ต่งหนานยอมปรับความเข้าใจกับไป่หลิง ทั้งสองจึงเป็เพื่อนรักกันดังเดิม แต่เดี๋ยวนี้ไป่หลิงได้เปิดร้านหมอเพื่อรักษาชาวบ้าน ดังนั้นต่งหนานจะมาเยี่ยมไป่หลิงหลังจากที่นางปิดร้านแล้ว เพื่อไม่ให้รบกวนเวลางาน
“เ้าเป็ฮูหยินของท่านแม่ทัพแล้วนะ ต่งหนาน เ้ายังซนมาหาข้าทุกวันอีก” ไป่หลิงบ่น
“ก็ข้าขอธงอี่แล้วนี่นา สำหรับวันนี้ข้ามีเื่จะเล่าให้ท่านฟัง คือว่า องค์ชายอันฉู่ แห่งแคว้นฉู่จะเสด็จมาที่แคว้นฉิน เห็นว่ามาเจริญสัมพันธไมตรีเหมือนกัน ฝ่าาทรงมีแผนจะยกองค์หญิงองค์ใดองค์หนึ่งให้กับองค์ชายอันฉู่ โดยเปิดโอกาสให้องค์ชายทรงเป็ผู้เลือกเอง” ต่งหนานเล่า
“อืม ก็ดีแล้วนี่ ไม่เห็นมีอะไรเลย” ไป่หลิงกล่าว
“ไป่หลิง! เ้าก็รู้นี่ ว่ามันมีเื่การเมืองมาเกี่ยวข้องด้วย องค์หญิงหลายพระองค์ทรงเข้าไปยุ่งเกี่ยวทางการเมือง โดยให้การสนับสนุนกลุ่มขุนนางแบบลับๆ โดยที่เราไม่รู้เลยว่าขุนนางฝ่ายไหนหวังดีหรือประสงค์ร้ายต่อบ้านเมืองของเราบ้างน่ะ หากฝ่ายนั้นไปยุองค์ชายทำศึกก่อาล่ะ” ต่งหนานกล่าว
“แล้วพวกเราจะทำอะไรได้ล่ะ ต่งหนาน” ไป่หลิงถาม
“ข้าจึงอยากให้องค์ชายทรงเลือกองค์หญิงชานชิวไง เพราะองค์หญิงทรงไม่ยุ่งเกี่ยวทางการเมือง” ต่งหนานกล่าว
“แต่ข้าได้ข่าวว่า นอกจากองค์หญิงจะไม่ยุ่งเกี่ยวทางการเมืองแล้ว องค์หญิงยังทรงไม่สนพระทัยเื่การเลือกคู่ด้วยนี่สิ” ไป่หลิงกล่าว
“นั่นสินะ พวกเราก็คงต้องทำใจแล้วล่ะ” ต่งหนานกล่าว
*********************************
ณ ตำหนักองค์หญิงชานชิว
“องค์หญิงเพคะ พระองค์ทรงฝึกซ้อมเตรียมตัวสำหรับพิธีเลือกคู่บ้างเถอะเพคะ” นางกำนัลคนสนิทกล่าว
“ก็เราไม่ได้อยากเข้าพิธีอภิเษกนี่นา ถึงเราฝึกซ้อมไป องค์ชายก็ทรงไม่เลือกเราอยู่ดี” องค์หญิงชานชิวตรัส
“แล้วนั่น พระองค์จะออกไปไหนเพคะ” นางกำนัลคนสนิทกล่าว
“เราจะออกไปหาต่งหนานกับไป่หลิง เพื่อนของเรา พวกเ้าอย่ากระโตกกระตากล่ะ เดี๋ยวเรารีบกลับมา” องค์หญิงชานชิวตรัส
นางกำนัลคนสนิทไม่อาจห้ามองค์หญิงได้ เลยต้องปล่อยเลยตามเลย
*********************************
ณ จวนท่านแม่ทัพ
“อ้าว องค์หญิงชานชิว ทรงเสด็จมาเยี่ยมหม่อมฉันหรือเพคะ” ต่งหนานกล่าว
“เปล่า เราอยากพบไป่หลิง พาเราไปพบนางหน่อยนะ ต่งหนาน” องค์หญิงชานชิวตรัส
“ได้สิเพคะ แต่ต้องรอให้นางตรวจคนไข้เสร็จก่อนนะเพคะ” ต่งหนานกล่าว
“นางเป็หมองั้นหรอ” องค์หญิงตรัส
“ใช่แล้วเพคะ นางสืบทอดวิชาแพทย์มาจากหมอเทวดาซึ่งเป็พ่อของนาง” ต่งหนานเล่า
“อย่างนี้นี่เอง” องค์หญิงตรัส
“แล้วพระองค์มีธุระอะไรเพคะ หม่อมฉันพอช่วยได้มั้ย” ต่งหนานกล่าว
“เราเบื่อน่ะ เราแค่อยากจะท้านางพนันอีก” องค์หญิงตรัส
“ต้องเป็นางเท่านั้นหรอเพคะ” ต่งหนานสงสัย
“ใช่ ต้องเป็นาง เพราะมันท้าทายดี” องค์หญิงตรัส
*********************************
ณ จวนของท่านเสนาบดี
วันนี้ไป่หลิงต้องเจอกับความวุ่นวายกำลังสองอีกแล้ว
“คือว่านะ ไป่หลิง วันนี้องค์หญิงทรง้าท้าพนันเ้าน่ะ โดยใช้กติกาเดิม ใครแพ้ต้องทำตามผู้ชนะทุกอย่าง” ต่งหนานกล่าว
“พระองค์จะท้าอะไรล่ะเพคะ” ไป่หลิงกล่าว
“แข่งยิงธนูกัน เราขอเริ่มก่อน” องค์หญิงชานชิวตรัส
องค์หญิงชานชิวชอบแอบฝึกวิชาป้องกันตัวและมักปลอมพระองค์เป็ชายเพื่อไปฝึกทหาร ดังนั้นนางจึงมีฝีมือในการยิงธนูดีเยี่ยม และเป็ไปตามคาด องค์หญิงทรงยิงธนูเข้าตรงกลางเป้าพอดี องค์หญิงถึงกับยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ
จนต่งหนานถึงกับพูดว่า “เ้าคงไม่ต้องยิงแล้วมั้ง ไป่หลิง องค์หญิงทรงยิงเข้าเป้าซะขนาดนั้น”
แต่ไป่หลิงก็ยังคงจับธนูแล้วยิงทันที ผลปรากฏว่า ธนูขององค์หญิงแยกออกเป็สองซีก เนื่องจากธนูของไป่หลิง ยิงถูกตรงธนูขององค์หญิงพอดี
“ไป่หลิงเป็ฝ่ายชนะเพคะ” ต่งหนานกล่าว
“ทำไมเ้าถึงเก่งจัง ไป่หลิง เราแพ้แล้ว งั้นเ้าก็บอกมาเถอะว่า เราจะต้องทำอะไร” องค์หญิงทรงยอมรับในความพ่ายแพ้
“ในวันพรุ่งนี้พระองค์ทรงต้องแจกอาหารให้ผู้ยากไร้ที่โรงแจกทานเพคะ พร้อมกับสอบถามสารทุกข์ของชาวบ้านด้วย” ไป่หลิงกล่าว
“ได้ เรายินยอมทำตาม งั้นวันนี้เรากลับก่อนนะ” องค์หญิงชานชิวทรงเสด็จกลับทันที
“เหตุใด เ้าถึงให้องค์หญิงทรงทำเช่นนั้นล่ะ” ต่งหนานสงสัย
“จริงๆ พระองค์ทรงอยากช่วยชาวบ้านน่ะ แต่พระองค์ทรงไม่รู้ตัว พระองค์ทรงท้าพนันไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้หวังชนะหรอก แต่หวังว่าจะได้ทำอะไรเมื่อตนแพ้มากกว่า พระองค์เลยทรงอยากพนันกับข้า” ไป่หลิงอธิบาย
“จะว่าไปองค์หญิงชานชิวก็ทรงแปลกเหมือนกันนะเนี่ย” ต่งหนานกล่าว
*********************************