ทะลุมิติมาเป็นนักศึกษาแพทย์ในยุค 80 [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 57 ใครกันแน่ที่เป็นตัวปัญหา?(1)

            

            สวี่เยว่ร้องเสียงหลง“แม่!” แล้วพุ่งเข้าไปหากู่ซิ่ว

            แล้วกอดปกป้องเธอสุดชีวิตพร้อมกับเอ่ยน้ำตาคลอเบ้า “พ่อ ขอร้องล่ะ ถ้าจะตีก็ตีหนูเถอะ!”

            สวี่ต้าซานชี้นิ้วไปที่เธอเอ่ยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ถ้าลูกไม่ป่วยฝ่ามือเมื่อกี้คงฟาดลงบนหน้าลูกไปแล้ว!”

            สวี่ต้าซานหัวเราะเยาะอย่างเดือดดาล“พวกเธอสองแม่ลูกทำได้ดีนี่ พูดจาโกหกปาว ๆ หลอกฉันซะหัวหมุนคิดว่าฉันโง่หรือไง!”

            พอคิดถึงเรื่องที่เสียหน้าต่อหน้าเพื่อนบ้านเมื่อครู่สวี่ต้าซานก็ยังรู้สึกแสบร้อนที่ใบหน้าเหมือนโดนตบฉาดใหญ่

            ไฟโทสะในใจปะทุขึ้นอย่างไร้การควบคุม

            สวี่เยว่ร้องไห้หายใจติดขัด“พ่อ หนูผิดไปแล้ว ไม่ควรแย่งความดีความชอบของพี่”

            “หนูเป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่เกิดทำให้พ่อแม่และพี่ชายต้องลำบากมาตลอด”

            “หนูมันไม่ได้เรื่องตื่นเช้ากว่าไก่ นอนดึกกว่าหมา[1] แต่ยังสอบไม่ติดแม้แต่มหาลัยวิชาชีพ”

            “พ่อกับแม่อยากให้หนูมีอนาคตที่ดีเลยบังคับพี่สาวให้หนูสวมรอยไปเรียนมหาลัยแทน ต้องลำบาก แถมยังถูกพี่สาวเกลียดอีก”

            “หนูรู้สึกผิดถึงได้คิดชั่ว ๆ แอบอ้างเอาความดีความชอบของพี่สาว”

            “หนูเพ้อฝันว่า…ถ้าได้แต่งเข้าสกุลลู่หนูก็จะมีอนาคตที่ดี”

            “พ่อแม่กับพี่ชายก็ไม่ต้องเป็นห่วงหนูอีกแถมหนูยังสร้างชื่อเสียงให้กับครอบครัว ต่อไปก็ยังได้ช่วยเหลือทางบ้านอีกด้วย”

            “อีกอย่างต่อให้หนูแย่งความดีความชอบของพี่ไป แล้วยังไง? สุดท้ายก็เป็นประโยชน์กับครอบครัวเราไม่ใช่เหรอ?”

            “หนูไม่คิดว่าพี่สาวจะแฉหนูทำให้ทุกคนต้องอับอาย พี่สาวแค่อยากเห็นหนูตกต่ำ!” สิ้นเสียงเธอก็ร้องไห้ดังกว่าเดิม

            สวี่ต้าซานหน้าดำคล้ำ

            แม้ว่าลูกสาวคนเล็กจะเถียงข้างๆ คู ๆ แต่เธอพูดถูกอยู่สองอย่าง

            ความดีความชอบนี้ใครได้ก็เหมือนกัน

            สุดท้ายก็เป็นประโยชน์กับบ้านพวกเขาอยู่ดีสวี่ฮุ่ยไม่ควรทำให้เขาในฐานะพ่อต้องขายหน้า

            ประการที่สองถ้าลูกสาวคนเล็กได้แต่งเข้าสกุลลู่เรื่องการรักษาพยาบาลในอนาคตคนเป็นพ่ออย่างเขาก็ไม่ต้องกังวลอีก

            ยิ่งไปกว่านั้นลูกสาวคนเล็กนิสัยอ่อนโยน รู้จักบุญคุณ ถ้าได้แต่งเข้าตระกูลลู่จริง ๆในอนาคตต้องกลับมาช่วยเหลือที่บ้านแน่

            ไม่เหมือนลูกสาวคนโตที่เกลียดพวกเขาเข้ากระดูกดำ ต่อไปคงไม่ช่วยอะไรพวกเขาหรอก

            ฉะนั้นการที่สวี่เยว่แอบอ้างความดีความชอบไปจึงเป็นประโยชน์กับครอบครัวมากกว่า

            สวี่ต้าซานตำหนิลูกสาวคนโตในใจที่ไม่เห็นแก่ส่วนรวม

            ส่วนสวี่รั่วเฉินก็ถูกคำพูดของสวี่เยว่โน้มน้าวและเริ่มตำหนิสวี่ฮุ่ยในใจว่าไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี

            กู่ซิ่วแอบมองสามีเห็นสีหน้าของเขาไม่แย่เท่าเดิมแล้ว

            ก็ถามอย่างระมัดระวัง“อีกเจ็ดวันต้องคืนของขวัญให้สกุลลู่แล้ว เรา…จะเอาอะไรไปคืน?”

            สีหน้าของสวี่ต้าซานที่เพิ่งจะดีขึ้นอึมครึมยิ่งกว่าก่อนหน้านี้เขาถามอย่างเอาเรื่อง “เงินสามพันหยวนที่คุณนายลู่ให้มาทำไมเธอไม่บอกผม?”

            กู่ซิ่วถนัดเรื่องการเปลี่ยนเรื่อง

            เธอถอนหายใจยาว“บอกหรือไม่บอกก็ไม่สำคัญหรอกเงินสามพันหยวนที่ครอบครัวน้องสามีค้นเจอในห้องเราเป็นเงินที่คุณนายลู่ให้แล้วก็ถูกแม่กับฮุ่ยฮุ่ยแบ่งกันไปแล้ว”

            ปกติกู่ซิ่วเปลี่ยนเรื่องสวี่ต้าซานก็จะถูกเธอจูงจมูกไปเก้าในสิบครั้ง

            แต่ครั้งนี้สวี่ต้าซานกลับไม่คล้อยตามเลยสักนิด

            เขากล่าวด้วยความโกรธ“ผมกำลังถามเธออยู่ว่าทำไมไม่บอกผมว่าสกุลลู่ให้เงินสามพันหยวนมา!”

            กู่ซิ่วแก้ตัว“ฉัน…ฉันกลัวจะคุณด่าฉันกลัวคุณจะว่าฉันรับทั้งของขวัญทั้งเงินของคนอื่นมา หาว่าหน้าเงิน…”

            สวี่ต้าซานพูดด้วยใบหน้าบึ้งตึง“ก็หน้าเงินจริง ๆ นั่นแหละ!”

            “ตอนนั้นคุณนายลู่ยัดเยียดให้ฉันรับ ฉันก็เลยต้องรับไว้”

            “อีกอย่างเยว่เยว่ต้องผ่าตัดในอนาคต ใช้เงินไม่น้อย ฉัน…ฉันก็เลยรับไว้”

            กู่ซิ่วพูดไปร้องไห้โฮไป“ถ้าฮุ่ยฮุ่ยยอมเอาเงินที่เธอมีมาให้ฉันใช้รักษาเยว่เยว่ฉันจะไปรับเงินคุณนายลู่ทำไม?”

            สวี่เยว่ฉวยโอกาสร้องขอความเป็นธรรมให้ตัวเอง“พ่อ หนูไม่ได้ขโมยเงินรางวัลสามพันหยวนของพี่มาพี่ต้องรู้เรื่องที่สกุลลู่ให้เงินแม่สามพันหยวนแน่ ๆ เลยวางแผนใส่ร้ายหนูกับแม่”

            สวี่ต้าซานไม่พูดอะไรแต่สีหน้ากลับย่ำแย่ขึ้นเรื่อย ๆ

            เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามกู่ซิ่ว“ที่บ้านมีเงินเก็บอยู่เท่าไหร่?”

            กู่ซิ่วพูดด้วยท่าทางห่อเหี่ยว“ค่าใช้จ่ายในบ้านเยอะ เงินเก็บเดิมทีก็มีแค่พันกว่าหยวนเยว่เยว่นอนโรงพยาบาลหมดไปแล้วหกเจ็ดร้อย ตอนนี้เหลืออยู่ไม่กี่ร้อยเอง”

            สวี่ต้าซานพูดไม่ออกเงียบลงอีกครั้ง คิ้วขมวดแน่นกว่าเดิม

            เงินกับขวัญที่สกุลลู่ให้รวมกันเกือบสี่พันหยวนเขาจะเอาอะไรไปชดใช้?

            กลับไปบ้านชนบททวงเงินกับของจากพ่อแม่?ยากกว่าง้างปากเสืออีก แค่คิดก็อย่าหวัง!

            สวี่รั่วเฉินเห็นสวี่ต้าซานกลุ้มใจจึงพูดขึ้น “พรุ่งนี้ผมไม่ต้องรีบไปทำงานผมจะถอนเงินทั้งหมดในสมุดบัญชีออกมาชดใช้ให้สกุลลู่”

            หน่วยงานของสวี่รั่วเฉินไม่ค่อยดีแถมเขาเพิ่งทำงานได้ไม่นาน เลยเก็บเงินได้ไม่ถึงสามร้อยหยวนเอาออกมาเท่าไหร่ก็ไม่มีประโยชน์

            สวี่เยว่พูดเสียงเบา“พี่ เงินของพี่เก็บไว้แต่งงานนะ อย่าแตะ…”

            คำพูดนี้ของสวี่เยว่ทำให้ความไม่พอใจที่สวี่รั่วเฉินมีต่อเธอลดลงไปกว่าครึ่ง

            ตอนนี้กำลังต้องการใช้เงินแท้ๆ แต่น้องสาวคนเล็กยังคิดถึงเรื่องแต่งงานของเขา เขาไม่ได้รักเธอเสียเปล่า

            เขาถอนหายใจ“เอาเรื่องตรงหน้าก่อนเถอะ”

            สวี่เยว่แอบมองสวี่ต้าซานแล้วพูดว่า“พ่อไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ จะคืนของขวัญกับเงินให้สกุลลู่ไม่ใช่เรื่องยาก”

            สวี่ต้าซานมองเธออย่างเย็นชา“ลูกมีวิธีดี ๆ เหรอ?”

            แม้ว่าเขาจะโกรธลูกสาวคนโตแต่เขาโกรธภรรยากับลูกสาวคนเล็กมากกว่า

            ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเธอเรื่องก็คงไม่วุ่นวายขนาดนี้

            สวี่เยว่พูดอย่างอ่อนแอ“หนูไม่ได้ขโมยเงินพี่สาว เงินรางวัลสามพันหยวนยังอยู่ที่พี่รวมกับเงินสองพันที่พี่สาวหลอกเอาจากแม่ พี่จะมีเงินอย่างน้อยห้าพันหยวนถ้าพ่อให้พี่สาวคืนเงินให้สกุลลู่ได้มันก็ไม่ยากเลย”

            สวี่ต้าซานฟังแล้วก็เงียบสีหน้าผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

            สวี่ฮุ่ยติวหนังสือให้เด็กมัธยมปลายจนถึงห้าโมงเย็นกว่าจะเสร็จ

            เมื่อเธอกลับถึงบ้านสวี่เยว่อ้างว่าจะออกไปเดินเล่น เธอเดินออกไปแล้วปิดประตูบ้าน

            สวี่ฮุ่ยมองอย่างเมินเฉยให้กับสายตาของสวี่ต้าซานและอีกสองคนที่จ้องเธอตาเป็นมัน

            เธอเดินไปที่โต๊ะอาหารอย่างใจเย็นเตรียมรินน้ำดื่ม

            สวี่ต้าซานก็พูดขึ้น“ฮุ่ยฮุ่ย เอาเงินทั้งหมดที่ลูกมีมาให้พ่อใช้แก้ขัดหน่อย”

            “แก้ขัดอะไร?”สวี่ฮุ่ยแกล้งถาม

            สวี่ต้าซานบอก“อีกเจ็ดวัน เราต้องคืนเงินกับของขวัญให้สกุลลู่”

            “เกือบสี่พันกว่าหยวนที่บ้านเราหามาไม่ทัน พ่อก็เลยต้องมาขอความช่วยเหลือจากลูกนี่ล่ะ”

            สวี่ฮุ่ยหัวเราะเยาะ“พวกคุณต่างหากที่ต้องคืนเงินสกุลลู่ ไม่ใช่ ‘พวกเรา’กรุณาใช้คำให้ถูกต้องด้วย พวกคุณก่อเรื่องไว้ก็จัดการกันเองอย่ามาอยู่ดีมีสุขตอนไม่มีฉัน พอจะใช้เงินก็คิดถึงฉันเป็นคนแรก!”

             

            [1] ตื่นเช้ากว่าไก่นอนดึกกว่าหมา เป็นการเปรียบเปรยถึงการทำงานอย่างหนักหน่วงและเหน็ดเหนื่อยโดยสื่อถึงชีวิตที่ต้องตื่นเช้าก่อนไก่ขันและทำงานจนดึกดื่นเกินเวลาที่สุนัขหลับไปแล้วสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างเต็มที่แต่บางครั้งอาจยังไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนักศึกษาแพทย์ในยุค 80 [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276