เสียงการต่อสู้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามแสงจันทร์ที่ทอลงมา แสงไฟและหยดน้ำปรากฏขึ้นจากการต่อสู้อันดุเดือด โดยฝ่ายมนุษย์ในตอนนี้นั้นมีผู้ใช้สปิริตธาตุไฟ กับคนที่มาสมทบคือผู้ใช้หอก ส่วนลูเทียร์และอีฟนั้นก็ต้องจำใจต่อสู้ไปด้วย เนื่องจากพวกเธอก็โดนงูั์ที่สามารถพ่นไฟออกมาได้เข้ามาโจมตี จนสถานการณ์ตอนนี้วุ่นวายไปหมด เพราะได้มีงูั์สองตัวที่สามารถใช้เวทย์ได้
“พี่ลูเทียร์ไม่เห็นลอยด์เลยหรอ!” เสียงะโจากอีฟดังขึ้นพร้อมะโไปมาหลบการฉกของงูั์
“พี่ไม่รู้เหมือนกัน พอลงมาก็ไม่เห็นแล้ว แต่ไม่น่าจะโดนกินไปหรอก” ลูเทียร์เองก็กำลังวิ่งหลบไปด้านหลังต้นไม้เพื่อหลบไฟที่กำลังจะถูกพ่นใส่
ทั้งสองต้องต่อสู้อย่างทุลักทุเลเพราะไม่มีสมาธิ จากการที่ไม่รู้ว่าลอยด์นั้นหายไปไหนกันแน่ จนกระทั่งการโจมตีของงูั์ได้เงียบลงซึ่งทำให้ทั้งคู่แปลกใจ ทั้งสองได้มองตรงเข้าไปยังกลุ่มควันจางๆ ก่อนจะเห็นเงาของใครบางคนที่กำลังสู้กับงูั์อยู่ จนกระทั่งได้กระเด็นลอยมาตกตรงบริเวณด้านหน้าของทั้งคู่ โดยที่คนคนนั้นเป็มีรูปร่างเป็ชายผมยาวที่สวมหน้ากากประหลาดพร้อมกับใช้ดาบยาว
“พวกเ้าสองคนน่ะ จะมองอีกนานไหม” ชายสวมหน้ากากพูดออกมาก่อนจะวิ่งเข้าไปสู้กับงูั์ต่อ
สองสาวมองหน้ากันก่อนจะเตรียมเวทย์ให้พร้อม แล้ววิ่งออกไปช่วยชายแปลกหน้าทันที โดยพอไปถึงสถานที่ต่อสู้ทั้งคู่ก็ต้องแปลกใจกับสไตล์การต่อสู้ของชายตรงหน้า เพราะเขานั้นมีความคล่องตัวที่สูงมากแถมยังสามารถโจมตีงูั์ด้วยดาบบางๆเข้า
พวกเธอไม่รอช้ารีบเข้าไปสร้างโอกาสให้ชายแปลกหน้าสามารถโจมตีงูั์ให้ได้มากที่สุด เพราะทั้งคู่รู้ว่าตัวเองนั้นยังไม่มีทักษะพอที่จะรับมือมอนสเตอร์ระดับนี้ได้ ซึ่งดูเหมือนว่าการประสานงานกันของทั้งสามนั้นได้ทำให้เ้างูั์เริ่มอ่อนแอลงอย่างมาก เืไหลอาบตัวมันไปหมดตามเกล็ดที่ถูกถอดออกมาด้วยดาบเล่มบางๆ ก่อนที่อยู่ๆมันจะทำการพ่นไฟรอบๆตัวและเลื้อยหนีไป
“นายจะตามไปหรอ” ลูเทียร์ถามอีกฝ่ายเพราะเห็นว่ากำลังจะวิ่งตามงูั์ที่เลื้อยหนีไป
“ถ้าปล่อยมันไว้อาจจะไปทำร้ายคนอื่นอีก ต้องรีบฆ่ามันตอนที่อ่อนแอที่สุด” เขาพูดออกมาก่อนจะะโเพียงครั้งเดียวก็สามารถขึ้นไปเหยียบกิ่งไม้ที่อยู่สูงได้
สองสาวมองหน้ากันก่อนจะปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งก็ได้ข้อสรุปก็ว่าควรจะตามไปช่วยเนื่องจากอาจจะมีมอนสเตอร์ตัวอื่นอีก ก่อนที่ทั้งคู่จะวิ่งตามชายคนนั้นไป
โลเวละโตามกิ่งไม้จนมาหยุดที่จุดๆหนึ่งบริเวณที่รอยเลื้อยของงูหายไป เขาใช้เวทย์เอลฟ์ที่สามารถเปลี่ยนไปตามความนึกคิดได้ โดยดวงตาปรกติได้กลายเป็ดวงตาของแมว ก่อนจะะโลงมาเพื่อเพ่งมองรอยเลื้อยบนพื้นอีกรอบ
ซิก ซิก
เสียงใบไม้ขยับก่อนจะมีอะไรใหญ่ๆพุ่งมาโจมตีโลเวลที่กำลังมองพื้นอยู่จนเกิดเสียงดังตามมา
“เล่นทีเผลอ” โลเวละโหลบได้ทันก่อนจะะโถอยไปตั้งหลัก พร้อมกับชักดาบออกมาเตรียมสู้
สายตาทั้งคู่จ้องมองกันก่อนที่งูั์จะพ่นไฟออกมา แต่ฝั่งโลเวลก็ได้สร้างกำแพงดินขึ้นมากันเอาไว้ได้ ก่อนจะวิ่งหลบออกมาและพุ่งตรงเข้าโจมตี
เสียงการต่อสู้ดังขึ้นต่อเนื่องของงูั์และชายสวมหน้ากาก แต่ดูเหมือนว่าทางชายสวมหน้ากากจะได้เปรียบมากกว่าจนตอนนี้ใกล้จะเผด็จศึกได้แล้ว จนกระทั่งมีบางอย่างได้เข้ามาขัดขวางการต่อสู้นี้ ซึ่งก็คือออร์คสามตัวที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ จนทำให้การโจมตีครั้งสุดท้ายที่น่าจะปลิดชีวิตเ้างูั์ไปได้นั้นก็ต้องชะงัก และต้องหันมารับมือกับพวกตัวปัญหาที่เข้ามาแทรก
โลเวละโหลบการหวดกระบองของพวกมันพร้อมกับยิงลูกดินใส่ ซึ่งก็เหมือนว่าจะสร้างาแได้เพียงแค่ถลอกให้กับพวกมัน จนสุดท้ายเ้าตัวต้องงัดไม้เด็ดออกมา นั้นก็คือเวทย์เอลฟ์ที่สืบทอดกันมาเฉพาะเชื้อพระวงศ์เท่านั้น ซึ่งถูกเรียกว่า เจตจงนำแห่งพระเ้า โดยพลังนั้นจะถูกแบ่งออกเป็สี่ประเภทด้วยกันขึ้นอยู่กับเชื้อพระวงศ์ตระกูลไหน และพลังของโลเวลนั้นคือการควบคุมต้นไม้
รากไม้ได้แทงทะลุขึ้นมาจากใต้ดินก่อนจะพุ่งตรงแทงเข้าที่ตัวของออร์คทั้งสามจนทะลุ แต่นั้นก็เหมือนจะไม่สามารถทำให้พวกมันตายได้ทันที พอเห็นอย่างนั้นโลเวลจึงได้ทำการแผ่กิ่งก้านรากไม้ให้งอกเพิ่มขึ้นมา และได้แทงทะลุออกมาจากข้างในร่างของพวกออร์ค จนพวกมันได้สิ้นใจตายไปด้วยภาพที่น่ากลัว
“ไม่น่าใช้เลย กินมานาเยอะใช่เล่น” โลเวลต้องเข่าทรุดทันทีที่ใช้เวทย์ต้องห้าม เพราะมานาในร่างกายได้หายไปประมาณ 1 ใน 3 ทันทีที่ใช้เวทย์บทนั้น ซึ่งจะแค่มีไม่กี่คนภายในตระกูลของเขาที่สามารถใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว
โลเวลหันไปมองหาเ้างูั์ทันทีที่นึกขึ้นได้ ก่อนจะพบว่ามันได้เลื้อยหนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ซึ่งมันก็เป็ผลดีกับเขาอยู่ที่จะต้องใช้เวลาพักสักหน่อย แถมยังได้ยินเสียงวิ่งของใครบางคนและพบว่าเป็สองสาวที่วิ่งตามมางูไปอีก โลเวลจึงคิดว่าสองคนนั้นคงสามารถจัดการได้ แต่พอฉุกคิดอีกครั้งก็รู้ว่าสองคนนั้นต้องไม่ไหวแน่ๆ เมื่อเป็อย่างนั้นเขาจึงเปลี่ยนใจเดินตามสองคนนั้นไปแทนที่จะนั่งพัก
“ไปสู้กันที่ไหนเนี่ยวิ่งมาตั้งนานแล้วนะยังไม่เห็นเลย” อีฟบ่นออกมาเพราะวิ่งตามหาสักพักแล้วแต่ก็ยังไม่เจอเลย
ทั้งคู่วิ่งต่อไปอีกไม่นานก็ได้เห็นแสงวูบวาบอยู่ไม่ไกลมาก ซึ่งพวกเธอคาดเดาว่าน่าจะเป็ไฟของเ้างูั์ที่พ่นออกมาแน่ๆ จนกระทั่งในที่มาถึงจุดที่การต่อสู้เกิดขึ้น แต่ทั้งคู่ก็ต้องหยุดชะงักไปกับภาพที่อยู่ตรงหน้า เพราะมันคือภาพที่รากไม้ได้พุ่งแทงทะลุขึ้นมาจากพื้นดินและตรงเข้าเสียบออร์คทั้งสามตัว ก่อนจะทำการแผ่ขยายกิ่งแทงทะลุออกมาจากข้างในตัวของพวกมันอีกที โดยที่แถวๆนั้นก็ได้มีชายสวมหน้ากากอยู่
“นั้นมันเวทย์อะไรน่ะพี่ลูเทียร์” อีฟหันไปถามลูเทียร์ที่น่าจะมีความรู้มากกว่า
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีอาจจะเป็ยเวทย์บทใหม่ที่ยังไม่มีการเผยแพร่ก็ได้” ลูเทียร์คิดในแง่ดี เพราะมันอาจจะเป็อย่างที่เธอพูดก็ได้ เพราะเวทย์ของมนุษย์นั้นถูกสร้างให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น กับอีกประเภทที่ถูกสร้างให้เป็อาวุธในการต่อสู้ ซึ่งเวทย์ตรงหน้าที่เห็นนั้นมันอาจจะเป็เวทย์เกี่ยวกับการเร่งการเจริญเติบโตของพืชก็ได้ นั้นคือสิ่งที่ลูเทียร์คิด
หลังจากคุยกันได้ครู่หนึ่ง ทั้งสองก็ได้หันไปมองเห็นงูั์ที่กำลังเลื้อยหนีไป และก็เป็อีฟที่ได้บอกให้ตามไปเพราะถ้าฆ่ามันได้อาจจะได้คะแนนที่เยอะมากๆ ลูเทียร์ที่เห็นด้วยจึงได้วิ่งตามมันไปโดยที่ก็อยากจะเข้าไปถามชายสวมหน้ากากว่าเป็อะไรรึเปล่า แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีเวลามากสักเท่าไหร่ทั้งคู่จึงต้องทิ้งเขาไว้ก่อน
ทั้งคู่วิ่งตามงูั์จนมาถึงจุดที่น่าจะเป็รังของมัน ก่อนที่ลูเทียร์จะหยิบคบเพลิงอันเล็กขึ้นมาจุดจากกระเป๋าคาดเอว แล้วทั้งคู่ก็ได้เดินลงไปข้างในถ้ำอย่างกล้าๆกลัวๆ
เสียงฝีเท้าดังก้องไปทั้วพร้อมกับเสียงน้ำหยดตลอดเวลา แสงไฟในมือส่องสว่างไม่มากนักทำให้เห็นเพียงแค่ไม่กี่ก้าวด้านหน้า ซึ่งทั้งคู่ก็ยังคงพยายามเดินอย่างระมัดระวังถึงที่สุด ก่อนที่แสงไฟจะสะท้อนอะไรบางอย่างตรงพื้น พร้อมกับเสียงร้องในลำคอของอีฟที่ดังขึ้นก่อนจะชี้ไปยังพื้นให้เห็นบางอย่าง
“คราบงูน่ะ พี่ก็ใหมด”
พอหายใก็ต้องเดินทางต่อจนมาถึงโถงขนาดใหญ่ ที่มีแสงจันทร์รอดลงมาจาก้าเพดานหลายจุด พร้อมปรากฏให้เห็นเป็งูั์ที่กำลังนอนขดตัวอยู่ด้านในสุด พอเห็นอย่างนั้นทั้งคู่จึงไม่เสียเวลาชักอาวุธออกมาทันที ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้อย่างเงียบๆ
ฟ่ออออ
ไม่ทันที่จะได้ถึงตัวเ้างูั์ก็ได้ลื่มตาตื่นขึ้นมาก่อนจะมองไปยังผู้บุกรุก มันพ่นไฟออกมาก่อนจะเลื้อยเปลี่ยนตำแหน่งจากด้านในสุดไปตรงปากทางเข้า ซึ่งทำให้ลูเทียร์และอีฟหมดทางที่จะหนีไปได้ ทั้งคู่จึงเริ่มเปิดฉากการต่อสู้ด้วยการวิ่งซ้ายขวาเพื่อสร้างความสับสน ก่อนที่ลูเทียร์จะเป็คนล่อให้เองส่วนอีฟก็เป็คนโจมตี
ทั้งคู่ผลัดกันโจมตีจนเกล็ดที่ตอนแรกฟันไม่เข้าเริ่มหลุดออกมาทีละเล็กละน้อย จนตอนนี้เืมันได้ไหลอาบตัวไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นฤทธิ์เดชของมันก็ยังไม่มีทีท่าจะลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว
“พี่ลูเทียร์ หนูว่าเราควรรีบจบให้เร็วที่สุดนั้น” อีฟะโบอกพร้อมกับะโหลบหางที่ฟาดมา
ส่วนลูเทียร์ก็คิดแบบเดียวกันเพราะยิ่งสู้นานก็ยิ่งเริ่มเสียเปรียบ เพราะไฟที่พ่นออกมาเรื่อยๆทำให้เกิดควันที่ทั้งสองต้องสูดเข้าไป และยิ่งนานเข้าพวกเธอก็จะหมดสติจากการขาดอากาศหายใจ ดังนั้นการรีบปิดฉากจึงจำเป็ในตอนนี้
ลูเทียร์เธอเริ่มเบี่ยงเบนความสนใจจากการปาก้อนหินใส่ให้มัน ก่อนที่เธอจะสังเกตว่าการพ่นไฟจะมาอีกรอบจึงได้ใช้เวทย์ป้องกันออกมา ซึ่งเป็ความคิดที่โง่มากๆตอนนั้นที่ลูเทียร์คิด เพราะความแรงที่ได้รับตรงๆนั้นต่างกันมากๆจากโดนแค่ไอร้อน
ซ่าาาา
เสียงร้องของมันดังขึ้นพร้อมกับเปลวไฟที่หายไป ก่อนจะปรากฏว่าอีฟได้แทงลูกตาของมันไปข้างหนึ่ง ซึ่งด้วยความเ็ปเ้างูั์ก็ได้ดิ้นทุรนทุรายก่อนที่จะเหวี่ยงอีฟลงมาตรงพื้นด้านหน้ามัน ก่อนจะพุ่งตรงหมายกลืนอีฟเข้าไปทั้งตัว แต่ลูเทียร์ก็ได้มาเอาขวางไว้ได้ทันโดยสร้างโล่ใสขึ้นมากัน โดยขณะนั้นเองทั้งคู่ก้ได้ถูกดันถอยไปเรื่อยๆจากการพุ่งชน
“ไม่ไหวแล้ว” อีฟบ่นออกมาพร้อมกับใช้ขายันกำแพงเอาไว้ โดยหลังก็ชนกับลูเทียร์ที่กำลังพยายามตั้งสมาธิไม่ให้โล่แตก
ซ่าาาา
เสียงร้องของงูั์ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับแรงดันที่ลูเทียร์กำลังโดนอยู่ได้หายไป
“พวกเ้ากำลังทำอะไรกันอยู่น่ะ” เสียงชายหนุ่มดังขึ้นก่อนจะปรากฏเป็ชายสวมหน้ากากที่ยืนอยู่บนหัวงูั์ พร้อมกับดาบที่ปักแทงลงไป
“กำลังเอาชีวิตรอดยังไง” ลูเทียร์ตอบกลับก่อนจะนั่งพัก ส่วนอีฟก็นอนแผ่ไปเลยกับพื้นเย็นๆ
โลเวลที่เห็นทั้งสองกำลังพักอยู่ก็ได้หันไปมองรูในกำแพงถ้ำ ก่อนจะเดินไปดูว่ามันมีอะไรอยู่ข้างใน เพราะเ้าตัวััได้ถึงพลังชีวิตจากเวทย์เอลฟ์ที่ทุกคนต้องมี ซึ่งมันถูกเรียกว่าจิติญญาแห่งผืนป่า โดยเอลฟ์ทุกคนจะสามารถััการเปลี่ยนแปลงภายในป่าหรืออาณาเขตที่ตัวเองปกครองอยู่ได้
“อ้าเจ็บจัง”
โลเวลคานออกมาจากรูที่เข้าไป แต่ด้วยทางที่ชันและทางเข้ามีหินงอกหินย้อยมากมายจึงได้ไปข่วนตัวของเขาเต็มไปหมด ก่อนจะเดินอุ้มบางอย่างไปหาสองสาวที่พักอยู่
“นั้นอะไรน่ะ” ลูเทียร์ถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายอุ้มไข่ใบใหญ่มาสามฟอง
“น่าจะเป็ไข่งูที่พวกเราได้ฆ่าไป” โลเวลตอบ
“แล้วเราจะเอายังไงกับมันดีล่ะ จะฆ่ามันเลยดีไหม จะได้ไม่มีปัญหาในอนาคต” อีฟถามขณะที่ตัวเองตัวเองนั่งพิงกำแพง
“ข้าว่าข้ามีวิธีที่ไม่ต้องฆ่าพวกมัน” เ้าตัวที่กำลังจะเดินจากไปแต่ด้วยน้ำหนักของไข่เขาจึงต้องวางลงกับพื้น ก่อนที่จะสังเกตว่าใบไม้ที่เป็หน้ากากเริ่มล่วงทีละใบ และสุดท้ายมันก็ได้ล่วงลงมาหมดเพราะบริเวณด้านหลังศรีษะใบไม้ได้หลุดหมด
“เอลฟ์!” ลูเทียร์ะโออกมาจนอีฟที่กำลังจะงีบหลับถึงกับสะดุ้งตื่น และพอตื่นขึ้นมาเด็กสาวที่เพิ่งจะเคยเห็นเอลฟ์รูปงามขนาดนี้ก็ได้ถึงกับใช็อคสลบไปทันที
“ใช่ ข้าว่าไปก่อนดีกว่า เดี๋ยวไปจัดการเื่ไข่พวกนี้ ส่วนเด็กผู้ชายน่ะข้าช่วยเอาไว้แล้ว ตอนนี้น่าจะกำลังตามหาพวกเ้าอยู่” โลเวลรีบสาวเท้าจากไปทันที ทิ้งให้หนึ่งสาวนั่งอ้าปากส่วนอีกสาวก็นอนสลบไป
อีกสถานที่หนึ่งที่ต่อสู้กับงูั์ที่พ่นน้ำได้
สองชายหนุ่มผู้ใช้สปิริตไฟกับผู้ใช้หอก ทั้งสองแม้จะอยู่ถึงแรงค์แพลตตินั่มแต่เื่การต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ แถมยังสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วและใช้เวทย์ได้อีก นั้นเป็เื่ที่ไม่ได้พบเจอได้บ่อยๆนัก จึงเป็เื่ยากที่จะหาทางรับมือกับตัวแบบนี้ได้ทัน แต่เป็ถึงแรงค์รองสุดท้ายเื่แค่นี้ไม่ใช่ปัญหาของทั้งคู่มากนัก เพราะตอนนี้เ้างูั์ได้ถูกสังหารลงเป็ที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้มีแผลอะไรตามตัวเท่าไหร่นักนอกจากเสื้อผ้าที่เปียก
“เหนื่อยจริงๆอุตส่าห์จะนอนพักซักหน่อย” ชายใช้สปิริตไฟบ่นออกมา ก่อนจะหยิบแมลงให้กิ่งก่าไฟของตัวเองกิน
“แน่นจังวะ” ชายใช้หอกเดินไปหยิบหอกที่แทงทะลุหัวเ้างูั์ แต่ดึงยังไงก็ไม่ออกสักนิดเดียว
ชายใช้สปิริตไฟเดินไปช่วยดึงซึ่งมันก็แน่นตามที่อีกฝ่ายพูดจริงๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะออกแรงเต็มที่จนสุดท้ายมันก็หลุดออกมาได้ แต่ก็ถึงทำให้ทั้งคู่ถึงกับก้นคะมำกับพื้น
แซ็กๆๆ
ทั้งสองหันไปมองทิศทางที่เสียงดังขึ้นก่อนจะเจอเด็กหนุ่มที่มีงูพันคออยู่
“เออ พวกคุณพอจะเห็นผู้หญิงสองคนแถวๆนี้รึเปล่าครับ” ลอยด์ถามออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ไปทางนู้นมั้ง” ชายใช้หอกชี้ไปทิศทางที่งูอีกตัวเลื้อยหนีไป
“ขอบคุณครับ” พอได้คำตอบลอยด์ก็ไม่รอช้ารีบออกวิ่งทันที
“ปล่อยไปจะดีหรอ?” ชายใช้สปิริตไฟถามอีกฝ่าย เพราะถ้าทำให้หนึ่งทีมแพ้ก็จะได้เงินประมาณ 8000 กูซ และการที่ปล่อยเด็กไปก็เหมือนตัดโอกาสหาเงินไปเปล่าๆ
“ให้เด็กมันได้ฝึกบ้างเหอะ จะได้มีพวกเก่งๆบ้าง ไม่ใช่เอาแต่เงินอย่างเดียว แล้วก็ขอบใจมาก” ชายใช้หอกลุกขึ้นก่อนจะปัดฝุ่นตามตัว และเดินแยกกับเพื่อนร่วมงานไปทันที ส่วนอีกฝั่งที่กำลังยืนมองสลับไปมาระหว่างเด็กหนุ่มที่วิ่งไปสักครู่กับการไปพักผ่อน แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจไปนอนพัก
ลอยด์ที่วิ่งตามเส้นทางที่ถูกบอกมานั้นก็ได้วิ่งมาถึงจุดที่เกิดไฟไหม้เป็จำนวนมาก ก่อนที่จะสับสนว่าควรจะไปทางไหนต่อดี เพราะไม่มีร่อยรอยอะไรบ่งชี้ว่าพวกเขาไปทางไหนต่อ
“ลอยด์!” เสียงหญิงสาวดังขึ้นก่อนที่เด็กหนุ่มจะหันไปเห็นลูเทียร์ที่แบกอีฟอยู่
“เกิดอะไรขึ้นครับ!” เ้าตัววิ่งไปดูอีฟทันทีที่เห็นว่าเพื่อนตัวเองนั้นสลบอยู่
“สลบไปเฉยๆน่ะ แล้วหายไปไหนมาเนี่ยพี่เป็ห่วงนะเนี่ย”
“พอดีเจองูฟาดไปเต็มแรงเลยจุกนานสักหน่อยน่ะครับ อ้อแล้วผมเจอเอลฟ์ด้วยล่ะครับ!” ลอยด์พูดออกมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น แต่ปฏิกิริยาที่อีกฝั่งแสดงออกมาดันดูเหมือนไม่ใอะไรกับสิ่งที่เขาพูดเลยสักนิด
“คนที่ผมยาวๆสีดำใช่ไหม”
“เออ พี่รู้ได้ยังไงครับ”
“เดี๋ยวค่อยเล่าระหว่างทางละกัน” แล้วทั้งสองคนกับอีกหนึ่งที่สลบก็ได้เดินทางไปหาจุดพักผ่อนใหม่ พร้อมกับที่ลูเทียร์เล่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ลอยด์ฟัง และก็เป็ตลอดทางที่เขาได้อุทานออกมาไม่หยุด เพราะตอนแรกลอยด์คิดว่าตัวเองเจอแค่คนเดียว และไม่คิดว่าอีกฝ่ายถึงกับมาช่วยจัดการงูั์ นั้นจึงทำให้ทั้งคู่แปลกใจว่าอีกฝ่าย้าอะไรกันแน่
เดินทางไม่นานพวกเขาก็เดินกันมาจนถึงแม่น้ำสายหนึ่ง ก่อนที่จะวางอีฟลงข้างต้นไม้และทำการนั่งพักกัน ซึ่งลอยด์ก็ได้ถามเื่ในพรุ่งนี้ว่าจะทำอะไรต่อ เพราะยิ่งเข้าเส้นตายเรื่อยๆทีมอื่นก็จะเริ่มแก่งแย่งกันมากขึ้นอีก ดังนั้นควรจะมีแผนรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน แต่เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทำให้ทั้งสองนั้นง่วงนอนกันอย่างมาก พวกเขาจึงตัดสินใจคุยกันพรุ่งนี้เช้าพร้อมกับอีฟไปที่เดียวเลย
เช้าวันต่อมา
นี่ก็เข้า่สายของวันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว แต่ดูเหมือนทั้งสามยังคงนั่งเอนไปเอนมาและเมื่อยตัวกับเหตุการณ์เมื่อวาน แม้จะใช้เวทย์รักษาไปแล้วแต่ทุกคนก็เหนื่อยทางใจกันจนต้องให้เวลาพักผ่อนสักหน่อย และเมื่อแหล่งน้ำและแหล่งอาหารอยู่เพียงข้างหน้านี้เอง ลูเทียร์ที่เป็หัวหน้าทีมจึงอาสาไปจัดการแทนพวกเด็กๆ ซึ่งพอได้ปลามาก็ได้จัดแจงย่างและทานกันอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้ทุกคนก็อิ่มพร้อมมีแรงในการทำภารกิจต่อ
ทุกคนยืดเส้นยืดสายก่อนจะออกเดินทางอีกครั้ง โดยเพียงไม่นานก็เจอพวกมอนสเตอร์ ก่อนจะลงมือสังหารพวกมันอย่างรวดเร็ว และใน่เวลาที่ทุกคนกำลังจัดการเก็บหลักฐานอยู่นั้น เสียงร้องของใครบางคนก็ได้ดังขึ้นไม่ไกลมาก ทั้งหมดมองหน้ากันก่อนจะทำงานต่อ เพราะพวกเขารู้ว่าเกิดเหตุต่อสู้กันอยู่แน่ๆ แต่นั้นก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเขาเลยสักนิดเดียว
“พี่ลูเทียร์ หนูว่าของเรามีน้อยเกินไปนะ เราควรไปทางเหนือดีรึเปล่า” อีฟถามเพราะเห็นว่าแต้มที่มีไม่สามารถเอาชนะทีมอื่นได้ง่ายๆ
“พี่ก็คิดอย่างนั้นแหละ แต่ถ้าเราจะเดินทางตอนนี้ กว่าจะถึงก็น่า่บ่ายเลยนะ แล้วเราก็จะมีเวลาล่าได้ไม่นานอีก” ลูเทียร์ยกเหตุผลขึ้นมา จนตอนนี้ทุกคนก็ได้มึนหัวว่าจะเอายังไงต่อดี เพราะอยู่ป่านี้ต่อแต้มที่มีก็ไม่ได้เยอะเนื่องจากมอนสเตอร์ในป่านี้ได้แต้มน้อย แต่ถ้าจะไปป่าทางเหนือกว่าจะไปถึงก็เสียเวลาไปหลายชั่วโมงและก็ออกล่าได้ไม่นาน
“ผมมีวิธี!” ลอยด์โพล่งขึ้น ก่อนที่ทั้งสองจะหันมามองและรอฟัง
“ถ้าจัดการมอนสเตอร์ไม่ทัน เราก็จัดการทีอื่นแทนไม่ง่ายกว่าหรอครับ”
“เออ….พี่ว่ามันก็เป็ความคิดที่ดีนะ แต่พวกเราสองคนน่ะเคยสู้กับคนรึเปล่าล่ะ” ลูเทียร์ถามเพราะยังไม่รู้ว่าทั้งสองคนเคยสู้กับคนมารึยัง
“ฮ่าๆๆ นิดหน่อยน่ะครับ และก็เคยสู้กับอาจารย์(ลุค)มานิดหน่อยครับ”
“ส่วนหนูก็แค่ต่อยตีเท่านั้นเอง”
ลูเทียร์มองหน้าทั้งสองคนสลับไปมาก่อนจะหลับตาคิดอะไรบางอย่าง ส่วนอีฟและลอยด์ก็ได้มองหน้ากันก่อนจะกระซิบคุยกัน จนกระทั่งครู่ต่อมาลูเทียร์ก็ได้ลืมตาและตัดสินใจอะไรบางอย่าง
“คือพี่ตัดสินใจแล้วว่า ถ้าเราอยากชนะจริงๆก็คงต้องใช้แผนนั้น แต่ทั้งสองคนสู้ไหวแน่นะ เพราะมันต่างกับพวกมอนสเตอร์อยู่”
“ผมจะพยายามเต็มที่ครับ”
“หนูก็เหมือนกันค่ะ”
หลังจากตกลงกันเสร็จทั้งหมดก็ได้เริ่มเตรียมตัวจัดการทีมอื่น ซึ่งเป้าหมายที่จ้องไว้ก็คือกลุ่มที่สู้กันเมื่อครู่ โดยเริ่มแรกก็ส่งอีฟไปดูลาดราวว่าเป็ยังไงกันแน่ตรงบริเวณนั้น และก็ใช้เวลาไม่นานก็ได้กลับมารายงานว่าตรงนั้นมีผู้ชายสามคน ที่หนึ่งในนั้นเป็ชายผมยาวที่ทุกคนเจอเมื่อคืน โดยที่พวกนั้นใช้อาวุธที่ทาด้วยยาอัมพาตแถมที่แปลกที่สุดก็คงที่พวกนั้นมีหน้ากากหน้าตาประหลาดอยู่ พร้อมกับกับดักที่วางอยู่บนพื้นอีกสองสามจุด และก็ดูเหมือนว่าคนพวกมันน่าจะทำแบบนี้มาหลายกลุ่มแล้ว จากการที่อีฟคาดเดาและฟังจากที่พวกนั้นคุยกัน
“เป็เป้าหมายที่ท้าทายดี เหมาะสำหรับพวกเธอที่ยังขาดประสบการณ์ จะได้ฝึกไปในตัวด้วย” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ตัวเธอเองก็ไม่ได้เก่งอะไรมาก แต่ด้วยเป็หัวหน้าทีมและพี่ใหญ่สุดจึงต้องทำตัวให้น่าไว้วางใจไว้
หลังจากเลือกเป้าหมายได้แล้วก็ได้ทำตามแผนที่คิดกันเสร็จอย่างรัดกุม เพราะลูเทียร์ไม่อยากให้ทุกคนในทีมได้รับาเ็มาก เนื่องจากอาจจะต้องสู้กับมอนสเตอร์หรือทีมอื่นต่อทันที
เสียงพูดคุยดังเจื่อยแจ้วมากมายจากกลุ่มชายสามคน ที่ตอนนี้กำลังนั่งพักพร้อมกับรอให้เสียง์ดังขึ้น หรือก็คือเสียงร้องจากความเ็ป จากกับดักหมีที่พวกเขาได้วางดักทีมอื่นเอาไว้
อ้าาาาาา
“ดูเหมือนกับดักจะทำงานอีกแล้วว่ะ ไปดูดิ” ชายผมยาวสั่งลูกทีมที่ใช้ดาบยาวไปดูตามทิศทางที่เสียงดังขึ้น
“ลูกพี่ ผมว่าเราควรจัดการพวกเก่งๆซักคนนะ จะได้ชนะไปเลย เพราะดูเหมือนว่ายังไม่มีใครที่เอาชนะพวกมันได้เลย ถ้าเราจัดการได้ซักคนชื่อเสียงของพวกเราก็น่าจะดังพอตัว” ชายตัวเกรียนแนะนำแผนทางลัดในการชนะกิจกรรมนี้
“จะบ้ารึไงวะ” ชายผมชายที่นั่งอยู่ได้ถีบยอดหน้าลูกทีมไปจนกระเด็น ก่อนจะเริ่มสาธยายว่าทำไมถึงได้ถีบ
“แกนี่มันโง่จริงๆ ถ้าพวกเราเอาชนะได้ง่ายๆ ทีมอื่นคงจัดการพวกมันได้ไปนานแล้วล่ะ ถ้าจะจัดการพวกมันจริงๆจ้องเล่นทีเผลอ และข้าก็คิดแผนเอาไว้แล้ว” ชายผมยาวยิ้มออกด้วยสีหน้าชั่วร้าย
ตุบ
อะไรบางอย่างจะหล่นลงมาตรงหน้าของทั้งสองคน ก่อนที่ชายหัวเกรียนจะหันไปมองและหันกลับมาด้วยสีหน้าตหใจสุดขีด
“ะเิ!”
พูดจบะเิลูกนั้นก็ได้ะเิออกมาทันที แต่นั้นไม่ใช่ะเิที่มีอานุภาพอะไร เพราะมันคือะเิแสงที่ทำให้คนที่โดนตาบอดชั่วคราว
“อ้าาา ตาข้า!” ชายหัวเกรียนดิ้นทุลนทุลายพร้อมกับะโแหกปากเสียงดัง ส่วนชายผมยาวก็ได้ขยี้ตาอย่างแรงพร้อมกับเอามีดสั้นออกมา เพราะะเิแสงนั้นคงไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้าเพราะพวกเขาดวงซวยหรอก
“หยุดะโแหกปากแล้วเตรียมตัวสู้ซะ ก่อนที่ อุบ….” ชายผมยาวพูดขึ้นก่อนที่เสียงของเขาจะหยุดลงเหมือนกับมีใครบีบคออยู่
“ลูกพี่! ลูกพี่เป็อะไรไป ลูกพี่!” ชายหัวเกรียนลุกขึ้นก่อนจะวิ่งไปยังทิศทางเสียง แต่แล้วเขาก็ได้ถูกเตะเข้าที่หน้า ก่อนจะล้มลงและมีอะไรมาจ่อที่คอ พร้อมกับเสียงเด็กผู้หญิง
“ขยับโดนแทง” อีฟล็อคคอจากข้างหลังพร้อมกับมีดสั้น ส่วนลูเทียร์ในตอนนี้นั้นก็ได้ยกชายผมยาวด้วยเวทย์ควบคุม
“ยิงพลุซะ ก่อนที่จะเจ็บตัวไปมากกว่านี้”
“ฮ่าๆๆ ใครมันจะยอมวะ” ชายผมยาวหยิบมีดสั้นข้างเอวก่อนจะปาลงไปทิศที่เสียงอีกฝ่ายพูด โดยที่ไม่ได้มองแม้แต่นิดเดียว แต่การโจมตีแค่นี้ใครๆก็หลบได้ถ้ารู้ล่วงหน้า ก่อนที่เธอจะยกชายคนนั้นให้ลอยสูงขึ้นอีก และปล่อยลงมากระแทกพื้น
ตุบ
“อ้าาา!” ชายผมยาวร้องออกมาเสียงดังพร้อมกับสภาพขาที่ดูท่าจะหักตรงข้อเท้า
ลูเทียร์ที่อยากจบการเจรจานี้ให้เร็วที่สุดก็ได้ยกอีกฝ่ายขึ้นอีกครั้ง แต่อยู่ๆก็เหมือนว่าเธอจะได้เผลอไปเหยียบอะไรเข้าให้ ก่อนที่มันจะะเิออกเป็ควันที่มีกลิ่นฉุนมากๆ ลูเทียร์ที่อยู่ตรงจุดะเิก็ได้สูดกลิ่นนั้นไปเต็มๆจนต้องวิ่งหนีออกไปสูดอากาศ ส่วนอีกสามคนที่อยู่จุดนั้นก็ได้วิ่งกระจายกันไปไม่รู้ทิศทาง
หลังจากเวลาผ่านไปได้ครู่หนึ่งลูเทียร์ก็ได้วิ่งกลับไปจุดเดิมเพื่อหาอีฟและทีมนั้น แต่ก็ไม่พบเจอใครจนกระทั่งอยู่ๆก็ได้มีมีดพุ่งผ่านแขนไปจนเกิดเป็แผล ก่อนจะพบกับชายผมยาวที่สวมหน้ากากประหลาดได้ะโลงมาหมายจะฟัน แต่ทุกอย่างก็จบลงอย่างรวดเร็วเมื่อลูเทียร์ใช้เวทย์ควบคุมผลักชายคนนั้นไปชนกับต้นไม้ และหล่นลงกระแทกกับพื้นเสียงดัง พร้อมกับที่อีฟก็ได้ลากชายหัวเกรียนมาพอดี
“ยอมแพ้” เขาพูดออกมาด้วยเสียงแ่เบา ก่อนจะค่อยๆเอื้อมไปหยิบพลุ
“ลูกพี่ อย่าไปยอมมันนะครับ” ชายหัวเกลียนพูดบอกแม้ตอนนี้เืกลบปากอยู่ หลังจากโดดอีฟจัดชุดหนักไป
“มึงก็มาโดนแบบกูซิ” พูดจบชายผมยาวก็ได้จุดพลุสีแดงขึ้นทันที
การลอบโจมตีครั้งนี้เป็ไปได้ด้วยดี อีฟทำการมัดทั้งคู่แยกกันเพราะกลัวว่าพวกเขาจะทำการอะไร ก่อนที่ในเวลาต่อมาลอยด์จะลากอีกหนึ่งสมาชิกทีมนี้มา ด้วยสภาพหน้าที่น่วมไปหมด
“ทำไมน่วมจัง” อีฟถามพร้อมกับจิ้มหน้าชายที่นอนสลบอยู่
“สู้กันนิดหน่อยน่ะ แล้วเขาไม่ยอมเลยอัดไปหลายหมัด” ลอยด์พูดออกไปพร้อมกับหันหน้าหนี
ทั้งสามนั่งรอคนมารับตัวพร้อมกับค้นของในกระเป๋าของทั้งสามคนไปพลาง จนในที่สุดทีมดูแลก็มารับตัวสามคนนั้นไป และเมื่อหมดธุระจากตรงนี้แล้ว ทั้งหมดก็ได้ประชุมแผนกันต่อว่าจะเอายังไงต่อ แต่ในจังหวะที่ทุกคนกำลังนั่งคิดกันอยู่นั้น แขกไม่ได้รับเชิญก็ได้เดินเข้ามาหาทั้งสามคน
“สวัสดียัยหัวทอง” นักธนูสาวผมสีมิ้นจากกลุ่มฟารัสได้เดินเข้ามาทักทาย พร้อมกับอีกสองคนที่เดินตามมาข้างหลัง
“ไงครับ คุณลูเทียร์” ฟารัสทักทายคนรู้จัก แต่เหมือนบรรยากาศจะไม่ได้รื่นเริงขนาดที่จะมานั่งคุยกันได้
“ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้ครั้งก่อน แต่พวกนายมีธุระอะไรรึเปล่า” ลูเทียร์ถามเป้าหมายของอีกฝ่ายที่เดินเข้ามาทักทาย
“งั้นก็เข้าเื่เลยละกัน ส่งของทั้งหมดมาให้หมด แค่นั้นแหละ” จูเลียร์ตอบกลับ
“คงไม่ได้หรอก ถึงแม้พวกเธอจะเป็ผู้มีพระคุณ แต่ทีมเราก็อยากชนะเหมือนกัน” ลูเทียร์ตอบกลับเหมือนกัน
“งั้นเรามาใช้วิธียุติธรรมดีกว่านะครับ จูเลียร์เธอถอยไปก่อน” ฟารัสเข้ามาแทรกบทสนทนาเพราะถ้าคุยกันนานกว่านี้คงจะแย่ ส่วนลูเทียร์ก็ได้ยืนฟังอีกฝ่ายจะเอายังไงต่อ
“ทีมคุณก็มีสามคน ทีมผมก็มีสามคน งั้นเรามาตัดสินกันด้วยทีมไหนเอาชนะได้มากกว่ากันจะดีกว่า”
“ก็แฟรร์ดีนะ แต่ฉันขอประชุมกับทีมก่อน” ลูเทียร์หันไปคุยกับสองคน ก่อนจะตอบรับกติกานี้
“งั้นร็อค นายอยากจะสู้กับใคร” ฟารัสบอกให้เพื่อนที่ใช้ขวานของตนเลือกคู่ต่อสู้ ซึ่งเขาก็ได้เลือกลอยด์
“นายอยากจะสู้กับเขารึเปล่า” ฟารัสถามลอยด์ เพราะเพื่อความบริสุทธิ์ใจทั้งสองฝั่ง ซึ่งลอยด์ก็ตอบรับ
“ฉันของยัยหัวดำนั้น” จูเลียร์ เธอเลือกอีฟ ซึ่งไม่ทันที่ฟารัสจะต้องถาม อีฟก็ตอบตกลงทันที
“สงสัยจะเหลือแค่เราสองคนแล้วซิ งั้นก็แยกย้ายกันไปสู้ละกัน และพาคนแพ้กลับมาจุดนี้ด้วยนะ” ฟารัสพูดจบ ทุกคนก็ได้แยกย้ายกันไป