เป็ไปได้อย่างไรที่ผู้เชี่ยวชาญระดับสองขั้นสูงสุดสามารถตองสนองและหลบรอดการโจมตีของผู้เชี่ยวชาญครึ่งก้าวััชีวิตได้ซํ้ายังตั้งห้ากระบวนท่า!
นี่มัน...น่าเหลือเชื่อนัก!
“เป็ไปไม่ได้!ความแข็งแกร่งของเ้าหากเทียบกันแล้ว อ่อนด้อนกว่าข้ามากมายนักดังนั้นแล้วไม่ต้องพูดถึงเื่ความว่องไวและความเชี่ยวชาญในการต่อสู้เลยแต่นี่เ้ากลับตอบสนองหลบการโจมตีของข้าได้หมด...เ้าทําได้เช่นไร?!’’
ด้านเฉินเมิ่งิที่พบกับความล้มเหลวมาหลายครั้งก็เริ่มอดทนไม่ไหว มันแทบไม่อยากยอมรับเลย ว่าคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอกว่ามันมากจะมีปฏิกิริยาการตอบโต้เหนือกว่ามันซํ้ายังดูราวกับอีกฝ่ายคาดเดาการเคลื่อนไหวของมันเอาไว้แล้วอีกด้วย
ไม่อย่างนั้นผู้เชี่ยวชาญระดับสองขั้นสูงสุดคนหนึ่งจะสามารถหลบรอดการโจมตีของผู้เชี่ยวชาญในระดับครึ่งก้าวััชีวิตมาจนถึงตอนนี้ได้อย่างไร?
บ้าชัดๆ!
“ก็ดั่งที่ข้ากล่าวแม้การฝึกตนของเ้าจะลึกลํ้า แต่ด้วยสติปัญญาระดับเด็กน้อยแล้วเป็ไปไม่ได้เลยที่เ้าจะเอาชนะข้า แม้จะแข็งแกร่งกว่าก็ตาม’’
ขณะที่หลายคนเหลือเชื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเปาเฟิงเพียงยิ้มอ่อนหัวเราะเสียงเบา
เฉินเมิ่งิที่เห็นก็รู้สึกราวกับโดนดูถูกหน้าเริ่มแดงกํ่าขึ้นทุกที
“บัดซบ!ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเ้าจะหลบรอดหลังจากที่ข้าทุ่มพลังทั้งหมดแล้วได้!’’
แต่ก็เป็ดั่งก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะทุ่มพลังทั้งหมดเท่าใด หรือเป็วิชาระดับพื้นฐานชั้นสูงขนาดไหนมันก็มิอาจที่จะสามารถแตะต้องเนื้อตัวของเปาเฟิงแห่งนภาครามได้เลย
ไม่ช้าจากความโกรธ ก็แปรเปลี่ยนเป็ความตะลึง
“กระบวนท่าที่เก้า?เป็ไปได้อย่างไร?!’’
เฉินเมิ่งิตกตะลึงมันไม่อยากเชื่อเลยว่าแม้มันจะทุ่มพลังทั้งหมดแล้ว ก็ยังไม่อาจแตะต้องตัวอีกฝ่ายได้
อีกฝ่ายทําได้ยังไง?
“นี่เ้า...เ้าเก็บซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้!’’ในที่สุดเฉินเมิ่งิก็ตะหนักได้ถึงบางอย่างจนปรากฏความไม่อยากเชื่อให้เห็นบนใบหน้าถึงแม้มันจะเคยพานพบอัจฉริยะมากมาย
ก็เป็ไปไม่ได้เลยที่จะหลบการโจมตีของมันได้หมดขนาดนี้โดยที่ความแข็งแกร่งอ่อนด้อยกว่า!
ไม่ผิดแน่!เปาเฟิงแห่งอาณาจักรนภาครามผู้นี้เป็เสือซ่อนเล็บ!
อัจฉริยะที่คนในระดับเดียวกันได้แต่แหงนหน้ามอง!
…
“ผ่านไปเก้ากระบวนท่าแล้วเ้ายังมิอาจเอาชนะข้าได้ดั่งที่กล่าว เช่นนี้เห็นชัดรึยังว่าเ้าเป็เช่นไร?เด็กน้อย!’’ พอกระบวนท่าที่เก้าจบลง เปาเฟิงก็หัวเราะเบาๆตลอดระยะเวลาในเก้ากระบวนท่านี้ เขามิได้อยู่เฉยเลยเขาคอยสังเกตการเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มผ่านปัญญาเวทย์ และเริ่มเรียนรู้ไปทีละนิดปรับเข้ากับรากฐานตัวเองไปทีละน้อย
กล่าวได้ว่าทุกๆครั้งรากฐานของเขาก็ค่อยๆมั่นคงขึ้น! หนักแน่นขึ้น! สมบูรณ์ขึ้น!
จนเมื่อเขามองการเคลื่อนไหวของมันทะลุปรุโปร่งได้โดยสมบูรณ์แล้วเขาก็ได้ตะหนักว่าแม้ตนจะมีประสาทััเฉียบคม เห็นช่องว่างของอีกฝ่ายหากไร้ซึ่งความแข็งแกร่ง ก็เป็เื่ยากอยู่ดี ที่จะเอาชนะ!
อืม...ดูเหมือนว่าข้าคงต้อง...
ขณะที่เขาเปาเฟิงกําลังตัดสินใจบางอย่างเสียงของอีกฝ่ายก็ดังก้องเรียกสติเขา ให้กลับมาจดจ่ออยู่กับการต่อสู้
“บัดซบ!อย่าได้ใจนัก! ข้าจะให้เ้าได้ลิ้มลองวิชาอันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิ!วิชาระดับผลาญชีวิต...ประกายอรุณ!’’
เฉินเมิ่งิรู้สึกราวกับถูกตอกหน้าอย่างแท้จริงใบหน้าแดงกํ่าของมันปรากฏความอับอายอย่างน่าเกลียดขึ้น
จนเมื่อมันกล่าวจบร่างกายของมันพลันปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งชีวิตที่แตกต่างในก่อนหน้าออกมามันเป็กลิ่นอายที่บริสุทธิ์และลํ้าลึกจนกลิ่นอายแห่งชีวิตในก่อนหน้านี้เทียบไม่ติด
ภาวะแฝง!
นี่คือภาวะแฝงที่จําต้องมีร่างกายที่บริสุทธิ์!
“วิชาระดับผลาญชีวิต?หรือว่าร่างกายของเ้าจะถูกชําระล้างโดยสมบูรณ์และเริ่มแปรเปลี่ยนก่อนถือกําเนิดใหม่แล้ว?’’
เวลานี้เองเปาเฟิงที่นิ่งสงบมาตลอดก็ชะงักไปเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาช่างมีพร์จริงๆ ไม่เพียงจะอยู่ในครึ่งก้าวััชีวิตแต่ดูเหมือนว่าในเร็วนี้ หากมัน้าทะลวงมันคงได้เข้าสู่เขตแดนััชีวิตอย่างแน่นอน
สําคัญเลยคือมันสามารถฝึกฝนวิชาระดับผลาญชีวิตได้ทั้งๆที่ยังเป็แค่ครึ่งก้าวััชีวิต
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพร์ของมันมิได้ธรรมดา!
กลับกันจวิ้นเหล่ยและบรรดาคนทั้งหมดต่างพากันใ และรู้สึกกดดันพวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าเด็กหนุ่มจะเก็บซ่อนความแข็งแกร่งมาจนถึงตอนนี้ซํ้ายังถือเป็ครึ่งก้าวััชีวิตโดยแท้จริงแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นมันยังวิชาระดับผลาญชีวิตอีกด้วย
นี่มัน...มีอะไรอีกบ้างที่มันยังเก็บงําไว้?
เวลาเดียวกันหลังจากที่ปลดปล่อยภาวะแฝงออกมาแล้วทั่วทั้งร่างกายของเฉินเมิ่งิพลันปรากฏประกายแสงขึ้น!
ประกายอรุณที่เจิดจรัสและสง่างาม!
ภายใต้ความสง่างามนี้ไม่ว่าจะเป็ใคร หรือแม้แต่เปาเฟิงก็ยังรู้สึกได้ถึงความแตกต่างของวิชาระดับพื้นฐานและวิชาระดับผลาญชีวิต
ทรงพลังนัก!
“นี่คือวิชาระดับผลาญชีวิต...ประกายอรุณ!ภายใต้การดึงภาวะแฝงผ่านวิชานี้ ความคล่องแคล่วว่องไว และความรวดเร็วของข้าจะเพิ่มขึ้นเป็อย่างมาก!ดังนั้นไม่ว่าเ้าจะมีปฏิกิริยาในการตอบสนองที่น่าทึ่งแค่ไหนก็เป็ไปไม่ได้ที่จะตามการเคลื่อนไหวของข้าในยามนี้ทันดังนั้นด้วยความแข็งแกร่งอันต่างชั้น เพียงลงมือ...เ้าย่อมต้องพ่าย!’’รับรู้ได้ถึงสายตารอบข้าง เฉินเมิ่งิไม่ได้สนใจมันเพียงจับจ้องเปาเฟิงแล้วเอ่ยกล่าวดั่งผู้ที่กุมชัยชนะเอาไว้แล้ว
กล่าวได้ว่าในยามนี้นอกจากความมั่นใจที่เปี่ยมล้นของมันแล้วภายในใจยังเต็มไปด้วยความเคารพนับถือเพราะตลอดมา แทบมิมีผู้ใดเลยที่มีระดับฝึกตนด้อยกว่ามันและถึงขั้นบังคับให้มันใช้วิชาประกายอรุณนี้ออกมาได้
เปาเฟิงแห่งนภาครามจึงทําให้มันรู้สึกชื่นชมและนับถือ!
เวลาเดียวกันบุรุษหนุ่มชุดเขียวก็มองไปยังเปาเฟิงด้วยความชื่นชม ก่อนจะกล่าวโดยมุ่งหวังจะสื่อให้เห็นถึงบางอย่างที่มันไม่ได้คาดหวังแม้แต่น้อย
“ยามที่น้องแปดใช้วิชาประกายอรุณแม้จะเป็เขตแดนสัมชีวิตเองก็ยังยากที่จะรับมือได้ง่ายๆ…แต่ด้วยสายตาของข้าแล้วข้ามั่นใจว่าหากน้องชายอยู่ในระดับสาม เ้าอาจพอมีโอกาสทําสําเร็จได้อยู่บ้าง...’’
ระดับสามงั้นรึ?
จิตใจของจวิ้นเหล่ยและพวกกู่ฉิงเฟิงต่างเย็นะเืและรู้สึกได้ถึงความสิ้นหวัง
เป็ที่รู้กันว่าองค์ชายของพวกเขาเพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ระดับสองในไม่นานนี้ทั้งยังเป็ระดับสองขั้นสูงสุดอีกด้วย เกรงว่าแม้จะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นจริงๆก็คงเป็ไปไม่ได้อยู่ดีที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้…
“ก็อย่างที่พี่สองกล่าวในสายตาของข้าแล้ว การตอบสนองของเ้านั้นดีเยี่ยมแต่น่าเสียดายที่พลังอ่อนด้อยเกินไปดังนั้นตราบใดที่เ้ายังไม่ทะลวงเข้าสู่ระดับสามคงเป็ไปมิได้ที่จะหาโอกาสตามการเคลื่อนไหวของข้าในสภาวะนี้ได้ทันและในอนาคตแม้ว่าเ้าจะทะลวงได้ ก็เป็ไปมิได้ที่จะเป็คู่มือให้แก่ข้า!’’
เฉินเมิ่งิผงกศรีษะเห็นด้วยกับบุรุษหนุ่มชุดเขียวความสามารถในการตอบสนองของเปาเฟิงแห่งนภาครามนั้นยอดเยี่ยมอย่างแท้จริงแต่หากมันยังไม่เข้าสู่ระดับสาม ก็เป็ไปมิได้เลยที่จะตามการเคลื่อนไหวของเขาในสภาวะนี้ได้
และแม้ว่าจะทะลวงได้แล้วมันยังไง?
ถึงตองนั้นเขาก็ก้าวเข้าสู่เขตแดนััชีวิตแล้วตอนนั้นมันคงมิอาจทําได้แม้แต่หายใจต่อหน้าเขาได้ด้วยซํ้า!
ใครๆก็รู้ถึงความคิดอันหยิ่งยโสของเฉินเมิ่งิกระทั่งจวิ้นเหล่ยและพวกกู่ฉิงเฟิงยังอดรู้สึกเจ็บใจมิได้ดูเหมือนว่าแม้วันนี้องค์ชายของพวกเขาจะสร้างปาฏิหาริย์ครั้งแล้วครั้งเล่าให้เห็นก็เป็ไปไม่ได้เลยที่จะเอาชนะรุ่นเยาว์ปีศาจผู้นี้ได้…
ตรงกันข้ามในระหว่างที่ทุกคนต่างคิดว่าเปาเฟิงจะต้องพ่ายแพ้แล้วแน่ๆเ้าตัวเพียงเผยสีหน้าครุ่นคิดออกมา มันดูราวกับเขากําลังตะหนักถึงอะไรบางอย่างที่สําคัญยิ่งก่อนผงกศรีษะเข้าใจในที่สุด
ระดับสามอย่างนั้นหรือ?
“เช่นนั้นก็...ดั่งที่เ้าหวัง!’’