หลังจากเขาออกมาจากร้านขายสกิล เขาก็มุ่งหน้าลงทิศใต้ของเมืองอันเป็สถานที่คุ้นเคยของเขาเพื่อวิ่งผ่านทุ่งหญ้าสไลม์แล้วไปยังป่าที่เขาต้องทำภารกิจ
ในเวลานี้ก็เป็เวลาราวบ่ายสามแล้ว แสงอาทิตย์อันรุนแรงแผดเผาผู้เล่นที่ยังคงตีมอนสเตอร์โดยไม่สนใจผิวของตนเองจนแดงไป ซึ่งผู้เล่นหลาย ๆ คนก็ไม่ได้ห่วงตนเองมากนักเพราะเป็เพียงเกมเท่านั้นแต่ก็มีหลายคนที่รักษาภาพลักษณ์ของตนที่ไม่อยากให้แดดเผาอยู่เหมือนกัน
เขาค่อย ๆ แอบจากเมืองโดยแทรกตัวไปในที่ ๆ คนมาก ๆ อย่างรวดเร็ว พอไปถึงหน้าเมืองเขาก็เอาซาเล้งของเขาออกมาขี่ทันที
ซาเล้งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดทันทีด้วยกำลังปั่นของเขา เขา้าหนีให้พ้นจากผู้เล่นที่รุมล้อมใข่สไลม์เมื่อตอนกลางวันเพื่อป้องกันปัญหาที่ตามมา แต่ด้วยจุดเด่นของเขาในรูปลักษณ์ขอทานที่มีขันและไม้เท้าติดตัวอยู่นั้น ทำให้ผู้เล่นจำได้ทันที
"เฮ่ย ! นั่นมันขอทานเมื่อกลางวันนี่" ผู้เล่นคนหนึ่งะโออกมา ทว่าพวกเขาก็ไม่สามารถไล่ตามซาเล้งที่มีความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ ทำได้แค่เพียงเจ็บใจและแอบสรรเสริญตัวเขาเล็กน้อย
"หึหึ จะตามเทพคนนี้มันก็ยากหน่อยหละว๊า" เขาะโใส่ผู้เล่นที่วิ่งตามไม่ทันด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ สร้างความโกรธเคืองให้แก่ผู้เล่นมากกว่าเดิม
"ไอ้ @#$^$%^@#$%"
เขาแล่นผ่านทุ่งหญ้าสไลม์ด้วยแสงแดดยามบ่ายอันร้อนระอุ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยคราบเหงื่อทำให้ดูซกมกมากว่าเดิม ตัวเขาปั่นผ่านทุ่งหญ้าสไลม์มาได้ด้วยความรวมเร็วและไม่เสียเวลามากอีกทั่งค่าความเหนื่อยล้าของเขานั้นยังไม่ลดไปตามปกติเสมือนไม่ได้ทำอะไรด้วยผลพิเศษของซาเล้งจักรพรรดิทำให้เขาฟื้นฟูค่าความเหนื่อยล้าได้ด้วย(ไม่เสียพลังงาน เวลาปั่นก็เหมือนพักอยู่)
"ของเทพมันดีอย่างงี้นี่เอง"เขากล่าวชมซาเล้งที่พาเขาผ่านทุ่งสไลม์มาจนลืมไปว่าเขานั้นยังไม่ได้เก็บเวลเพิ่มให้เสมอกับเควสที่เขากำลังจะทำเลย ซึ่งเลเวลขั้นต่ำอย่างน้อยที่เขาจะเจอก็คือ เลเวล 10 ของหมาป่าหางดำนั่นเอง
เขาลงจากเกวียนลงมายืนอยู่หน้าระหว่างเขตป่ากับทุ่งหญ้าซึ่งมีต้นไม้หลากหลายชนิดขึ้นเต็มไปหมดจนทำให้แดดกลางวันที่ควรจะส่องสว่างกลับดูมืดสลัวลงไปเลยแต่ก็ยังพอมองเห็นชัดเจนอยู่
ลมเย็น ๆ พัดมาจากป่าปะทะหน้าของเขาทำให้เขารู้สึกตื่นตัวและเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่ป่า เขาเปิดหน้าต่างไอเทมเชคดูว่าตนสามารถใช้อะไรได้บ้าง
"เยี่ยม ไม่มีอะไรให้ใช้เลย" เขากล่าวด้วยความเซ็ง หลังจากนั้นก็เปิดดูหน้าต่างสเตตัสเขากวาดสายตามองค่าสถานะต่าง ๆ ที่สูงกว่าตอนแรกพอสมควรจนมาสะดุดที่เลเวลของเขา
"ชิพหายหละ จะไปตีมอนเวลา 10 แต่ตัวเองยังเลเวลห้าอยู่" เขาหยุดชะงักทันที่และตัดสินใจไม่เข้าไปต่อสู้ในป่าแต่จะเก็บเวลที่ทุ่งหญ้าที่มีสไลม์เลเวล 5 ไปจนถึงเลเวล 9 ที่ะโไปมาหลากหลายสีสัน
เขาวิ่งถือดาบัเขี้ยวัลมวิ่งหาสไลม์สีแดงตัวทันที ย๊ากกกกกก ! ดาบถูกวาดจาก้าลงกำลังจะลงไปที่สไลม์ตัวนั้น ทว่าสไลม์ที่อยู่บนหัวเขากลับะโลงไปอยู่บนสไลม์นั้น
"อ้าวกะปิ ทำไมไปอยู่ตรงนั้น" เขาถามสัตว์อสูรของเขาทันที
"กาปี้ กา...ปี้ กาาาาปี้" มันส่งเสียงอะไรบางอย่างทำให้เขาหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"หรือว่ามันจะปกป้องเผ่าพันธ์ุของมันกัน" เขาขมวดคิ้วลงเล็กน้อย
"กะปิ ถ้าแกเข้าใจฉัน แกกำลังจะบอกว่าอย่าทำอะไรสไลม์ตัวนี้ ถ้าแกเข้าใจะโกลับมาบนหัวฉันซะ" กะปิเมื่อได้ยินก็ยิ้มกว้างออกมาสีสันบนตัวมันเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว มันะโกลับมาอยู่บนหัวทันที
ด้วยความที่สไลม์ในทุ่งหญ้านั้นก็เป็เผ่าพันธุ์เดียวกับมัน มันย่อมออกมาปกป้องเป็ธรรมดาของชีวินั่นเอง
"เอากับมันสิ เฮ้อออออ" เขาถอนหายใจแล้วคิดต่อไปว่าจะทำอะไร
เขายืนอยู่บริเวณนั้นสักพักก็รู้สึกแปลกใจที่ไม่มีสไลม์พุ่งเข้ามาโจมตีเขาเลย "หืม คงเพราะกะปิหละมั้ง"
กะปิส่งเสียงตอบกลับออกมาทันที "กาปี้ กา ~~~~ปี้"
"ก็ได้ ๆ เอาเวลห้าไปตบเวลสิบซะเลย" พูดจบเขาก็เดินกลับไปยืนที่รอยต่อระหว่างป่ากับทุ่งหญ้า
เขายืนคิดอยู่สักพักหนึ่งแล้วก็ตัดสินใจออกมาทันที "เอาวะ ไม่ลองก็ไม่รู้ปู่บอกไว้ จะเข้าไปหละนะ" เขาเดินเข้าป่าไปโดยลืมว่าตัวเขาไม่ได้มีแผนที่ของระบบในป่านี้
เขาเดินเขามาได้ประมาณสิบนาทีด้วยความระมัดระวังเนื่องจากป่าค่อนข้างมืดเพราะความสูงของต้นไม้ที่มีกิ่งก้านสาขาปกคลุม้าจนแสงพระอาทิตย์ที่ลอดมาเหลือน้อย และแล้วเขาก็พบมหาป่าสูงขนาดเอวตัวหนึ่งยืนห่างจากเขาค่อนข้างไกล ตัวของมันมีสีน้ำตาลทว่าหางของมันมีสีดำ เขารู้ทันทีว่านี่แหละเป้าหมายของเขา
"มาเจอกันหน่อยเ้าหมา" เขาค่อย ๆ ย่องเข้าหาหมาป่าพร้อมดูบริเวณรอบ ๆ ว่ามีตัวอื่นอยู่อีกหรือไม่ เมื่อแน่ใจแล้วเข้าก็พุ่งเข้าหาทันที
ด้วยความที่เป็หมาป่าหูของมันย่อมดีเป็ธรรมดา มันหันมันทางเขาที่กำลังวิ่งมาทันทีและตั้งท่าจะกัดเขา
เขาวิ่งถึงหมาป่าและฟันลงที่พาดจากด้านจากหัวของมันทันที ทว่ามันกลับะโหลบออกไปแต่ไม่ก็ยังไม่พ้นระยะดาบของเขา
ฉับ- 200
"เยี่ยม ! " ทว่าเขาไม่ทันได้ดีใจหมาป่าก็ะโกัดสวนทันที
"อัก"
9/10 ของการโจมตีที่ยังคงรับได้
แทนที่เขาจะถอยมาตั้งหลักแต่กลับบุกกลับทันที
"ไม่ลองไม่รู้ ปู่สอนไว้โว๊ย" คราวนี้เขาไม่สนใจการโจมตีกลับของมันแล้ว เขาฟันดาบสะเปะสะปะปราศจากกระบวนท่าทันที
ฉับ ! มอนสเตอร์ตายลงทันที
ท่านฆ่ามอนสเตอร์หมาป่าหางดำเลเวล 10 สำเร็จ ได้รับ Exp 20 หน่วย (ยังไม่ได้แบ่งExp)
"เยี่ยม ฟันสองทีตาย นี่ข้ากำลังจะเทพแน่ ๆ ฟันมอนสเตอร์เวลสูงกว่าสองทีตาย" เขารู้สึกดีใจทันที เสียงของกะปิก็ร้องออกมาราวกับว่าแสดงความยินดีให้แก่เขาด้วย
"เยี่ยมมากเ้ากะปิ มีแกนี่ก็ไม่เหงาแฮะ เอางี้ แชร์ค่าสบการณ์คนละครึ่งเลยละกัน" เขาเปิดหน้าต่างตั้งค่าสัตว์เลี้ยงออกมาตั้งค่าใหม่ทันที และตั้งค่าระบบแจ้งเตือนการฆ่ามอนสเตอร์ให้ดัวขึ้นเฉพาะตอนอัพเลเวล
กะปิร้องตอบรับด้วยความดีใจพร้อมะโไปมาเบา ๆ บนหัวของเขา
เขารู้สึกมีกำลังใจและมีความมั่นใจมากขึ้นที่สามารถฆ่ามอนสเตอร์ตายลงง่าย ๆ เขาเดินเข้าไปในป่าต่อไปโดยไม่มีความหวาดระแวงเหมือนตอนเข้าป่ามาในตอนแรก
"มามะมา มาหาบิดาตรงนี้มา" เขาส่งเสียงหยอกล้อหมาป่าทียืนอยู่ตรงหน้าราวสามตัว
แฮร่ ! เสียงคำรามขู่ของหมาป่าร้องส่งเสียงดังออกมาแต่เขาก็หาได้สนใจไม่ รีบวิ่งเข้าไปด้วยท่าวิ่งนินจาโดยปล่อยมือทั้งสองข้างพร้อมทั้งดาบแนบไว้ที่ลำตัวเอาหัวเชิดไปด้านหน้า
"พ่อขอเท่สักนิดละกัน ไหน ๆ ก็ไม่มีกระบวนท่าแล้วก็ขอมั่ว ๆ ฝึกไปก่อน" เขาพุ่งเข้าไปโดยมีสไลม์ที่ยังคงเกาะหัวอย่างเหนียวแน่น
ด้วยความประมาทหมาป่าตัวหนึ่งพุ่งเข้างับหัวของเขา เขาใสะบัดดาบไปมั่วถูกหมาป่าที่งับหัวเขาตายเป็แสงไป
"ปัดโถ่ เสียเชิงเทพเลยข้า" เขาพูดด้วยความหัวเสียและรอฟังเสียงของระบบจะว่าอะไรเขาหรือไม่ ทว่ากลับไร้เสียงของระบบที่มาว่าเขา
"อืม สงสัยอู้งานหละมั้ง" เขาพูดถึงเสียงของระบบถึงมักจะแซวเขาตลอด คราวนี้เขาเลิกเอาหัวนำหน้าเปลี่ยนมาถือดาบในระดับเอวปลายดาบชี้ขึ้นฟ้าแทน
"เอาหละ รอบนี้ไม่มีเขินแน่" สุดท้ายเขาก็พุ่งเข้าไปจัดการหมาป่าทั้งสองตัวได้สำเร็จ ด้วยความลำพองใจเขาก็วิ่งเข้าป่าไปลึกกว่าเดิมเพื่อจัดการหมาป่าหางดำให้ครบจำนวน