ตอนที่ 7: คดีฝนตกไม่ทั่วฟ้า กับสายฟ้าฟาดกลางศาล!
ณ ลานพิจารณาคดีชั่วคราวของกรมคุมกฎ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด โต๊ะทำงานไม้เก่าๆ ของรพีถูกเลื่อนมาตั้งเป็บัลลังก์ศาลจำลอง ด้านซ้ายคือ "ซีหยู" เทพแห่งฝนชั้น 5 ชายหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้านในชุดสีฟ้าอ่อนที่บัดนี้มีสีหน้าอมทุกข์และสิ้นหวัง ด้านขวาคือโจทก์ "เซียนจินเตียว" เ้าหน้าที่ดูแลไร่สมุนไพร์ ผู้มาพร้อมกับพยานหน้าม้าอีกสามคน
"ใต้เท้าเซียวเซียน ท่านต้องให้ความเป็ธรรมแก่ข้าน้อยนะขอรับ!" จินเตียวบีบน้ำตา ร้องห่มร้องไห้ชี้หน้าเทพแห่งฝน "เทพซีหยูผู้นี้เมามายสุรา์ ปล่อยพายุฝนหลงฤดูตกลงมาใส่ไร่สมุนไพรปราณอัคคีของข้าน้อยจนน้ำท่วมมิด ต้นสมุนไพรเน่าตายหมด มูลค่าความเสียหายกว่าหมื่นตำลึง์! เขาลุแก่อำนาจ รังแกผู้น้อย!"
ซีหยูกำหมัดแน่น กัดฟันตอบเสียงสั่น "ข้าไม่ได้เมา! วันนั้นข้าปล่อยฝนตามตารางเวลาเป๊ะๆ ที่เขตป่าเมฆาด้านเหนือ ไม่ได้ปล่อยใส่ไร่ของเ้าสักหยดเดียว!"
"โกหก! พยานของข้าทุกคนเห็นกับตาว่าเมฆฝนของท่านลอยมาตกที่ไร่ข้า!" จินเตียวหันไปพยักพเยิดกับลูกน้อง ซึ่งทุกคนก็ประสานเสียงรับคำเป็ทอดๆ
คดีนี้เป็คดีใหญ่ระดับกลาง หากเทพแห่งฝนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง เขาจะต้องถูกปลดจากตำแหน่งและชดใช้ค่าเสียหายจนหมดตัว ซีหยูรู้ดีว่าศาล์ชั้นล่างมักจะตัดสินตาม 'จำนวนพยาน' และ 'เส้นสาย' ซึ่งจินเตียวเป็คนของเทพตระกูลใหญ่ เขาย่อมไม่มีทางชนะ
รพีนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ พลิกอ่านสำนวนคำฟ้องสลับกับแผนที่เขตพะปรายฝนในมือ ั์ตาของนิติกรหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย...
‘ไร่สมุนไพรอยู่ทิศใต้ ป่าเมฆาอยู่ทิศเหนือ ห่างกันตั้งสามร้อยลี้ ทิศทางลมวันนั้นก็พัดไปทางตะวันออก เมฆฝนมันจะลอยย้อนลมไปตกใส่ไร่หมอนี่ได้ยังไง... นอกเสียจากว่าน้ำมันจะมาจากทางอื่น’
รพีวางสำนวนลงบนโต๊ะเสียงดังป้าบ ทำเอาทุกคนในลานสะดุ้ง
"เอาล่ะครับ ผมขอสรุปประเด็นข้อพิพาท" รพีลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองโจทก์ "คุณจินเตียว คุณยืนยันสินะครับว่า เห็นเทพซีหยูเสกเมฆฝนไปตกที่ไร่ของคุณด้วยตาตัวเอง?"
"ชะ... ใช่ขอรับ! ข้าน้อยเห็นเต็มสองตา!" จินเตียวยืดอกตอบอย่างมั่นใจ
"ดีมากครับ งั้นเพื่อความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม ผมขอใช้เครื่องมือช่วยในการบันทึกคำให้การสักนิดนะครับ"
รพีล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ แล้วดึง 'คัมภีร์สัจจะ' ออกมาวางบนโต๊ะ ทันทีที่แกนเหล็กสีดำััพื้นไม้ แสงสีทองอ่อนๆ ก็แผ่กระจายออกมารอบบริเวณลานพิจารณาคดี ครอบคลุมผู้คนทั้งหมดที่อยู่ในนั้น
ซีหยูเบิกตากว้างเมื่อััได้ถึงพลังเวทโบราณ ในขณะที่จินเตียวและพยานเริ่มมีอาการลุกลี้ลุกลนโดยไม่ทราบสาเหตุ
"เอาล่ะครับ คุณจินเตียว ภายใต้การบันทึกของคัมภีร์ม้วนนี้ ผมขอถามคุณอีกครั้ง" รพีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโจทก์ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็เฉียบขาดและดุดันราวกับอัยการที่กำลังต้อนพยานกลางศาล "เมื่อวันที่สิบห้าเดือนสาม เวลายามเซิน คุณเห็นเทพแห่งฝน ซีหยู ปล่อยเมฆฝนใส่ไร่ของคุณ จริงหรือไม่?"
"จ... จริงสิขอรับ! ข้าเห็นเขาเมามาย ยืนอยู่บนก้อนเมฆเหนือไร่ข้า แล้วก็ปล่อยน้ำลงมา..."
เปรี้ยงงงง!!!!
ยังไม่ทันที่จินเตียวจะพูดจบประโยค สายฟ้าสีทองสว่างวาบก็ผ่าแหวกอากาศลงมาจากท้องฟ้าเบื้องบน ฟาดเปรี้ยงเข้ากลางกบาลของเซียนจินเตียวอย่างจัง!!
"อ๊ากกกก!!"
จินเตียวร้องลั่น ร่างกระเด็นลอยไปกระแทกเสาศาล หน้าดำปิ๊ดปี๋ ควันลอยกรุ่นออกจากผมที่ชี้ฟูราวกับรังนก เสื้อผ้าไหม้เกรียมไปครึ่งแถบ
ทุกคนในศาลอ้าปากค้าง เงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ แม้แต่ซีหยูยังผงะถอยหลังไปสามก้าว
รพียืนกอดอก ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ "โอ๊ะโอ... ดูเหมือนว่า์จะไม่อนุมัติคำให้การของคุณนะครับ คุณจินเตียว"
"น... นี่มันเกิดอะไรขึ้น!" พยานฝั่งโจทก์คนหนึ่งตัวสั่นเป็เ้าเข้า
"นี่คือคัมภีร์สัจจะครับ กฎของมันง่ายมาก... ใครพูดโกหกต่อหน้ามัน ฟ้าผ่าทันที ไม่มีอุทธรณ์ ไม่มีฎีกา" รพีหันไปหาพยานทั้งสามคนที่เหลือ "เอาล่ะครับ คุณพยานหมายเลขหนึ่ง ถึงตาคุณให้การแล้ว คุณเห็นเทพซีหยูทำน้ำท่วมไร่จริงๆ ใช่ไหมครับ?"
พยานหมายเลขหนึ่งมองสภาพเ้านายที่นอนน้ำลายฟูมปากชักกระตุกอยู่บนพื้น แล้วรีบคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นรัวๆ "มะ... ไม่เห็นขอรับ! ข้าน้อยไม่ได้เห็นอะไรเลย! ท่านจินเตียวสั่งให้พวกข้ามาเป็พยานเท็จขอรับ! อย่าผ่าข้าน้อยเลย ข้าน้อยกลัวแล้ว!"
"อ้าว สารภาพซะแล้ว" รพีแกล้งทำเสียงเสียดาย ก่อนจะหันไปหาจินเตียวที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา "คุณจินเตียวครับ ในเมื่อคุณไม่ได้เห็นเทพซีหยูทำน้ำท่วมไร่ แล้วน้ำมันมาจากไหนล่ะครับ? หรือว่า... คุณแอบพังทำนบกั้นน้ำบาดาลเพื่อจะขยายเขตไร่ของตัวเอง แต่ดันกะปริมาณน้ำพลาดจนมันท่วมไร่สมุนไพรพังพินาศ เลยกะจะหาแพะรับบาปเป็เทพแห่งฝน เพื่อจะได้เอาเงินค่าชดเชยไปโปะความผิดตัวเอง?"
จินเตียวเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก "จ... เ้าแต่งเื่! ข้าไม่ได้ทำแบบนั้น! ข้า..."
เปรี้ยงงงง!!!!
สายฟ้าเส้นที่สองฟาดลงมาซ้ำรอยเดิมเป๊ะ! คราวนี้จินเตียวสลบเหมือดไปกองกับพื้นอย่างสมบูรณ์แบบ ควันดำลอยฟุ้งออกจากปาก
รพีถอนหายใจ ส่ายหัวเบาๆ "ผมเตือนแล้วนะว่าอย่าโกหก... การให้การเท็จต่อหน้าเ้าพนักงานเพื่อใส่ร้ายผู้อื่นให้รับโทษ ถือเป็ความผิดร้ายแรงตามมาตรา 112 วรรค 2 ของกฎ์นะครับ"
นิติกรหนุ่มรวบรวมสำนวนคดี หยิบพู่กันขึ้นมาประทับตรา ‘ยกฟ้องโจทก์’ และเขียนคำสั่งดำเนินคดีกลับฐานแจ้งความเท็จ
"คดีเทพแห่งฝนทำน้ำท่วมไร่ ถือเป็อันสิ้นสุด! ผู้ถูกกล่าวหา ซีหยู ไม่มีความผิด ศาลสั่งปล่อยตัวครับ"
รพีประกาศกร้าว เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วลานพิจารณาคดี ซีหยูยืนนิ่งอึ้ง น้ำตาแห่งความโล่งใจเอ่อคลอเบ้า เขาไม่เคยคิดเลยว่าคดีที่ทำท่าจะทำลายชีวิตเขา จะถูกเทพชั้น 9 พลิกกลับมาชนะได้อย่างหมดจดและงดงามขนาดนี้
หลังจากการพิจารณาคดีจบลง ซีหยูเดินเข้ามาหารพีที่โต๊ะทำงาน พร้อมกับประสานมือโค้งคำนับอย่างนอบน้อมที่สุดเท่าที่เทพชั้น 5 จะทำให้เทพชั้น 9 ได้
"ข้าเป็หนี้บุญคุณเ้า เซียวเซียน หากไม่ได้เ้า ข้าคงต้องถูกปลดและรับโทษทัณฑ์ที่ไม่ได้ก่อไปแล้ว"
"ไม่เป็ไรครับท่านซีหยู ผมแค่ทำตามหน้าที่ของนิติกร... เอ่อ เ้าหน้าที่คุมกฎน่ะครับ" รพียิ้มรับ
ซีหยูมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ เขาจึงลดเสียงลงกระซิบ "ความกล้าหาญของเ้าในวันนี้ ทำให้ข้าตาสว่าง... เ้าไม่ใช่เซียวเซียนคนเดิมที่ข้าเคยรู้จักแน่ๆ แต่เอาเถอะ ข้าจะไม่ถามมาก เพียงแต่ข้าอยากจะเตือนเ้าไว้..."
เทพแห่งฝนขยับเข้าใกล้รพีอีกนิด "คดีของข้า... ไม่ใช่เื่บังเอิญที่จินเตียวกล้าฟ้องร้องข้าหรอกนะ มี 'กลุ่มคน' บางกลุ่มที่พยายามจะเขี่ยข้าให้พ้นทาง เพื่อเอาคนของตัวเองมาคุมสภาพอากาศ์ เ้าทำคดีนี้พัง... พวกนั้นต้องเพ่งเล็งเ้าแน่ ระวังตัวไว้ให้ดี"
รพีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากของเขากลับกว้างขึ้นกว่าเดิม
"ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับท่านซีหยู... แต่บังเอิญว่า ผมเป็พวกชอบความท้าทายซะด้วยสิ"