'จวนสกุลจ้าว'
ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ซิ่วอิงและทุกคนกลับมาถึงจวนหลัก ซิ่วอิงบอกให้ตงห่าวกับพวกไปพักผ่อนทำเื่ส่วนตัวได้ ส่วนตนเองเดินเข้าไปในจวน
เมื่อไปถึงที่ลานกว้างหน้าเรือนหลัก ซิ่วอิงพบกับครอบครัวของตนเองและเถ้าแก่เหอ ซึ่งทุกคนกำลังยืนพูดคุยกันอยู่ ตรงหน้ามีทาสชายหญิงนั่งอยู่จำนวน 20 คน มีทั้งวัยกลางคน วัยหนุ่มสาว ทั้งเด็กชายวัยเดียวกับน้องสาวเธอ
เมื่อเห็นซิ่วอิงเดินเข้าไป เสี่ยวหยวนน้องสาวตัวน้อยเอ่ยทักขึ้นพร้อมวิ่งมาหาทันที
“ พี่สาวมาแล้ว.. ท่านพ่อพาคนมาเยอะเลยเ้าค่ะ..”
“ ท่านพ่อพาคนมาช่วยดูแลหยวนเอ๋อร์กับท่านแม่ยังไงละ.. เ้าชอบหรือไม่”
ซิ่วอิงกล่าวพร้อมกับจูงมือน้องสาวพาเดินเข้าไป
“ ชอบเ้าค่ะ..”
“ เ้าชอบก็ดีแล้ว.. ไปหาท่านแม่นะพี่จะตรวจดูคนพวกนี้เสียหน่อย..”
“ เ้าค่ะพี่สาว..”
จ้าวเว่ยเมื่อเห็นบุตรสาวเข้ามาก็เอ่ยขึ้น
“ อิงเอ๋อร์.. ทั้งหมดนี้คือทาสที่พ่อซื้อมา ทุกคนขายตัวเป็ทาสด้วยความสมัครใจอย่างที่เ้า้า ยกเว้นครอบครัวนึงที่โดนเ้านายบังคับขายไปเป็ทาส มีทั้งสตรีและเด็ก พ่อเห็นแล้วสงสารจึงซื้อมาก่อน จะรับหรือไม่ก็แล้วแต่เ้า.. แล้วก็มีทาสที่เป็ผู้ฝึกยุทธอีก 6 คน พ่อจะให้เป็องครักษ์หน้าจวน ”
“ ข้าทราบแล้วท่านพ่อ.."
ซิ่วอิงตอบรับบิดา แล้วกล่าวเสียงดังขึ้นว่า
" ทุกคนยืนขึ้น.. แบ่งเป็ 3 แถว ผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก.. เสร็จแล้วมองหน้าข้า ”
ทาสทั้งชายหญิงหมดยืนขึ้น แล้วมองใบหน้าอันงดงามของซิ่วอิง ที่ตอนนี้ถอดหน้ากากออกไปแล้ว ทาสทุกคนต่างมีสีหน้าตื่นตลึง เมื่อเห็นหญิงสาวอันงดงามตรงหน้าพวกเขา
ซิ่วอิงมองสำรวจร่างกายทุกคน เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพิกลพิการถือว่าผ่านในขั้นแรก แล้วมองสบตาเพื่อตรวจสอบการแสดงออกเบื้องต้น ทุกคนมองสบตาเธอไม่กรอกสายตาไปมาถือว่าผ่าน แต่ก็ยังต้องทำพันธสัญญาเพื่อความแน่ใจ
“ เอาละ.. ข้าขอบอกไว้ก่อน ทุกคนที่จะทำงานกับครอบครัวข้าต้องทำพันธสัญญา ซึ่งพันธสัญญานี้เรียกว่า ‘พันธสัญญานายกับบ่าว’ ทำแล้วใครทรยศต่อครอบครัวข้าจะโดนฟ้าลงทัณฑ์ หากใครที่ทำตัวดีซื่อสัตย์ขยันขันแข็ง ข้ารับรองว่าจะดูแลพวกเ้าอย่างดีเช่นกัน ใครที่ไม่้าทำก็เดินออกไปอยู่ด้านข้าง..”
ผ่านไป 10 ลมหายใจ เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดเดินออกไป ซิ่วอิงก็เอ่ยขึ้น
“ ในเมื่อทุกคนสมัครใจ ข้าจะทำพันธสัญญาให้กับพวกเ้า ”
กล่าวจบซิ่วอิงก็ยกมือวาดวงเวทย์ขึ้นกลางอากาศ แล้ววาดอักขระขึ้นมากลางวงเวทย์ ก่อนจะโบกมือส่งให้วงเวทย์ครอบคลุมทุกคน พลันก็มีอักขระพุ่งเข้าสู่หน้าผากของทาสทุกคน แล้วปรากฏแสงวาบขึ้นมาก่อนจะหายไป
“ เอาละเรียบร้อยแล้ว.. ต่อไปพวกเ้าเป็คนของตระกูลจ้าว ถึงแม้นพวกเ้าจะเป็บ่าวแต่ข้าก็จะให้เงินเดือน เดือนละ 5 เหรียญทองทุกคน ”
กล่าวจบซิ่วอิงก็มองไปที่ชายวัยกลางคนที่อายุมากที่สุด แล้วถามว่า
“ ท่านชื่ออะไร ทำอันใดได้บ้าง..”
“ เรียนคุณหนู.. บ่าวมีชื่อว่าต้าเหลียน เคยเป็พ่อบ้านของตระกูลนึงในเมือง แต่บุตรชายของหัวหน้าตระกูล ้าบุตรสาวของบ่าวเป็สาวใช้อุ่นเตียง บ่าวกับบุตรสาวไม่ยินยอมจึงโดนขายเป็ทาสทั้งครอบครัวขอรับ..”
บ่าวชายวัยกลางคนกล่าวตอบเสียงสั่นๆ
“ ต่อไปพวกเ้าเรียกข้าว่า ‘นายน้อย’ น้องสาวข้าถึงจะเรียกว่า ‘คุณหนู’.. เข้าใจหรือไม่”
“ บ่าวรับทราบเ้าค่ะ/ขอรับ”
ทาสทั้ง 20 คนตอบรับพร้อมกัน
“ ดี.. ครอบครัวของต้าเหลียนออกมา”
สิ้นคำของซิ่วอิงก็มีหญิงวัยกลางคน ผู้หญิงสาววัย 16-17 หน้าตาสวยงาม และเด็กชายอีกคนหนึ่งเดินออกมา ซิ่วอิงมองไปที่หญิงวัยกลางคนแล้วถาม
“ ท่านชื่ออะไร ทำอันใดได้บ้าง”
“ บ่าวเป็ภรรยาของต้าเหลียนชื่อต้าเหนียง ทำอาหารได้เ้าค่ะ”
ซิ่วอิงพยักหน้า แล้วหันไปถามหญิงสาว
“ เ้าล่ะ..”
“ บ่าวเป็บุตรสาวชื่อต้าหยูฮัว บ่าวทำได้ทุกอย่างเ้าค่ะ”
“ อืม เ้าละเด็กน้อย..” ซิ่วอิงหันไปถามเด็กชาย
“ บ่าวเป็บุตรชายชื่อต้าไห่ ทำได้ทุกอย่างขอรับ..”
“ เอาละ.. ต่อไปนี้ให้ต้าเหลียนทำหน้าที่พ่อบ้าน ต้าเหนียงทำหน้าที่หัวหน้าแม่ครัว หยูฮัวเป็สาวใช้ดูแลคุณหนูเสียวหยวน ส่วนต้าไห่ยังเด็กข้าไม่กำหนดหน้าที่อันใด แต่ให้เ้าช่วยเหลือคนอื่นหากพวกเขาเรียกหาให้ช่วย.. พวกเ้าเข้าใจหรือไม่”
“ บ่าวรับทราบขอรับ/เ้าค่ะ”
ครอบครัวต้าเหลียนทั้ง 4 ตอบรับ ซิ่วอิงจึงให้พวกเขาถอยออกไปยืนด้านข้าง แล้วมองไปที่แถวบ่าวที่เป็หญิง เธอให้ทุกคนบอกชื่อตนเอง แล้วเริ่มแบ่งงาน
“ พวกเ้าใครทำอาหารได้บ้าง”
“ บ่าวทำได้เ้าค่ะ” บ่าวหญิง 3 คนเอ่ยออกมา
“ พวกเ้าสามคนมีหน้าที่ช่วยเหลือต้าเหนียงในการทำอาหาร..”
“ เ้าค่ะ..”
บ่าวหญิงเหลืออีก 5 คน ซิ่วอิงมองหน้าทุกคน แล้วเริ่มชี้เลือกทีละคนโดยไม่ต้องถาม
“ เ้า 4 คน ทำหน้าที่ซักล้างและทำความสะอาด ส่วนเ้าเป็คนดูแลท่านแม่ของข้า.. พวกเ้าเข้าใจหรือไม่..”
“ บ่าวรับทราบเ้าค่ะ..” ทั้งห้าคนตอบอย่างพร้อมเพรียง
ซิ่วอิงหันไปยังแถวบ่าวชายที่มีอยู่ 8 คน มี 6 คน เป็ผู้ฝึกยุทธมีพลังปราณระดับปรมาจารย์ขั้นสูงและขั้นกลาง แต่ละคนวัยไม่น่าจะเกิน 20 ปี
'คนพวกนี้ระดับปราณก็พอใช้ได้ มาเป็ทาสได้อย่างไร'
ซิ่วอิงคิดด้วยความสงสัย แล้วเอ่ยขึ้นว่า
" พวกเ้าหกคนมีพลังยุทธอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แล้วทำไมถึงเป็ทาสได้"
" เรียนนายน้อย.. พวกเราเคยเป็องครักษ์ให้คุณชายคนนึง แต่ไม่ยอมทำตามคำสั่งจึงโดนขายเป็ทาสขอรับ" ชายหนุ่มคนนึงกล่าวตอบ
คำตอบของเขาทำเอาจ้าวเว่ยถึงกับตากระตุก พลางคิดว่า
‘บ่าวที่ไม่ทำตามคำสั่งเ้านาย.. ถูกขายเป็ทาส แต่ตัวข้ากลับซื้อมานี่นะ’
จ้าวเว่ยหันไปมองซิ่วอิงด้วยสายตาขอโทษ แต่ซิ่วอิงกลับส่ายหน้าเบาๆแล้วถามบ่าวชายผู้นั้นต่อ
" เ้าบอกว่าไม่ทำตามคำสั่งจึงโดนลงโทษ.. บอกข้าได้หรือไม่ว่าคำสั่งนั้นคืออะไร.."
" เรียนนายน้อย.. คุณชายข้าพอใจหญิงสาวชาวบ้านคนนึง จะเอานางมาอุ่นเตียงแต่นางไม่ยินยอม คุณชายเลยสั่งให้พวกข้าไปฉุดนางมาให้ พวกข้าไม่ยอมทำตามจึงถูกขายเป็ทาสขอรับ" บ่าวคนนั้นกล่าวตอบ
ซิ่วอิงและจ้าวเว่ยพยักหน้าด้วยความพอใจ ในโลกแห่งการใช้กำลังหาคนแบบนี้ยากนัก ซิ่วอิงจึงเอ่ยขึ้นว่า
“ แล้วเหตุใดจึงบอกท่านพ่อข้าว่า สมัครใจขายตนเองเป็ทาส”
“เอ่อ.. ตอนนั้นนายท่านมิได้ถามขอรับ พอเห็นว่าพวกข้าเป็ผู้ฝึกยุทธ นายท่านก็ตกลงซื้อตัวพวกข้าเลยขอรับ”
พอบ่าวคนนั้นเอ่ยตอบ จ้าวเว่ยก็มีสีหน้าทะมึนขึ้นมาอีกครั้ง ซิ่วอิงหันไปมองหน้าบิดาแล้วยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะกลับมามองบ่าวชายแล้วเอ่ยขึ้นว่า
" ข้าเข้าใจแล้ว.. เช่นนั้นพวกเ้าหกคนมีหน้าที่เฝ้าเวรยามหน้าจวน ส่วนจะแบ่งกันอย่างไรนั้นก็ไปจัดการกันเอง"
" ขอรับนายน้อย.."
ทั้งหกคนตอบพร้อมกับคำนับด้วยสีหน้ายินดีเป็อย่างยิ่ง
" สำหรับเ้าสองคนคอยช่วยพ่อบ้านกับคนครัว จัดการเื่หาซื้ออาหารและของใช้ต่างๆในจวน "
ซิ่วอิงเอ่ยกับบ่าวชายสองคนที่เหลือ
" ขอรับนายน้อย"
“ เอาละ.. ในเมื่อเข้าใจก็แยกย้ายได้ ส่วนที่พักของพวกเ้าอยู่ด้านหลัง.. ต้าเหลียนท่านเป็พ่อบ้าน ข้าให้ท่านเป็คนจัดการเื่ห้องพักของทุกคนให้เรียบร้อย เสร็จแล้วก็ไปทำงานตามที่ข้ามอบหมาย..”
“ เ้าค่ะ/ขอรับ”
เมื่อซิ่วอิงสั่งการทุกอย่างเสร็จสิ้น บ่าวทุกคนแยกย้ายกันไป ซิ่วอิงจึงกล่าวกับบิดามารดาและน้องสาวว่า
“ ท่านพ่อ ท่านแม่ หยวนเอ๋อ.. พวกท่านไปพักผ่อนก่อนนะ ข้าจะเข้าไปในเมืองซื้อเสื้อผ้าให้พวกทาสได้ผลัดเปลี่ยน..”
เหตุที่ซิ่วอิงต้องดูแลเื่เสื้อผ้าของคนรับใช้แบบนี้นั้น เป็เพราะเธอรู้ดีว่าการแต่งกายของคนรับใช้ เป็หน้าตาของเ้านายเช่นเดียวกัน
“ อิงเอ๋อร์.. แล้วเ้าล่ะไม่เอาใครไว้รับใช้ส่วนตัวหรืออย่างไร” จ้าวเว่ยเอ่ยถามขึ้น
“ นั่นสิอิงเอ๋อร์ ทำไมเ้าไม่เลือกไว้เองบ้างล่ะ..” นางจ้าวเหมยเองก็สงสัยเช่นกัน
“ ไม่ต้องหรอกเ้าค่ะ.. ข้าอยู่คนเดียวมาหลายปี เคยชินกับการทำอะไรด้วยตนเอง และไม่ชอบให้ผู้ใดมาวุ่นวายกับเื่ส่วนตัวของข้า”
ซิ่วอิงกล่าวตอบบุพการีทั้งสอง เหตุผลที่เธอไม่้าให้ใครมารับใช้ เพราะตัวเองนั้นมีความลับมากมาย อีกทั้งการนอนหรืออาบน้ำเธอจะเข้าไปทำในมิติส่วนตัวทั้งสิ้น หากมีผู้ใดมาวุ่นวายความลับคงจะเปิดเผยไม่วันใดก็วันนึงเป็แน่
“ เช่นนั้นก็แล้วแต่เ้า.. แต่ตอนนี้เ้าคงจะเหนื่อยมากแล้ว เื่หาซื้อเสื้อผ้าให้คนรับใช้ให้พ่อไปทำก็เองได้”
“ ลูกไปเองไวกว่าเ้าค่ะ.. หากให้ท่านพ่อไปจัดการคงไม่เหมาะสมนัก..”
“ เอาเถิดหากเ้า้าเช่นนั้น”
จ้าวเว่ยเอ่ยขึ้นมาอย่างยอมแพ้ในที่สุด
“ เดี๋ยวก่อนขอรับนายน้อย..”
เถ้าแก่เหอเอ่ยขึ้นมาน้ำเสียงร้อนรน ขณะที่ซิ่วอิงกำลังจะจากไป
“ เถ้าแก่เหอท่านมีเื่อันใด ” ซิ่วอิงหันกลับมาถาม
“ ฮ่ะๆๆ.. นายน้อยคงลืมไปแล้วว่าข้านั้นขายแพรพรรณมาก่อน หากเป็เสื้อผ้าของบ่าวเหล่านี้ ข้ามีให้ท่านเลือกมากมายเชียวละขอรับ”
“ โอ้.. นั่นสิน่ะข้าก็ลืมไปอีกแล้ว ถ้าเช่นนั้นรบกวนท่านด้วย การแต่งกายของบ่าวเป็หน้าตาของเ้านาย ต้องเป็เสื้อผ้าที่ดูดีสวยงามเหมาะสมกับหน้าที่ของทุกคน ส่วนเื่เงินนั้นข้าจะจ่ายให้ท่านตามราคาที่ท่านเคยขาย ”
ซิ่วอิงกล่าวอย่างจริงจัง
“ ขอรับนายน้อย..” เถ้าแก่เหอกล่าวด้วยความยินดี สงสัยเสื้อผ้าของเขาทั้งหมดคงไม่ต้องเปิดร้านขายอีกแล้ว ขายให้นายน้อยจ้าวคนเดียวก็พอ
“ เช่นนั้นท่านก็นำเสื้อผ้าไปให้พ่อบ้านเป็คนจัดการ เรียบร้อยแล้วไปรับเงินที่ข้า”
“ ขอรับนายน้อย..”
กล่าวจบเถ้าแก่เหอก็ขอตัวไปยังเรือนบ่าวหลังจวน ส่วนซิ่วอิงก็นำแหวนมิติออกมา แล้วนำกระต่ายป่าออกมาสองตัว เก็บไว้ในแหวนอีกวงนึงเพื่อให้เ้าเสือขาว ก่อนจะยื่นแหวนมิติให้กับบิดา แล้วพูดว่า
“ ท่านพ่อ.. ในแหวนมีหมูป่าและกระต่ายที่ลูกนำมาจากป่า ท่านพ่อช่วยนำไปให้คนครัวทำอาหารเย็นนี้น่ะเ้าคะ ลูกขอไปพักผ่อนสักหน่อย.. อ้อ.. เสร็จแล้วก็เอาแหวนให้บ่าวชายที่มีหน้าที่ซื้อของไปเลยเ้าค่ะ ”
“ อืม.. พ่อเข้าใจแล้ว เ้าไปพักเถอะเหนื่อยมากแล้ว”
จ้าวเว่ยกล่าวและท่านแม่ก็พยักหน้าอย่างเห็นดีด้วย เนื่องจากบุตรสาวของตนนั้นทำงานั้แ่เช้าจนป่านนี้ ซิ่วอิงหันไปกอดน้องสาวตัวน้อยแล้วบอก
“ หยวนเอ๋อร์.. พี่สาวไปพักผ่อนสักหน่อยนะ แล้วเย็นนี้พี่จะมาเล่นกับเ้า”
“ เ้าค่ะพี่สาว”
เสี่ยวหยวนพูดพร้อมกับกอดพี่สาวคนสวยแน่นเช่นกัน
‘มิติส่วนตัวของซิ่วอิง’
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ซิ่วอิงกลับไปยังห้องตัวเองแล้วเข้าไปในมิติส่วนตัว ทันทีที่ร่างของเธอปรากฏขึ้น เ้าเสี่ยวไป๋พยัคฆ์เมฆาก็วิ่งเข้ามาหาด้วยความคิดถึง ซิ่วอิงกอดมันด้วยความรักและผูกพัน พยัคฆ์เมฆาตัวนี้อยู่กับเธอมาตลอดสี่ปี แต่ตอนนี้เธอกลับทิ้งให้มันอยู่ตัวเดียวในมิติมันคงจะเหงามาก ถ้าเช่นนั้นเธอจะให้มันออกไปอยู่ด้านนอก ให้คอยดูแลบ้านหรือเล่นกับน้องสาวเธอดีกว่า
ซิ่วอิงย่างเนื้อกระต่ายที่เก็บไว้ให้เ้าเสือขาว เมื่อมันกินเสร็จทั้งสองเล่นคลุกคลีกันอยู่ชั่วครู่ จากนั้นเธอก็ลงไปอาบน้ำชำระร่างกายในลำธาร ความเย็นของสายน้ำและปราณในอากาศที่หนาแน่น ทำให้เธอรู้สึกความสดชื่นหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้ง
เมื่ออาบน้ำจนพอใจเธอก็ขึ้นมาใช้พลังปราณจนตัวแห้ง แต่งตัวเสร็จก็เดินเข้าไปยังแปลงสมุนไพร เมื่อจัดเก็บสมุนไพรได้ตามที่้า แล้วเข้าไปยังกระท่อมและเริ่มปรุงโอสถทันที
ซิ่วอิงตั้งใจปรุงเก็บเอาไว้ขายตอนเปิดร้านขายโอสถ แต่สมุนไพรที่มีอยู่ในมิติเป็สมุนไพรระดับสูงทั้งสิ้น ใช้ในการปรุงโอสถระดับปราณยอดยุทธขึ้นไปซึ่งมีราคาสูงอย่างยิ่ง ชาวยุทธธรรมดาไม่สามารถหาซื้อได้ อีกอย่างนึงชาวยุทธชั้นยอดยุทธขึ้นไปนั้น เป็คนส่วนน้อยในเมืองัฟ้าแห่งนี้ แต่เื่โอสถระดับต่ำและระดับกลาง ซิ่วอิงได้เตรียมการแก้ไขไว้แล้ว โดยการให้เหม่ยหลินเป็ผู้ปรุงโอสถตัวนี้ ส่วนสมุนไพรที่ต้องใช้เธอจะนำมาปลูกในมิติส่วนหนึ่ง และหาซื้อที่สมาคมโอสถอีกบางส่วน เป็การบังหน้ามิให้ผู้ใดสงสัย
เวลาภายนอกผ่านไปหนึ่งชั่วยาม(2ชม.) ในมิติผ่านไปถึงสองเดือน ซิ่วอิงที่ปรุงโอสถเสร็จสิ้นไปั้แ่เดือนก่อน ตอนนี้เธอกำลังนั่งบ่มเพาะพลังปราณอยู่ข้างลำธาร เ้าเสือขาวก็นอนอยู่ไกล้ๆ ซิ่วอิงที่เพิ่งบรรลุขั้นปฐีไปไม่นาน ยังไม่อาจทะลวงขั้นได้อีก ตอนนี้ทำได้เพียงสะสมลมปราณไปเรื่อยๆเท่านั้น
………………………………….