ข้าจะเล่าสิ่งที่พบมาให้ฟังก่อนที่ความทรงจำของข้าจะจางหายไป”
มนตรายังคงอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกแต่เมื่อได้ยินดังนั้นเธอก็รีบไปหยิบขาตั้งกล้องมาถ่ายวิดีโอแล้วหยิบสมุดบันทึกกับปากกาคู่ใจมาด้วยมืออันสั่นเทา
เ้าเหมียวเล่าเื่ราวที่เห็นในความทรงจำั้แ่ตอนที่ปกป้องช่วยเขาที่สำลักปลาไล่เรียงไปถึงตอนที่เขาตามแมววิเชียรมาศไปตอนที่เขาฟื้นขึ้นที่คฤหาสน์ที่เคยเห็นในความทรงจำ ตอนที่เขาต่อสู้กับแมวจรจนสลบไปและตอนที่เขาโซซัดโซเซกลับบ้านทั้งที่ตอนไปเขาจำทางไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เขาสันนิษฐานว่าเป็เพราะสัญชาตญาณของเ้าของร่างที่แท้จริงพาเขากลับมาขณะที่มนตราซึ่งค่อยๆ ดึงสติกลับคืนมาได้แล้วเอาแต่ร้องอุทานไม่หยุดเมื่อได้ฟัง
“คุณคือคุณปู่จริงๆ...”มนตราเอามือป้องปาก น้ำตาซึม
“ข้ารู้สึกว่าน่าจะเป็แบบนั้นแต่ก็อยากพิสูจน์ให้แน่ชัดเหมือนกันเพราะสิ่งที่แปลกคือข้ารู้สึกเกลียดชายชราคนนี้จับใจจนนึกสงสัยว่าถ้าข้าเป็ชายชราคนนั้นจริงๆ คนเราจะเกลียดตัวเองได้ขนาดนี้เลยหรือแต่อย่างน้อยข้ารู้จักปกป้องแน่นอนเพราะทุกครั้งที่เขาััตัวข้าก็มักเกิดปฏิกิริยาบางอย่างทั้งยังรู้สึกผูกพันกับปกป้องอย่างบอกไม่ถูก”
“แต่ฉันเคยไปที่คฤหาสน์นั้นมาครั้งหนึ่งมันตรงเป๊ะเลยกับที่คุณเล่า อีกทั้งใบหน้าของคุณปู่...ถึงท่านจะป่วยและซูบผอมมากแต่ก็ตรงกับที่คุณบรรยายไว้เลยนะคะแต่ฉันดันไม่เอะใจเอง ไหนจะเื่น้ายุพินอีกยุพินที่นิสัยแบบนั้นคงจะไม่มีหลายคนหรอกค่ะ ฉันว่าคุณคือคุณปู่ไม่ผิดแน่ส่วนที่คุณโกรธเกลียดตัวเองอาจเป็เพราะคุณเคยทำสิ่งที่ไม่ควรทำจนนึกเสียใจทีหลังก็ได้ค่ะ”มนตรากล่าว
“เช่นนั้นก็มีเพียงหนทางเดียวที่จะพิสูจน์ได้มนตรา...ข้าคงต้องขอความช่วยเหลือจากเ้าอีกแล้วข้าต้องได้ไปเห็นชายชราผู้นั้นด้วยตาของตนเอง”
“พรุ่งนี้หนูต้องไปบ้านปกป้องอยู่แล้วหนูจะช่วยคุณค่ะ”
“ขอบใจมากนะมนตราเ้ามีน้ำใจกับข้าเหลือเกิน”
“อย่างนั้นหนูขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหมคะคือ...หนูขอเรียกคุณว่าคุณปู่ได้ไหมคะแบบว่า...ตอนนี้มันรู้สึกห่างเหินเกินไปหน่อยน่ะค่ะ”
“ได้สิ”
เจ้าเหมียวมองมนตราด้วยความเอ็นดูเด็กสาวคนนี้เป็คนจิตใจดีมีเมตตา เขามองไม่ผิดจริงๆ ที่ตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากเธอ
“ว่าแต่เ้าจะใช้ข้ออ้างใดพาข้าไปบ้านของเขาล่ะ”
“เื่นั้นหนูมีแผนค่ะแต่คุณปู่ต้องให้ความร่วมมือกับหนูนะคะ” มนตรายิ้มเ้าเล่ห์
เช้าวันรุ่งขึ้น
“นี่มนตร์จริงเหรอที่ว่าถ้าจับฉ่ายไปเที่ยวเล่นที่บ้านฉันแล้วเขาจะดีขึ้น” ปกป้องมองมนตราที่กำลังสวมหมวกกันน็อกเขาทำท่าเหมือนไม่เชื่อถือ
“ก็จริงน่ะสิ!พี่บาสเขาไลน์บอกฉันเองว่าถ้าพาจับฉ่ายไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเขาจะแข็งแรงขึ้น” มนตรากุเื่ตาใสก่อนรีบเปลี่ยนเื่ว่า“ครั้งนี้เราไม่ต้องกลัวเขาหายแล้ว เพราะเรามีจีพีเอสติดที่ปลอกคอเขาแล้วเดี๋ยวฉันขอลงแอปในมือถือนายด้วยได้ไหม เผื่อฉันฝากนายเลี้ยงเขาตอนเข้าถ้ำอีกอิอิ”
มนตราหันหลังให้ปกป้องดูเ้าเหมียวที่หน้าตาดูไม่สบอารมณ์เพราะต้องสวมปลอกคอสีนีออนแสบตาปกป้องเห็นแล้วขำก๊าก เขายอมลงแอปติดตามอย่างว่าง่าย
บ้านที่ไม่มียุพินอยู่ดูบรรยากาศดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อมนตราสังเกตบรรยากาศโดยรอบอย่างละเอียดอีกครั้งแล้วก็พบว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบเหมือนกับที่เ้าเหมียวหรือที่เธอเชื่อว่าคือคุณปู่เล่าให้ฟังจากความทรงจำชนิดไม่มีผิดเพี้ยนทำไมเธอถึงไม่สังเกตเห็นมาก่อนนะยิ่งคิดก็ยิ่งมั่นใจว่าเขาคือคุณปู่ของปกป้องจริงๆ
“ป้องฉันขอปล่อยเ้าเหมียวตรงสนามหญ้าหน้าบ้านนะ”
“อ้อ!ได้สิ”
“อีกอย่างฉันอยากให้นายบอกคนในบ้านให้ทีว่าอย่าไล่หรืออย่าทำร้ายเขา”
“หือ...เธอรู้ด้วยเหรอว่าคนที่นี่ต้องไล่แมว”
“เปล๊า!แค่พูดกันไว้ก่อนน่ะ” มนตรารีบแก้ตัว
ปกป้องเรียกคนในบ้านทุกคนมารวมกันที่บันไดหน้าประตูทางเข้าบ้านแล้วชูเ้าเหมียวขึ้นราวกับซิมบ้าพร้อมประกาศว่าจับฉ่ายเป็แมวของเขา ห้ามไล่ห้ามทำร้ายมนตราป้องปากขำเ้าเหมียวที่ทำหน้าเลิ่กลั่กๆ เหมือนกลัวตก
“ทำไมนายไม่บอกหัวหน้าแม่บ้านคนเดียวก็พอแล้วเรียกทุกคนมาเสียเป็เื่ใหญ่”
“ไม่ได้หรอก!กว่าแม่บ้านจะประกาศกับทุกคนอาจมีคนไล่เขาไปแล้วก็ได้เพราะคุณปู่เคยออกคำสั่งไว้ว่าให้ไล่แมวที่มาเพ่นพ่านทุกตัวออกไป”
“คุณปู่ท่านเกลียดแมวเหรอ”มนตราแย็บถาม
ปกป้องก้มหน้าเขาหยุดอยู่ที่ตรงกลางระหว่างทางแยกของบันไดทั้งสองฝั่ง แล้วเล่าเื่ราวในอดีตที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อยากจดจำ
“เื่มันเกิดขึ้นั้แ่ฉันยังเด็ก...”
ครอบครัวของปกป้องเป็ครอบครัวเล็กๆที่มีเพียงพ่อ แม่ ลูก อาศัยอยู่ในบ้านขนาดกลางๆ มีรถเก๋งหนึ่งคันปกป้องจำได้ว่าปีละครั้งพ่อแม่จะพาเขาไปไหว้ “คุณปู่ดุๆ”ผู้เป็เ้าของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ปกป้องไม่ชอบเอาเสียเลยจริงอยู่ที่ครั้งแรกที่เขาเริ่มวิ่งได้เขารู้สึกตื่นเต้นและวิ่งซุกซนตามประสาเด็กแต่ก็ถูกคุณปู่เอาแต่ดุให้อยู่ในกฎระเบียบคฤหาสน์แห่งนี้จึงออกจะเป็ฝันร้ายสำหรับเด็กน้อย
จนกระทั่งวันหนึ่งวันที่คุณพ่อตั้งใจพาแม่และเขาไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศริมทะเลเกาะเสม็ดที่คุณปู่ยกให้คุณพ่อทุกคนตื่นเต้นยินดีกันมากและรีบออกจากกรุงเทพฯแต่เช้ามืดปกป้องที่แม้จะตื่นเต้นแต่ก็ยังงัวเงียอยู่จึงนอนที่เบาะหลังโดยนอนหนุนตักแม่วันนั้นหมอกลงจัด อากาศเย็นสบาย ปกป้องนอนหลับฝันดีและเคยคิดในภายหลังว่าเขาควรจะอยู่ในความฝันนั้นตลอดไป...
จนเมื่อสะดุ้งตื่นขึ้นมาพบกับฝันร้ายในโลกความจริงเขาเ็ปไปทั่วทั้งตัว แต่นั่นไม่เท่ากับฝันร้ายที่พ่อแม่ของเขาหายไปเขาสับสนงุนงงเอาแต่ร้องหาทั้งคู่ แต่กลับมีเพียงคุณปู่ใจร้ายที่อยู่ตรงนั้น
“ฉันสลบไปสามวันพอฟื้นขึ้นมาก็เจอแต่คุณปู่ท่านรับฉันมาเลี้ยงเพราะพ่อแม่ฉันเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ มีพลเมืองดีเล่าให้คุณปู่ฟังว่าวันเกิดเหตุพ่อหักหลบแมวที่วิ่งตัดหน้า ตำรวจสันนิษฐานว่าเพราะทัศนวิสัยไม่ดี พ่อคงเข้าใจว่าเลนด้านข้างไม่มีรถจึงชนเข้าอย่างจังกับรถบรรทุกที่กำลังแซงขึ้นมา”
ปกป้องปาดน้ำตามนตราส่งผ้าเช็ดหน้าของเธอให้ เขาเล่าต่อ
“พลเมืองดีบอกว่าแม่กอดฉันเอาไว้แน่น...ฉันรอดมาได้เพราะแม่ปกป้องฉันไว้”
มนตราบีบไหล่ให้กำลังใจปกป้อง
“นี่คือสาเหตุที่ทำให้คุณปู่เกลียดแมวตอนที่มาอยู่กับคุณปู่ฉันยังไม่รู้เื่นี้ฉันชอบเล่นกับแมวจรที่แวะเวียนมาที่บ้านมาก แต่คุณปู่ไล่ตะเพิดไปหมดจนโตขึ้นมาหน่อยถึงได้รู้เื่นี้ ฉันเองจึงเริ่มฝังใจเื่แมวมาั้แ่ตอนนั้นและเพิ่งมาดีขึ้นตอนได้รู้จักจับฉ่ายนั่นแหละ”
ปกป้องสูดหายใจเข้าลึกก่อนพูดต่อ
“แต่แมวไม่ใช่สิ่งที่คุณปู่เกลียดมากที่สุดหรอกนะสิ่งที่ท่านเกลียดที่สุดคือฉันต่างหาก ท่านหาว่าฉันเป็ตัวซวย เป็ต้นเหตุที่ทำให้คนที่รักต้องตาย”
“ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย! มันเป็อุบัติเหตุ”
มนตรารีบชวนเขาขึ้นไปหาคุณปู่เพื่อเปลี่ยนเื่เธอรู้สึกว่าเข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกทีๆ
จากผู้เขียน…
หวานฉ่ำกันแป๊บเดียว ไปๆ มาๆ ไม่รู้จะเอาใจช่วยใครเลย เห็นใจไปหมดทั้งคุณปู่และปกป้อง