เมื่อเธอเหลือบตาขึ้นมองหน้าเขานั้นดวงตาคู่สีเทาเปี่ยมอยู่ด้วยแววรานร้าวเธอมีชีวิตอยู่กับความเงียบเหงาว้าเหว่มาเป็เวลานานจนไม่รู้ตัวว่าตัวเองได้ยุติความโศกเศร้าเสียใจลงั้แ่เมื่อใดดวงตาของการ์ดเครียดเขม็งราวกับเขาจะเข้าใจในความรู้สึกของเธอดีอยู่ ราเชลเบือนหน้าไปเสียทางหนึ่งก่อนที่จะให้เขาจับความรู้สึกของตนเองได้มากกว่านี้
“ไม่หรอกค่ะฉันไม่ได้คิดว่าจะอยู่ตัวคนเดียวตลอดไปหรอก”
เธอตอบเสียงเบา
“ถ้าเช่นนั้นทำไมคุณไม่เลิกทำตัวเป็คนอ่อนไหวเสียทีล่ะ”
การ์ดพูดเป็เชิงเสนอแนะ
“ฉันไม่ได้เป็อย่างนั้นสักหน่อย”
ราเชลขุ่นขึ้งขึ้นมาอีก
“คุณน่ะเป็”
การ์ดยืนยัน
“การที่คุณโกรธผมตอนนี้เพราะอะไรก็เพราะผมเห็นว่าคุณเป็คนสวยมีเสน่ห์และผมก็พยายามจะแสดงให้คุณเห็นว่าผมชื่นชมในความสวยของคุณจริงๆ”
“คุณมาที่นี้เพื่อจะมาเอาเครื่องโกนหนวดนะคะ”
เธอพูดเป็เชิงเตือนไม่ใคร่พอใจที่การสนทนากำลังกลายเป็เื่ส่วนตัว และเธอกลายเป็เป้าให้เขาไป
“คุณก็หาได้แล้วนี่คะแล้วทำไมถึงยังไม่กลับไปเสียทีล่ะ”
เธอพยายามจะเดินผ่านเขาไปเปิดประตูเพื่อไล่ให้เขาออกไปจากห้องเสียเร็วๆแต่การ์ดจับแขนเธอไว้ และดึงให้หันกลับมาหา
“ผมไม่ขอโทษหรอกนะสำหรับความคิดเห็นที่ว่าคุณเป็คนสวยแล้วก็ใช้คำพูดให้คุณรู้สึกได้ว่าผมสนใจในตัวคุณและผมก็จะไม่ขอโทษสำหรับการที่อยากจะกอดและจูบคุณด้วย”
เธอมองหน้าเขาแต่มิได้ปริปากพูดอะไรออกมาเลยรู้แต่เพียงว่าขณะนี้หัวใจของตนเองเต้นรัวแรงขึ้น ตระหนักในความใกล้ชิดของเขารู้สึกถึงความอุ่นของฝ่ามือที่ทาบลงตรง่เอวและแววมาดมั่นในดวงตาคู่นั้น
“คุณจะต้องจำไว้ว่าความรู้สึกทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็เื่ของธรรมชาติทั้งสิ้น ยิ่งกว่านั้นมันเป็ความผิดตรงไหนล่ะที่ผู้ชายคนหนึ่งอยากจะกอดผู้หญิงสักคนหนึ่งไว้แล้วก็จูบเธอ ผู้หญิงก็เหมือนกันมันผิดตรงไหนถ้าเธออยากจูบผู้ชายขึ้นมา”
เป็ครั้งแรกในชีวิตที่ราเชลแทบจะคิดอะไรไม่ออกเอาเสียเลยโดยเฉพาะยามที่ฝ่ามือของเขาโลมเล้าอยู่ตรง่เอวด้านหลังรั้งร่างเธอเข้าไปใกล้และแล้วเขาก็โน้มศีรษะลงมาช้าๆ เปลือกตาของเธอดูจะหนักขึ้นมาทันทีเมื่อใบหน้าของเขาโน้มใกล้ลงมา
ริมฝีปากของเขาอบอุ่นยิ่งนักยามประทับลงบนเรือนปากที่เย็นชืดของเธอและโลมไล้ไปทั่วอย่างแ่เบาทั้งมือและแขนของราเชลตกอยู่ข้างตัว มิได้ยกขึ้นเพื่อโอบรั้งหรือต่อต้าน อาการโลมไล้ของเขาสร้างความปั่นป่วนให้บังเกิดขึ้นอย่างรุนแรง
เื้ัท่าทีที่ไม่ยินดียินร้ายของเธอนั้นประสาททุกส่วนบนเรือนกายกำลังถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีวิตขึ้นร่างกายของเธอเอนเอียงเข้าไปหาเขาคล้ายจะหาที่พักพิง กลิ่นอ่อนๆของนิโคตินระรวยอยู่ในลมหายใจของการ์ด กลิ่นหอมของสบู่อบอวลอยู่ในผิวหน้านั้น
ฝ่ามือของเขากระชับอยู่กับแผ่นหลังคล้ายจะจูงใจให้ราเชลแอบอิงเข้าไปหาเขายิ่งขึ้นจุมพิตของเขาดูจะมีกระแสพิศวาสเพิ่มพูนขึ้นรุนแรงขึ้นคล้ายจะบ่งบอกถึงความกระหายหิวที่มีอยู่ และในวินาทีต่อมาสัญชาตญาณดิบก็เริ่มแผ่กระจายขึ้นทั้งสรรพางค์กาย
ราเชลรีบก้มศีรษะลงดึงตัวเองออกให้พ้นจากวังวนที่เริ่มปั่นป่วนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การ์ดค่อยๆคลายแขนที่โอบร่างเธอไว้ ราเชลรีบถอยออกห่าง ไม่ยอมสบสายตาอีก
มันออกจะเป็การง่ายมากที่จะปล่อยให้ความช่ำชองในเชิงรักของเขาพาเธอล่องลอยไปไกลมันเป็เื่ที่แปลกมาก จนราเชลอย่างจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาดังๆการมีเพศสัมพันธ์เล็กๆ น้อยๆ เป็เื่ที่แฟนเคยแนะนำมาราเชลมิได้มีความสงสัยเลยว่าการ์ดสามารถจะสร้างความปรารถนาทางเรือนกายให้เกิดขึ้นได้แต่เธอก็้าในสิ่งที่มากกว่านั้น
“คุณไม่ยักกะตบหน้าผมนะ”
การ์ดเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น
“ผมสมควรจะได้รับการลงโทษอย่างนั้นไหม”
“คุณอยากจะคิดอะไรก็คิดไปเถอะเพราะถึงยังไงคุณก็ชอบคิดอะไรแปลกๆ อยู่แล้วนี่”
ราเชลตอบและเงยหน้าขึ้นมองเขาหลังจากที่สงบระงับอารมณ์ได้แล้ว
“ถ้าคุณไม่ขัดข้องฉันอยากจะขอให้คุณกลับไปเถอะ ฉันจะแต่งตัวเสียที”
“แล้วเื่กาแฟบนซัน เด๊คล่ะ”
เขายังไม่ละที่จะเชื้อเชิญเช่นในครั้งแรก
ราเชลเดินไปยังโต๊ะที่ตั้งโทรศัพท์ไว้กดลงตรงปุ่มที่เรียกสจ๊วต รู้อยู่แก่ใจว่าการ์ดกำลังจับจ้องการกระทำของเธออยู่
“เอาไว้คราวหน้าเถอะค่ะคุณแม็คคินเล่ย์”
เธอบอกซึ่งเท่ากับเป็การปฏิเสธอย่างสุภาพ
“งั้นก็ตามใจ”
เขาไหวไหล่แต่ดวงตามิได้ละจากใบหน้าของเธอเลย
มีเสียงเคาะเบาๆดังขึ้นตรงหน้าประตูก่อนที่จะเปิดออก และสจ๊วตผู้หนึ่งเดินเข้ามา สีหน้าของเขาบอกความใคร่รู้เมื่อเห็นการ์ดยืนอยู่ในห้องนี้ด้วยแต่เขาหันไปถามราเชลว่า
“้าอะไรหรือครับมิสซิส แม็คคินเล่ย์”
“คุณแม็คคินเล่ย์ลืมชุดโกนหนวดไว้ในห้องนี้ฉันคิดว่าบางทีคุณอาจจะเห็นบ้าง”
เธอแก้เกี้ยวที่เรียกเขาเข้ามา
“แต่บังเอิญเราพบเสียก่อนขอบใจนะที่อุตส่าห์มา”
“ไม่เป็ไรมิได้ครับ”
เขาตอบ
“มีอะไรจะให้ผมรับใช้อีกไหมครับหรือว่าคุณทั้งสองจะดื่มกาแฟ”
“โอ....เห็นจะไม่ละขอบใจ”
ราเชลปฏิเสธพร้อมกับหันไปทางการ์ด
“พอดีคุณแม็คคินเล่ย์ก็กำลังจะกลับอยู่เหมือนกัน”
แววในดวงตาของเขาบอกความรู้ทันถึงวิธีการที่เธอไล่เขาออกจากห้องโดยให้สจ๊วตหนุ่มเป็ผู้พาออกไป การ์ดผงกศีรษะช้าๆให้ก่อนที่จะเดินออกไปทางประตูที่สจ๊วตผู้นั้นช่วยเปิดไว้ให้
สายลมอ่อนที่พัดเข้ามาในห้องลิโดบนดาดฟ้าชั้นซันเด๊คอันเป็ห้องที่เปิดหน้าต่างกระจกโดยรอบออกไว้ทุกบานนั้นเย็นเยือก แต่เสื้อสเวตเตอร์สีม่วงอ่อนมีหมวกใช้คลุมศีรษะได้ในตัวช่วยให้ราเชลรู้สึกอบอุ่นได้พอสมควรภายในห้องนี้มีผู้ที่ตื่นนอนแต่เช้านั่งอยู่ตามโต๊ะดื่มกาแฟและรับประทานอาหารเช้ากันแล้ว
บนชั้นลอยที่เหนือขึ้นไปคนที่ออกกำลังด้วยการจ๊อกกิ้ง บริหารร่างกายของตนอยู่บนระเบียงซึ่งยื่นออกไปรับแสงแดดและอากาศที่สดชื่นในยามเช้าขณะที่ราเชลยืนเข้าแถวเพื่อรอรับกาแฟอยู่นั้น เธอก็กวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อจะได้ดูว่าการ์ดอยู่ในกลุ่มผู้ที่กำลังจ๊อกกิ้งด้วยหรือไม่
เธอเดินผ่านถาดใส่ผลไม้สดที่มีทั้งสับปะรดแตงโม และมะละกอ ผ่านถาดที่ใส่ขนมปังหวานซึ่งอบใหม่ๆ ทุกวันจากห้องขนมปังบนเรือแม้กลิ่นหอมของมันจะยั่วน้ำลายอยู่แต่เธอก็ได้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะรับประทานอาหารเช้าในห้องอาหารดังนั้นจึงมุ่งอยู่แต่ว่าจะดื่มกาแฟเท่านั้น
สามีภรรยาสูงอายุคู่หนึ่งยืนอยู่หน้าเธอเมื่อราเชลสังเกตเห็นว่าทั้งคู่มีปัญหากับการที่จะต้องถือถาดและแก้วน้ำผลไม้กับถ้วยกาแฟในเวลาเดียวกัน เธอก็อาสาช่วยถือให้ ออกจะเขิน ๆเมื่อได้รับคำขอบอกขอบใจ
“แหม....คุณคนนี้น่ารักจังนะป๊อปป้า”
ผู้หญิงคนนั้นพร่ำบอกกับสามีขณะที่เดินตามมายังโต๊ะที่ตั้งอยู่ใกล้สระว่ายน้ำ
“คุณใจดีมากที่ช่วยถือถาดให้เรา”
ผู้เป็สามีบอกกับราเชล
“มอมม่ากับผมเดินเหินมันไม่ค่อยคล่องแต่เราก็ยังไปได้รอบ บางครั้งก็ดีใจจริงๆ ที่มีคนช่วย”
“เชิญนั่งกับเราสิหนู”
ภรรยาของเขาเอ่ยขึ้นเมื่อราเชลวางแก้วน้ำผลไม้กับถาดอาหารลงให้“เราขอบใจมากนะที่หนูช่วย ถ้าไม่ช่วยละก็ ฉันคงทำอะไรต่อมิอะไรตกแน่ๆ แล้วป๊อปป้าก็จะต้องกลุ้มใจอีก”
นางยกมือที่เหยี่ยวย่นโบกไปโบกมาประกอบการพูด“แล้วเราจะขอบใจหนูยังไงดีล่ะ”
“ไม่เป็ไรเลยค่ะ”
ราเชลรู้สึกกลุ้มใจไม่น้อยที่เื่แค่นี้กลายเป็บุณคุณยกใหญ่เธอประคองถ้วยกาแฟของตนไว้ขณะที่ถอยออกจากโต๊ะ
“ทานอาหารให้อร่อยนะคะ”
“ขอบใจหนูนี่ใจดีจริงๆ”
บุรุษชรายิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ขณะที่ราเชลมองหาโต๊ะเงียบๆที่จะนั่งลงดื่มกาแฟเธอก็มองเห็นการ์ดเดินลงบันไดมาเสื้อยืดที่สวมไว้ชื้นไปด้วยเหงื่อ ตามแขนมีไรเหงื่อจับอยู่เป็มัน เขาเดินตรงมาทางเธอและราเชลก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ตั้งใจไว้แล้วว่าเธอจะไม่ยอมหลบหน้าเขาไปไหน ตลอดการเดินทางเที่ยวนี้แม้เขาจะมีท่าทางเหน็ดเหนื่อยจากการออกกำลังมา แต่ก็ดูสดชื่นเธอรู้สึกอิจฉาในความกระปรี้กระเปร่าของเขาอยู่ไม่น้อย
เขาผ่อนฝีเท้าลงเมื่อเดินมาใกล้ตัวยกมือขึ้นเท้าเอวไว้
“อรุณสวัสดิ์ครับมิสซิสแม็คคินเล่ย์”
รอยยิ้มขันๆปรากฏอยู่ในดวงตาขณะที่เขาก้มลงยิ้มให้เธอ และลอบชำเลืองมองไปทั่วร่าง
“อรุณสวัสดิ์ค่ะมิสเตอร์ แม็คคินเล่ย์”
เธอตอบ
ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่เรียวปากราวจะค้นหาร่องรอยที่ริมฝีปากของเขาได้ประทับลงไว้แววแห่งความปรารถนาฉายแสงอยู่ในดวงตาคู่นั้นแล้วทำให้ราเชลมีความรู้สึกเหมือนถูกเขาจูบอีกครั้ง
“คุณได้กาแฟแล้วสินะ”
การ์ดเอ่ยลอยๆ
“ได้แล้วค่ะ”
เธอตอบสั้นๆ
“แล้วพบกันนะ”
เขาทำท่าจะเดินออกแต่ไม่ ก่อนที่จะบอกว่า
“จะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนกินอาหารเช้า”
เธอเหลียวมองตามร่างเขางงๆได้ยินเสียงสามีภรรยาผู้ชราซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะคุยกันว่า
“ได้ยิมไหมป๊อปป้า?”
ผู้เป็ภรรยาพูด
“เขาเรียกกันว่ามิสเตอร์กับมิสซิสน่ะ”
“ก็แบบที่เราเคยเรียกกันไงมอมม่า”
“เขาเรียกเธอว่ามิสซิสแม็คคินเล่ย์นะ”
ภรรยาว่า
“แล้วเธอก็เรียกเขาว่ามิสเตอร์แม็คคินเล่ย์ด้วย”
สามีกล่าวต่อ
“มันฟังเพราะดีนะป๊อปป้าเรียกกันแบบสมัยเก่า”
หญิงชราเอ่ย
แม้ความรู้สึกใคร่จะอธิบายจะเร่งเร้าให้เธออยากเดินไปที่โต๊ะตัวนั้นแต่ราเชลก็กลับสาวเท้าต่อไปในทิศทางตรงกันข้ามมันไม่ใช่เื่สำคัญอะไรที่ทั้งคู่จะคิดว่าเธอกับการ์ดเป็คู่สมรสกันยิ่งอธิบายก็ยิ่งจะทำให้เื่ยืดยาว และเธอก็ไม่้าจะให้เป็เช่นนั้นด้วยยิ่งไปกว่านั้นการที่สามีภรรยาได้ยินที่เธอกับการ์ดเรียกกันและกัน ทำให้ทั้งคู่มีความสุขที่ได้ระลึกถึงความหลังเมื่อครั้งแต่งงานกันใหม่ๆก็เมื่อมันทำให้เขามีความสุขแล้วทำไมเธอจะต้องไปทำลายความสุขนั้นด้วยการอธิบายอะไรต่อมิอะไรซึ่งไม่ใช่เื่สำคัญแม้แต่น้อยด้วยเล่า?