ขณะเสียงปลายสายพูดเข้าเื่ "สมุดสกิลระดับ ทอง... อยู่ที่เ้า ข้า้าซื้อมัน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจจากปลายสาย ทำให้เชนหน้าเครียด ขรึมลงทันที "ราคา 10 ล้านหยวน สำหรับทักษะสีทองนั่น เพียงพอหรือไม่"
ใบหน้าหนุ่มน้อยเปลี่ยนเล็กน้อยทันใด เมื่อเชนรับรู้เป็ S คนนั้นติดต่อเข้ามาโดยตรง
เขาพลางแอบกระซิบถาม คนภายในร้านพิซซ่า “พี่ 10ล้านหยวน เป็เงินเท่าไหร่”
อิงฟ้า คลุกคลีกับการเงินยิ้มน้อยๆ ที่กล่าวแถลงไข “ตกเป็เงินไทย ก็ราวๆ 50ล้านบาทน้องชาย”
แต่เมื่อคิดไปว่า เขาได้เรียนรู้สกิลสีทองไปแล้ว เชน พลางกุมขมับ น้อย ๆ ไม่คิดว่าราคาของมัน จะสูงมากขนาดนี้
ซึ่งไม่อยากคิดไอเทม สามารถรักษาแม่ได้ จะราคาพุ่งสูงปรี๊ด ไปมากขนาดไหน
ก่อนเชน กล่าวบ่ายเบี่ยงออกไป “สกิลสมุดสีทอง ท่านคงเข้าใจอะไรผิดแล้ว มันไม่ได้อยู่ที่ตัวผม”
ซึ่งแม้แต่ผู้จัดการร้าน ยังะโแทรกเข้ามา ด้วยความเป็ห่วง “น้องชายเ้าคุยกับใครกันแน่ เขาสั่งซื้อไต หัวใจเ้าหรือไง บอกไปเลยว่าพี่สาว ไม่ยอมให้ขายแน่!”
เชนกำลังขบคิด เสียงรอบข้างตีกันไปมา จนแทบหูะเิ
พร้อมเสียงในสาย ยังทนไม่ไหว ด่ากราดออกมา “คนข้างๆ เ้า เบาเสียงคุยกันหน่อย หูข้าจะแตกแล้ว”
อิงฟ้าได้ยินเสียงโทรศัพท์ไม่ดังมาก ตะคอกขึ้นมาใส่พวกเขาอย่างตั้งใจ นางก็ะโด่าใส่โทรศัพท์ทันที “แน่นักหรือไง คิดใช้เงินฟาดซื้ออะไรก็ได้ เดี๋ยวได้เจอเจี๋ยนแน่ ไอ้หมอนี่”
เชน ยังรีบ จุ ปาก รัวๆ ให้พวกพี่สาว ทั้งสองเบาเสียงลงก่อน
ส่วนผู้จัดการเองกล่าวเสริมต่อ “พวกมิจฉาชีพแน่จริง เปิดหน้ากล้อง มาคุยกัน เ้าแน่จริงหรือเปล่า?”
ด้านของโจวยี้ ที่กำลังพักผ่อน อยู่ในห้องส่วนตัวบนเครื่องบินเจ็ท ถึงกับหางตาสั่นกระตุกขึ้นมา ถี่ๆ เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจ เปิดกล้องวิดีโอ ตามคำท้า
เชนยิ้มแห้งๆ ส่งไปให้คนในหน้าจอ
ขณะที่ผู้จัดการร้านและอิงฟ้ายื่นหน้าเข้ามาดูพร้อมกัน เพื่อจะด่าให้เต็มที่ แต่ทันทีที่เห็นใบหน้าคมคาย และบรรยากาศกดดัน ที่แผ่ซ่านออกมาจากหน้าจอ ทั้งคู่ก็ขมวดคิ้วมุ่น
"ชายคนนี้... หน้าคุ้นๆ จัง" อิงฟ้าพึมพำ
เชน หน้าเครียด ลอบปาดเหงื่อเย็น ‘ไม่คุ้นซิแปลก ก็ระดับS ที่พึ่งเจออีกฝ่ายไม่นาน' ขณะเขาตัดบทสนทนา “ไว้พูดคุยกันทีหลัง แล้วกันพี่ชาย”
ก่อนเขาตัดสายนั้นไปทันที…โจวยี้ พลางซูมดูรูปเชน ก่อนจะซูมไปที่ อิงฟ้าสาวสวย
ซึ่งเป็จังหวะพอดี กวินเห็น รูปพี่สาวของเขา ยังขมวดคิ้วเล็กๆ ‘พี่ไปอยู่ในรูป โทรศัพท์แรงค์ S คนนั้นได้อย่างไร’
อีกด้านขณะเชนที่ออกมาจากร้านพิซซ่า พลางถอนลมหายใจออกมายาว ผู้จัดการกระทั้งอิงฟ้า หาข้อมูลชายคนนั้น ก็ร้องออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ “นั้น เขา! เขา! ระดับ S คนนั้น ผู้ได้ฉายา ปีกเหล็กแห่งแดนั นี่เอง”
“อืมๆ ซวยแล้วไง ถูกอีกฝ่ายหมายหัวไว้แน่” ทว่าที่แปลกใจเหตุใดเชน ถึงถูกคนระดับนี้ ติดต่อมาตรงๆ
เชน ออกไปจากร้าน ยังกล่าวพึมพำ “พึ่งจะรู้ตัวหรือไงพวกพี่สาวเนี่ย!”
ร่างเขาสวมชุดวอร์ม ปลิวไสว ท่ามกลางเมืองตึกลับฟ้าของยามเย็น ถนนรถพลังแม่เหล็ก บินกันว่อนขวักไขว่
เชนก็เดินทางกลับที่พัก เรียกว่าโรงพยาบาลรัฐ ที่ผู้คนไม่อาจเรียกได้ว่าบ้านทันที
“่นี้ปิดเครื่อง ไว้ก่อนแล้วกัน” เชนกล่าวเสร็จ นี่ถือเป็่เวลา ที่เขาได้อยู่กับแม่อย่างจริงจัง นับั้แ่พ่อเสียไปจากอุบัติเหตุ โรงงานถลุงเหล็ก ะเิ แม่ก็เป็เสาหลัก สำหรับเชนมาตลอด
เด็กหนุ่มมองลูบมือผู้เป็มารดา ตั้งเป้าหมายในชีวิต คล้ายมาถึงเวลา ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ เป็เส้นทางแยก ที่เขาคิดว่า คงจะไม่ไปโรงเรียนอีกต่อไป
ขณะเก็บของเตรียมออกไปเผชิญหน้า…โลกความโหดร้ายเป็จริง ของฮันเตอร์ จู่ๆ ่ค่ำของวันนั้น เสียงเคราะประตู เบา ๆ จะดังเข้ามา…พร้อมบานเลื่อนที่เปิดออก
เชนที่เห็นคนคุ้นตา ชายวัยกลางคนในชุดลำลองทหาร ผมสั้น แววตาแข็งกร้าว ดุดันของนายกองฉานเฟิง
เชนรู้สึกประหม่า ปนความแปลกใจ เล็ก ๆ ที่เชิญอีกฝ่ายนั่งพูดคุย โต๊ะรับแขก
ฉานเฟิงยิ้มอย่างอบอุ่น ผิดกับบุคลิกปกติของเขา
และยื่นซองเอกสารฉบับหนึ่ง ออกมาให้ "เหมือนว่าเราจะใจตรงกันนะ ข้าเองก็ตัดสินใจลาออกจากงานประเมิน บ้าๆ นั่นแล้วล่ะ" เมื่อเห็นเชน เตรียมเก็บของสัมภาระใบใหญ่ด้านหลัง
เขายังไม่ได้กล่าวตอบ ว่าจะไปสมัครเป็ผู้ปิดเกต อีกฝ่ายก็กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง “ลองอ่านแผ่นกระดาษสัญญานี่ดู อีกอย่าง โจวยี้ S คนนั้นโทรหาเ้าแล้วซินะ?”
เมื่อฉานเฟิง รู้ เชนปิดโทรศัพท์ เพราะเขาเองก็ติดต่อมาหาอีกฝ่ายแล้วเช่นกัน
ขณะบอก เื่ส่งรายชื่อ ประเมิน ไปให้พวกผู้มีอำนาจ เ่าั้พิจารณา ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของเชนก็ตาม
เด็กหนุ่ม สะอึกในลำคอ เล็ก ๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายให้ความสำคัญ เื่ส่งผลคะแนนของเขา ไม่เป็ที่สนใจของผู้มีอำนาจ
ทำให้เชนขมวดคิ้วมุ่นลงไปบ้าง แต่ก็พอเข้าใจได้ สำหรับสายสนับสนุนอย่างเขา
“นี่คือสัญญาทหารรับจ้าง เ้าสนใจเข้าร่วมกับทีมพวกเรา บริษัทเปิดใหม่ วีแลน รับจ้างปิดเกต หรือไม่?”
เชนไล่สายตาอ่านสัญญา ด้วยความสนใจ โดยเฉพาะข้อกำหนด เื่ค่าตอบแทนและสวัสดิการคุ้มครองครอบครัว ที่ครอบคลุมไปถึงการรักษาพยาบาลระดับสูง
เขาตัดสินใจเซ็นชื่อลงในกระดาษทันทีโดยไม่ลังเล
"พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางด้วยเครื่องบินพาณิชย์ส่วนตัว... ไปรวมกลุ่มกันที่ประเทศจีน" ฉานเฟิงกล่าว พลางลุกขึ้นยืนทันที
เชน พยักหน้ารับคำ แต่สายตาของเขา กลับเหลือบไปเห็นชายในชุดพลางสีดำ ที่ยืนพิงขอบประตู อยู่ด้านนอก... ชายคนนั้นแววตาเต็มไปด้วยความไม่เป็มิตร และดูแคลนอย่างยิ่ง
เชนขนลุกซู่ เพราะเขาไม่สามารถัั ถึงตัวตนของชายคนนี้ได้เลย จนกระทั่งมองเห็นด้วยตาตนเอง
ก่อนเขาคนนั้นจะเดินจากไปพร้อมนายกองฉานเฟิง ที่อีกฝ่ายโบกมือไล่หลัง
เชน หัวเราะออกมาทันที “เหอะๆ ฮันเตอร์คนนั้น มีตัวตนอยู่ั้แ่เมื่อใด ข้าไม่ยักัั ถึงตัวตนของเขาได้เลย”
‘อีกฝ่ายน่าจะมีสกิลซ่อนตัวบางอย่างอยู่ซินะ’
ระหว่างทางกลับ ที่นายกองฉานเฟิงคลี่ยิ้มยินดีอยู่ตลอดทาง
ชายหนุ่มเกาหลีคนนั้น จะกล่าวถามออกมา “เด็กคนนั้นจะมีประโยชน์ กับทีมเราแน่หรือ หัวหน้า?”
ฉานเฟิงกลั้วหัวเราะ เบา ๆ “เด็กนั้นมีประโยชน์แน่ ถึงคราวลงเกตบอสจริง ค่อยว่ากัน”
อีกฝ่ายถึงกลับส่ายหัว ‘ไม่เข้าใจ เด็กหนุ่มเลเวล20ต้นๆ สายสนับสนุน จะมีประโยชน์อย่างไรกับพวกเขา' ซึ่งมันคิดไม่ออกจริงๆ ตอนนี้…