คำกล่าวของบุตรสาวแทงใจดำลี่ฮูหยินผู้เป็มารดาเข้าอย่างจัง ตู้อี๋เหนียงเป็อี้จี (คณิกาขายศิลป์ไม่ขายเรือนร่าง) ที่สามีซื้อตัวมาจากหอนางโลม สามีเคยหลงนางหัวปักหัวปำจนแทบไม่ก้าวออกจากห้อง สุดท้ายนางต้องไปขอร้องจากพ่อแม่สามีให้จับคนทั้งคู่แยกกัน สามีนางจึงได้กลับมาเป็ผู้เป็คนดังเดิม ส่วนตู้อี๋เหนียงเวลานี้ก็ยังถูกกักบริเวณไม่มีโอกาสได้พบเจอกับสามีอีก
เตียอวี้หลานซุกซนั้แ่เล็กมักจะแอบหนีไปที่เรือนของตู้อี๋เหนียงอยู่บ่อยครั้ง จนในที่สุดก็เริ่มสนิทสนมกับอีกฝ่าย เวลานี้ลี่ฮูหยินเริ่มลังเลใจว่าบุตรสาวอาจจะได้ความคิดต่ำช้ามาจากสตรีผู้นั้นก็เป็ได้
นายท่านใหญ่สกุลเตียเห็นสายตาขุ่นเคืองจากผู้เป็ภรรยาหัวใจก็ตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ซ้ำผู้ที่ขุดคุ้ยอดีตอันน่าอับอายของตนขึ้นมาก็ยังเป็บุตรสาวแท้ๆ เข้าอีกเขาจึงรีบปั้นหน้าบึ้งตึงเปลี่ยนทิศทางลม
“ความจริงจะเป็อย่างไรก็ต้องตามหาพวกเขาสองคนให้พบเสียก่อน ส่วนเ้าเวลานี้หากยังรั้งรอตั้งท่าจะออกเรือนให้สวี่ซ่งจื่อก็คงต้องเป็ที่นินทาของชาวบ้านแล้ว ฮูหยิน..เ้าลองดูว่าบุตรชายสกุลใดเข้าตาบ้างจัดการหมั้นหมายอวี้จิงให้ออกเรือนไปเสียจะได้ไม่ต้องมาข้องเกี่ยวกับเื่ไม่งามของเด็กสองคนนั้น”
เตียอวี้จิงโกรธจนหน้าแดง ผู้คนภายนอกหัวเราะเยาะนางเื่บุตรชายท่านนายอำเภอกันสนุกปาก คิดจะเอาสวี่ซ่งจื่อบุรุษรูปงามฐานะใกล้เคียงกับสกุลเตียของตนมาเป็สามี น้องสาวตัวดียังมาก่อเื่ให้นางต้องพลาดจากสวี่ซ่งจื่อ ยามนี้บิดายังจะเอานางออกไปเร่ขายราวกับสิ่งของไร้ค่าเข้าไปอีก
หญิงสาวเดินกระแทกเท้าสะบัดก้น เดินกลับเรือนตนเองไปด้วยความเจ็บใจล้นอก แต่นางก็ไม่กล้าปฏิเสธ เวลานี้ตนก็อายุไม่น้อย ชื่อเสียงก็ด่างพร้อย หากยังเื่มากไม่รีบออกเรือนไปต่อไปก็คงไม่มีหวังแล้วเช่นกัน
………..
กระท่อมหลังเล็กกลางป่า
หลินเจียอีต้องเหน็ดเหนื่อยมากกว่าเดิมเป็เท่าตัว เมื่อคิดว่านางจำเป็ต้องหาซื้อยามาบำรุงร่างกายให้สามีเพิ่มขึ้น
ผ่านมาเกือบสามเดือนแล้ว ยามนี้ยังไม่มีผู้ใดมาตามหาตัวนางและสามีเลยสักคน นางหวั่นใจว่าเื่ที่ตนได้โกหกออกไปอาจจะเป็ความจริง คู่รักสองคนหลบหนีมาจากที่อื่นหรือไม่ จึงไม่มีญาติหรือคนรับใช้ติดตามมาด้วยอย่างที่ควรจะเป็
ความคิดอันตื้นเขินของนางที่คิดจะดูแลสามีให้ดีที่สุดนั้นเป็ความคิดที่เหลวไหลสิ้นดี คุณชายเซี่ยผ่ายผอมลงทุกวัน แขนขาที่เริ่มเล็กลีบจากการไม่ได้ใช้งานมองดูน่าเกลียดน่าเวทนาไม่เหลือเค้าโครงชายหนุ่มรูปงามดังที่นางเคยเห็นครั้งแรก
“ข้าสมควรโกรธพวกเขาสองคนไม่ใช่หรือ ข้าอยู่ของข้าดีๆ พวกเขาก็ตกลงมาจากฟ้า มาสร้างความลำบากให้ข้า!” หญิงสาวพยายามต่อสู้กับความรู้สึกของตนเองอย่างหนัก
ชีวิตของนางหลังบิดาตายจากไป ก็มีเพียงหาของกินประทังชีวิตไปอย่างไร้จุดหมาย แต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน การดูแลคุณชายเซี่ยกลับเป็เื่ที่ทำให้นางอยากมีชีวิตอยู่ต่อ หัวของนางไม่เคยว่างเปล่าและคิดอยากปลิดชีพตัวเองเหมือนอย่างเคย
แต่ความคิดเช่นนี้ก็กำลังสร้างปัญหาให้กับนาง แต่ก่อนบิดายังล่าสัตว์มาเพื่อซื้อข้าวและเครื่องใช้อื่นได้ แต่เวลานี้นางไม่มีความสามารถในการหาเงิน ร่างผ่ายผอมบนเตียงต้องได้รับการรักษาที่ดีกว่านี้ แล้วนางจะทำเช่นไร
เสบียงอาหารที่แลกเปลี่ยนมาจากการขายสร้อยยังมีเหลืออยู่ ท่านน้ากู้ยังเพิ่มเงินให้นางอีก 2 ตำลึงเป็ค่าสร้อยที่ตีราคามาใหม่ นางกู้จัดการซื้อเสบียงและผ้ามาให้นางเตรียมพร้อมรับมือกับฤดูหนาว แต่หากนางยังคงลำพองใจว่ายังมีอาหารไม่ขาดปากอยู่ดังเดิม เมื่อเสบียงอาหารหมดนางจะหาอะไรมาป้อนใส่ปากสามีได้
“ข้าสัญญาเอาไว้แล้ว ว่าจะดูแลท่านข้าก็จะทำ!” หญิงสาวปาดน้ำตาทิ้งสลัดความเหน็ดเหนื่อยออกไปจากร่าง ล้มตัวนอนเคียงข้างร่างที่หลับสนิทบนเตียงกอดเขาแล้วร้องไห้ออกมา
นางทอดทิ้งเขาไม่ลง หากไม่มีนางบุรุษผู้นี้ต้องอดอาหารตายอยู่บนเตียงเป็แน่
กลางวันหลินเจียอีก็จะใช้เวลาในการออกไปหาปลามาเพิ่ม แล่เนื้อหมักเกลือตากแห้งเตรียมสะสมไว้ฝากท่านอาทั้งสองคนไปขาย ส่วนเวลากลางคืนหญิงสาวย้ายตัวเอง จากที่เคยนอนอยู่นอกห้องมานอนร่วมเตียงกับสามี ยกแขนยกขาทั้งสองข้างของเขาพยายามขยับร่างกายเขาให้มากที่สุดอย่างระมัดระวัง
ตกกลางคืนนางก็จะซุกร่างกอดก่ายอยู่กับสามีโหยหาการปลอบโยนจากใครสักคน ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าตนเองทุ่มเทร่างกายและจิติญญาทั้งหมดให้กับร่างที่ไร้สติราวกับนางเป็ภรรยาของเขาจริงๆ
………
ลี่ฮูหยินพยายามอย่างหนักในการให้แม่สื่อจัดหาบุรุษมาแต่งงานกับบุตรสาวคนโต รวมทั้งนางกับสามีก็หมั่นไปเยี่ยมเยียนสหายมากหน้าหลายตามองหาโอกาสจับคู่หมายใหม่ให้กับเตียอวี้จิง
แต่จนแล้วจนรอดแม้ว่าสกุลเตียจะมีทรัพย์สมบัติมากมาย ก็ยังไม่มีบิดามารดาคนใดอยากให้บุตรชายกลายมาเป็ตัวตลกในสายตาของผู้อื่น พวกเขาล้วนแล้วแต่ปฏิเสธคำชักจูงของแม่สื่อ บางคนที่หน้าบางเกรงใจสกุลเตียอยู่บ้างก็รีบจัดการหมั้นหมายบุตรชายในสกุลให้เสร็จสิ้นจะได้มีข้ออ้างที่สมเหตุสมผล
สองสามีภรรยาเจ็บใจกับการถูกผู้อื่นรังเกียจบุตรสาวคนโตที่เพียบพร้อมจนไม่เป็อันทำอะไร รวมทั้งยกเลิกการตามหาตัวเตียอวี้หลานบุตรสาวคนรอง ซ้ำยังสาปแช่งนางที่ทำเื่น่าบัดสีลักพาตัวบุรุษออกไปทำมิดีมิร้ายอีกด้วย
แต่สำหรับสกุลสวี่ คุณชายสามสวี่ซ่งจื่อมีค่าสำหรับพวกเขามากกว่านั้น บิดาของสวี่ซ่งจื่อส่งคนออกไปตามหาบุตรชายตามหัวเมืองข้างเคียงไม่เคยหยุด
“พวกเขามีเงินติดตัวกันไม่มาก ไม่น่าจะเดินทางไปไหนไกลได้ หากรอบเมืองฉงซิ่งยังหาตัวไม่พบข้าว่าเราควรเปลี่ยนมาค้นหาตามหมู่บ้านที่ห่างไกลภายในอาณาเขตเมืองฉงซิ่งจะดีกว่า” สวี่สือคงคิดเปลี่ยนแผน
ก่อนหน้านี้พวกเขาค้นหาเฉพาะตามชุมชนใหญ่ๆ ที่มีบ้านเรือนผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น เพราะคิดว่าเตียอวี้หลานย่อมรักสบายชายหนุ่มกับหญิงสาวอาจจะเปิดโรงเตี๊ยมสักห้องพลอดรักกันจนไม่ได้สติ
แต่นานวันเข้าสวี่สือคงเริ่มเทน้ำหนักไปที่ว่าคนทั้งคู่อาจจะประสบกับเหตุการณ์ร้ายมากกว่าดี พวกเขาสองคนขี่ม้ากันคนละตัวสามารถเดินทางไปได้ไกล แต่ในเมื่อไม่มีเงินไกลแค่ไหนอย่างไรก็ต้องกลับ ผ่านไปเกือบสามเดือนมันผิดปกติคนที่หลงมัวเมากับเื่รักใคร่แล้ว
“ขอรับนายท่าน เช่นนั้นเราจะเริ่มจากทิศทางที่พวกเขานัดหมายกันนอกเมือง ข้าจะสำรวจดูทุกหมู่บ้านไม่ให้เล็ดลอดสายตาไปเป็อันขาด” ข้ารับใช้ในจวนสกุลสวี่ได้รับคำสั่งใหม่ก็เริ่มดำเนินการทันที
ชายฉกรรจ์ 12 คนตระเวนไปยังหมู่บ้านหลายแห่ง ทั้งสอบถามด้วยตนเองทั้งพยายามค้นหาอย่างลับๆ แต่ก็ยังไร้วี่แววของสวี่ซ่งจื่อ
หมู่บ้านสุดท้ายที่คนทั้ง 12 มาเยือนคือหมู่บ้านหวงหลิง มีูเาล้อมรอบหมู่บ้านที่อยู่บนที่ราบต่ำใจกลางหุบเขาทั้งห้าลูก
หัวหน้าหมู่บ้านเฉาชะเง้อมองแขกผู้มาใหม่ที่มาพร้อมกับรถม้าบ้าง ขี่ม้ามาลำพังบ้างด้วยความแปลกใจ
“พวกท่านมาจากที่ใดกัน? หรือเป็ญาติของฝ่ายเ้าบ่าวเล่า เข้ามาสิพวกเรากำลังดื่มกินกันอยู่พอดีเลยเชียว” หัวหน้าหมู่บ้านเฉาเข้าใจว่าคนกลุ่มนี้เป็ญาติของเขยใหม่แห่งหมู่บ้านหวงหลิง
คนในหมู่บ้านกำลังเลี้ยงฉลองส่งเ้าสาวบุตรีของนางกู้ซื่อที่ครบกำหนดออกเรือนไปหมู่บ้านอื่น ฝ่ายเ้าบ่าวได้หน้ายิ่งนักเมื่อรู้ว่าลูกสะใภ้คนใหม่มีสินเดิมเป็เครื่องประดับงดงามราคาหลายตำลึง ได้ยินจากบุตรชายว่าแม้แต่ชุดเ้าสาวของว่าที่ลูกสะใภ้ก็ยังเป็ผ้าแพรพรรณเนื้อดี พวกเขาถึงกับจ้างรถม้ามารับเ้าสาวกลับไปเป็การเฉพาะ
หัวหน้าหมู่บ้านเฉาเห็นว่าผู้มาใหม่ก็มีรถม้ามาด้วยเช่นกันจึงคิดว่าพวกเขาเป็ญาติฝ่ายเ้าบ่าวที่มาช่วยขนสินเดิมของเ้าสาวกลับไปด้วย
“มิได้ พวกเราแค่มาตามหาคนเท่านั้น เวลานี้คนในหมู่บ้านท่านอยู่ที่นี่ด้วยกันทั้งหมดหรือไม่ขอรับ”
“ใช่ หมู่บ้านเรามีคนไม่มากนัก มีงานเลี้ยงคราวใดก็จะรวมตัวกันกินดื่มพร้อมกันทั้งหมดนี่ล่ะ ว่าแต่มาหาตัวคนร้ายหรือ ที่นี่ไม่มีหรอกข้ารับประกันได้”