"เอาล่ะ ข้าคิดว่าพอแค่นี้ดีกว่า"
ข้ากล่าวพร้อมกับลุกขึ้นยืน เสียงเก้าอี้ไม้ที่ข้าพิงอยู่ดังเอี๊ยดอ๊าดเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบงันในห้อง
แม่นางเสี่ยวเหมยเงยหน้าขึ้นมองข้า ดวงตาของนางดูเหมือนจะมีคำพูดบางอย่างที่อยากเอ่ย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา
ข้าก้าวเท้าไปทางประตู แต่ก่อนที่ข้าจะทันได้ก้าวออกจากห้อง เสียงหนึ่งที่ไม่คาดคิดก็ดังขึ้น เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเสี่ยวเหมย เสียงที่ข้าคุ้นเคยเมื่อครู่ แต่กลับเป็เสียงที่แหบพร่าและเย็นเยียบ ราวกับเสียงที่ดังมาจากอีกโลกหนึ่ง
"เฉินอี้เฟิง เ้ากำลังมีอันตราย "
เสียงนั้นดังขึ้นอย่างกะทันหัน ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางห้อง ข้าหยุดชะงักทันที ความเย็นวาบแล่นผ่านกระดูกสันหลังจนข้ารู้สึกเหมือนร่างกายถูกตรึงไว้กับที่ ข้าหันกลับไปมองเสี่ยวเหมยอย่างรวดเร็ว
「ั้แ่ข้าเข้ามาที่นี่ ข้ายังมิได้เอ่ยนามจริงของข้าให้นางทราบเลย แต่นางกลับเรียกชื่อแซ๋ข้าถูก?!」
บางสิ่งในตัวนางเปลี่ยนไป ดวงตาของนางที่เคยสดใสและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา บัดนี้กลับดูว่างเปล่าและเ็า ราวกับดวงตาของคนที่ไร้จิติญญา เปลวเทียนด้านหน้าของนางพุ่งสูงขึ้นเหมือนมันมีชีวิต
"เฉินอี้เฟิง..."
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันฟังดูหนักแน่นและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม ราวกับเสียงของผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านกาลเวลามานับร้อยปี
"เ้าคิดว่าการมาที่นี่เป็เพียงเื่บังเอิญหรือ? ข้ารู้ว่าเ้ามิได้เชื่อในสิ่งที่หลานสาวของข้าทำ แต่เ้าจะปฏิเสธได้หรือไม่ว่า เมื่อคืนเ้าฝันถึงเงาดำที่ยืนอยู่ปลายเตียงของเ้า?"
ข้าชะงักงัน 「นางรู้ได้เช่นไร?」
ความฝันนั้น... ข้าจำได้ชัดเจน
เงาดำที่ยืนอยู่ปลายเตียงในความมืด เสียงลมหายใจหนักหน่วงที่ข้ารู้สึกได้ แม้จะไม่มีใครอยู่ในห้อง ข้าตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อที่ชุ่มโชก แต่ข้ากลับคิดว่ามันเป็เพียงฝันร้าย
"และเ้าจะปฏิเสธได้หรือไม่ว่า เมื่อสามวันก่อน เ้าได้ยินเสียงกระซิบในห้องโถงใหญ่ของบ้านเ้า ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ที่นั่น?"
คำพูดของนางทำให้ข้ารู้สึกเหมือนถูกตอกตรึงไว้กับพื้น
「นี่มันอะไรกัน? นางทราบได้เช่นไร?」
ข้าจำได้ชัดเจนถึงเสียงกระซิบนั้น เสียงที่ดังมาจากมุมมืดของห้องโถงใหญ่ เสียงที่ข้าพยายามบอกตัวเองว่าเป็เพียงเสียงลม แต่ในใจลึก ๆ ข้ารู้ว่ามันไม่ใช่
แม่นางเสี่ยวหวาที่นั่งอยู่มุมห้องไกล ๆ ส่งเสียงอุทานออกมาเบา ๆ นางรีบลุกขึ้นยืน ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับกระดาษ ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความใ
"เสี่ยวเหมย! เ้าเป็อะไรไป!"
แต่แม่นางเสี่ยวเหมยไม่ตอบ นางยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ร่างของนางดูแข็งทื่อราวกับถูกบางสิ่งบางอย่างครอบงำ
"ในบ้านของเ้า... มีบางสิ่งที่ไม่ควรอยู่ที่นั่น" เสียงนั้นกล่าวต่อ น้ำเสียงของมันเย็นเยียบจนข้ารู้สึกเหมือนอากาศในห้องลดต่ำลง "มันซ่อนตัวอยู่ในเงามืด มันเฝ้าดูเ้า มันรอคอยโอกาสที่จะ..."
เสียงนั้นหยุดไปชั่วขณะ ก่อนจะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันฟังดูหนักแน่นและน่ากลัวกว่าเดิม
"หากเ้าไม่รีบจัดการ มันจะกลืนกินเ้า และทุกคนในบ้านของเ้า!"
เสี่ยวหวาถอยหลังไปสองก้าว นางยกมือขึ้นปิดปาก ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"นี่มันอะไรกัน... เสี่ยวเหมย... นี่ไม่ใช่เสียงของนาง?"
ข้าหันไปมองแม่นางเสี่ยวหวา ก่อนจะหันกลับมามองเสี่ยวเหมยอีกครั้ง นางยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม แต่บรรยากาศรอบตัวนางกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ราวกับมีเงามืดบางอย่างปกคลุมรอบตัวนาง
"จงฟังคำเตือนของข้า เฉินอี้เฟิง" เสียงนั้นกล่าวเป็ครั้งสุดท้าย "หลานสาวของข้าคนนี้จะช่วยเ้าได้ เทพเ้าโชคชะตาลิขิตไว้แล้ว "
หลังจากนั้น เสียงนั้นก็เงียบลง ร่างของเสี่ยวเหมยที่เคยแข็งทื่อเริ่มสั่นเล็กน้อย ก่อนที่นางจะทรุดตัวลงกับโต๊ะ ราวกับหมดเรี่ยวแรง
ข้าก้าวเข้าไปมองนางใกล้ ๆ
「นางเป็อะไรไป?」
"ท่านหมอดู!?" ข้าเรียกนาง แต่ไม่มีการตอบรับ
นางยังคงนั่งนิ่ง ราวกับถูกบางสิ่งบางอย่างครอบงำ
ข้าก้าวเข้าไปใกล้นางอีก แต่แล้วนางก็สะดุ้งเฮือก ราวกับเพิ่งตื่นจากฝันร้าย หยดเหงือเต็มใบหน้าของนาง
ข้า... ข้าเป็อะไรไป?" นางถามเสียงสั่น
「นางไม่รู้ตัวเลยหรือ?」
ข้ามองนางด้วยความสงสัย แต่ก่อนที่ข้าจะพูดอะไรออกไป ข้าก็รู้สึกได้ถึงสายตาของนางที่มองมาที่ข้า มันเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว
ทันใดนั้น แม่นางเสี่ยวหวา สหายของนางก็ เขย่าตัวแม่นางเสี่ยวเหมยด้วยความร้อนรน
"เสี่ยวเหมย เกิดอะไรขึ้น?!"
แม่นางเสี่ยวหวาถามเสียงดัง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
"ข้า... ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน" เสี่ยวเหมยตอบเสียงแ่ สายตาของนางยังคงว่างเปล่าและสั่นไหว
"เ้าไม่เป็อะไรใช่ไหม?!"
แม่นางเสี่ยวหวาถามซ้ำอีกครั้ง นางจับไหล่ของเสี่ยวเหมยแน่น ราวกับกลัวว่าสหายของนางจะล้มลงไปตรงหน้า
"ข้า... ข้าคิดว่าไม่เป็ไร" เสี่ยวเหมยพยายามฝืนยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูอ่อนแรงจนเสี่ยวหวาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจหนัก ๆ
"เ้าทำให้ข้าใแทบแย่!" เสี่ยวหวากล่าวพลางมองเสี่ยวเหมยด้วยสายตาดุ ๆ แต่แฝงไปด้วยความห่วงใย
ข้าหยิบถุงเงินออกมาจากเสื้อคลุมอีกถุง วางมันลงบนโต๊ะตรงหน้านาง
"นี่ค่าจ่ายค่าดูดวงเพิ่มให้ "
นางมองถุงเงินด้วยความใ แต่ข้าไม่รอให้นางพูดอะไร ข้าหันหลังเดินออกจากห้องทันที
เมื่อข้าออกมาถึงหน้าร้าน บ่าวชายของข้าที่รออยู่ข้างนอกรีบเข้ามาหา
"คุณชาย ท่านมาทำอะไรในสถานที่แบบนี้ขอรับ?"
ข้าไม่ได้ตอบคำถามของเขา เพียงเดินนำออกไปโดยไม่พูดอะไร
「 เมื่อสักครู่เกิดอะไรขึ้นกันแน่?」