กลางดึกเหอซือหานนอนไม่หลับ เขาลุกออกจากที่นอนเดินกลับไปที่กองฟืนที่ยังไม่ดับสนิทดี
เสียงฝีเท้าแ่เบาดังขึ้นข้างหลัง เขาหันไปก็พบว่าเป็หลี่เอินที่เดินเข้ามาในเงามืด
“เ้ายังไม่นอนอีกหรือ?” เหอซือหานถาม
หลี่เอินหัวเราะเบาๆ “เ้าคิดว่าข้าเป็พวกวางใจง่ายหรืออย่างไร ข้าตั้งใจจะออกมาดูฟืนไฟน่ะสิ เกิดมันลุกลามไปติดหญ้าแห้งเข้าซุนไห่คงโกรธจนอกแตกตายเป็แน่”
แทนที่จะได้เห็นสหายหัวเราะออกมา หลี่เอินกลับได้เห็นเพียงรอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายที่ค่อนข้างจะฝืดเฝื่อน
“เ้าคิดถึงเ้าตัวเล็กหรือกำลังคิดถึงชีวิตในวัง?” หลี่เอินแซว “หรือว่าเ้ากำลังคิดถึงแม่ครัวที่ตำหนักหลัง?”
“แม่ครัวคนนั้นมีหนวดนะ" เหอซือหานตอบกลับเรียบๆ แต่หลี่เอินกลับกลั้นหัวเราะจนไหล่ะเื
“ข้าไม่ได้ว่าเ้ามีรสนิยมแปลก เพียงแต่สงสัยว่าคืนนี้เ้าดูเงียบเกินไป”
เหอซือหานเงียบไปครู่หนึ่ง “ข้าเพียงรู้สึก..ไม่แน่ใจว่าข้าควรทำสิ่งใดต่อไป”
หลี่เอินล้มตัวลงนอนหงายไปกับพื้นพลางถอนหายใจ
“พรุ่งนี้เช้าเรามีงานต้องทำ รดน้ำ ถอนวัชพืช ตัดหญ้า หาของป่า ขุดร่องน้ำ..เ้ายังจะว่างไปไม่แน่ใจเื่อะไรอีกหรือ?”
“หลี่เอินเ้าอย่าล้อข้าเล่นอีกเลย เ้าก็รู้ว่าข้ายังมีห่วงอยู่ในใจ”
“ห่วงของเ้าหมายถึงเ้าตัวเล็กหรือน้องสองคนของเ้าเล่า?”
ก่อนที่เหอซือหานจะตอบพวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังแว่วอยู่อีกด้าน เสียงนั้นคล้ายเสียงของคนเดินด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอกัน ย่อมไม่ใช่เสียงจากสัตว์ป่าแน่นอน
ทั้งคู่ลุกขึ้นอย่างเงียบงันมือคว้าท่อนไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ไว้คนละท่อน
“ข้ายังไม่อยากตายนะ” หลี่เอินกระซิบ
เหอซือหานถลึงตาโตตอบกลับ แต่ในใจก็หวาดหวั่นอยู่บ้าง เพราะหากเป็ชาวบ้านจากในหมู่บ้านเข้ามาที่นี่ในยามค่ำคืนก็มักจะถือคบเพลิงเดินมาอย่างเปิดเผย และก็คิดว่าไม่ใช่พวกอดีตขันทีด้วยเช่นกัน เพราะคนเ่าั้คุ้นชินกับการนอนและตื่นตรงตามเวลาอย่างมีวินัยไม่ออกมาเพ่นพ่านโดยไม่มีเหตุจำเป็อย่างแน่นอน
ทั้งสองย่องจากจุดเดิมเข้าไปหลบอยู่ในเงาไม้ พอปรับสายตาได้เล็กน้อยก็ได้เห็นเงาร่างหนึ่งก้มตัวอยู่ริมแปลงผักท่าทางเหมือนกับกำลังค้นหาบางสิ่งอยู่
เหอซือหานเพ่งมองก่อนจะขมวดคิ้ว “ลั่วจิ้ง?”
ลั่วจิ้งหันมาในความมืด ใบหน้านิ่งเฉยแต่ไม่ได้มีแววลอบทำร้ายหรือคิดจะซ่อนตัว เขาโบกมือเบาๆ กวักมือเรียกทั้งสองให้ออกมา
“ข้ากำลังหา..เมล็ดพืชแปลกๆ ที่คนเขาเรียกกันว่าหญ้าตามเงาน่ะ”
“หญ้าตามเงา!?” หลี่เอินขมวดคิ้วแน่น “นั่นคือสิ่งใดหรือพี่ชายลั่ว”
“มันเป็พืชชนิดหนึ่งที่โตเฉพาะในแสงจันทร์ เชื่อกันว่าหากเก็บมันมาไว้ใต้หมอนก็จะทำให้เห็นความฝันที่นำทางไปถึงสิ่งที่เ้าหลงลืมหรือสูญเสียไป”
เหอซือหานนิ่งงัน ่หัวค่ำหลี่เอินเพิ่งสร้างเื่หม้อลืมความทรงจำ ตกดึกลั่วจิ้งกลับออกมาตามหาหญ้าเพื่อคืนความทรงจำ!!
หลี่เอินหัวเราะเบาๆ “ เช่นนั้นพี่ชายลั่วก็คิดจะฝันเห็นเ้าตัวเล็กเหมือนซือหานหรือ?”
ลั่วจิ้งไม่ตอบ แต่หยิบหญ้าปลายแหลมต้นหนึ่งขึ้นมาถือไว้อย่างระมัดระวัง เขามองมันราวกับเป็สมบัติล้ำค่า ก่อนจะเก็บลงไปในอกเสื้ออย่างเบามือ
“นั่นคือต้นหญ้าตามเงาเช่นนั้นหรือพี่ชายลั่ว ขอข้าดูมันอีกครั้งได้หรือไม่ ข้าก็อยากได้เหมือนกันนะ!” หลี่เอินหน้าตื่น ไม่คิดว่าหญ้าตามเงาจะมีอยู่จริงๆ
ชายวัยกลางคนก้มหน้างุดไม่พูดไม่จา ครู่เดียวเขาก็ร่ำไห้เอ่ยถ้อยคำด้วยริมฝีปากที่สั่นระริก
“ข้าจะฝันถึงเ้าตัวเล็กไปเพื่ออะไร? ข้ามีชีวิตเป็ครึ่งชายครึ่งหญิงมานานจนไม่สนใจกับเื่บ้าๆ พวกนั้นแล้ว แต่ข้าคิดถึงครอบครัวของข้าต่างหาก..”
เหอซือหานอึ้งไปแล้วจริงๆ คำกล่าวของลั่วจิ้งคล้ายกำลังตอกย้ำคำถามของหลี่เอินเมื่อครู่ ว่ายามนี้เขาห่วงอะไรอยู่กันแน่ เ้าตัวเล็กหรือครอบครัว?
“พี่ชายลั่วอดทนอีกนิดเถิดนะ หลังจากพวกเราเก็บเกี่ยวได้เงินมาแล้วค่อยคิดหาทางกลับไปหาครอบครัวท่านก็ได้นี่” หลี่เอินปลอบ
“กลับหรือ..กลับไปที่ใดกันเล่า? ข้าไม่เพียงไม่รู้ว่าบ้านเดิมของข้าอยู่ที่ใด บิดามารดาของข้าหน้าตาเป็อย่างไรข้าก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำ! ข้าถึงอยากได้หญ้าตามเงาอย่างไรเล่า เพราะข้าอยากจดจำพวกเขาได้ ข้าอยากมีอดีตให้นึกถึง” ลั่วจิ้งปาดน้ำตาก่อนจะเดินมุ่งหน้ากลับไปที่เรือนพักของเขา
“พวกเ้าน่ะ!” เขาหยุดอยู่ครู่หนึ่ง “หญ้านี้ไม่ใช่หญ้าตามเงาหรอก ข้าก็แค่อยากคิดว่ามันมีอยู่จริง รีบกลับไปนอนแล้วลืมเื่ในคืนนี้ไปเสียเถิด ข้าก็จะลืมมันไปเช่นกัน”
เหอซือหานมองตามแผ่นหลังที่ห่างไปเรื่อยๆ ของชายวัยกลางคนที่ร่ำไห้สะอึกสะอื้นราวกับเด็กทารกไปด้วยแววตาที่สั่นไหว
“ถ้าข้าเอาแต่คิดจะตามหาเ้าตัวเล็ก วันหนึ่งข้าจะลืมคนในครอบครัวของข้าไปหรือไม่หลี่เอิน”
“ข้าก็ไม่รู้ รอให้ข้าอายุ 40 ปีเท่าพี่ชายลั่วก่อนแล้วข้าจะบอกเ้า”
เหอซือหานกลอกตามองบน พ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ
“เ้ามีบ้านให้กลับก็กลับไปเถิดซือหาน ข้ากับเสี่ยวผิงและอาเฟยไม่มีที่ไป พวกเราจะรอเ้าอยู่ที่นี่เอง ครอบครัวน่ะสำคัญกว่าสิ่งใดนะ” หลี่เอินพูดเสียงเบาพลางคิดถึงเื่ของตน
สี่ปีที่ผ่านมา ใน่ปีแรกหลังจากเข้ามาอยู่ในวังหลวง เขาเพียรส่งจดหมายพร้อมเงินเบี้ยเลี้ยงกลับไปหามารดาหลายฉบับแต่ไม่เคยได้รับข้อความใดกลับมาเลยสักครั้ง
สุดท้ายก็ได้มารู้ความจริงในภายหลังจากหัวหน้าหมู่บ้านที่ส่งเงินและจดหมายทั้งหมดกลับคืนมาให้เขาพร้อมกับข้อความสั้นๆ ว่า มารดามีครอบครัวใหม่และย้ายจากหมู่บ้านไปนานหลายเดือนแล้ว
วันนั้นเขาเพิ่งจะรู้ตัว ว่ามารดามองว่าเขาเป็ตัวถ่วงในการเริ่มชีวิตใหม่ของนาง เื่เป็ดพะโล้ในวังหลวงก็เป็เื่แต่งที่นาง้าหลอกล่อให้เขาเต็มใจออกไปจากชีวิตนาง
“เ้าไม่มีญาติพี่น้องคนอื่นบ้างเลยหรือ? ท่านปู่ ท่านตา หรือท่านลุง?”
หลี่เอินส่ายหน้า
“ไม่มี หรืออาจจะมีแต่ข้าไม่รู้..ท่านแม่เล่าให้ฟังว่า นางกับท่านพ่อหลบหนีจากที่อื่นมาอยู่ด้วยกันโดยที่ไม่ได้ทำพิธีให้ถูกต้องตามประเพณี หมู่บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ก็ไม่เคยมีผู้ใดรู้เื่นี้มาก่อน” หลี่เอินถอนหายใจ
นี่คงเป็อีกสาเหตุหนึ่งที่มารดาของตนอยากทอดทิ้งตนไป เพราะถ้าไม่มีบุตรชายอย่างเขาอยู่ข้างกาย นางก็ยังได้ชื่อว่าเป็สตรีที่ยังไม่ผ่านการแต่งงานมาก่อน
“หลังจากที่ท่านแม่คลอดข้าได้เพียงสองเดือนท่านพ่อก็จมน้ำเสียชีวิต บ้านที่เราอาศัยอยู่ก็เป็เพียงกระท่อมเล็กๆ ที่ชาวบ้านในหมู่บ้านมีน้ำใจให้พักอาศัยแต่เราไม่ได้เป็เ้าของ แล้วข้าจะกลับไปที่นั่นเพื่ออะไรเล่า?”
พวกเขาสองคนเงียบไปอีกพักใหญ่ก่อนที่เหอซือหานจะกล่าวต่อ
“หมู่บ้านเชิงสุ่ยที่ข้าเกิดแห้งแล้งมาั้แ่สมัยรุ่นปู่ของปู่ข้าจนถึงวันนี้ กลับไปก็ได้แต่ถอนหญ้ามากินกันเหมือนเดิม ออกมาอยู่ในโลกภายนอกข้ายังมีหนทางหาเงินส่งให้ท่านย่ากับท่านพ่อได้บ้าง ต่อให้ไม่มีเื่เ้าตัวเล็กข้าก็ยังกลับไปไม่ได้อยู่ดีนั่นล่ะ”
“เ้าทำอย่างกับว่าตอนนี้เ้ามีเงินส่งให้ไปพวกเขา..” หลี่เอินบุ้ยปาก อารมณ์เริ่มดีขึ้น
เหอซือหานขยับตัวเข้ามาใกล้หลี่เอินกว่าเดิม เขาหันมองไปรอบๆ อีกครั้งเพื่อความแน่ใจก่อนจะกระซิบเสียงเบา
“ข้ามีเงินเก็บซุกซ่อนอยู่ เป็เงินที่ข้าเก็บเอาไว้ไถ่เ้าตัวเล็กน่ะ ข้าจะใช้เงินก้อนนี้แอบส่งให้ท่านพ่อ พอเราเก็บผลผลิตได้ส่วนแบ่งมาเมื่อใดข้าค่อยเก็บเงินไถ่เ้าตัวเล็กใหม่ก็ได้ใช่ไหมล่ะ”
“เ้ามีเงินเก็บมากขนาดนั้นเชียวหรือซือหาน!”
“เ้าเบาเสียงหน่อยสิ!..ไม่มากหรอกแต่ก็น่าจะมีพอสำหรับส่งกลับไปที่บ้านได้สามเดือน” กล่าวจบเขาก็รู้สึกเ็ปไปที่กลางอก ทำงานสี่ปีแต่เงินเก็บกลับมีพอซื้อข้าวสารกินได้แค่สามเดือนเท่านั้น
“อีกสามเดือนข้างหน้าเราก็คงมีรายได้จากผลผลิตแล้ว..เช่นนั้นก็เอาตามนั้นล่ะซือหาน ข้าจะช่วยเ้าเก็บเงินไถ่เ้าตัวเล็กด้วยก็แล้วกัน จบเื่แล้วเ้าจะได้รีบกลับไปหาครอบครัวเ้าเร็วๆ”